[FanFic Percy Jackson รุ่นลูก] สายเลือดแห่งโพไซดอนที่หายสาบสูญ [รีไลฟ์]

    ตอนที่ 122 สตรีศักดิ์แห่งอาณาจักรเอราเซียน [2]

    ตอนที่ 122สตรีศักดิ์แห่งอาณาจักรเอราเซียน [2]

            ความรู้สึกบางอย่างจากโกรอสหญิงทำให้โพรทาเลียรู้สึกมวนท้องไปหมดดวงตาสีเหลืองเขียวกำลังจับจ้องเธอเหมือนกำลังมองทุกสิ่งที่เธอกระทำอยู่ทะลุปรุโปร่งแต่สิ่งที่เธอไม่เข้าใจนั้นอีกฝ่ายเป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์แล้วต้องปิดปังร่างกายด้วยชุดที่คล้ายกับชุดหญิงสาวชาวกรีกแต่มีผ้าคลุมหัวแบบยาวและมีผ้าขาวบางปิดตั้งแต่จมูกลงระดับเดียวกับผ้าคลุมหัวแต่ดวงตาของอีกฝ่ายทำให้เธอรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครแต่ก็ไม่คาดคิดเช่นกันว่าอีกฝ่ายที่เคยดูแลเธอจะเป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์ช่างเป็นนามที่ควรส่งเสริมให้เธอเป็นพระแม่จริง ๆ องค์ราชาหันไปเอ่ยพูดกับสตรีศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังเดินมาอยู่ตรงหน้าของมนุษย์หญิง

             

            “มิเรีย สตรีศักดิ์สิทธิ์ของอาณาจักรเอราเซียนเอ๋ย~อย่างที่เจ้าได้ยินทั้งหมด มนุษย์ผู้นี้ต้องการจะยืมพลังของเจ้า”

            “เจ้าค่ะ...”

            “แล้วเจ้าจะ...-” องค์ราชากำลังจะเอ่ยถาม

            “หม่อมฉันยอมให้นางยืมพลังของข้าเจ้าค่ะ!!” มิเรียเอ่ยขึ้นมาเสียก่อนที่องค์ราชาจะถาม

             

            !!!

             

            ทุกคนได้ยินคำตอบนั้นของสตรีศักดิ์สิทธิ์ต่างก็ตกตะลึงกันไปตาม ๆกันอย่างงุนงงที่ตัวนางตอบอย่างนั้นโพรทาเลียก็เช่นกันไม่นึกอีกฝ่ายจะยอมช่วยเธอเหมือนสมัยที่เธอยังเด็กแต่จากสีหน้าของคนรอบข้างคงไม่ยอมให้เธอยืมพลังง่าย ๆ เป็นแน่แต่ก็ไม่ทันคิดอะไรผู้ติดตามขององค์ราชาก็กล่าวขึ้นมาด้วยความไม่พอใจต่อสิ่งที่สตรีศักดิ์สิทธิ์กล่าวออกมา

             

            “ไม่ได้!! ท่านจะยอมให้มนุษย์ผู้นี้ยืมพลังของสตรีศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ขอรับองค์ราชา!!”

            “ใช่!! นางมาร้ายหรือเปล่าก็ไม่รู้ จู่ ๆ ก็มาขอกันง่ายๆ พวกเราไม่ใช่โรงทานที่จะแจกอะไรให้ใครฟรี!!แล้วยิ่งเป็นพลังของสตรีศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่ของฟรีที่จะขอกันง่าย ๆ”

            โพรทาเลียได้ยินก็ถึงกับจุกไปเลยเธอก็ไม่ได้จะขอฟรี ๆแต่ว่าเธอนั้นยังไม่ได้เสนอเลยว่าจะให้อะไรตอบแทน แต่ก็มีลูกเสริมเข้ามาอีก

            “จริงด้วยขอรับท่านจะไว้ใจมนุษย์ตัวสูงตรงหน้าได้อย่างใดเกิดนางเห็นของท่านแล้วลักพาตัวท่านไปจะทำไง!!”

            “ใช่ ๆ!!”

