บทที่ 25 ออกแบบแปลนก่อสร้าง
หลังหมดพักเที่ยง ซ่งเฉียวและหยางกุ้ยก็มาพบกันที่หน้าโรงงานประปา
หยางกุ้ยยืนตัวตรงอยู่ที่หน้าประตู ในมือถือสมุดบันทึกไว้เหมือนเดิม ซ่งเฉียวทักทายเขา ทั้งสองเดินสำรวจรอบโรงงานประปาหนึ่งรอบ จากนั้นก็เดินดูไปตามแผนที่สำรวจพื้นที่พลางมุ่งหน้าไปทางเขตที่พักอาศัย
"ทำเลนี้ถูกเลือกเพราะมีพื้นที่ต่ำและอยู่ใกล้ทะเล ส่วนเขตที่พักอาศัยและเขตสำนักงานของเราอยู่บนพื้นที่ที่สูงกว่า โดยเฉพาะเขตที่พักอาศัยอยู่ไกลจากทะเลที่สุด ดังนั้นการวางท่อน้ำจึงค่อนข้างยุ่งยาก" หยางกุ้ยอธิบายให้ซ่งเฉียวฟังขณะเดิน
จริงอย่างที่ว่า ทางไปเขตที่พักอาศัยเป็ทางลาดขึ้น จากแผนที่แสดงให้เห็นว่าจุดที่สูงที่สุดมีความต่างระดับถึงสองเมตรกับจุดที่ต่ำที่สุด
"ถ้าอย่างนั้น ต่อน้ำประปาเข้าไปที่เขตสำนักงานน่าจะมีความเป็ไปได้มากกว่า" ซ่งเฉียวขมวดคิ้วพูดตามตรง
ตอนนี้ทั้งสองเดินมาถึงพื้นที่ราบ ตรงจุดเชื่อมต่อระหว่างเขตสำนักงานกับเขตที่พักอาศัย มีคนแก่หลายคนพาเด็ก ๆ มาเล่นในบริเวณนี้ ซ่งเฉียวยืนอยู่ริม ๆ มองดูพื้นที่ราบสลับกับมองไปยังเขตที่พักอาศัยที่อยู่ไม่ไกล
ทันใดนั้นเธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงถามหยางกุ้ยว่า "จากถนนเส้นนี้ไปถึงทะเลไกลแค่ไหนเหรอคะ?"
"ถ้าเดินก็ประมาณครึ่งชั่วโมงครับ"
"ก่อนหน้านี้มีการวางท่อให้โรงอาหารใช่ไหม?" เธอถามอีกครั้ง
หยางกุ้ยพยักหน้า
ก่อนหน้านี้เพื่อความสะดวกในการทำอาหารของแผนกโภชนาการ พวกเขาได้ฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อวางท่อให้โรงอาหาร และเนื่องจากโรงอาหารอยู่ใกล้ทะเล จึงได้วางท่อระบายน้ำเสียด้วย
หยางกุ้ยเดาได้ถึงความคิดของซ่งเฉียว ที่จะดึงน้ำมาจากทางโรงอาหาร พวกเขาก็เคยคิดถึงเื่นี้ แม้ว่าเมื่อเทียบกันแล้วโรงอาหารจะอยู่ใกล้กว่าและสามารถดำเนินการได้ แต่น้ำจากโรงอาหารมีปริมาณน้อย ถ้าวางท่อเพิ่มอีกเส้น ก็จะไม่มีแรงดันน้ำที่ทำให้น้ำไหลออกมา
เขาอธิบายสถานการณ์ทางโรงอาหารให้ซ่งเฉียวฟัง
