กู้เซียนเซียนนอนหลับยาวไปจนถึงเช้าวันถัดไป ไม่เฉพาะร่างกายที่อ่อนเพลียสะสมเพียงเท่านั้น แต่เป็นเพราะฤทธิ์ของยาผ่อนคลายจิตใจที่หมอหญิงผสมลงไปพร้อมกับยาที่ให้นางดื่มเป็นประจำด้วย กว่าจะรู้ตัวสะดุ้งตื่นอีกครั้งก็ล่วงเข้าสู่รุ่งเช้าวันใหม่แล้ว ร่างผอมบางรีบจัดการตัวเองแล้วจึงกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาที่ห้องของคนป่วยโดยแทบไม่ต้องอาศัยคนพยุงเหมือนเมื่อไม่กี่วันก่อน
“ อาจารย์ “ เสียงใสร้องเรียกเซียวหลงดังผ่านเข้าไปยังห้องนอนของเขาก่อนที่ตัวนางจะเร่งเดินตามเข้ามาติดๆ พร้อมด้วยรอยยิ้มกว้าง ภาพแรกที่เห็นคือชายหนุ่มนั่งเอนตัวอ่านตำราอยู่เงียบๆบนเตียง ทำให้ดวงตาใสพร่างพรายไปด้วยม่านน้ำตาแห่งความยินดีเอ่อคลอหน่วยตาออกมาราวกับสั่งได้ ก่อนจะโผเข้าไปคุกเข่าที่ข้างเตียงและจับมือข้างหนึ่งของเขามากอบกุมไว้
“ ท่านฟื้นแล้ว ข้าดีใจยิ่งนัก “ น้ำตาหยดหนึ่ง พลันไหลหยดลงบนหลังมือของเซียวหลงอย่างเผลอไผล ก่อนที่ชายหนุ่มจะค่อยๆวางตำราในมือลงและเอื้อมมาปาดน้ำตาออกจากข้างแก้มของนาง
“ อาจารย์บอกให้เจ้าร้องไห้ให้ดู มิใช่ต้องการให้เจ้าร้องตลอดเวลาเช่นนี้ ระวังตาจะบอดเอาได้ “ เขายังมีใจเอ่ยเย้าลูกศิษย์ตัวน้อยที่นั่งยิ้มกริ่มอยู่ด้านข้าง แต่มือใหญ่ก็ยังคงไล่เช็ดน้ำตาให้นางอยู่ตลอดเวลาพร้อมๆกับไล่สายตาพินิจอาการป่วยของนางไปด้วย
‘ สีหน้าดีขึ้นมาก ตาขาวไม่ขุ่นมัวเหมือนแต่ก่อน ระยะมองเห็นอาจจะยังไม่ชัดเจน ดูจากจุดนำสายตาและการหรี่ตาของนางภาพคงจะยังขุ่นมัวแต่อย่างน้อยก็ไม่มืดมิดเฉกเช่นแต่ก่อน’
มือใหญ่ขยับเลื่อนไปจากใบหน้าของนางช้าๆ เตะลงบนจุดชีพจรที่ข้อมือเล็กข้างหนึ่งของนางแทน
‘ ชีพจรดีขึ้นมากจริงๆ เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอชัดเจนกว่าแต่ก่อน แม้จะเป็นชีพจรคนป่วย แต่ลักษณะเช่นนี้น่าจะดีขึ้นได้ตามที่อินั่วอันเอ่ยบอกแก่เขาไว้ ’
เซียวหลงยิ้มบางๆบนใบหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะชักมือกลับมา
“ ข้าดีขึ้นมากแล้ว อาจารย์ไม่ต้องเป็นห่วง “ กู้เซียนเซียนรู้ว่าเซียวหลงเป็นห่วงนาง แต่ตอนนี้นางดีขึ้นตามประโยคที่กล่าวออกไปจริงๆ ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณเขาที่ทำให้นางกลับมาเป็นผู้เป็นคนได้อีกครั้ง
“ คนพวกนั้นเป็นใครกันแน่ “ นางเอ่ยถามออกมาอย่างลังเล หัวใจที่เคยเต้นอย่างผาดโผนเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นหนักอึ้งเมื่อหวนกลับไปคิดถึงกลุ่มคนแปลกหน้าที่บุกเข้ามาทำร้ายอาจารย์ของนางถึงในเรือนแห่งนี้ หากไม่จัดการเรื่องนี้ให้ดีอนาคตก็อาจจะกลับมาลอบทำร้ายเขาได้อีก
