POV : Shin
"ตอนนี้... คุณมิกะสำคัญที่สุดสำหรับคุณแล้วใช่ไหมครับ?"
คำถามที่แอบซ่อนอยู่ก้นบึ้งของหัวใจพรั่งพรูออกมาในที่สุด น้ำเสียงทุ้มของผมสั่นเครือเล็กน้อยแม้จะพยายามสะกดกลั้นอารมณ์อย่างสุดความสามารถ "คุณถึงส่งผมไปคอยอารักขาดูแลเธอ... สกัดกั้นผู้ชายทุกคนไม่ให้เข้าใกล้เธอ... แทนที่จะให้ผมคอยเป็เงาติดตามตัวและคอยรับใช้ข้างกายคุณเหมือนแต่ก่อน"
เคียวยะชะงักงันไป แววตาคมดุจเหยี่ยวเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยพลางจับจ้องมองใบหน้าของผมนิ่งดุจ้าค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ในแววตาสั่นไหวของบอดี้การ์ดคู่กายที่ซื่อสัตย์มานานหลายปี
ความเงียบครอบงำห้องทำงานอยู่นานหลายวินาทีจนได้ยินเสียงฮัมทำงานของเครื่องปรับอากาศ เคียวยะถอนหายใจยาวเหยียดราวกับจะระบายความอึดอัดทั้งหมดออกจากอก เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงช้า ๆ แล้วสาวเท้าเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาหาผม ร่างสูงใหญ่สง่าของเ้านายหยุดลงตรงหน้า ระยะห่างที่ชิดใกล้จนลมหายใจเป่ารดผิวแก้มทำให้ผมเกร็งตัวโดยสัญชาตญาณ เคียวยะยกมือหนาอุ่นขึ้นมาเชยคางของผมขึ้น บังคับให้ผมต้องประสานั์ตาเข้ากับดวงตาคมปลาบของเขา นิ้วหัวแม่มือแกร่งคลึงเบา ๆ ที่ผิวแก้มของผมคล้ายปลอบประโลม
"ฉันไม่ได้ผลักไสนายไปไหนเลยชิน... ที่ฉันสั่งให้นายไปคุ้มกันดูแลมิกะตลอดเวลา เพราะสถานการณ์รอบตัวยัยเด็กนั่นมันอันตรายเกินไป แก๊งคู่แข่งอย่างไซโตะและพวกเ้าหนี้หน้าเืคนอื่น ๆ ต่างจ้องจะตะครุบตัวเธอเพื่อใช้เป็เครื่องมือต่อรองกับฉัน และนายคือคนเดียวในโลกใบนี้ที่ฉันเชื่อใจที่สุด ที่ฉันจะยอมฝากฝังให้ดูแลของสำคัญชิ้นนี้" เคียวยะถอนหายใจยาว แววตาดุร้ายคลายความตึงเครียดลงจนดูอ่อนล้าแสนสาหัส
"แต่คุณโอบกอดเธอ... คุณบังคับให้ผมจับต้องเธอ... แล้วคุณก็ทำกับผมต่อหน้าเธอ..." ผมเอ่ยกระซิบอย่างขมขื่น น้ำตาอุ่นร้อนคลอเบ้าตาด้วยความรู้สึกสมเพชตัวเอง
"ชิน... ฟังฉันนะ" เคียวยะสวมกอดผมเอาไว้แน่น อ้อมแขนแกร่งที่อบอวลด้วยกลิ่นกายและน้ำหอมที่ผมรักรัดรึงท่อนบนของผมเอาไว้แนบแผ่นอกกว้างของเขา หัวใจของผมสั่นระรัว เคียวยะซบหน้าลงบนลาดไหล่หนาของผมพลางเอ่ยเล่าความจริงอันลึกซึ้งที่เขาซ่อนเก็บไว้ในใจมาตลอดห้าปี
