ตึง!
ผลกระทบของปีกแห่งแสง เลเวล 1 :การฟื้นฟูพลังชีวิต + 2,500/วินาทีการฟื้นฟูพลังเวทย์ + 2,500/วินาทีพลังชีวิตสูงสุด + 5,000พลังเวทย์ + 5,000พลังโจมตีทั้งหมด + 2,000พลังป้องกันทั้งหมด + 2,000การโจมตีด้วยธาตุทุกธาตุ + 30%การป้องกันทุกธาตุ + 30%ทุกการโจมตีครั้งที่ห้าจะสร้างระเบิดธาตุแสงที่มีรัศมีสามเมตร สร้างความเสียหายเป็นพลังชีวิต 30%
เวลาใช้งาน 30นาที
ตึง!
เนื่องจากท่านเปิดใช้งานปีกแห่งแสง :ผลกระทบด้านคำสาปจะทำให้ท่านฟื้นฟูพลังชีวิตได้สูงสุดเพียง 50%ของทั้งหมด ลดพลังโจมตีลง 30% ลดพลังป้องกันลง 30% ลดพลังป้องกันธาตุลง 30% ความเสียหายที่ได้รับเพิ่มขึ้น 50% ผลกระทบนี้จะอยู่สองชั่วโมง ระยะเวลาใช้งานครั้งต่อไปหกชั่วโมง
"หืม! นี่มันละเอียดมาก ผลกระทบดีมากจริงๆแต่ว่าพอใช้เสร็จแล้วลดสถานะไปเยอะเหมือนกันนะ"
"รีบจบมันเถอะ แสงสังหารปีศาจ"
เมื่อเห็นว่าเควินใช้ท่าพิเศษออกมาเบฟอนก็ร้องคำรามขึ้นอย่างเดือดดาลเขาเองก็คิดว่าการต่อสู้นี้จะง่ายดายกว่านี้แต่ไม่เลย ในที่สุดเขาก็จำเป็นต้องใช้ท่าไม้ตายขั้นสุดยอดถึงแม้ว่าใช้ท่านี้ไปจะขยับไม่ได้สองวันแต่ก็คุ้มค่าที่จะลอง
"รับไปซะ สังเวยโลหิตวายุ"
วายุสีเลือดก่อตัวขึ้น แฝงไว้ด้วยพลังทำลายล้างมหาศาลบรรยากาศโดยรอบพลันบิดเบี้ยวรุนแรงกระแสมิติเริ่มแตกร้าวกลิ่นอายพลังแห่งการทำลายล้างโอบล้อมรอบตัวเควินมันทะยานราวกับเทพมังกรโลหิตที่เกรี้ยวกราดพร้อมที่จะทำลายทุกอย่างได้ตลอดเวลา แต่ว่าทุกอย่างอยู่ในการคำนวณของเควินอยู่แล้วไม่ใช่ว่าเขาประมาทแต่ศัตรูที่โจมตีแฝงไปด้วยพลังแห่งการทำลายล้าง พวกปีศาจและมารอสูรที่เขาต่อสู้ด้วยก็ไม่ได้น้อยหน้า พวกมันยิ่งมีพลังแห่งมิติที่รุนแรงยิ่งกว่า ถ้าหากว่าศัตรูแค่ที่อยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้ยังไม่มีปัญหากำจัดแล้วละก็เขาก็ไม่ควรเป็นผู้บัญชาการหน่วยราชการลับ
แสงสว่างที่เจิดจ้าห่อหุ้มตัวเขาและปลายดาบด้วยความเข้มข้น ทำให้ดูเหมือนแสงศักดิ์สิทธิ์ที่บันดาลมาจากสวรรค์ เขาชักนำธาตุแสงมหาศาลรุกคืบเข้าต่อต้านวายุที่โหมกระหน่ำ
ตูม!!
