บทที่ 58 : ผู้ที่ถูกคัดออกคนแรก
ในตอนนี้ สถานการณ์ของอาคุมุและฮิบารินั้นไม่สู้ดีนัก พวกเขาถูกปิดล้อมไปด้วยทักษะหมอกเพลิงสีชาดของริน อีกทั้งยังถูกล้อมไปด้วยสมาชิกคนอื่น ๆ ในกลุ่มของรินจากภายนอก ซึ่งสามารถโจมตีเข้ามาได้โดยตรง เรียกได้ว่าถูกบีบให้จนมุมทั้งอย่างนั้น
‘ซวยจริง ๆ แล้วไง’
“ออกไปเฉย ๆ ไม่ได้เลย!” ฮิบาริกำลังพยายามจะดันตัวเองออกไปจากทักษะของริน
‘ไอ้บ้านี่มันแกล้งทำเป็ไม่รู้เหรอ?’
“ถ้าออกไปได้ง่าย ๆ เขาจะสร้างขึ้นมาทำไมล่ะครับคุณฮิบาริ?” อาคุมุถามกลับไป
“พวกนายฟังฉันนะ! ทักษะหมอกเพลิงสีชาดนี้จะสามารถใช้ได้ 30 นาที หลังจากนั้นจะสามารถใช้ทักษะนี้ได้อีกครั้งเมื่อเวลาผ่านไปอีก 30 นาที” รินพูดขึ้นมา
“แล้ว... บอกทำไมเหรอครับ?” อาคุมุที่ได้ยินอย่างนั้นจึงถามกลับไป
“เพราะว่า... ฉันสามารถเอาชนะพวกนายได้ใน 30 นาทีนี้ไงล่ะ!! ะุเพลิงสีชาด!!!” รินตอบกลับมาพร้อมกับยิงะุเพลิงเข้าใส่อาคุมุและฮิบาริด้วยความเร็ว
“ตาข่ายอัสนี!”
ตู้มมมม!!!
“อึ่ก! บ้าจริง”
ถึงแม้อาคุมุจะใช้ทักษะป้องกันไว้ได้ทัน แต่ความเสียเปรียบนั้นปรากฏขึ้นมาให้เห็นอย่างชัดเจน เพราะตาข่ายอัสนีของอาคุมุนั้นถูกทำลายได้โดยการโจมตีของรินเพียงครั้งเดียว
‘ที่แคบแบบนี้ โจมตีด้วยทักษะใหญ่ก็มีแต่จะเจ็บตัว ฉันจะใช้ได้แค่ดาบแห่งราชันและทักษะแสงอัสนีบาตใช่ไหมเนี่ย?’
ด้วยพื้นที่ที่จำกัด ทำให้อาคุมุต้องรอบคอบในการที่จะโจมตีแต่ละครั้ง เพราะถ้าพลาดไปอาจถึงชีวิตของตัวเขาเองและฮิบาริได้เช่นกัน
“ะุเพลิงสีชาด!!!” ฮิบาริใช้ทักษะะุเพลิงสีชาดเช่นกัน ซึ่งได้รับมาจากการโจมตีของรินเอง
“น… นั่นมันอะไรกัน?! แกขโมยพลังของฉันเหรอ?” รินถามกลับมาด้วยความใ
‘บาทาไร้เงา’ ในขณะที่รินกำลังให้ความสนใจกับทักษะของฮิบาริอยู่นั้น อาคุมุก็เคลื่อนที่ไปยังข้างหลังของรินในทันที
“ดาบัอัสนี!!!” เขาใช้ทักษะแสงอัสนีบาตขณะที่ฟาดฟันดาบแห่งราชันลงไปยังหลังของรินโดยตรง เกิดเป็ทักษะใหม่ของอาคุมุขึ้นมา
ตู้มมมม!!!
“อั่ก! ไอ้เด็กบ้านี่?!” รินนั้นกระเด็นไปทางฮิบาริที่ยืนอยู่
“มัวแต่ใกับสิ่งที่เห็นก็ระวังตายแล้วกันครับ!! แสงอัสนีบาต!!” อาคุมุใช้ทักษะแสงอัสนีบาตตามไปอีกครั้ง ซึ่งนั่นเป็ตำแหน่งที่ตรงกับฮิบาริพอดี
“ช้าก่อนอาคุมุฉันจะโดนลูกหลงไปด้วย!”
“โทษทีนะครับแต่ช่วยหลบหน่อยนะ!!”
ตู้มมม!!!
การโจมตีของอาคุมุปะทะเข้ากับร่างของรินโดยตรง หลังจากนั้นฮิบาริก็ะโออกมาจากตำแหน่งเดิมอย่างไร้รอยขีดข่วน
“เวทกับดักทำงาน ะเิน้ำแข็ง!!”