"ฉันเจอมิกะครั้งแรกเมื่อห้าปีก่อน... ตอนนั้นฉันเพิ่งอายุยี่สิบหกปี และได้รับมอบหมายจากคุณพ่อให้บริหารโปรเจกต์แรกคือ Dante Finance แต่มันเกิดวิกฤตครั้งใหญ่เพราะระบบถูกลอบโจรกรรมทางไซเบอร์ ข้อมูลการเงินลับของลูกค้าวีไอพีและอำนาจของฉันเกือบจะล่มสลายั้แ่ก้าวแรกที่ขึ้นมานำกลุ่ม ทว่าจู่ ๆ ก็มีแฮกเกอร์ใต้ดินลึกลับคนหนึ่งเสนอตัวเข้ามาช่วยกู้ระบบรักษาความปลอดภัยและสร้างไฟร์วอลล์ใหม่ให้ฟรี ๆ โดยไม่คิดค่าตอบแทนเลยสักนิดเดียว"
ผมเบิกตากว้าง ตั้งอกตั้งใจรับฟังเื่ราวแสนสำคัญจากปากของเ้านายด้วยความสนใจลึกล้ำ
"ตอนนั้นคุณพ่อโกรธมาก ขู่ว่าจะกวาดล้างทีมบริหารของฉันทั้งหมดถ้าเงินหายไป ฉันเครียดจนแทบคลั่ง หน้าจอหลักนับถอยหลังะเิเวลาทำลายฐานข้อมูล... จนกระทั่งสัญญาณการแฮกเชื่อมต่อจาก 'Iris' ปรากฏขึ้น โลโก้สายฝนช่วยคลี่คลายปัญหาทั้งหมดพร้อมทิ้งท้ายข้อความเอาไว้ว่า *'พวกคุณทำงานช้าเกินไป ฉันปิดระบบให้แล้ว ไปดื่มกาแฟซะเถอะ - M'* ฉันประทับใจฝีมือและตัวตนของแฮกเกอร์คนนั้นมาก จึงเฝ้าสืบหาตัวตนของเธอเรื่อยมา จนกระทั่งเรนพี่ชายของมิกะมาขอกู้เงินทุนและร่วมลงทุนสร้างบริษัท Pluvia Cybersecurity เมื่อสามปีก่อน ตอนที่ฉันกำลังจะลงนามเซ็นสัญญากับเรน ฉันเหลือบไปเห็น Logo เล็ก ๆ รูปกลุ่มเมฆและสายฝนสีฟ้าที่มุมเอกสารสัญญา... มันเป็รูปสลัก Logo เดียวกันกับแฮกเกอร์ลึกลับคนนั้นไม่มีผิดเพี้ยน พอฉันเค้นถามเรนอย่างหนัก จึงได้รู้ความจริงว่า มิกะซึ่งตอนนั้นอายุแค่สิบสามปีและกำลังจะไปเรียนไฮสคูลต่างประเทศ คือเ้าของโลโก้นั้นและเป็มันสมองเื้ัระบบเทคโนโลยีของ Pluvia ทั้งหมดจริง ๆ"
เคียวยะผละใบหน้าออกเล็กน้อยสบประสานแววตากับผมอย่างลึกซึ้ง
"นั่นคือสาเหตุที่แท้จริงที่ฉันยอมร่วมลงทุนเงินมหาศาลใน Pluvia และยอมรับ่หนี้ห้าสิบล้านเพื่อเข้าหามิกะ วันแรกที่เจอกัน... ที่ฉันมีอะไรกับมิกะ ไม่ใช่เพราะเื่ฤทธิ์ยาหรือตัณหาชั่ววูบเท่านั้นชิน แต่มันคือความรักและความปรารถนาที่ฉันเฝ้ามองและสนับสนุนเธอห่าง ๆ มาตลอดห้าปีต่างหาก"
คำสารภาพอันยาวเหยียดและจริงใจทำให้ผมอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก ความริษยาและน้อยใจสลายหายไปกลายเป็ความเข้าใจลึกซึ้ง ทว่าหัวใจของผมกลับยังสั่นไหวด้วยความกังวลใจเื่ใหม่
"แล้วผมล่ะครับ..." ผมเอ่ยถามเสียงแ่พิงซบแผ่นหลังและไหล่กว้างของเขาด้วยความอึดอัดใจ
"สำหรับนายชิน..." เคียวยะประคองดึงตัวผมให้นั่งลงบนโซฟาข้างกายของเขา สองมืออุ่นร้อนประคองใบหน้าของผมไว้อย่างหวงแหน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความแน่วแน่ล้ำลึก