แรงปะทะของพลังทั้งสองระเบิดเป็นแสงวายุผสมกันก่อพลังทำลายผลักเควินและเบฟอนกระเด็นกระดอนกันไปอีกรอบ
แต่ดูเหมือนทางด้านเบฟอนจะโดนแรงปะทะของแสงและวายุที่รุนแรงจนหมดสติไปในที่สุด เควินเองก็บาดเจ็บไม่ได้ต่างไปจากเบฟอนมากนักแต่เขายังมีผลกระทบของปีกแห่งแสงทำให้พลังชีวิตของเขาเพิ่มกลับมาดังเดิมภายในเวลาอันรวดเร็ว
ในตอนนี้เองทุกคนด้านนอกการปะทะไม่อาจรับรู้ได้ว่าระหว่างการต่อสู้ของเบฟอนและเควินในตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างเพราะหลังจากที่แรงปะทะอันรุนแรงเกิดขึ้นก็เต็มไปด้วยฝุ่นควันมากมายลอยบดบังการมองเห็น โชคดีที่บริเวณภายในตระกูลคาร์เวียที่เป็นบ้านนั้นจะวางบาเรียป้องกันการโจมตีอุนรุนแรงไว้ทุกบ้านภายในตระกูลเอาไว้มิเช่นนั้นก็คงถูกทำลายจากแรงปะทะที่รุนแรงไปแล้ว
ฝุ่นควันเริ่มจางหายไปปรากฎเงาร่างเพียงหนึ่งยังยืนอยู่ ผู้คนโดยรอบต่างพากันโห่ร้องด้วยความยินดีที่เบฟอนกำจัดเควินได้แล้ว ถึงจะเหนือความคาดหมายพวกเขาทั้งหมดไปบ้างที่เควินสามารถต้านการโจมตีของเบฟอนได้
“เหอะ คิดเหรอว่าคนอย่างเจ้านั้นจะทำอะไรข้าได้อย่างนั้นเหรอ”เควินชักฝีเท้าเดินออกไปจากฝุ่นควันที่ค่อยๆจางหายไป เขาเดินออกมาพร้อมแผ่คลื่นพลังที่น่าหวาดกลัวออกกดดันเหล่าฝูงชนที่รายล้อมรอบบริเวณ
เควินฉีกยิ้มอย่างชื่นบาน ทุกคนที่คิดว่าเควินได้พ่ายแพ้ไปแล้วนั้นพลันหน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัดแรงกดดันทำให้พวกเขาทั้งหมดทรุดไปที่พื้น ทันทีที่ฝุ่นควันหายไปจนหมดก็มองไปเห็นร่างของเบฟอนที่นอนสลบไสลไม่ได้สติ พวกเขาทั้งหมดคิดน้อยเกินไปจริงๆข่าวที่พวกเขาได้มาเหมือนบอกว่าเควินพลังหายไปแล้วแต่แล้วทำไมมันเป็นอย่างนี้ไปได้ พวกเขาดูถูกผู้ที่ได้ชื่อว่าวีรบุรุษสีแดงคนนี้ที่อายุเพียงสิบห้าปีมากเกินไป ในโลกผู้ฝึกพลังวิณญาณตามคำกล่าวที่สอนกันมา "อย่าได้ดูถูกสตรี อย่าได้ประมาทคนที่อายุน้อยกว่าตนเอง เราไม่รู้หน้าไม่รู้ใจเขาก็อย่าได้ประมาทต่อมันเป็นอันขาด" บัดนี้พวกเขาทั้งหมดก็เข้าใจอย่างชัดเจน
ตึง!