เมื่อฮิบาริอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้กับอาคุมุ เขาก็ใช้ทักษะของเวทกับดักในทันที ได้มีวงแหวนเวทสีส้มปรากฏขึ้นมาบริเวณใต้เท้าของรินและแช่แข็งรินเอาไว้ รวมไปถึงในตำแหน่งข้างล่างก็ะเิทำให้แช่แข็งสมาชิกกลุ่มของรินไปได้ถึงสองคน ข้างล่างนั้นปรากฏให้เห็นวงแหวนเวทสีส้มเป็จำนวนมาก ซึ่งก็คือสิ่งที่ฮิบาริเตรียมการเอาไว้
ตู้มมมม!!!
การะเิจากทักษะได้เกิดขึ้นเป็จำนวนมากทั่วทุกทิศทาง ทำให้เสียงจากในป่านี้นั้นดังกระหึ่มขึ้นมาหลายต่อหลายครั้ง แต่ถึงจะอย่างนั้น ทักษะหมอกเพลิงสีชาดของรินที่จำกัดการเคลื่อนไหวของอาคุมุและฮิบาริเอาไว้ก็ยังคงอยู่เช่นเดิม
‘ถึงนิสัยจะดูแปลกพิลึก แต่ต้องยอมรับว่าพลังเวทการลอกเลียนแบบของเขาไม่ธรรมดาเลย
“คุณสู้ไหวอยู่ใช่ไหมครับ?” อาคุมุหันไปถามกับฮิบาริ
“แน่นอน…” ฮิบาริได้พูดเพียงเท่านั้น เสียงของรินก็ดังขึ้นมาในทันที
“ถือว่าพวกนายทำได้ไม่เลว! เป็การเข้าขากันที่ดีมาก ๆ เลยล่ะ” รินสามารถออกมาจากการแช่แข็งด้วยทักษะของฮิบาริได้อย่างง่ายดาย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเผยให้พวกอาคุมุได้เห็นแล้ว
‘70k/120k (70,000/120,000) เหรอ? หรือว่านั่นคือพลังชีวิตแบบจำลองสินะ’
พลังชีวิตแบบจำลองของรินนั้นปรากฏให้เห็นแล้ว ซึ่งเป็ตัวเลข 70k/120k (70,000/120,000) อยู่บนหัวของเธอ นั่นคือการโจมตีของอาคุมุและฮิบารินั้นทำให้พลังชีวิตของรินลดลงไปทั้งหมด 50k (50,000)
‘พลังชีวิตของฉันและคุณฮิบาริยังไม่ขึ้นมา เพราะว่าพวกเรายังไม่ถูกโจมตีจนทำให้มันลดได้สินะ’ อาคุมุมองขึ้นไปเหนือหัวของตัวเขาเองและฮิบาริ
“พลังชีวิตของนายมันอาจจะลดไปแล้วก็ได้ อย่าเพิ่งได้ใจไปล่ะ!” รินพูดขึ้นมาหลังจากที่อาคุมุมองเหนือหัวเมื่อครู่นี้
“หมายความว่ายังไงครับ?” อาคุมุถามกลับไปและยังไม่ทันได้คำตอบแต่อย่างใด รินก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเขาในทันที
“ก็ไม่รู้สินะ”
“ไวมาก… อ่อก!”
รินเพียงแค่ต่อยไปที่หน้าท้องของอาคุมุด้วยหมัดที่อัดแน่นไปด้วยเปลวเพลิง หลังจากนั้นจึงพุ่งไปตรงหน้าฮิบาริด้วยความเร็วและโจมตีแบบเดิมเช่นกัน
ตู้มมมม!!!
อาคุมุและฮิบาริกระเด็นไปในทิศทางเดียวกันและชนเข้ากับโดมที่ล้อมเอาไว้
“ท… ทำไมถึงได้เร็วขึ้นขนาดนี้เนี่ย บ้าจริง” อาคุมุบ่นพึมพำอยู่คนเดียว
“เอ๋?! นี่ฉันลืมบอกไปหรอกเหรอ? ว่ายิ่งเวลาค่อย ๆ ผ่านไป พลังโจมตีและความเร็วของฉันก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นน่ะ อืม… อาจจะลืมบอกจริง ๆ ก็ได้ ขอโทษทีนะ หุหุ”
“ผู้หญิงคนนี้… เป็บ้าไปแล้วเหรอ?” ฮิบาริพูดขึ้นมา
“เฮ้ย! ไอ้พวกไม่เจียมตัว พวกนายช่วยแหกตาดูบนหัวก่อนได้ไหมว่าพลังชีวิตของพวกนายมันเป็ยังไง?” รินพูดด้วยน้ำเสียงที่ต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ
“ด… เดี๋ยวนะ ทำไมถึงเป็แบบนี้?!”