"นายอยู่เคียงข้างรับใช้ฉันมานานก็จริง แต่นายเพิ่งเริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตส่วนตัวและสร้างความผูกพันลึกซึ้งในฐานะคู่รักของฉันเมื่อสามปีก่อน ตอนที่ฉันขึ้นปกครองกลุ่ม Dante Group อย่างเต็มตัว... จำเหตุการณ์ที่ตระกูลดันเต้เกิดฏทรยศได้ไหม? ตอนที่นายใช้ตัวเองบังะุให้ฉันจนไหล่ซ้ายนายมีแผลเป็รอยยาว... ตอนนั้นฉันรู้ได้ทันทีว่านายคือชีวิตของฉัน คืนแรกที่พวกเราข้ามเส้นแบ่งคำว่าเ้านายกับลูกน้อง... ดังนั้นนายไม่ได้มาทีหลัง และนายไม่ได้มาก่อน สำหรับฉัน... ทั้งนายและมิกะต่างมีความสำคัญเท่ากันจนไม่มีวันเลือกคนใดคนหนึ่งได้"
ริมฝีปากอุ่นจัดของเคียวยะกดแนบชิดลงมาบนกลีบปากของผมอย่างอ่อนโยนทว่าหนักหน่วงดุดัน จูบนั้นเต็มไปด้วยการปลอบประโลมเยียวยาอารมณ์น้อยใจและการยืนยันสถานะที่มั่นคงในจิตใจของเขา
ผมกอดตอบเคียวยะแน่น ััถึงความรักและความมั่นคงลึกซึ้งที่เขามอบให้ ทว่าในซอกลึกของจิตใจกลับมีเงารูปธรรมของความรู้สึกผิดบาปทาบทับลงมาอย่างทรมาน
---
ผมยืนนิ่งอารักขาเงียบ ๆ ข้างหลังเคียวยะยามที่เขาหันกลับไปสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์อีกครั้ง แสงสีฟ้าจากจอมอนิเตอร์สาดส่องกระทบใบหน้าคมสันของเขา ขับเน้นให้เห็นรอยแผลเป็จาง ๆ ที่หางตาขวาซึ่งเป็ของฝากจากการปะทะกับแก๊งไซโตะเมื่อปีก่อน สายตาของผมเหลือบมองไปที่รอยสักัสีเข้มบนแผ่นหลังของเขา รอยสักนั้นขยับไหวเล็กน้อยตามการเคลื่อนไหวของมัดกล้ามเนื้อยามที่เคียวยะเอื้อมมือไปหยิบกาแฟขึ้นมาจิบ
"ชิน... สั่งให้สายสืบทุกคนออกตามหาเบาะแสของไอ้พวกเสี่ยชัยและยากุซ่าไซโตะด้วย" เคียวยะสั่ง "พวกมันต้องพยายามแกะรอยมิกะอยู่แน่ ๆ ถ้าพวกมันเจอตัวเธอก่อนพวกเรา... ยัยหนูจะเป็อันตราย"
"ครับ... คุณเคียวยะ ผมจะสั่งการทันทีครับ"
---
ในระหว่างที่ทีมไอทีของกลุ่มดันเต้กำลังพยายามเค้นหาช่องโหว่ของโปรแกรมแฮกสัญญาณของมิกะ พลโปรแกรมเมอร์หนุ่มคนหนึ่งเงยหน้าขึ้นมาสบตาผมพร้อมส่ายหัวอย่างสิ้นหวัง
"คุณชินครับ... รหัสผ่านที่เธอสร้างไว้มีการสลับการเข้ารหัสแบบ AES-256 บิตทุก ๆ สิบวินาทีเลยครับ แถมยังใช้ระบบสับเปลี่ยนโปรโตคอลข้ามเซิร์ฟเวอร์แบบ Tor network ถึงเจ็ดเลเยอร์ มันซับซ้อนเกินกว่าโปรแกรมแกะรอยทั่วไปของพวกเราจะดึงตัวตน IP ที่แท้จริงออกมาได้ครับ ราวกับว่าเธอกำลังเขียนโค้ดระบบใหม่ทั้งหมดสด ๆ ร้อน ๆ ในระหว่างที่รันโปรแกรมเลยครับ"
