เสียงกลองศึกดังไปทั่วสนามรบ ทหารมากมายของทั้งแคว้นเหอและแคว้นอู่ต่างสู้รบกันอย่างดุเดือดนานถึงสามวันสามคืนแล้ว พวกเขาเริ่มอ่อนล้าและหิว เพียงแต่หากพวกเขาเผลอแสดงออกว่าอ่อนแรงเมื่อไหร่แล้วล่ะก็ ศัตรูก็คงจะใช้จังหวะนี้สังหารพวกเขาเป็แน่
ฟู่หยุนชิง แม่ทัพหญิงแห่งแคว้นเหอเองก็ใช่ว่าจะไม่เหนื่อยล้า ตอนนี้นางกับหยางไป่เฉียวแม่ทัพของแคว้นอู่สู้รบกันมาโดยต่างคนต่างมีาแเต็มตัวกันไปหมดแล้ว เพียงแต่พวกเขาสองคนเป็ผู้นำทัพ ต่างฝ่ายจึงต่างไม่ยอมที่จะเพลี่ยงพล้ำให้คนของตนเองหมดสิ้นกำลังใจ
รองแม่ทัพของพวกเขาก็ต่อสู้กันใกล้ ๆ กับท่านแม่ทัพของตนเอง ทั้งสองฝ่ายต่างทุ่มเทกายใจใช้วรยุทธของตนเองอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ตอนนี้รองแม่ทัพของแคว้นเหอเป็ฝ่ายได้เปรียบรองแม่ทัพของแคว้นอู่แล้ว เขามาเป็รองแม่ทัพโดยที่ทางบ้านไม่ยินยอม แต่ด้วยความรักแว่นแคว้น เขาจึงอาสาฮ่องเต้ออกรบพร้อมกับฟู่หยุนชิงซึ่งเป็แม่ทัพ ตัวเขาเองไม่เคยคิดเลยว่าการเป็ทหารจะต้องโหดร้ายกับศัตรูมากมายถึงขนาดนี้ เห็นได้จากการที่ต่างฝ่ายต่างตัดคอศัตรูของตนเองจนตกตายไป มีน้อยคนนักที่ตายโดยร่างยังสมบูรณ์ บางคนขาขาดแขนขาดเสียด้วยซ้ำก่อนจะถูกฆ่า เขาเห็นแล้วก็ได้แต่เร่งมือเพื่อที่จะไปช่วยแม่ทัพของเขาซึ่งดูท่าทางว่าจะอ่อนแรงแล้ว ไม่กี่กระบวนท่าที่รองแม่ทัพใช้ไป เขาสามารถโค่นศัตรูตรงหน้าได้แล้ว แต่พอหันไปมองท่านแม่ทัพที่กำลังเพลี่ยงพล้ำ ในใจเขาคิดเพียงว่าทำอย่างไรจึงจะช่วยนางเอาไว้ได้ รองแม่ทัพใช้กำลังภายในของตนเองจนถึงขีดสุดและวิชาตัวเบาที่ล้ำเลิศของตนเองไปยืนอยู่หน้าท่านแม่ทัพของเขา แต่ฝีมือของเขากับแม่ทัพฝ่ายตรงข้ามต่างกันเกินไป รองแม่ทัพถูกดาบฟันจนร่างแทบขาดสะพายแล่ง ฟู่หนิงชิงเห็นเช่นนี้ก็ได้แต่โกรธตนเองที่อ่อนแอ นางรับร่างของรองแม่ทัพพร้อมรอยน้ำตา จากนั้นฟู่หยุนชิงใช้วิชาทั้งหมดที่นางมีอยู่อย่างพร้อมที่จะตายไปกับศัตรูที่ฆ่าคนของนาง
แม่ทัพแคว้นอู่ที่ทุ่มเทฝีมือชั่วชีวิต ไม่คิดว่าจะมีคนเข้ามาขวาง ตอนนี้เขาหมดสิ้นเรี่ยวแรงแล้วจึงได้แต่ใช้พลังชีวิตที่เหลืออยู่รับกระบวนท่าอันรุนแรงของฟู่หยุนชิง นางที่กำลังโกรธมากมีหรือที่แม่ทัพแคว้นอู่จะสู้กับนางได้ เขามองรองแม่ทัพซึ่งถูกฆ่าไปก็ได้แต่ฝืนรับมือกับฟู่หนิงชิงซึ่งกำลังบ้าคลั่ง