ภารกิจประจำเสร็จสิ้น:-ท่านได้รับการเลื่อนขั้นทันที 3 เลเวล-ความเชื่อมั่นต่อท่านของ คอเรน เรทีน่า และลาเวเรีย เพิ่มขึ้น : 25
แถบสถานะเลเวล : 1 > 4ขั้น : กำเนิดวิณญาณขั้นหนึ่งชื่อ : เควิน คาร์เวีย (ได้รับการจุติใหม่) ชื่อประจำตัวแวมไพร์ : รอน แวไซอายุ : 15 ปีอาชีพ : ผู้สืบทอดลำดับเจ็ดแห่งเทพราชันจักรพรรดิแวมไพร์ (ได้รับการสืบทอด)เผ่าพันธุ์ : แวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์ คลาส เทพราชันจักรพรรดิ (ได้รับการสืบทอด)ฉายา : วีรบุรุษสีแดงพลังชีวิต : 25,000 > 26,000พลังเวทย์ : 88,888 > 90,000กำลัง : 77 > 82ว่องไว : 102 > 107สติปัญญา : 450 > 455โชค : 144 > 146เสน่ห์ : 80 > 82ค่าสถานะพิเศษจิตวิณญาณ : 100 > 105การโจมตีครั้งแรกจะสร้างความเสียหาย 200% > 205%
พลังโจมตี : 4,500 > 4,506พลังโจมตีจิตวิณญาณ : 3,000 > 3,006พลังป้องกัน : 7,000 > 7,006พลังป้องกันจิตวิณญาณ : 5,000 > 5,006อัตราคริติคอล : 15% -ค่าความเสียหายคริติคอล : 150%ธาตุไฟ : 0ธาตุน้ำ : 0ธาตุลม : 0ธาตุดิน : 0ธาตุแสง : 100 > 106ธาตุมืด : 200
ทักษะดวงตาแห่งสายเลือดแท้ เลเวล 1ก้าวพริบตา เลเวล 1 > 2ความเข้าใจภาษา เลเวล 1เวทมนตร์ เลเวล 1วิชาดาบเวทย์ เลเวล 1วิชามีดสั้นคู่ เลเวล 5 > 6การเติบโตสองเท่า เลเวล -การเรียนรู้สิ่งใหม่ เลเวล สูงสุด
"เควิน พอเถอะหยุดเล่นได้แล้ว"ลาเวเรียกล่าวเตือน
"ถ้าเช่นนั้นขอลาก่อน" ก่อนที่เควินจะเตรียมจะเดินออกไปจากบ้านตระกูลคาร์เวีย เขาก็หันหน้าไปพูดกับป้าเพนกี้ที่กำลังอึ้งอยู่ "ท่านป้า ถ้าหากท่านพ่อกลับมาละก็ฝากบอกด้วยละว่าข้าจะไปทำงานให้องค์จักรพรรดิพร้อมองค์หญิงอาริเชียแล้วก็พาคอเรน เรทีน่า รวมถึงพี่สาวไปด้วยครั้งนี้จะเป็นการเดินทางที่ยาวนาน"
เควินเดินเข้าไปในบ้านคว้ามือของลาเวเรียจากนั้นนำผ้าคลุมปกปิดใบหน้าเอาไว้แล้วเดินจากไปพร้อมคอเรนและเรทีน่าทันที
……….
"เควินหมายความว่ายังไงที่จะไปทำงานให้องค์จักรพรรดิอีกแล้วเจ้าพึ่งจะหายดีนะ" ลาเวเรียแสดงสีหน้ากลัดกลุ้มแฝงไว้ด้วยความเป็นห่วง
"ข้าไม่เป็นอะไรแล้วท่านพี่ คราวนี้อาริเชียจะไปด้วยรวมถึง ท่านพี่ คอเรนและเรทีน่า"
"ข้าด้วยเหรอ"
"ใช่ ท่านพี่ด้วย" เควินครุ่นคิดภายในใจ แล้วจากก็กล่าวออกมา "เมื่อเช้าขณะที่กำลังเดินทางจะมารับท่านพี่ไปฝึก ก็มีนกพิราบของราชสำนักที่สลักพลังวิณญาณส่วนพระองค์เอาไว้ รายละเอียดบอกว่าในอีกสามเดือนให้หลังจากที่ข้าฟื้นฟูร่างกายหายเป็นปกติและสามารถทำให้อาริเชียกลับมาร่าเริงได้ก็ให้ลงไปทางใต้ในฐานะทูตประจำจักรวรรดิเดินทางไปสัมพันธไมตรีกับเผ่าพันธุ์อื่นและประเทศทางตอนใต้โดยนำอาริเชียไปด้วยเพื่อความแน่นอน และจุดสำคัญก็คือพวกเราต้องไปรวบรวมข้อมูลและเอกสารลับของพวกราชวงศ์แถบนั้นเพราะมีบางอย่างที่เชื่อมโยงกับความเป็นไปได้บางอย่าง"