            “เราไม่ยอม!! เราไม่ยอม!!”

             

            พวกผู้ติดตามต่างตะโกนเป็นเสียงเดียวกันยิ่งทำเอาโพรทาเลียที่อยู่ตรงนั้นไม่ชอบใจจริงๆ ดีที่พวกนี้ตอนอยู่ที่ปราสาทไม่อยู่กันแปลว่าพวกนี้น่าจะตายไปแล้วก่อนจะมาที่ปราสาทแต่แล้วสายตาของโพรทาเลียก็เหลือบไปเห็นสายตาอันไม่พอใจของหญิงสาวตรงหน้าที่กำลังกำหมัดแน่นอย่างไม่ชอบใจถึงภายใต้ผ้าคลุมนั้นจะไม่เห็นสีหน้าอารมณ์แต่ดวงตานั้นช่างเด่นชัดว่าเจ้าตัวนั้นกำลังรู้สึกอันใดจนโพรทาเลียนั้นรู้สึกหน้าซีดเลยว่าพวกนี้กำลังทำให้แม่ตัวน้อยของเธอกำลังโกรธสุดๆ

             

            ‘พวกนี้ตายแน่...’ โพรทาเลียคิด

             

            มิเรียค่อย ๆ หมุนตัวไปหาพวกผู้ติดตามพร้อมกับน้ำเสียงอันเย็นยะเยือก “ขอโทษนะ!!”

            พวกผู้ติดตามขององค์ราชาต่างเงียบแล้วหันไปมองสตรีศักดิ์สิทธิ์ที่เอ่ยบางอย่างขึ้นแต่เสี้ยววินาทีนั้นดวงตาอันอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นแข็งก้าวขึ้นมา

            “พวกท่านกล้าขัดคำพูดของข้า ก็แปลว่ากล้าขัดสาส์นจากทวยเทพใช่ฤๅ ไหม เจ้า ค่ะ?”

            “ทวยเทพ!!”

             

            ทุกคนได้ยินแบบนั้นก็ต่างพากันเงียบกริบไปในทันใดโพรทาเลียรู้เลยว่าพวกนี้กลัวทวยเทพแค่ไหนก็หมายความว่าพวกนี้ก็นับถือเทพกรีกคงต้องระวังอย่าให้ทวยเทพรู้เรื่องของเธอเยอะดีกว่าแต่ทว่าคำพูดของสตรีศักดิ์สิทธิ์มันตงิด ๆ อยู่ในใจของเธอชอบกลก่อนที่องค์ราชาจะมองลูกน้องของตนที่ทำอะไรไม่คิดเอาแต่โวยวายอันดับแรกเป็นเขาเองก็รำคาญใจในตัวพวกนี้เช่นกัน

             

            “ได้ยินกันแล้วใช่ไหม? พวกเจ้า...เทพอะพอลโลส่งสาส์นถึงสตรีศักดิ์สิทธิ์แต่พวกเจ้ากล้าขัดอีก?”

            “ขออภัยขอรับองค์ราชา”

            “พวกกระหม่อมมิทราบว่าเป็นสาส์นจากทวยเทพ...”

            “งั้นจนเลิกต่อว่าผู้มาเยือนซะ!ก่อนที่เราจะสั่งให้พวกเจ้าไปอยู่ในห้องเอกสารไปอีกหลายสัปดาห์!!”

            ทุกคนได้ยินแบบนั้นก็นิ่งเงียบไปเลยเหมือนกลัวว่าตนเองจะต้องไปห้องเอกสารเพื่อทำงานกันต่ออีกสตรีศักดิ์สิทธิ์พอใจกับคำพูดขององค์ราชาที่เข้าข้างเธอก่อนที่เธอจะเดินเข้าหามนุษย์ตรงหน้า

            “เอาล่ะ เด็กน้อยตามเรามา เราหาที่เงียบ ๆคุยกันดีกว่าว่าเจ้าต้องการอะไรจากเรากันแน่?”