"ความคิดของฉันคือ เราสามารถขุดร่องวางท่อน้ำใน่บริเวณนี้ได้ เพราะพื้นที่ราบตรงนี้มีระดับความสูงไม่ต่างจากโรงงานประปามากนัก ส่วนทางเขตที่พักอาศัยสามารถวางท่อไว้บนผิวดินได้เลย ไม่จำเป็ต้องฝังลงไปหรือจะสร้างบ่อน้ำที่ทางเข้าก็ได้ ซึ่งใกล้กว่าโรงงานประปามาก ส่วนท่อระบายน้ำเสียก็ติดตั้งให้เป็ไปตามแรงโน้มถ่วง จะสามารถต่อกับท่อระบายน้ำเสียของโรงอาหารได้เลย"
คำพูดของเธอทำให้หยางกุ้ยเกิดความคิด ก่อนหน้านี้เคยมีการปรึกษาเื่การติดตั้งทั้งระบบน้ำเข้าและน้ำเสียไปพร้อมกัน พอเห็นว่าการทำระบบน้ำเข้าเขตที่พักอาศัยทำได้ยากก็เลยยกเลิกแผนทั้งหมดไป แต่ตอนนี้จะเริ่มแก้ที่ระบบระบายน้ำเสียก่อน ส่วนระบบน้ำเข้าก็พยายามหาจุดที่ใกล้เขตที่พักอาศัยที่สุด
"ระหว่างก่อสร้างสามารถเลือกใช้ท่อระบายน้ำ ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดใหญ่ได้ แบบนี้ก็จะช่วยแก้ปัญหาห้องน้ำของเขตที่พักอาศัยได้ด้วย"
ห้องน้ำในเขตที่พักอาศัยเป็ส้วมหลุม ต้องมีคนแบกไปกำจัดที่ห้องน้ำสาธารณะ ครอบครัวของซ่งเฉียวเพิ่งย้ายเข้ามา จึงยังพอรอได้สักพัก แต่เมื่อเวลาผ่านไปงานนี้ก็จะตกเป็ภาระของพวกเขาทั้งสองคน
ซ่งเฉียวเชื่อว่าซูจงจวินจะจัดการได้ แต่ถ้าเขาต้องออกไปปฏิบัติภารกิจหรือนำทหารไปฝึก งานนี้เธอก็คงต้องแบกรับเอาไว้คนเดียว
ถ้าการเดินท่อน้ำประปาเข้าบ้านครั้งนี้สำเร็จ ก็จะแก้ปัญหาเื่น้ำเสียในชีวิตประจำวันไปได้ด้วยเลย
"พี่สะใภ้ คุณฉลาดจังเลยครับ" หยางกุ้ยตื่นเต้นจนดวงตาเป็ประกาย จ้องมองเธออย่างชื่นชม
ในชีวิตก่อนเวลาทำงานก่อสร้าง เมื่อเธอเสนอแผนงาน ส่วนใหญ่มักจะเจอแต่เสียงคัดค้านมากกว่าเห็นด้วย จู่ ๆ ได้รับคำชมจากหนุ่มน้อยเช่นนี้ ซ่งเฉียวถึงกับรู้สึกเขินอาย
"คุณเขียนแบบแปลนก่อสร้างเป็ไหมคะ?" ซ่งเฉียวทำงานเป็ผู้นำมานาน จึงมีนิสัยชอบมอบงานพื้นฐานให้คนรุ่นใหม่ทำ
ส่วนหยางกุ้ยคิดว่าซ่งเฉียวกำลังทดสอบตัวเอง จึงรับปากทันทีโดยไม่คิดอะไร สัญญาว่าจะส่งแบบแปลนการก่อสร้างให้เธอภายในสามวัน
"งั้นพวกเรากลับไปปรึกษากับเ้าหน้าที่หลิวกันก่อน หอพักของพวกคุณอยู่ในพื้นที่ค่อนข้างต่ำ สามารถต่อท่อจากโรงอาหารมาได้เลย แต่การขุดฝังท่อก็มีค่าใช้จ่าย หรือจะต่อจากพื้นที่ราบตรงจุดเชื่อมต่อก็ได้เหมือนกัน"
