องค์หญิงฉานชิงทรงไม่ชอบพิธีรีตอง ดังนั้นการเดินทางไปนานกิงต้องไม่ให้เอิกเกริก พระนางจึงปลอมพระองค์เป็ชายแบบชาวยุทธ์สั่งให้องค์รักษ์และผู้ติดตามเดินทางไปก่อนโดยให้ทุกคนปลอมตัวเป็ขบวนพ่อค้าเพื่อป้องกันอันตรายระหว่างเดินทาง ส่วนพระองค์จะเสด็จตามไปทีหลัง
พระนางเสด็จไปถึงโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง และได้พบกับบัณฑิตหน้าตาดีท่านหนึ่งมีนามว่าหลินยี่ ฉานชิงมองออกว่าเขาเป็ผู้หญิงที่แต่งเป็ชาย หลินยี่ดูเด่นมาก แลเป็ผู้ดีมีฐานะมีความรู้ แต่ไม่มีวรยุทธ์ ฉานชิงเห็นก็แอบเป็ห่วงกลัวว่านางจะมีภัยเลยคอยมองอยู่ไกลๆ (โดยการนั่งอีกโต๊ะที่อยู่ห่างออกไป)
ทันใดนั้นมีนักเลงกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยมเหลือบไปเห็นหลินยี่เข้า ก็มุ่งตรงเข้ามาหาเื่หลินยี่พยายามใช้สติปัญญาเพื่อหาทางเอาตัวรอด
“ท่านทั้งหลาย พวกเราไม่ได้มีความแค้นต่อกันเหตุใดพวกท่านต้องมาหาเื่ข้าด้วย” หลินยี่กล่าวอย่างใจเย็น
“จากการแต่งตัวของเ้า เ้าต้องเป็ลูกคนรวยแน่ๆยังไงเ้าให้อัฐข้าใช้หน่อยเป็ไง ขนหน้าแข้งเ้าไม่ร่วงหรอกน่า” นักเลงกล่าว
“พวกท่านรู้หรือไม่มันผิดกฎหมายนะกับการขู่กรรโชกทรัพย์น่ะ” หลินยี่ขู่
“ขู่กรรโชกที่ไหนกัน เป็การแบ่งอัฐกันใช้เฉยๆ” นักเลงอีกคนเถียง
หลินยี่ปฏิเสธไม่ยอมให้ พวกนักเลงจึงเดินเข้ามากะจะรุมทำร้ายหลินยี่
ฉานชิงทนไม่ได้ รีบเข้าช่วยเหลือทันทีฉานชิงใช้วรยุทธ์เข้าต่อสู้และใช้สันกระบี่เข้าทำร้ายพวกมันทำให้พวกนักเลงหมอบราบคาบ และพากันวิ่งหนีไป
“ขอบคุณท่านมาก ท่านคือ…” หลินยี่ทำท่าคารวะผู้มีคุณ
“ข้าคือฉานชิง เป็ชาวยุทธ์พเนจรคนนึงน่ะเ้าเป็หญิงและไม่มีวรยุทธ์ มันอันตรายมากนะกับการเดินทางคนเดียวแบบนี้” ฉานชิงกล่าว
“เ้าเองก็เป็ผู้หญิงเหมือนกันนั่นแหละถึงข้าไม่มีวรยุทธ์แต่ข้าก็มีปัญญา ข้ารู้อยู่แล้วว่ายังไงเ้าก็ต้องเข้ามาช่วยข้าอยู่แล้วเ้าจับตาดูข้าตลอดเลยนี่นา” หลินยี่กล่าวอย่างรู้ทัน
“ก็ได้ เ้าเก่ง แล้วเ้าคือ”ฉานชิงอยากรู้จัก
“ข้า คือ หลินยี่ เป็ลูกพ่อค้าน่ะข้าต้องพบปะผู้คนมากมายทำให้มองออกว่าใครเป็ยังไง เลยทำให้ข้าสามารถเอาตัวรอดได้แม้ไม่มีวรยุทธ์” หลินยี่อวด
“จริงอยู่...เ้ามีปัญญาแต่เ้าแต่งตัวดีเกินไปมันเป็ที่สนใจมากสำหรับโจรผู้ร้ายนะ” ฉานชิงสำรวจเพื่อนคนใหม่