            “เชิญท่านนำเราไปก่อนเลย ท่านมิเรีย”

             

            มิเรียหมุนตัวไปข้างหลังพร้อมกับเดินก้าวไปข้างหน้าโดยไม่สนใจผู้คนมากมายยืนอยู่เต็มไปหมดพวกนั้นเห็นเธอก็รีบหลบชิดมุมกันหมดโพรทาเลียเห็นแบบนั้นก็แอบอดขำไม่ได้ก่อนจะเดินตามอีกฝ่ายเข้าไปยังปราสาทใหญ่ที่อยู่ข้างหน้าใหญ่ผู้คนรอบเมืองต่างมองมาที่เธอด้วยความสนใจประตูปราสาทเปิดออกก็มีคำกล่าวว่าใครมาจนเธอสะดุดกับสองชื่อที่เธอไม่เห็นว่าเดินนำหน้าก่อนที่เธอจะหันไปมองข้างหลังก็เห็นทั้งสองคนเดินตามโดยที่ผู้คนมองกันอย่างสงสัยว่าองค์ชายกับองครักษ์ทำไมถึงเดินอยู่ท้ายสุดแทน

             

            ‘น่าอายเป็นบ้า...ทำอย่างกับเราเป็นคนสำคัญซะงั้น!!’ โพรทาเลียคิด

             

            พวกเขาทั้งสี่คนเข้าไปภายในปราสาทก็เดินไปตามเส้นทางอันหลากหลายจนกระทั่งไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่โพรทาเลียก็รู้สึกปลอดภัยมากขึ้นแล้วจนเธอนั้นรู้สึกว่าต้องพูดอะไรเสียหน่อยก่อนจะไปถึงสถานที่ที่เธอไม่คุ้นเคย

            “ฉันขอถามอะไรสักอย่างหน่อยสิ”

            “หือ?” มิเรียหันไปมองอีกฝ่ายที่เอ่ยพูดขึ้นเธอก็หยุดตามอีกฝ่ายที่หยุดเดิน

            สองหนุ่มโกรอสสงสัยว่าทำไมจู่ ๆมนุษย์สาวถึงมีคำถามอะไรระหว่างเดินตรงไปยังสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ของอาณาจักร

            “มีอะไรจะถามข้างั้นฤๅ”

            “ที่ท่านบอกว่าทวยเทพส่งสาส์นมานั้น...คงเป็นเรื่อง...โกหกใช่ไหม?”

            “!?”

            มิเรียได้ยินคำพูดนั้นก็ตะลึงเล็กน้อยจนหนุ่ม ๆโกรอสที่ได้ยินคำพูดอันไม่น่าฟังของมนุษย์สาวก่อนที่หนึ่งในนั้นจะตะโกนเอ่ยพูดขึ้นมาเสีย

            “เจ้า!! กล้าพูดเยือนนั้นกับสตรีศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างใด!!มากล่าวหาว่าคนของเรา!! พวกผู้อาวุโสพูดถูกมนุษย์ผู้นี้ไม่น่าไว้ใจ!! องค์ชาย!!”

            เจคอบมองมนุษย์หญิงอย่างสงสัยแต่คนที่น่าสงสัยดันเป็นคนที่ไม่ตอบโต้แต่อย่างใดอย่างมิเรียมากกว่าจนเขานั้นหันไปมองด้วยสายตาเศร้าหมองเล็กน้อย

            “มิเรีย! มนุษย์ผู้นี้...พูดหมายความว่าไง?”

            “องค์ชาย!! ไปถามท่านมิเรียทำไม!? ต้องถามเจ้ามนุษย์สาวผู้นี้สิ!!”

            “เงียบซะ!! จอห์น!!”

            “อึ้ก!!”