"เข้าใจแล้ว... ทำดีที่สุดแล้ว" ผมเอ่ยทั้ง ๆ ที่ไม่เขาใจสิ่งที่พลพูดเลย แปลความได้แค่ว่า หาไม่เจอ
---
หลังจากออกจากห้องทำงานของเคียวยะ ผมลงลิฟต์ส่วนตัวไปยังชั้นใต้ดินซึ่งเป็พื้นที่จอดรถและห้องประชุมย่อยของเหล่านักสืบและสายลับในเครือกลุ่มดันเต้ บรรยากาศด้านล่างเงียบสงบและมีแสงไฟนีออนสว่างจ้า บอร์ดข้อมูลขนาดใหญ่บนผนังเต็มไปด้วยภาพถ่ายของสมาชิกแก๊งคู่อริ เครือข่ายการขนส่งสินค้า และแผนที่เส้นทางต่าง ๆ ในเมืองหลวง
"คุณชินครับ" บอดี้การ์ดรุ่นน้องคนหนึ่งก้าวเข้ามารายงานพลางยื่นแฟ้มเอกสารสีดำให้ผม "เราพบการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของคนในแก๊งเสี่ยชัยครับ พวกมันเริ่มส่งสายสืบเข้าไปปะปนในละแวกออฟฟิศ Pluvia และพยายามสืบหาข้อมูลส่วนตัวของพี่น้องบ้านนี้ ดูเหมือนพวกมันจะรู้ตัวแล้วว่าเรนหนีไป และ้านำตัวมิกะมาขัดตอกชดเชยหนี้สินเหมือนกันครับ"
"พวกมันรู้พิกัดของมิกะหรือยัง?" ผมถามน้ำเสียงเรียบกระชับ
"ยังครับ... เนื่องจากคุณมิกะหนีไปโดยใช้เส้นทางปิดและโปรแกรมสลากเซ็นเซอร์ ทำให้พวกมันเองก็มืดแปดด้านเช่นกันครับ แต่คาดว่าอีกไม่นานหากคุณมิกะยังคงส่งโปรแกรมทำงานให้บริษัท พวกมันน่าจะพยายามใช้เครื่องเจาะระบบระดับสูงดักสัญญาณเช่นกันครับ"
"จับตามองพวกมันไว้ทุกฝีก้าว... แต่อย่าเพิ่งลงมือทำอะไรประโคมข่าว" ผมสั่งเสียงเข้ม "หากพวกมันขยับเข้าใกล้ตัวคุณมิกะแม้แต่ก้าวเดียว... รายงานผมทันที"
"รับทราบครับ!" บอดี้การ์ดรุ่นน้องรับคำสั่งและก้าวถอยออกไป
หลังจากสั่งงานลูกน้องเสร็จสิ้น เคียวยะก็ต้องรีบออกไปร่วมประชุมกับคณะกรรมการบริหารของกลุ่มดันเต้เกี่ยวกับเื่เส้นทางขนส่งสินค้าใหม่ ปล่อยให้ผมยืนอยู่ในห้องทำงานที่เงียบสงัดเพียงลำพัง
ทว่ายังไม่ทันที่แผ่นหลังกว้างของเคียวยะจะลับสายตาไป เสียงสั่นเตือนจากโทรศัพท์มือถือเครื่องพิเศษในกระเป๋าสูทของผมก็ดังขึ้นเบา ๆ
เมื่อผมหยิบขึ้นมาเปิดดู ดวงตาของผมก็พลันเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตระหนก มันไม่ใช่รายงานจากคนสนิท... แต่เป็การแจ้งเตือนระบบฉุกเฉินจากเครือข่ายความปลอดภัยของ Pluvia ที่กำลังส่งสัญญาณเตือนสีแดงกะพริบถี่
** [WARNING: Remote terminal connection breached. Unauthorized scanning trace detected unknown host.] **
ไอ้พวกเสี่ยชัยและคนของไซโตะ... เริ่มแกะรอยตามหาพิกัดสัญญาณรีโมตของมิกะเจอแล้ว!