เฮ้ออ หลิ่งเหวินในตอนนี้ทำได้เพียงถอนหายใจตอนนี้ในตระกูลซูมีเรื่องร้อนใจไม่เว้นวันทำให้เขาคิดอยู่บ่อยครั้งว่าถ้าหากลู่ซิ่นยังอยู่ในตระกูลซู ตระกูลซูคงไม่ตกต่ำเร็วเช่นนี้อาฟู่เอาอารมณ์เป็นใหญ่ด้วยการเลี้ยงดูอย่างตามใจของฮูหยินทำให้หลิ่งฟู่มีนิสัยทำการใดไม่เด็ดขาดมักนำอารมณ์วางไว้หน้าเหตุผลเสมอ ส่วนหลิ่งจิ้งนั้นกลับเป็นคนที่มีหัวการค้ามากที่สุดแต่ปัญหาใหญ่คือการเป็นคนชอบเอาเปรียบคู่ค้าอยู่บ่อยครั้ง ด้วยนิสัย
คดโกงนี้ทำให้คู่ค้าหลายคนของเขาเปลี่ยนใจไปทำการค้ากับคู่แข่งแทน เรื่องการแข่งขันลับๆระหว่างหลิ่งฟู่กับหลิ่งจิ้นใช่ว่าเขาไม่เห็นเพียงแต่เขาไม่สามารถทำสิ่งใดได้เพราะในตอนนี้ไม่มีใครทำให้เขายกตำแหน่งว่าที่ผู้นำตระกูลให้แก่ใครคนใดคนหนึ่งได้เพราะทั้งสองคนล้วนมีข้อเสียที่แก้ไม่หายทั้งสองคน และเมื่อสามวันก่อน ได้มีจดหมายส่งมาจากหลิ่งฟู่โดยในจดหมายกล่าวถึงตระกูลจางที่เขาต้องการเป็นคู่ค้าด้วย ในจดหมายกล่าวว่านายท่านจางนั้นคือลู่ซินบุตรชายของเขาและความยิ่งใหญ่ของตระกูลจางไม่เพียงขึ้นชื่อเรื่องการขายพืชปราณและผ้าไหมปราณเท่านั้นแต่ผู้เยาว์ในตระกูลยังขึ้นชื่อเรื่องความเก่งกาจจนเรียกได้ว่าหาตัวจับยากไม่ว่าหลานคนใดที่เกิดจากลู่ซิ่นล้วนเป็นอัจฉริยะทั้งสิ้นเรื่องนี้ทำให้หลิ่งเหวินปวดใจเป็นอย่างมากที่ตระกูลซูต้องสูญเสียอัจฉริยะไปถึงสี่คนด้วยกัน
ในตอนนี้การแข่งขันในตลาดมีความรุนแรงมากขึ้นเนื่องจากตระกูลจางนั้นส่งพืชปราณสามในสี่ของผักผลไม้ทั้งหมดให้กับตระกูลจูซึ่งเป็นคู่ค้าตั้งแต่แรกเริ่มค้าขายของตระกูลจางจนทำให้ตระกูลจูที่แต่เดิมเป็นเพียงตระกูลขนาดกลางกลายเป็นตระกูลใหญ่ที่เริ่มมีผู้คนนับหน้าถือตามากขึ้นเพราะหากตระกูลใดต้องการพืชปราณไปวางขายจำเป็นต้องติดต่อขอซื้อกับตระกูลจูทั้งสิ้นแต่เนื่องจากตระกูลจูนั้นนับถือนายท่านจางหรือลู่ซิ่นดังพี่น้องจะขายให้ใครยังต้องดูหน้าลู่ซิ่นสามส่วนเพราะที่ตระกูลจูเติบโตได้อย่างทุกวันนี้ล้วนเป็นเพราะมีต้นไม้ใหญ่อย่างตระกูลจางให้ตระกูลจูพึ่งพิงทั้งสิ้น เรื่องนี้ทำให้เขาทราบซึ่งในน้ำใจที่ตระกูลจางมีต่อตระกูลจูทั้งสิ้น การที่ตัวตนที่ยิ่งใหญ่อย่างนายท่านจางยอมนับตนเป็นน้องชายย่อมสร้างความปลื้มปิติให้กับเขาอย่างยิ่ง
"พี่จางท่านจะขยายพื้นที่ปลูกพืชปราณหรือขอรับ"จูจิ้งเสียนหรือนายท่านจูน้องชายร่วมสาบานของลู่ซิ่นเอ่ยถามอย่างตื่นเต้นที่จะมีพืชปราณมาขายมาขึ้นเพราะตอนนี้พืชปราณไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคอย่างมาก.ผู้คนมีความต้องการพืชปราณสูงมากแต่จิ้งเสี้ยนไม่สามารถหาพืชปราณมาขายเพิ่มเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้คนได้