            มิเรียหันไปมองเจคอบที่กำลังมองด้วยสายตาที่ขอว่าอยากให้เธอไม่โกหกเขาอีกหญิงสาวไม่ได้สนใจโกรอสหนุ่มที่ถามตนเองก่อนที่นางจะหันไปมองมนุษย์สาวด้วยสายอันอ่อนโยน

            “เจ้ารู้ได้เยือนใดว่าข้านั้นโกหก?” มิเรียเงยหน้ามองมนุษย์สาวตรงหน้า

            ทำให้สองหนุ่มตะลึงกับคำพูดของมิเรียว่าเธอโกหกเรื่องสาส์นจากทวยเทพอย่างงั้นเหรอ

            “ฉันสัมผัสได้ล่ะนะว่าท่านไม่ได้ติดต่อกับอะพอลโลแล้วคำพูดของท่านนั้นดูเหมือนเป็นน้ำเสียงที่อยากให้เรื่องพวกนี้จบไว ๆและออกจากที่แห่งนั้น”

            คำอธิบายของโพรทาเลียนั้นทำเอาหนุ่ม ๆ ต่างตะลึงสิ่งที่มนุษย์กล่าวออกมาตรงกับนิสัยของมิเรียที่ไม่ชอบอะไรที่น่ารำคาญเธอชอบรุกและไม่ยอมที่จะพลาดสิ่งที่น่าตื่นเต้นเท่าไหร่

            “หึ ๆ ทำไมข้ารู้สึกว่าเจ้ารู้จักนิสัยของข้ากัน”

            “อ๊ะ...ก็...” โพรทาเลียไม่กล้าบอกว่าเธอรู้จักอีกฝ่ายในอนาคต

            “ลำบากพูดก็ไม่ต้องกล่าวก็ได้...ฤๅว่าเจ้านั้นเกี่ยวข้องกับท่านเทพเหรอ?”

            “อ๊ะ!! ฉันไม่มีความเกี่ยวข้องกับพวกเขานะ!!” โพรทาเลียรีบปฏิเสธทันที

            “เหรอ...?” มิเรียมองอีกฝ่ายที่รีบปฏิเสธอย่างรวดเร็ว

            “มิเรีย!!”

            มิเรียหันไปมองทางชายหนุ่มทั้งสองแล้วคนตะโกนดันเป็นจอห์นองครักษ์ขององค์ชาย

            “เจ้าไม่ควรกระทำแบบนั้นนะ!!การโกหกสำหรับสตรีศักดิ์สิทธิ์เป็นเรื่องไม่ดีนะ!!”

            “ใครจะสนยังไงข้าก็ทำบ่อย ๆ อยู่แล้ว”

            “มิเรีย!!”

            “ถ้าเจ้าไม่หุบปากของเจ้า จอห์น ข้าจะไม่คุยด้วย!!”

            “!!”

            จอห์นได้ยินแบบนั้นก็เงียบทันใดเพราะตนเองไม่อยากให้อีกฝ่ายเกลียดตนเองโพรทาเลียเห็นก็นึกสภาพสองสามีภรรยาคู่นี้ทะเลาะกันจริง ๆแต่ก็ทำให้เธอนึกถึงอดีตจริง ๆ

            “หึ คุณนี่น่า...จะอดีต ปัจจุบันหรืออนาคตก็ไม่เปลี่ยนไปจริง ๆ นะ”

             

            !!!

             

            โกรอสทั้งสามได้ยินแบบนั้นก็ตะลึงอีก คำพูดอีกฝ่ายช่างแปลกเหมือนบอกว่ารู้จักมิเรียมาก่อนจนจอห์นต้องเอ่ยถามออกมาอย่างสงสัย

            “เดียวนะ!! เจ้าพูดแบบนั้นหมายความว่าไง!?” จอห์นเอ่ยถามขึ้น

            “หือ?” โพรทาเลียหันหน้าอีกฝ่ายที่ถามขึ้นมา “ขอโทษที ฉันพูดมากกว่านี้ไม่ได้ล่ะนะ”

            “เจ้า!!”

            จอห์นได้ยินแบบนั้นก็ไม่พอใจคำพูดอีกฝ่ายจนอยากจะกระโจนเข้าหาแล้วเค้นความลับจากอีกฝ่ายออกมาแต่ว่าคนข้าง ๆ เขาก็ยกมือมาห้ามไม่ให้เขาขยับไปไหน

            “พอเถอะ จอห์น...”

            “แต่ว่า...องค์ชาย!!”