เซียวหลงเอ่ยยิ้มๆอย่างไม่ติดใจ “ พวกมันถูกจัดการไปหมดแล้ว แค่โจรกระจอกปลายแถว ต่อไปจะไม่มาก่อกวนที่นี่อีก เจ้าไม่ต้องกังวล “
“ แต่เขาทำร้ายท่านได้ แปลว่าฝีมือต้อง..ไม่ด้อยไปกว่าท่าน “ ในสายตาของกู้เซียนเซียน อาจารย์ของนางเก่งที่สุด ดังนั้นคนที่มีฝืมือพอจะทำร้ายเขาได้ ย่อมต้องมิสามัญ
“ ไม่ต้องเป็นห่วง ไม่มีอะไรแล้วจริงๆ “ เซียวหลงยังคงเอ่ยปลอบนาง และเอ่ยย้ำให้นางมั่นใจถึงสองรอบ กู้เซียนเซียนจึงไม่รบเร้าซักถามอีก นางเพียงจับมือข้างหนึ่งของเขาไว้ และนอนฟุบลงไปด้านข้างทั้งอย่างนั้น ตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าวันนี้จะอยู่เคียงข้างเขาไปตลอดโดยไม่หลับ ไม่พัก ไม่แยกจาก
“ ท่านจะหายเร็วๆนี้ใช่ไหม “ นางเอ่ยถามขึ้นคล้ายกับรำพึงอยู่คนเดียว แต่เซียวหลงกลับได้ยินทุกถ้อยคำอย่างชัดเจน
“ อืม บาดเจ็บไม่ร้ายแรง ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว “ เซียวหลงเอ่ยตอบกลับเสียงเบา ก่อนใช้มืออีกข้างตบหลังนางเบาๆราวกับกำลังกล่อมเด็กเล็กให้หลับกลางวัน
อินั่วอันถือถาดยาเดินเข้ามา เห็นภาพการถามตอบไปมาเบื้องหน้าถึงกับต้องเบ้ปากอีกครั้ง การเลือกปฏิบัติของศิษย์พี่นั้นเข้าขั้นลำเอียงอย่างร้ายกาจ แบ่งแยกฝักฝ่ายชัดเจนจนออกนอกหน้า หากเป็นนางถามเซ้าซี้ขนาดนี้ มิวายต้องโดนไล่ตะเพิดออกมาอย่างแน่นอน
“ ขอข้าเข้าไปหน่อย ” หมอหญิงเอ่ยสอดปากเข้ามาอย่างไม่สนใจสภาพแวดล้อมภายใน และไม่ได้รอให้เจ้าของห้องเอ่ยปากอนุญาติแต่อย่างใด
นางเดินเข้ามาขัดการพูดคุยระหว่างคนสองคน โดยยื่นถาดยามาเบื้องหน้าเซียวหลงก่อนที่จะเห็นเขาหยิบขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมด นางถึงได้จังหวะเอ่ยปากแทรกเรื่องงานตามที่ตั้งใจไว้แต่เดิม “ เรื่องที่ให้เตรียมการ จัดการเรียบร้อยหมดแล้ว “
กู้เซียนเซียนเข้าใจไปว่าเป็นการจัดการกับคนร้าย จึงรีบเงยหน้าขึ้นมองเซียวหลงสลับกับหมอหญิงด้วยแววตาฉงนทันที
แต่เซียวหลงเข้าใจความหมายนั้นดีว่านางหมายถึงการเตรียมตัวเดินทางจากไป เขาพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ ก่อนที่หมอหญิงจะขอตัวจากไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มกรุ้มกริ่ม ทิ้งคำพูดอย่างมีเลศนัยไว้เบื้องหลัง “ ศิษย์พี่ ระวังอย่าหักโหมจนเกินไป ข้าไปก่อนหล่ะ ”
สายตาของเซียวหลงเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบขึ้นมาทันที ยังโชคดีที่นางรู้ตัวรีบวิ่งจากไปเสียก่อนแล้ว
หลังหมอหญิงจากไป ชายหนุ่มจึงขยับตัวเปลี่ยนท่านั่งโดยมีกู้เซียนเซียนช่วยประคองและวางเบาะใบใหญ่ไว้ที่ด้านหลังของเขา แต่ชายหนุ่มยังคงปล่อยให้นางจับมือข้างหนึ่งของเขาต่อไปโดยไม่ได้ชักกลับมา