ไม่ถึงยี่สิบกระบวนท่า แม่ทัพแคว้นอู่ก็ถูกฟู่หยุนชิงสังหาร นางะโเสียงดังว่าแม่ทัพแคว้นอู่สิ้นใจแล้ว บรรดาทหารแคว้นอู่ที่ได้ยินต่างมองไปที่จุดเดียวกัน เมื่อพบว่าท่านแม่ทัพสิ้นแล้วจริง ๆ พวกเขาจึงได้แต่ล่าถอยอย่างทุลักทุเล ฟู่หยุนชิงสั่งให้ทหารฝ่ายแคว้นเหอไม่ต้องตามไป เพราะนางเห็นแล้วว่าแต่ละคนเหนื่อยล้าสายตัวแทบขาดขนาดไหน การตามพวกเขาไปยิ่งจะทำให้นางเสียคนไปมากกว่านี้ ตอนนี้กองทัพของนางเหลือน้อยเต็มทีแล้วด้วย นาง้ารักษาชีวิตของทุกคนเอาไว้เสียก่อน
หลังจากศัตรูจากไปได้เกือบครึ่งชั่วยาม ฟู่หยุนชิงสั่งให้ทหารที่เหลือช่วยกันนำร่างของเพื่อนทหารไปฝังรวมกัน ส่วนตัวนางเองนั้นยกร่างของรองแม่ทัพที่ใช้ชีวิตของตนเองช่วยนางเอาไว้พร้อมน้ำตาคลอเบ้า นางไม่คิดจริง ๆ ว่าคนที่เงียบงันเช่นเขาจะใช้ชีวิตเพื่อช่วยเหลือนาง ฟู่หนิงชิงได้แต่ให้ทหารทำโลงศพอย่างดีขึ้นมาเพื่อส่งร่างเขากลับเมืองหลวง การกลับไปของทหารนางครั้งนี้รวมถึงการส่งข่าวเื่การศึกในครั้งนี้ให้ฮ่องเต้รับทราบด้วย ตอนนี้ชายแดนยังไม่สงบ นางไม่สามารถกลับเมืองหลวงโดยไม่มีคำสั่งจากฮ่องเต้ ฟู่หยุนชิงจัดการเื่ราวทั้งหมดภายในสามวันโดยไม่ได้พักผ่อนดี ๆ เสียด้วยซ้ำ
บรรดาทหารของนางเห็นนางที่เป็หญิงยังคงสั่งการพวกเขาอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย พวกเขาที่เป็ชายมีหรือจะยอมเสียหน้าพักผ่อนก่อนนางกัน รองแม่ทัพกวานได้แต่เตรียมการทั้งหมดตามคำสั่งของฟู่หยุนชิง พร้อมทั้งตัวเขาเองที่จะต้องเข้าไปรายงานการศึกกับฮ่องเต้ ฟู่หยุนชิงสั่งให้เขารายงานไปตามความจริงทั้งหมด หากฝ่าาทรงกริ้วก็ให้มาลงโทษนางแทน นางจะรอคำสั่งอยู่ที่ชายแดนแล้วจะรีบกลับไปเมืองหลวงตามที่รับสั่ง แต่ตอนนี้นางยังต้องเฝ้าระวังชายแดนและปกป้องชาวบ้านเสียก่อน