หากต้นทุนสูงเกินไป หยางกุ้ยคิดว่าหอพักสามารถสูบน้ำจากเขตที่พักอาศัยได้ อย่างน้อยก็สะดวกกว่าโรงงานประปามาก
ซ่งเฉียวพยักหน้าเมื่อได้ยินและไม่ได้คัดค้านความคิดของหยางกุ้ย
เมื่อกลับไปรายงานผลการสำรวจวันนี้ให้หลิวจวินฟัง พอได้ยินว่าน้ำประปาอาจเข้าไม่ถึงบ้านเรือน หลิวจวินก็หัวเราะเยาะออกมาโดยไม่รู้ตัว แต่เมื่อได้ยินว่าสามารถแก้ปัญหาการระบายน้ำเสียได้ สีหน้าเขาก็เริ่มเปลี่ยน มองซ่งเฉียวด้วยสายตาที่เปลี่ยนแปลงไป และเริ่มพิจารณาความเป็ไปได้ของแผนนี้อย่างจริงจัง
ผู้บัญชาการสั่งให้ร่วมมือกับซ่งเฉียวอย่างเต็มที่ เมื่อเธอเสนอแผนงานที่ดูเป็ไปได้และผู้เชี่ยวชาญอย่างหยางกุ้ยยังเห็นด้วย เขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดช้า ๆ ว่า "ลองทำแบบแปลนมาก่อน เื่นี้ต้องปรึกษากับศูนย์บัญชาการด้วย"
"ต้องใช้เวลานานแค่ไหนคะ?" ซ่งเฉียวถามถึงกำหนดเวลาที่แน่นอน
นิสัยชอบตรวจสอบรายละเอียดในการทำงานของเธอกำเริบอีกแล้ว อยากจะรู้ความคืบหน้าของโครงการให้ชัดเจน เพื่อที่จะตอบได้เมื่อผู้บัญชาการหลิวมาสอบถาม แต่หลิวจวินคิดว่าเธอกำลังก้าวก่ายงาน การให้เธอมีส่วนร่วมในงานนี้ก็ถือว่าผิดกฎอยู่แล้ว จะให้เธอรู้ความคืบหน้าภายในได้อย่างไร?
แต่ซ่งเฉียวไม่รอคำตอบจากเขา เธอหันไปพูดกับหยางกุ้ยตามความเคยชิน "ติดตามเื่นี้สักหนึ่งสัปดาห์นะ ถ้าเป็ไปได้ให้พวกเขาทำตารางขั้นตอนการก่อสร้างมาด้วยค่ะ"
พูดจบ เธอก็หันไปมองนาฬิกาบนผนัง และพบว่าต้องรีบกลับไปทำอาหารเย็นแล้ว
ตอนนี้หยางกุ้ยเชื่อฟังซ่งเฉียวอย่างเดียว พอได้งานใหม่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง เขาพยักหน้าตอบรับอย่างกระตือรือร้น "พี่สะใภ้ครับ คุณวางใจได้ ผมจะคอยดูแลเื่นี้อย่างเต็มที่แน่นอน"
ซ่งเฉียวรู้ว่าหลิวจวินไม่ชอบเธอ จึงไม่อยากคุยกับเขามากนัก เพียงแค่บอกลาคนในห้องอย่างสุภาพ แล้วหมุนตัวเดินออกไป
เมื่อเธอจากไป หลิวจวินก็แค่นเสียงอย่างไม่พอใจ "เธอคิดว่าตัวเองเป็คนสำคัญนักหรือไง!"
หยางกุ้ยไม่เห็นด้วย จึงค้านออกมาทันที "พี่สะใภ้เป็คนเก่งมากนะครับ เธอมีความรู้เื่ตารางการก่อสร้างแบบต่อเนื่องในยุคใหม่ด้วย"
...