“ เจ้ากินข้าวเช้ามาหรือยัง “ เขาเอ่ยปากถามนาง เห็นเพียงนางส่ายหัวช้าๆ
“ ถ้างั้นก็กินเสียที่นี่ “ เขาพูดพลางขยับกายหมายจะลงจากเตียงไปนั่งเป็นเพื่อนนางที่โต๊ะกลาง แต่กลับถูกมือเล็กๆดันไว้ก่อน
“ ไม่เอาหรอก ข้าจะเอามาให้ท่านที่นี่ “ เด็กสาวพูดอย่างกระตือรือร้นพลางรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เพราะเร่งลุกเร็วเกินไป ทำให้ร่างแบบบางโงนเงนอย่างควบคุมไม่อยู่ก่อนจะล้มหงายไปทางด้านหลัง แต่ในเสี้ยวขณะนั้นพลันมีอ้อมแขนทรงพลังดึงรวบนางมากอดไว้อย่างรวดเร็ว
“ อ๊ะ ! “ เสียงอุทานเล็กๆของนางพลันเงียบลงเมื่อรู้ตัวว่าร่างกายที่หมุนคว้างพลิกกลับมานั่งลงบนตักของเซียวหลงได้อย่างมั่นคง นางค่อยๆเงยหน้าลืมตาขึ้นเมื่อรู้สึกว่าหัวเล็กๆกระแทกเข้าที่หน้าอกของชายหนุ่ม ภาพที่เห็นคือใบหน้าที่ปรากฏความยุ่งยากใจของเซียวหลงที่อยู่ใกล้กันกับนางมาก จนใบหน้าของคนทั้งสองแทบจะชนกัน จากมุมนี้กู้เซียนเซียนราวกับจะนับเส้นขนตาของเขาได้ทุกเส้นทีเดียว
" หืม.. ขนตาของท่าน งอนยาวยิ่งกว่าสตรีร้องงิ้วในตลาดเสียอีก " นางเอ่ยขึ้นตามที่สมองคิด ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งลูบลงไปบนเปลือกตาของเซียวหลงช้าๆ หัวใจดวงเล็กของคนที่อยู่ในอ้อมแขนกลับบีบรัดเต้นระรัวขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด
“ อาจารย์ ข้าอาจจะป่วย ” นางก้มหน้าพูดเหมือนตกอยู่ในภวังค์ความคิดก่อนค่อยๆยกมือข้างหนึ่งของนางขึ้นมาวางทาบลงบนหน้าอกของเขา “ หัวใจของท่านเต้นเร็วเหมือนกันกับข้าเลย ไม่แน่ว่าเราอาจจะป่วยเหมือนกันก็ได้ ”
ท่อนแขนแข็งแรงข้างหนึ่งก่อนหน้ายังคงรวบเอวนางไว้หลวมๆ ในขณะที่มืออีกข้างถึงกับต้องยันพื้นเตียงเอาไว้ หลังจากได้ยินประโยคที่นางเอ่ยขึ้นมาเบาๆ เซียวหลงจึงรีบดันตัวนางให้ถอยห่างออกไปทันที
“ อ๊ะ ! อาจารย์ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง ” เป็นคำถามที่นางเพิ่งสำนึกได้ในภายหลังน้ำเสียงจึงลนลานตื่นตระหนก คิ้วงามขมวดมุ่นดูยุ่งยากใจไม่น้อย หญิงสาวรีบกระเถิบตัวลงมานั่งที่ข้างเตียงเพื่อตรวจดูบาดแผลที่ซ่อนอยู่ในเสื้อสีขาวของเขา ก่อนที่มือเล็กจะยื่นเข้าไปแหวกสาบเสื้อของเขาออก กลับถูกมือหนารวบจับมือซุกซนสองข้างไว้แน่น
“ หากเจ้าดูแลตัวเองให้แข็งแรงขึ้นในเร็ววันกว่านี้ ก็ไม่ผิดกับความหวังดีของอาจารย์แล้ว “ เซียวหลงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ปรับสีหน้าท่าทางให้เป็นปกติ และดันมือของนางออกไป