            “เจ้าจะเซ้าซี้มนุษย์ผู้นี้ทำไม!? เจ้าน่าจะรู้คำตอบนะว่านางไม่ยอมกล่าววาจาใดแน่ ๆ”

            “แต่นางพูดออกมาแบบนั้นมีหรือที่ใครจะไม่สงสัยล่ะขอรับ!!ข้าไม่ชอบคำพูดของนางผู้นี้!!!!”

            “จอห์น!!”

            “พอกันทั้งสองคนนั้นแหละ!!ข้ายอมให้พวกเจ้าเดินตามมาก็บุญแล้วนะถ้ายังกล่าวคำพูดเสียมารยาทต่อแขกของข้าก็ไสหัวทั้งสองไปให้พ้น!!”

            โกรอสหนุ่มทั้งสองถึงกับคอตกที่อีกฝ่ายกล่าวแบบนั้นทำเอาความเป็นองค์ชายกับองค์รักษาหายไปพริบตาเพียงเพราะโกรอสหญิงตรงหน้องค์ชายเงยหน้ามองมิเรียด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

            “มิเรีย...”

            “ข้ายังไม่หายโกรธหรอกนะ”

            มิเรียทำสีหน้าเหมือนไม่พอใจบางอย่างก่อนที่เธอจะหมุนตัวเดินไปข้างหน้าต่อเจคอบได้ยินแบบนั้นก็คอตกกว่าเดิมโพรทาเลียที่อยู่ตรงนั้นก็ชักสงสัยล่ะว่าผู้ใหญ่สามคนมีความความลับอะไรหรือเปล่าแต่เธอนั้นรู้สึกว่ามันไปทางเชิงที่เธอเคยเห็นในทีวี

             

            ‘อืม...หรือว่า...รักสามเส้าเหรอ?’ โพรทาเลียคิด

             

            สายตาของโพรทาเลียเป็นประกายเธอคิดเลยว่าเจคอบต้องชอบมิเรียแต่มิเรียไม่สนใจแล้วหันไปรักจอห์นแทนแน่ ๆ แต่ปัจจุบันมิเรียก็แต่งงานกับจอห์นไปแล้วนี้สิโพรทาเลียรู้สึกสงสารเจคอบจริง ๆแต่ความรักของคนสองคนเธอไม่สามารถไปขัดขวางอะไรได้นั้นล่ะ ความรักของใครของมันเหมือนความรักของเธอที่เปิดใจให้ชายที่เธอรู้จากได้ไม่นานแต่ข้างในมันกับรู้สึกรักเขามากกว่าที่เธอรู้จักเขา ตอนนี้เธอส่ายหน้าเบา ๆก่อนจะเดินตามมิเรียไปทันใด

             

            เส้นทางข้างหน้าเหมือนเปลี่ยนไปจากสีน้ำตาลจากดินทรายเป็นทรายสีขาวเหมือนงาช้างโพรทาเลียจ้องมองข้างหน้าที่มีรูปปั้นค่อนข้างใหญ่คล้ายมนุษย์เพศชายทำให้รู้เลยว่าเป็นใครพวกเขามาหยุดที่ประตูใหญ่สีขาวงาช้างประตูเปิดออกอย่างช้า ๆโดยไม่มีผู้ใดมาเปิดให้พวกเขาเดินกันเข้าไปข้างในที่ลักษณะคล้ายโบสถ์ใหญ่ที่มีพื้นที่ที่ใหญ่พอที่จะบรรจุคนได้หลายคนแต่พอเงยหน้าขึ้นแสงสว่างบางอย่างก็สาดส่องเข้ามาผ่านดวงตาของโพรทาเลียเธอยกมือขึ้นปัดแสงนั้นแต่สายตาก็เห็นภาพตรงหน้าอันเด่นชัดกับรูปปั้นขนาดใหญ่คล้ายรูปปั้นข้างนอกแต่รูปปั้นนี้สูงใหย่กว่าตัวข้างนอกเท่านั้น ทำเอาคิดเลยว่าเทพอะพอลโลช่างเป็นที่เคารพสำหรับโกรอสพวกนี้

             