ทั้งสามก็พยักหน้าเพื่อสื่อว่าเข้าใจแล้ว
"คอเรน เรทีน่า ไปเล่ารายละเอียดที่ว่ากับอาริเชียเถอะ สองเดือนต่อจากนี้หากสะสางอะไรเรียบร้อยแล้วให้เธอมาหาข้าพวกเราจะออกเดินทางหลังจากนั้นทันที แล้วก็อย่าลืมไปบอกท่านครูตไว้ด้วยละเผื่อคิดว่าองค์หญิงตนเองหายไปไหนตามหาโดยไม่มีประโยชน์อีก"
เมื่อคอเรนและเรทีน่ารับคำสั่งก็พุ่งหายวับไปในอากาศธาตุทันที
"เจ้าจะไปเร็วขนาดนั้นเลยรึ องค์จักรพรรดิให้เวลาตั้งสามเดือนเชียวนะ"
"ใช่แล้วเวลาย่อมไม่คอยท่า หากไม่ไปตอนนี้แล้วใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยเกินไปมันจะทำให้ฝีมือทดถอยเปล่าๆการไปครั้งนี้มีความสำคัญอย่างมาก"
……….
เมื่อนึกย้อนไปในตอนที่องค์จักรพรรดิส่งกระแสเสียงมาแก่เควินในตอนที่เควินพึ่งรู้สึกตัว
"เสียงนี้เป็นการสื่อสารทางเดียวเควินถ้าหากเจ้าได้ยินเสียงนี้ ให้รับรู้ว่าข้ากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก สามเดือนให้หลังจงพาอาริเชียออกไปจากเมืองหลวงเสียเถอะ ในตอนนี้ข้าคาดว่าเจ้าคงรู้เรื่องไม่ชอบมาพากลบางอย่างแล้วอย่างแน่นอน เมื่อได้ยินเสียงนี้แล้วข้าเกรงว่าถ้าหากอาริเชียยืนหยัดสู้กับพวกขุนนางจอมโลภมากพวกนั้นข้าคิดว่าราชวงศ์คงได้ดับสูญสิ้นชื่อไปอย่างแน่นอน
อย่าคิดว่านี่คือคำสั่งของข้าจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิรุ่งอรุณแต่ให้ถือว่าเป็นคำขอจากพ่อคนหนึ่งที่อยากให้เจ้าได้ปกป้องลูกสาวของตนและฝากไว้กับคนที่ข้าไว้ใจว่าจะสามารถปกป้องเธอได้ตลอดไป ถ้าหากเธอเกิดอยากกลับมาหาข้าขึ้นมา ข้าฝากให้เจ้าจงบอกกล่าวแก่ลูกสาวข้าด้วยว่า "จงฝึกฝนให้ถึงระดับราชาจิตวิณญาณแล้วเจ้าจะได้รู้ความจริงทุกอย่างที่เจ้าอยากจะรู้" สุดท้ายนี้ข้าขอฝากตราสืบทอดให้แก่อาริเชียถ้าหากว่าเธออยากจะขึ้นเป็นจักรพรรดิก็ขอให้เธอบรรลุตามคำบอกกล่าวของข้า"
ความทรงจำบางอย่างที่จักรพรรดิส่งผ่านมาด้วยเวทมนตร์พิเศษแล่นผ่านเข้าไปในหัวเควินทำให้เขาเบิกตากว้างไปชั่วครู่จากนั้นครุ่นคิดคนเดียวอยู่เนิ่นนานในที่สุดก็สามารถตัดสินใจได้
การที่องค์จักรพรรดิจดหมายอย่างเป็นทางการจะมาส่งถึงเขาแต่นั่นมันก็เป็นเพียงแค่จดหมายที่ปลอมแปลงจุดประสงค์ที่แท้จริงไว้ เพราะหากเป็นกระแสเสียงที่ส่งมาก่อนหน้านั้นและความทรงจำบางอย่างนั่นต่างหากที่เป็นจุดประสงค์ที่แท้จริง
………