“ข้าต้องดูดีเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตามน่ะ”หลินยี่กล่าวยิ้มๆ
“จ้าจ้า หลินยี่แต่ไม่ใช่ว่าที่ไหนๆก็จะมีผู้ที่จะมาคอยช่วยเหลือเ้าตลอดเวลานะ” ฉานชิงส่ายหน้า
“แล้วเ้าเดินทางไปที่ไหนน่ะ ฉานชิง” หลินยี่สอบถาม
“ข้าจะไปนานกิง”
“งั้นข้าขอติดตามเ้าไปด้วย นี่ไงข้าก็จะมีเ้าคอยเป็องครักษ์ให้ข้าอย่างไรเล่า ฉานชิง 555” หลินยี่อยากมีเพื่อนเดินทาง
“เ้าจะตามข้าไปทำไมล่ะ ที่นั่นก็ไกลเกือบติดชายแดนอีกอย่าง ข้าไปทำงานนะไม่ใช่ไปเที่ยว ไม่สามารถพาเ้ากลับมาส่งที่เมืองหลวงได้หรอก”ฉานชิงไม่อยากให้ใครต้องมาลำบากติดตามนาง
“พาข้าไปด้วยเถิด ข้าขอร้องเ้าจะปล่อยให้ข้าเกิดอันตรายระหว่างทางงั้นหรือ” หลินยี่อ้อนวอน
“งั้นเ้าเล่าความเป็มาของเ้าให้ฟังก่อนข้าจะพิจารณาดูอีกที” ฉานชิงต้องรู้ประวัติของผู้ติดตาม
หลังจากนั้นหลินยี่ก็เล่าความเป็มาทุกอย่างให้ฟัง
ตัวหลินยี่นั้นเป็ลูกพ่อค้า คอยติดตามพ่อเดินทางไปหลายที่เพื่อทำการค้าขายดังนั้นนางจะเก่งในการมองคน การใช้คำพูดเพื่อเจรจาการค้าขาย และการใช้คำพูดอย่างฉลาดเพื่อเอาตัวรอดแต่มีวันหนึ่งที่พ่อของหลินยี่้าให้นางแต่งงานกับลูกชายพ่อค้าอีกคนเพื่อส่งเสริมเื่การค้านางรู้ว่าชายคนนั้นเป็คนไม่เอาไหนแถมหวังฮุบสมบัติของพ่อหลินยี่ หลินยี่พยายามพูดขอร้องกับพ่อและบอกเป้าประสงค์ร้ายของชายคนนั้นแล้วแต่พ่อของนางกลับไม่ยอมรับฟังนางเลย หลินยี่เลยหลบหนี ปลอมตัวเป็ชายในใจเป็ห่วงพ่อเกรงเกิดภัยเมื่อตนจากไป จึงทิ้งจดหมายให้พ่อ ใจความขอโทษที่หนีไปและเตือนให้พ่อระวังชายคนนี้ ทำนายว่าคนนี้จะเป็อย่างไรต่อไป และเขาจะทำอย่างไรต่อไป
ฉานชิงรู้สึกเห็นใจหลินยี่อย่างมากและคิดว่ายังไงนางก็หนีการแต่งงานอยู่ดี อีกอย่างไม่อยากให้หลินยี่เกิดอันตรายอีกเลยยอมให้หลินยี่ติดตามไปด้วย แต่ฉานชิงก็แอบสงสัยว่าทำไมหลินยี่ถึงไว้ใจคนแปลกหน้าอย่างนาง
“แล้วเ้าไม่กลัวข้าเหรอ…หลินยี่ข้าไม่อาจเล่าความมาของข้าให้เ้าฟังได้” ฉานชิงต้องปิดบังตัวตน
“ข้ามองออกว่าเ้าเป็คนดี ไม่ว่าเ้าอยู่ฐานะใดหรือเป็ใคร และจะทำอะไรในอนาคต ข้าก็คิดว่าสิ่งนั้นต้องเป็ประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแน่นอน”หลินยี่กล่าวอย่างมั่นใจ
“เ้าประเมินข้าสูงเกินไปแล้วล่ะ” ฉานชิงกล่าว