รองแม่ทัพกวานที่อายุมากแล้วได้แต่สงสารฟู่หยุนชิง เขาเองก็คิดว่าฮ่องเต้น่าจะทรงกริ้วอย่างที่นางคาดเดา แต่เขาไม่รู้หรอกว่าฝ่าาจะลงโทษฟู่หยุนชิงอย่างไร ครั้งนี้พวกเขาสูญเสียหนักมาก ไหนจะรองแม่ทัพหลางที่สละชีวิตปกป้องท่านแม่ทัพอีกเล่า เสนาบดีกรมอาญามีหรือจะยอมให้ลูกชายตายเปล่า เขาจะต้องเอาเื่ท่านแม่ทัพของพวกเขาเป็แน่ รองแม่ทัพกวานได้แต่คิดอย่างเศร้าใจ เขาทำงานกับฟู่หยุนชิงมาหลายปีจนรู้ว่ากว่าที่นางจะได้มาถึงจุดที่ได้เป็แม่ทัพไม่ง่ายนัก นางต้องฝ่าฟันทั้งคำครหาและการไม่ได้รับการยอมรับจากเหล่าขุนนาง แต่เนื่องจากฝีมือวรยุทธของนางที่สูงส่งที่สุดในแคว้นเหอแห่งนี้ ฮ่องเต้จึงไม่มีทางเลือกและส่งนางมาที่ชายแดนในตอนที่แม่ทัพคนเก่าถูกสังหารไปก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว
ฟู่หยุนชิงหลังจากสั่งการทั้งหมดเสร็จสิ้นจึงได้เข้าไปพักผ่อนเพื่อรอข่าวจากเมืองหลวงในอีกไม่กี่วันที่จะถึง ที่นี่เป็ชายแดนตะวันออกซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองหลวงมากที่สุด หากชายแดนแห่งนี้ถูกตีแตก แน่นอนว่าศัตรูย่อมเข้าสู่เมืองหลวงได้อย่างง่ายดาย นางจึงได้ทุ่มเททุกอย่างเพื่อปกป้องชายแดนแห่งนี้โดยไม่สนใจว่าตนเองจะตกตายหรือไม่
รุ่งเช้าวันต่อมา รองแม่ทัพกวานออกเดินทางพร้อมทหารอีกสิบนายเพื่อกลับเมืองหลวง พวกเขาเดินทางได้ไม่เร็วนักเนื่องจากต้องนำโลงศพของรองแม่ทัพหลางกลับไปด้วย แต่อย่างไรระยะทางของชายแดนถึงเมืองหลวงก็เพียงแค่ใช้เวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น
ระหว่างที่ฟู่หยุนชิงรอคำสั่งของฮ่องเต้อยู่ที่ชายแดน เมืองหลวงในตอนนี้กลับไม่สงบเนื่องจากข่าวการศึกที่มาจากชายแดน โดยเฉพาะเสนาบดีกรมอาญาที่รู้ว่าลูกชายสุดที่รักของตนเองสละชีพในศึกครั้งนี้ เขาถวายฎีกาเอาผิดฟู่หยุนชิงที่ไม่ปกป้องลูกน้องของตนเอง แต่กลับให้ลูกชายของเขาเป็คนปกป้องนางจนต้องตายไป
ฮ่องเต้ได้แต่หนักใจ ใช่ว่าเขาอยากจะลงโทษฟู่หยุนชิงที่ปกป้องชายแดนเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด เพียงแต่หากเขาไม่ลงโทษนาง ต่อไปใครจะกล้ามารับใช้เขาเล่า อีกอย่างก่อนที่นางจะได้รับตำแหน่งแม่ทัพในคราวนี้ เป็เขาที่ฝ่าฝืนคำเตือนของบรรดาขุนนางแล้วส่งนางพร้อมทั้งหลางจวิ้นไปสู้ศึกที่ชายแดนในครั้งนี้ อีกทั้งคราวนี้แคว้นของพวกเขาสูญเสียทหารมากกว่าครึ่ง ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน พวกเขาจึงจำเป็ต้องเชือดไก่ให้ลิงดูเพื่อไม่ให้ใครเอาเป็เยี่ยงอย่าง