            “พวกคุณดูเหมือนจะนับถือชายผู้นี้จริง ๆ นะ”

            “เทพอะพอลโลเคยช่วยพวกเราจากโรคร้ายไว้ได้แถมเขายังมอบพลังของสตรีศักดิ์สิทธิ์ให้กับตระกูลของมิเรียด้วย!!”จอห์นกำลังกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

            ทุกคนต่างมองจอห์นที่เกริ่นขึ้นมาอย่างยกย่องมิเรียจนเจ้าตัวเขินอายที่ชายหนุ่มสรรเสริญแบบนี้โพรทาเลียเห็นก็นึกถึงช่วงเวลาที่สามีภรรยาคู่นี้จีบกันจริง ๆทำเอาเจคอบที่มองอีกฝ่ายอย่างไม่ชอบใจจริง ๆ

            “อะแฮ่ม...ก็ตามที่จอห์นกล่าวนะ...เรานับถือชายผู้นั้นเป็นอย่างมากเพราะเขาเป็นผู้มีพระคุณของเรา”

             

            ‘ผู้มีพระคุณ? บางอย่างในตัวอะพอลโลก็มีทั้งดีและไม่ดี...ไม่งั้นเมื่อหลายปีก่อนคงไม่โดนบิดาของตนเองลงทัณฑ์เป็นแน่...แล้วก็...’

            โพรทาเลียยกมือของตนขึ้นมามองหลังมือที่มีตราสัญลักษณ์เรียงกันตราของอะพอลโลมีขึ้นมาแต่มันจางจนเกือบมองไม่เห็น

            ‘นายยังไม่ยอมรับสินะ...แต่ว่าฉันจะทำให้นายยอมรับในตัวฉันให้ได้ธีเอมัส...’

             

            มิเรียหันกลับไปที่รูปปั้นใหญ่พร้อมกับกุมมือภาวนาสรรเสริญบางอย่างก่อนที่จะถอดผ้าคลุมออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นผมลอนสีดำเข้มกับผิวกายสีฟ้าที่ตัดกับเส้นผมอันงดงาม โพรทาเลียเห็นก็รู้สึกคุ้นเคยว่าคนนี้แหละคือคนที่เธอรู้จักตั้งแต่สมัยเด็กๆ ทำให้เธอนึกถึงช่วงที่เธอกำลังทนทุกข์ก็มีโกรอสสองสามตนเข้ามาช่วยรักษาและป้อนอาหารให้เธอทานอ้อมกอดจากคนไม่รู้จักทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นและหวาดกลัวต่อสิ่งที่เกิดขึ้น โพรทาเลียเงยหน้าขึ้นไปทางอื่นไม่ให้พวกนี้เห็นว่าเธอร้องไห้ออกมาเล็กน้อย

             

            มิเรียที่เห็นอีกฝ่ายทำท่าทางแปลก ๆ ก็มองเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามบางอย่างออกมาหลังจากรอเวลาสักหน่อย

            “เอาล่ะ...เจ้าอยากยืมพลังของเรา…อยากให้ข้าทำอะไรให้?”

            “ช่วยรักษาคนคนหนึ่งให้ฉันได้ไหม?”

            “หือ?”

             

            สิ้นคำพูดนั้นโพรทาเลียก็นำลูกแก้วโปร่งใสออกมาจากกระเป๋าคาดเอว พวกโกรอสเห็นสิ่งนั้นก็ระแวงว่าหยิบลูกแก้วออกมาทำไมโพรทาเลียดึงตัวของเจสันออกมาจากลูกแก้วก็ทำให้ทุกคนเห็นร่างกายของชายที่ทั้งบอบช้ำและบาดเจ็บของมนุษย์เพศชายที่พวกเขาไม่รู้จักมิเรียสั่งให้อีกฝ่ายนำตัวคนเจ็บมาวางที่แท่นสูงโพรทาเลียอุ้มเจสันด้วยท่าเจ้าหญิงใครเห็นเธออุ้มอีกฝ่ายคงตกใจที่เธอสามารถอุ้มชายคนหนึ่งได้อย่างใดแต่อย่าลืมว่าโพรทาเลียนั้นเป็นมากกว่าหญิงสาวร่างบางเธอต้องพบอะไรมาเยอะแค่ร่างของชายหนุ่มคนเดียวก็แค่ถุงถั่วถุงหนึ่งเท่านั้น

             

            มิเรียตรวจสอบร่างกายของมนุษย์เพศชายที่ชีพจรยังเต้นอยู่แต่สภาพเขาดูไม่ได้เลยจริงๆ

            “มนุษย์ผู้นี้ไปเจอศึกอะไรมา?”