หลังจากนั้นทั้งสองก็เดินทางไปด้วยกันในระหว่างทางหลินยี่ได้สอนวิธีการมองคนและวิธีการพูดเพื่อเอาตัวรอดโดยไม่ต้องใช้กำลังโดยบอกว่า
“เ้าไม่จำเป็ต้องใช้กำลังตลอดเวลาเลยปัญญาเท่านั้นที่ทำให้เราพบกับความสำเร็จ”หลินยี่กล่าวอย่างนักปราชญ์
เนื่องจากระหว่างทางได้พบปะผู้คนมากมาย รวมทั้งโจร นักเลงดังนั้นหลินยี่จึงสอนวิธีการปลอมตัว ทั้งชายแก่ หญิงชาวบ้าน เป็ต้น ฉานชิงได้เรียนรู้อะไรมากมายจากหลินยี่แม้กระทั่งวิธีการสื่อสารโดยใช้นกพิราบสื่อสาร
เมื่อถึงนานกิงหลินยี่ได้รู้ฐานะที่แท้จริงของฉานชิงว่าเป็องค์หญิง หลินยี่รีบคุกเข่าขอโทษนางเพียงแต่รู้ว่าฉานชิงมีฐานะไม่ธรรมดา แต่นึกไม่ถึงว่าจะเป็ถึงองค์หญิง
องค์หญิงฉานชิงตรัสว่า “ข้าเห็นเ้าเป็เพื่อนคนหนึ่ง อย่าได้กังวลสิ่งใดเพราะนั่นข้าเป็คนปิดบังเ้าเองข้าเพียงหวังว่าเ้าจะเห็นข้าเป็เพื่อนคนหนึ่งเหมือนกันในเมื่อเ้าได้ตัดสินใจติดตามข้ามาแล้ว เ้าพร้อมที่จะอยู่กับข้าที่นี่หรือไม่”
“หม่อมฉันพร้อมอยู่กับพระองค์ที่นี่เพคะองค์หญิงอยากให้หม่อมฉันทำอะไรก็กล่าวได้เลยเพคะ” หลินยี่กล่าว
หลังจากนั้นองค์หญิงฉานชิงจึงกล่าวแผนการทั้งหมดให้หลินยี่ฟังโดยฉานชิงจะปลอมตัวเข้าไปทำงานในสถานฝึกแพทย์หญิงโดยบอกกล่าวกับอันฉีซึ่งเป็ขุนนางที่ปกครองสถานฝึกแพทย์หญิงเรียบร้อยแล้วและกำชับอันฉีห้ามบอกให้ใครรู้เื่ฐานะที่แท้จริงของพระองค์เด็ดขาดและให้หลินยี่อยู่ประจำที่ประทับขององค์หญิงที่นี่โดยหากใครจะขอเข้าเฝ้าให้กล่าวกับคนนั้นว่าองค์หญิงไม่สะดวกให้เข้าพบนอกจากนี้ยังมอบหมายให้หลินยี่มีหน้าที่สำรวจนานกิงทั้งภูมิประเทศและผู้คนในเมืองนานกิงทั้งหมด โดยองค์หญิงฉานชิงจะแอบออกมาหาหลินยี่เพื่อปรึกษาหารือเื่ราวต่างๆเกี่ยวกับนานกิงและสถานฝึกแพทย์หญิงเป็ระยะๆหลินยี่ได้แปลงโฉมฉานชิงเสียใหม่เพื่อไม่ให้ใครจำองค์หญิงได้อย่างไรก็ตามหลินยี่ได้ถามว่า
“เหตุใดพระองค์ถึงไม่ให้หม่อมฉันเข้าไปสืบในสถานฝึกแพทย์หญิงแทนล่ะเพคะ”หลินยี่สงสัย
“เ้าเก่งในเื่การมองคนข้าจึงอยากให้เ้าอยู่สำรวจดีกว่า และอีกอย่างเ้ามีบุคลิกที่ดีมากการที่เ้าเข้าไปอยู่ในสถานฝึกแพทย์ เ้าซึ่งเด่นเกินไป นอกจากสืบอะไรไม่ได้แล้วคนยังจะเขม่นเ้าอีกด้วยล่ะ 555” องค์หญิงตรัส
“แหม…พระองค์เพคะ จะทรงชมหม่อมฉันเฉยๆก็ไม่ได้ต้องมีเหน็บแนมกันด้วย”