“ และอย่าเที่ยวไปเปิดเสื้อบุรุษเช่นนี้อีก “ เขาตำหนินางเสียงเข้ม เพราะรู้ดีกว่าหากพูดจาไม่ชัดเจน พฤติกรรมไม่แบ่งแยกชายหญิงของนางจะเลิกไม่ได้เสียที แต่กลับได้ยินเสียงเล็กๆเอ่ยตอบโต้กลับ “ ท่านเป็นอาจารย์ข้า ระหว่างเราไม่แบ่งแยกชายหญิง“
ทำให้เขาถึงกับต้องถลึงตาใส่นาง “ หากไม่รักมือคู่นี้แล้ว ก็จงทำต่อไป “
กู้เซียนเซียนจ้องหน้าเซียวหลงก่อนจะละสายตาไป รอบนี้นางค่อยๆลุกขึ้นไม่เร็วไม่ช้า ก่อนจะเดินปรี่ออกไปตามสำรับเช้าสำหรับสองคน ด้วยหัวใจที่เต้นตึกตักผิดปกติอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ‘ หรือว่าอาการป่วยของข้ากำเริบขึ้นมาอีกแล้ว’
หนึ่งคนทานอาหารที่โต๊ะข้างเตียง อีกคนหนึ่งอาศัยตั่งเตี้ยทานอาหารเช้าบนเตียง และมีเพียงคนเดียวที่ส่งเสียงเจื้อยแจ้วพูดคุยอยู่เพียงผู้เดียว โดยอาศัยคนป่วยคอยพยักหน้ารับเป็นครั้งคราว หลังกู้เซียนเซียนกินยาในส่วนของนางจนหมดไปสองชามใหญ่ หน้าที่ป้อนยาหลังอาหารให้อาจารย์จึงตกเป็นของนาง ซึ่งลูกศิษย์สาวก็ทำเพียงยื่นชามยาไปตรงหน้าของชายหนุ่มเท่านั้น
" หลังอาหาร อาจารย์จะออกไปที่ใหนหรือไม่ " ‘ข้าจะคอยดูแลท่านเอง ’ นางยิ้มกริ่มเอ่ยถามออกมา เตรียมตัวปฏิบัติภารกิจลูกศิษย์ที่ดี
“ หากเจ้ามีธุระอะไรก็ไปทำเถิด ข้าจะอ่านหนังสืออยู่ในห้องนี้ ” เซียวหลงเอ่ยตอบนางอย่างไม่จริงจังนักเพราะเขาเองก็ยังไม่ได้คิดว่าจะมีอะไรสลักสำคัญที่จะต้องเร่งไปทำต่อจากนี้ แต่.. ภาพที่เห็นคือ
กู้เซียนเซียนรีบปีนขึ้นมาบนเตียงของชายหนุ่มก่อนคลุมตัวลงนอนข้างๆเขาทันที
“ เจ้าจะทำอะไร “ เซียวหลงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“ นอนเป็นเพื่อนท่านไง “ กู้เซียนเซียนเอ่ยปากตอบเขา ก่อนตะแคงตัวกอดเอวชายหนุ่มไว้หลวมๆ ขาดเพียงแต่ไม่ได้เอาขาก่ายกอดเท่านั้น
“มันไม่เหมาะสม ลงไป “ เขาเอ่ยเตือนอีกครั้ง
ไม่มีเสียงตอบกลับ จนเขาต้องชำเลืองมองไปที่นาง
เด็กสาวหลับตาปี๋ ซบหน้าลงข้างลำตัวเขา มือผอมที่เคยโอบเอวเขาไว้เมื่อครู่เลื่อนมากอดแขนเขาเอาไว้แน่นแทน
“ เจ้าต้องการอะไรกันแน่ “ เขายังคงถามต่อ แต่ไม่ได้แกะมือสองข้างที่เกาะเกี่ยวแขนเขาแน่นราวกับหนวดปลาหมึกออกไปทันที
“ นอนหลับเป็นเพื่อนท่านอาจารย์ สมัยก่อน ตอนที่ข้าไม่สบาย ท่านก็นอนเป็นเพื่อนข้าบ่อยๆ ตอนนี้ถึงตาศิษย์กตัญญูนอนเป็นเพื่อนท่านบ้างแล้ว “ กู้เซียนเซียนไม่ยอมแพ้ ยังคงนอนตะแคงอยู่ในท่าเดิม ยื้อกันอยู่พักหนึ่งจนเซียวหลงต้องยอมอ่อนข้อให้
“ เอาเถอะ ครู่เดียวเท่านั้นนะ “ เซียวหลงรู้สึกอ่อนใจกับการโต้เถียงเรื่องไม่เป็นเรื่องกับนางต่อ เขาถึงได้ยอมอ่อนข้อให้กับพฤติกรรมเหลวไหลของนางครั้งแล้วครั้งเล่า แค่เพียงไม่ถึงสองเค่อกู้เซียนเซียนก็หลับไปเสียอย่างนั้น