            “เอ่อ...เขาโดนยิงกับตกจากที่สูงนะ...”

            “อาการสาหัสแบบนั้นยังรอดมาได้อีก?” มิเรียเงยหน้ามองอีกฝ่ายที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

            โพรทาเลียได้ยินคำถามนั้นก็ไม่กล้าพูดต่อเลยว่าอีกฝ่ายตอนนี้มีเพียงร่างเท่านั้นที่อยู่ตรงนี้วิญญาณเธอต้องไปพาอีกฝ่ายมามิเรียกำลังตรวจสอบบางอย่างนั้นก็มีสิ่งบางอย่างดลใจให้เธอหันไปมองโพรทาเลียที่อยู่ตรงหน้าทันใด

            “จงเปิดทางอันตรายเพื่อนำชายผู้นี้กลับมาซะ!”

            น้ำเสียงของมิเรียเปลี่ยนเป็นเสียงทุ้มเข้ม โพรทาเลียได้ยินแบบนั้นก็ตะลึงพร้อมกับมองอีกฝ่ายยอย่างสงสัยดวงตาของมิเรียกลายเป็นสีขาวสว่างทำให้เธอเห็นรู้สึกว่ามีคนอยู่ในร่างของมิเรีย

            “คุณเป็นใคร!?”

            “หึ ๆ” รอยยิ้มบนใบหน้าของมิเรียทำให้ดูน่าขนลุกหน่อยๆ “เจ้าน่าจะรู้จักข้านะ...สาวน้อยปริศนา”

            โพรทาเลียได้ยินแบบนั้นก็ขมวดคิ้วทันใด คนที่เธอไม่อยากเจอดันมาอยู่ตรงนี้อย่างรวดเร็วสายตาของเธอหันไปทางพวกโกรอสหนุ่มที่ตอนนี้นั่งลงไปคุกเข่าไปแล้วเพื่อเคารพอีกฝ่ายเธอจ้องมองอีกฝ่ายอีกครั้ง

            “อะพอลโลสินะ”

            “หึ ๆ ถูกต้อง ช่างน่าแปลกใจเจ้าเป็นใครแล้วทำไมถึงมีตราสัญลักษณ์ของเราอยู่บนศีรษะ”

            โพรทาเลียได้ยินแบบนั้นก็จับศีรษะของตนเองที่อีกฝ่ายเล่นมาจับตอนนั้นแล้วมาสร้างสัญลักษณ์บนหัวของเธอตามใจชอบจนพวกเทพตนอื่นต่างก็มาทำจุดต่างๆ ตามร่างกายของเธอเพื่อบ่งบอกว่าเป็นพ่อแม่บุญธรรมของเธอโพรทาเลียหยีตามองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าไม่พอใจ

            “ออกจากร่างนี้ซะ!! ฉันไม่ได้ว่างมาสนทนากับท่าน!!”

            “แล้วคิดว่าข้าว่างนักฤๅ? ข้ากำลังเตือนเจ้าเด็กน้อยรีบตามหาวิญญาณของชายหนุ่มคนนี้ก่อนที่ไม่นานเขาจะหมดลมหายใจ!คนของข้าก็จะไม่สามารถรักษาเขาได้!”

            “!!”

             

    จบตอนที่ 122 โปรดติดตามตอนที่ 123 ต่อไป

    คล้ายกับเรื่อง[FanFic Percy Jackson รุ่นลูก] สายเลือดแห่งโพไซดอนที่หายสาบสูญ [รีไลฟ์] ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808