อาคุมุมองไปยังพลังชีวิตแบบจำลองของตนเองและของฮิบาริที่ปรากฏขึ้นมาให้เห็น ซึ่งนั่นทำให้เขาใและโกรธไปพร้อม ๆ กัน
“บ้าน่า?! นี่มันไม่ใช่แล้ว” ฮิบาริพูดออกมา
เพราะตัวเลขที่ทั้งสองคนนั้นเห็น คือ 40k/50k (40,000/50,000) นั่นเป็ตัวเลขที่เดิมทีแล้วยังมีไม่ถึงครึ่งของรินเลยต่างหาก
“พลังชีวิตของพวกนายนี่มันต่ำจัง แต้ม B ของพวกนายคงมีแค่นั้นสินะ ก็คิดอยู่ว่าทำไม… ถึงได้กระจอกขนาดนี้” รินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ดูถูกโดยไม่คิดอะไรเลยแม้แต่น้อย
“แต้ม B เหรอ? นี่คุณหมายความว่าอะไร?” อาคุมุถามกลับไป
“เื่นี้ก็ไม่รู้เหรอ? เฮ้อ! พลังชีวิตแบบจำลองที่พวกนายเห็นนั้นอิงมาจากจำนวนแต้ม B ของพวกนายเอง ยิ่งแข็งแกร่งมากเท่าไร พลังชีวิตแบบจำลองก็มากขึ้นเท่านั้นล่ะนะ”
“อืม… เดิมทีแล้วแต้ม B ของผมควรจะมีอย่างต่ำก็ 100k น่ะสิ” อาคุมุจับดาบแห่งราชันไว้แน่นพร้อมกับลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ
“นายพูดว่าอะไรนะ?!” รินถามกลับมาด้วยความใ
“ผมบอกว่าแต้ม B ของผมมีมากกว่าแสนไงครับ!!” อาคุมุพูดพร้อมกับพลังเวทของเขาที่ปะทุออกมาจากทั่วทั้งร่างกาย เกิดเป็แรงกดดันที่พุ่งเข้าใส่รินอย่างรุนแรง
“ไม่จริง?! นายจะแข็งแกร่งเทียบเท่ากับฉันคนนี้งั้นเหรอ? ฉันคนนี้ที่มีพลังจากตระกูลที่แข็งแกร่งงั้นเหรอ? มันเป็ไปไม่ได้!!” รินพูดพร้อมกับเปลวเพลิงที่ปะทุออกมารอบตัวเช่นกัน
“พลังจากตระกูลที่แข็งแกร่ง? เดี๋ยวนะ! หรือว่า…”
“ใช่แล้ว ปู่ของฉันชื่อซาบาราชิไงล่ะ!!” รินพูดและหยิบปืนพกทั้งสองออกมา หลังจากนั้นจึงรัวยิงใส่อาคุมุและฮิบาริ
“ะุเพลิงสีชาด!!! ถ้าฉันยิงออกไปนับร้อยนัดแบบนี้พวกนายจะหลบยังไง เอาไปกินซะ!!”
“ตาข่ายอัสนี!!”
ตู้ม!
ตู้มม!!
ตู้มมม!!!
รินนั้นยิงะุเพลิงใส่อาคุมุและฮิบาริโดยไม่หยุดยั้ง เสียงะเิจากการโจมตีดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
‘ถ้าไม่ใช่ะุพลังเวทคงยิงไม่ได้ขนาดนี้หรอก ฉันจะวางตาข่ายอัสนีถึงตำแหน่งของคุณฮิบาริไหมนะ? เขาหลบไปทางไหนในตอนนี้ก็ไม่รู้ เพลิงนี่น่ากลัวเป็บ้า’
“โอ๊ะ! น่าสงสารจังเลยนะเ้าหนูอาคุมุ ดูเหมือนว่าเพื่อนของนายกำลังจะไปซะแล้วสิ” รินหยุดการโจมตีก่อนจะเว้นช่องว่างให้อาคุมุได้เห็นฮิบาริในตำแหน่งที่ห่างออกไปเล็กน้อย
“หรือว่า…”
“เหมือนว่าฉันจะจบแล้วล่ะ ไว้มีโอกาสเราคงได้เจอกันอีก” ฮิบาริหันมาหาอาคุมุและพูดขึ้นมา ก่อนที่การโจมตีสุดท้ายจะเข้าถึงตัวเขา พลังชีวิตแบบจำลองเป็ศูนย์ รวมถึงการโจมตีของรินก็หยุดลงแล้วเช่นกัน
‘บ้าจริง’
หลังจากนั้น แสงสีม่วงเข้มก็ได้ปกคลุมไปทั่วร่างของฮิบาริ ทั้งตัวฮิบาริและแสงสีม่วงนั้นก็หายไปจากตรงนั้นในทันที… ถูกคัดออกจากการต่อสู้แบบกลุ่มเป็คนแรก
‘ผมจะแก้แค้นแทนคุณฮิบาริเองครับ!’