เมื่อเห็นนางหลับไปแล้ว จึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลย ไม่ได้ชักมือกลับมาทำเพียงนั่งนิ่งๆไปอีกสักพัก ก่อนจะได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของนาง และท่านอนที่ไม่สำรวมมากยิ่งขึ้นเพราะตอนนี้ขาข้างหนึ่งของนางก่ายขึ้นมาบนตัวเขาแล้ว ! เจ้าของร่างหนาทำได้เพียงถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะก้มหน้าลงไปพูดกับนางที่กำลังหลับไหลด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงความอ่อนโยนอย่างที่เขาไม่เคยทำกับผู้ใดมาก่อน
“ ข้ายังมีภาระอีกมาก ไม่อาจรั้งอยู่ที่นี่ได้อีก จากไปครั้งนี้ หากข้าโชคร้ายต้องฝังร่างไว้ไกลบ้าน ไม่หวังให้เจ้าต้องเศร้าโศกเสียใจ แค่ใช้ชีวิตต่อไปให้ดีก็พอ “
กู้เซียนเซียนตื่นขึ้นมาอีกครั้งหลังได้ยินเสียงนกร้องจากภายนอก นางเหยียดมือสองข้างขึ้นเหนือศีรษะบิดตัวขี้เกียจก่อนหาวออกมาเบาๆ บนเตียงนอนภายในห้องมีนางอยู่เพียงลำพัง อาจารย์ของนางหายไปไหนแล้ว
นางรีบผลุนผลันลงจากเตียงจนก้าวพลาดหกล้มก่อนรีบลุกขึ้นก้าวขาไวๆออกไปภายนอกห้องนอน
“ อาจารย์ “ เสียงสั่นเครือเรียกหาเขาไปทั่วห้อง
“ ข้าอยู่ตรงนี้” เสียงตอบรับดังขึ้นมาจากภายนอกก่อนจะตามมาด้วยร่างสูงเดินก้าวเข้ามาภายใน
กู้เซียนเซียนรีบวิ่งเข้าไปพยุงเขาทันที
“ ทำไมท่านไม่พักผ่อนอยู่ในห้องดีๆ “ กู้เซียนเซียนถามออกไป
“ ไปหาตำรามาให้เจ้าอย่างไร “ เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะเดินช้าๆเข้ามาพร้อมกันกับนาง
กู้เซียนเซียนมองตำราเชียนจื้อเหวิน (พันอักษร) ในมือของเขา หนาเกินคืบทีเดียว หากจะให้นางจำหรือคัดลอกให้หมดนี่คงเป็นไปไม่ได้ในช่วงชีวิตนี้แน่ ให้เอามาหนุนนอนยังต้องขอคิดดูก่อน ชื่อตามนัยและความหนาของมัน ช่างไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย ความเสียใจที่รีบไปหาเขาเริ่มปรากฏชัดขึ้นบนใบหน้า ขณะที่ในหัวเริ่มคิดหาทางออกจากปัญหาตรงหน้าทันที
“ สายตาข้าไม่ดี เอ่อ.. หมดนี่ …คงอ่านไม่ได้หรอก ” น้ำเสียงออดอ้อนงอแงแสดงออกอย่างไม่คิดปิดบัง แต่เซียวหลงกลับไม่สนใจ
“ เจ้าเอาไปอ่านและคัดมาสามสิบเที่ยว เอาไว้ข้าจะมาตรวจดูภายหลัง อ่อ.. ยังมีอีกสองชุดในห้องของเจ้า ข้าเอาไปวางไว้ให้แล้ว “ ระหว่างที่พูดเขาก็เลื่อนตำรากองโตมาไว้เบื้องหน้านางก่อนจะหยิบเล่มบนสุดเปิดไปมาช้าๆด้วยท่าทางสง่างามเป็นเอก
“ ขงจื่อ กล่าวไว้ว่า… “ เซียวหลงเริ่มอ่านให้นางฟัง และตลอดช่วงบ่ายหลังจากที่นางตื่นขึ้นมา สองศิษย์อาจารย์ก็ได้แต่นั่งจมอยู่กับการท่องตำราปราชและคัมภีร์อักษรในยุคต่างๆ จนพลบค่ำ นับว่าเป็นวันที่กู้เซียนเซียนขาดทุนโดยแท้จริง