“หากเจ้าไม่ยินยอมจะไปจากจวนสกุลหยูและเจ้ายังยืนยันที่จะแก้แค้นเองเช่นนี้...”
“เจ้าจะทำสิ่งใดกับข้า”
ยังไม่ทันที่ซูฮวาจะพูดจบ ซูลี่ก็เอ่ยออกมาด้วยแววตาวาวโรจน์ หากมีใครมาขัดขวางการแก้แค้นของนาง ถึงแม้ว่าคนผู้นั้นจะเป็นพวกเดียวกันกับนาง และเป็นคนที่น้องสาวนางช่วยเอาไว้ และการกระทำที่ซูลี่แสดงออกมา ดูเหมือนว่าซูฮวาเองก็สามารถเข้าใจได้ในทันทีว่าซูลี่กำลังคิดจะทำสิ่งใดอยู่
“ข้าเพียงแต่จะเป็นดาบให้เจ้าเอง เมื่อครู่องครักษ์ทั้งหมดนั่นเรียกเจ้าว่าท่านหญิง เจ้าจะต้องเป็นคนที่มีฐานันดรสูงส่งอย่างแน่นอน ไม่ว่าเจ้าจะทำสิ่งใดก็คงจะมีผู้คอยจับตาดูอย่างไม่ให้คลาดสายตา จะทำการสิ่งใดด้วยเหตุลับก็คงจะลำบากมิใช่น้อย สู้ใช้ข้าดีกว่าหรือไม่”
ซูฮวาเอ่ยออกมายาวเหยียด นี่เป็นการพูดที่ยาวที่สุดตั้งแต่นางข้ามมิติมายังฝั่งนี้ สายตาคมมองไปทางซูลี่ที่มีใบหน้าเหมือนกันกับนางทุกกระเบียดนิ้ว พลางคิดไปว่า เมื่อสิบปีก่อนที่ซูลี่เดินทางไปยังแคว้นอันฉี คงจะมีสิ่งใดเกิดขึ้นกับซูลี่เป็นแน่ และคงจะมีความเกี่ยวข้องกับคนใหญ่คนโตหรือราชนิกุลจนได้มาซึ่งอำนาจที่มีอยู่ตอนนี้ มิเช่นนั้นผู้คนเหล่านั้นก็คงจะไม่เรียกนางว่าท่านหญิง รวมถึงยังมีองครักษ์ที่เป็นคนของตนเองมากมายถึงเพียงนี้
“แล้วเจ้าต้องการสิ่งใดเป็นการตอบแทน สิ่งที่เจ้าเอ่ยออกมาตัวข้ามีเพียงแต่ได้กับได้เท่านั้น ข้าไม่เห็นสิ่งที่เจ้าจะได้จากการเป็นดาบให้ข้าเลยแม้แต่น้อย”
ซูลี่เอ่ยถามออกไปอย่างชั่งใจ หากจะกล่าวว่าบุคคลตรงหน้าทำเพื่อตอบแทนพระคุณของน้องสาวของนาง มันก็ดูจะเกินเหตุไปนักกับเหตุผลที่เจ้าตัวเอ่ยบอก สิ่งที่คนตรงหน้าทำได้ มีแต่สิ่งที่นางไม่เคยเห็น อีกทั้งยังไม่รู้จักด้วยว่าคนคนนี้เป็นผู้ใดมาจากไหน แต่ซูลี่ก็เลือกที่จะไม่เอ่ยถามออกไป เนื่องจากถึงแม้สตรีผู้นี้จะรู้เห็นตัวตนของนางอยู่แล้ว แต่ก็เลือกที่จะไม่ถามนางเช่นกัน
“เจ้าทบทวนสิ่งที่ข้าพูดให้ดี หากเจ้าอยากทำลายฐานที่มั่นของหลี่ฟางฟาง นอกจากอำนาจที่เจ้าหยิบยืมมาแล้วก็ยังต้องใช้ข่าวสารที่ถ้าคนของเจ้าก็หาไม่ได้ แต่ข้าทำได้ สิ่งที่คนของเจ้าทำไม่ได้อย่างการเข้าถึงเรือนส่วนตัวของหลี่ฟางฟาง ข้าก็เคยทำมาแล้ว”
“...”