เมื่อกลับถึงบ้าน ซ่งเฉียวเริ่มก่อไฟและซาวข้าวเตรียมทำอาหาร ในบ้านไม่มีเนื้อสัตว์เหลือแล้ว คงได้แค่ทอดไข่สองฟองเท่านั้น เธอหยิบตะกร้าไม้ไผ่ที่ใส่ไข่ออกมา แต่เหลือไข่อยู่ในตะกร้าเพียงฟองเดียวอย่างโดดเดี่ยว จึงออกไปดูที่ลานบ้านว่าแม่ไก่ออกไข่หรือยัง
พอไปดูที่เล้าไก่ก็พบว่ามีไข่สองฟองพอดี
พี่สะใภ้ต้วนที่กำลังยุ่งอยู่ในลานบ้านเช่นกันเรียกเธอไว้ แล้วส่งตะกร้าผักป่าสด ๆ ที่เพิ่งเก็บมาให้
"ผักพวกนี้เก็บมาจากหลังเขา หาอยู่ตั้งนานเลย ของพวกนี้เอาไปผัดกับไข่อร่อยนะ" พี่สะใภ้ต้วนรู้ว่าซ่งเฉียวเอาเสบียงอาหารในบ้านส่วนใหญ่มาให้พวกเธอยืม ทำให้มีเหลืออยู่ในบ้านไม่มาก แต่เธอยังไม่ได้ไปที่ร้านค้าสวัสดิการ อีกทั้งบ้านเธอก็มีลูกหลายคน เงินเดือนของสามีก็แทบไม่มีเหลือทุกเดือน ตอนนี้ในบ้านก็ไม่มีคูปองข้าวและคูปองเนื้อแล้ว
ใน่ปลายเดือนที่ข้าวของขาดแคลน พวกสะใภ้ในหมู่บ้านมักจะไปเดินหาของป่าที่เขาด้านหลัง แต่ก่อนพวกเธอก็พึ่งพาอาหารทะเล แต่หลังจากมีการแบ่งเขตทหารใหม่ ชายฝั่งส่วนใหญ่ก็ไม่สามารถเข้าไปได้ ส่วนที่ชาวประมงอยู่เป็เขตโขดหิน พวกเธอที่ไม่มีอุปกรณ์อะไรติดตัวเลย จึงไม่ต้องคิดที่จะไปแถวนั้น
"ตอนแรกตั้งใจจะพาเธอไปด้วย แต่เห็นว่าเธอยุ่งก็เลยไม่อยากรบกวนน่ะ" ตอนนี้ทั้งเขตที่พักอาศัยต่างก็ลือกันจนรู้ไปทั่ว ว่าซ่งเฉียวสามารถย้ายโรงงานประปามาที่นี่ได้ ตะกร้าผักป่านี้ครึ่งหนึ่งก็เป็ของที่สะใภ้คนอื่น ๆ เอามาให้
ซ่งเฉียวก้มหน้าพูดขอบคุณอย่างเขินอาย
ขณะที่กำลังจะเดินจากไป พี่สะใภ้ต้วนก็เรียกเธอไว้อีกครั้งและถามด้วยความห่วงใย "เื่โรงงานประปา..."
เนื่องจากเป็เื่ที่ยังไม่ได้ข้อสรุปอย่างชัดเจน ซ่งเฉียวจึงไม่กล้ารับปากอะไร ตอนนี้ทุกคนต่างหวังว่าเธอจะทำเื่นี้สำเร็จ จะบอกว่าไม่มีความกดดันคงเป็ไปไม่ได้ แต่เพราะเธอสนิทกับพี่สะใภ้ต้วน จึงยิ้มน้อย ๆ พลางพูดว่า "ตอนนี้ยังรอให้แบบแปลนออกมาก่อน และเื่นี้ยังต้องให้ผู้บังคับบัญชาตัดสินใจอยู่อีกค่ะ"
เธอชี้ขึ้นฟ้าพร้อมรอยยิ้ม ดูเป็สาวน้อยที่ทั้งสวยและฉลาด พี่สะใภ้ต้วนถึงกับเอ่ยออกมาว่า "จงจวินได้เธอเป็ภรรยานับว่าเป็โชคดีของเขาจริง ๆ "