"อืมใช่ข้าจะซื้อภูเขาที่ติดหลังบ้านกับที่ดินใกล้ๆ นั้นเพิ่มคิดว่าจะทำสวนเพิ่มอีกซักสองสามร้อยหมู่ข้าคิดว่าคงเพิ่มผลผลิตของเราได้สามเท่าจากที่มีอยู่"ลู่ซิ่นที่กำลังคิดบัญชีเอ่ยตอบอธิบายให้จิ้งเสียนฟังอย่างเคยชินเพราะจิ้งเสียนมักหาเวลาว่างมานั่งจิบชาพูดคุยกัยลู่ซิ่นเป็นประจำ
"เอ้อพี่ใหญ่ปีนี้ลู่ฉีของเราอายุสิบสามย่างสิบสี่แล้วข้าว่าท่านน่าจะเริ่มมองหาลูกสะใภ้เสียแต่เนินๆหากช้าคนดีๆจะถูกจับจองหมดเสียก่อน ให้ข้าช่วยรึไม่ขอรับ" จิ้งเสียนเอ่ยอย่างกระตือรือร้น ตอนนี้เขารู้จักผู้คนมากมายไม่ว่ายากดีมีจนจนถึงระดับลูกขุนน้ำขุนนางเขาล้วนรู้จักทั้งสิ้น
"ข้าว่าปล่อยเรื่องนี้ให้คนหนุ่มสาวเขาจัดการกันเองเถอะคนแก่อย่างเราควรดูอยู่ห่างๆก็พอแล้ว เรื่องคู่ครองเราควรให้เขาจัดการกันเองเถอะ" ลู่ซิ่นเอ่ยตอบ
"จะดีหรือพี่จางเกิดอาฉีของเราตกหลุมพรางหญิงไม่ดีเข้าท่านจะมาเสียใจทีหลังเอานะขอรับ"จิ้งเสียนเคี้ยวถั่วเสร็จจึงเอ่ยตอบลู่ซิ่นอย่างกังวลด้วยไมรอยากให้ครอบครัวจางพบเจอสิ่งไม่ดี
"ข้าเชื่อใจอาฉี เขาเป็นเด็กฉลาดคงไม่ตกหลุมพรางใครง่ายๆหากเขาไม่อยากตกลงไปเอง" ลู่ซิ่นเอ่ยตอบอย่างมั่นใจในตัวบุตรชายของตน
"ได้ยินพี่จางกล่าวอย่างนี้ข้าก็สบายใจอาฉีของเราเป็นคนดีย่อมได้คู่ครองเป็นคนดีเช่นกันข้าหวังว่าคงเป็นอย่างนั้นนะ"จิ้งเสียนเอ่ยตอบพลางกินของว่างบนโต๊ะต่อไป
"ว่าแต่เจ้าเถอะไม่มีงานทำหรือจึงมีเวลาว่างมานั่งจิบชาฟรีอยู่ที่ทำงานข้าเช่นนี้"ลู่ซิ่นเอ่ยแซะจิ้งเสียนอย่างรู้ทัน
"แฮะๆ ท่านรู้ทันข้าตลอดเลยก็ชาปราณของท่านมักจะเป็นของดีเสมอนี่ขอรับแหมให้ข้าจิบซักนิดซักหน่อยคงไม่สะเทือนขนหน้าแข้งของท่านหรอกนะขอรับ" จิ้งเสียนเอ่ยตอบพร้อมปัดมือที่เปื้อนของว่างที่กินแล้วจิบชาที่อยู่ตรงหน้าต่อทันที
"เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะขอรับพอดีนึกขึ้นได้ว่าแม่เสือสาวที่บ้านฝากซื้อของ หวังว่าครั้งหน้าพี่จางจะไม่ถือสาหากข้าจะมานั่งคุยเป็นเพื่อนท่านในยามบ่ายอีก ลานะขอรับ"เมื่อเอ่ยจบจิ้งเสียนจึงขอตัวกลับทันทีลู่ซิ่นมองตามหลังของจิ้งเสียนแล้วถอนหายใจน้องชายคนนี้ดีทุกอย่างเสียอยู่อย่างเดียวคือนิสัยพูดมากชนิดที่หากพูดกับลิงลิงยังหลับ
"นายท่านขอรับทางบ้านซูขอเขาพบขอรับครั้งนี้คนที่มาบอกว่าชื่อซูหลิ่งจิ้งขอรับ"พ่อบ้านจางเข้ามารายงานด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“ให้รออยู่ข้างล่างเดี่ยวข้าพบพี่อิ่นเสร็จจะไปพบเขาเองฝากเจ้าจัดการเรื่องห้องรับรองด้วย” ลู่ซิ่นเอ่ยสั่งการพ่อบ้านจางแล้วลุกออกจากห้องเพื่อไปรอพบอิ่นเหวินทันที
“ขอรับนายท่าน”พ่อบ้านจางเอ่ยตอบแล้วจัดการทุกอย่างที่นายท่านสั่งการอย่างคล่องแคล่ว