ซูลี่เงียบไปพลางขบคิดตามคำเอ่ยของคนตรงหน้า คนผู้นี้รู้ถึงจุดอ่อนในการหาข้อมูลของนางได้อย่างดี อีกทั้งยังเสนอตนมาอุดช่องโหว่นั้นได้อย่างเหมาะเจาะ อีกทั้งเรื่องน่าตกใจอย่างการเข้าถึงเรือนส่วนตัวของศัตรู อีกฝ่ายทำได้อย่างไรกัน
“เช่นวันนี้ เจ้าไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าหลี่ฟางฟางส่งนักฆ่ามา และเหล่าองครักษ์ของเจ้าก็ไม่สามารถที่จะปกป้องเจ้าได้จนถึงที่สุด เมื่อสักครู่ หากข้าไม่ได้ตามนักฆ่าพวกนั้นออกมาจากจวนหลี่อ๋อง เจ้าคิดว่าเจ้าจะยังได้ยืนสนทนากับข้าอยู่แบบนี้หรือ”
เมื่อซูฮวาเห็นว่าซูลี่กำลังขบคิดอย่างหนักก็รีบพูดเสริมออกมาในสิ่งที่ดูเป็นเหตุเป็นผลที่สุด
จริงอยู่ที่เหตุและผลที่นางเอ่ยออกไปนั้นเป็นเรื่องจริง แต่สิ่งที่นางหมายมั่นเอาไว้มิใช่เพียงแต่ใช้อำนาจของซูลี่ในการโค่นล้มหลี่ฟางฟางเท่านั้น นางต้องการที่จะปกป้องผู้เป็นพี่สาวของนางด้วย ถึงแม้ซูลี่จะมีองครักษ์เงาติดตามดูแลมากมาย แต่เมื่อสักครู่นี้ก็ไม่มีใครที่ปกป้องนางได้จนถึงที่สุดจริงๆ ด้วยเหตุนี้ซูฮวาจึงตัดสินใจที่จะร่วมมือกับซูลี่ เพื่อเป็นผู้ที่สามารถใกล้ชิดกับนางได้มากที่สุดนั่นเอง
“เช่นนั้นเจ้าก็ลองนำกลับไปคิดดู ข้าเข้าใจว่าเจ้าคงยังไม่เชื่อใจข้า” ว่าแล้วนางก็ลุกขึ้นก่อนจะเปิดหน้าต่างบานข้างเคียงออก
“ช้าก่อน”
เมื่อซูฮวาเห็นว่าซูลี่ยังไม่มีท่าทีจะเอ่ยตอบ นางก็พลันทำท่าจะกระโดดออกจากหน้าต่างไปยังด้านนอก
ด้วยความสามารถที่ซูฮวาแสดงให้ซูลี่เห็น สามารถบอกได้ทันทีเลยว่าซูฮวามีฝีมือเหนือกว่าเหล่าองครักษ์ของนางมากนัก เมื่อคิดได้ดังนั้นนางจึงเอ่ยปากเรียกซูฮวาเอาไว้ก่อนที่จะกระโดดออกไป
“ข้าตกลงกับเจ้าก็ได้ เพียงแต่เจ้าต้องจัดการงานให้ข้าหนึ่งสิ่งในคืนนี้”
ซูลี่เอ่ยออกมาพลางเสหน้ามองไปทางที่มีศพของมือสังหารผู้หนึ่งเหลืออยู่ มุมปากของซูลี่กระตุกยิ้มขึ้นเล็กๆ เมื่อนึกบางสิ่งขึ้นได้ “ข้าอยากส่งของกำนัลไปให้หลี่ฟางฟาง”
เพียงได้ยินคำบอกกล่าวของซูลี่ ซูฮวาก็เดินกลับมาโดยพลัน มือของนางยกมีดสั้นขึ้นแล้วตัดฉับลงไปบนคอของมือสังหารที่สิ้นลมไปแล้วผู้นั้น เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณจนซูลี่ได้แต่เสมองไปทางอื่น แม้ไม่ชื่นชอบภาพเช่นนี้แต่นางก็อดที่จะยกยิ้มพึงพอใจออกมามิได้
“ยามนี้นางใกล้เข้าพิธีสมรสเต็มที หากข้าส่งของกำนัลไปให้ก็นับว่าเป็นมารยาทที่ถูกที่ควรใช่หรือไม่”
ซูลี่เอ่ยถามออกมาด้วยใบหน้าเหยียดยิ้ม ในหัวพลันคิดภาพว่าหลี่ฟางฟางจะแสดงกิริยาแบบใด แม้นางไม่ได้เห็นแต่ในใจก็ยินดีอย่างเหลือล้นไปเสียแล้ว
“ไว้พบกันใหม่” ซูฮวาเอ่ยลาพร้อมกับหายตัวไปในทันที
ต้นยามโฉ่ว จวนหลี่อ๋อง
หลี่ฟางฟางสาวเท้าก้าวเดินไปมาในห้องของตนเองอย่างร้อนใจ มือข้างหนึ่งถูกยกขึ้นมากัดไปที่ปลายเล็บ ท่าทีที่แสดงออกถึงความร้อนรนเมื่อเวลาล่วงเลยไปมากโข แต่ยังไม่มีผู้ใดกลับมารายงานตนว่าสิ่งที่นางสั่งไปเป็นเยี่ยงไร
“ยามไหนพวกมันจะกลับมา!”
น้ำเสียงบ่งบอกถึงอารมณ์ที่โกรธเกรี้ยว ทำให้เหล่าข้ารับใช้ถึงกับสะดุ้งโหยง จนทุกนางต่างส่งสายตาไปทางเฉียวเยว่ เพื่อเป็นการขอร้องให้ช่วยยับยั้งแรงอารมณ์ของท่านหญิงหลี่ฟางฟางเสียที ก่อนที่พวกนางจะโดนสิ่งของภายในห้องขว้างใส่อย่างที่เคยโดน
“ท่านหญิง มิมีเหตุใดที่ท่านจะต้องกังวลเลยเจ้าค่ะ ท่านส่งนักฆ่าฝีมือดีไปมากเพียงนั้น แค่สตรีสิ้นไร้บุญวาสนาผู้เดียวคงมิยากนัก” เฉียวเยว่เอ่ยขึ้นเพื่อให้ท่านหญิงคลายโทสะลงตามที่สาวใช้คนอื่นๆ คะยั้นคะยอให้นางทำ
“อย่าให้พลาดก็แล้วกัน ข้าจะไม่ไว้ชีวิตพวกมันเป็นแน่” หลี่ฟางฟางมีแววตาอาฆาต ทว่าความรู้สึกที่คุ้นเคยบางอย่างก็กลับมาอีกครั้งเมื่อนางรู้สึกได้ถึงบางอย่าง
ตุ้บ!
เสียงบางสิ่งบางอย่างตกกระทบพื้นห้อง จากนั้นเพียงชั่วเวลาต่อมาก็ทำให้นางถึงขั้นเบิกตากว้าง