เหล่าขุนนางที่ไม่ชอบฟู่หยุนชิงอยู่แต่เดิมต่างถวายฎีกาให้นางฆ่าตัวตายเพื่อรับความผิด ฮ่องเต้ต่อสู้กับพวกขุนนางอยู่นานถึงสามวัน กว่าที่เขาจะต้องร่างราชโองการอย่างจำใจ คราวนี้เขาได้แต่ต้องขอโทษฟู่หยุนชิงที่ต้องเอาชีวิตนางเสียแล้ว ไม่อย่างนั้นขุนนางเหล่านี้คงไม่ไว้หน้าเขาแน่แล้ว
สองสัปดาห์ต่อมา แม่ทัพคนใหม่พร้อมขันทีประจำพระองค์ก็มาถึงค่ายทหารชายแดน ขันทีประกาศราชโองการให้ฟู่หยุนชิงกลับเมืองหลวงไปรับโทษที่ทำให้แคว้นเหอสูญเสียมากมายกว่าที่แม่ทัพผู้อื่นเคยรักษาชายแดนมา แม่ทัพคนใหม่นี้ไม่ใช่ใครที่ไหน เขาเป็บุตรชายเสนาบดีที่รอโอกาสจะเป็แม่ทัพมานานมากแล้ว ครั้งนี้เขาจึงมาที่นี่อย่างภาคภูมิใจที่ผู้หญิงอย่างฟู่หยุนชิงหลุดจากตำแหน่งเสียที เขากับนางต่อสู้กันมาตลอดหลายปีเพื่อตำแหน่งนี้ แต่ที่สุดแล้วเขาต้องเพลี่ยงพล้ำให้นางอยู่ตลอด ซึ่งสำหรับเื่กลศึกนั้นเขาเก่งกว่านาง ส่วนฝีมือการต่อสู้เขาด้อยกว่านางมากนัก
ฟู่หยุนชิงรับราชโองการมาจากขันทีพร้อมกับมอบสินน้ำใจให้เขา นางรู้ดีว่าจะต้องเจออะไรเมื่อกลับไปถึงเมืองหลวง แต่ตอนนี้จิตใจของนางยังไม่สงบจากสิ่งที่เพิ่งประสบมา ยิ่งเื่ของรองแม่ทัพหลางที่สละชีพเพื่อนาง ยิ่งทำให้ฟู่หยุนชิงฝันร้ายมาหลายคืนแล้ว นางได้แต่ขอโทษเขาในฝันที่ไร้ฝีมือจนทำให้เขาต้องตกตายไปเช่นนี้
ขันทีเฒ่าเมื่อเห็นว่านางยังสงบนิ่งอยู่ทั้งที่ต้องกลับไปรับโทษก็ได้แต่นับถือนางซึ่งเป็ผู้หญิงคนเดียวในค่ายทหารแห่งนี้ เขารู้ดีว่ากลับไปแล้วนางต้องรับโทษอย่างไร เขาเองก็ไม่ต่างจากฮ่องเต้ที่เสียดายคนเก่งเช่นนาง หากครั้งนี้นางไม่วางแผนการรบผิดพลาดจนทำให้มีคนตกตายมากมายเช่นนี้ ฮ่องเต้ก็คงไม่ลงดาบกับนาง
ฟู่หยุนชิงกลับไปเก็บสิ่งของไม่นานก็ออกมาพบขันทีเฒ่า นางแจ้งว่าพร้อมที่จะเดินทางแล้ว และให้คนไปเอาม้าศึกของนางมา ขันทีเฒ่าไม่คิดว่านางจะออกเดินทางทันทีเช่นนี้ทั้งที่พวกเขาเพิ่งมาถึง แต่ในเมื่อนาง้า เขาที่เป็แค่ขันทีเฒ่าก็ได้แต่ต้องทำตามความ้าของนาง
ขบวนเดินทางครั้งนี้เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ฟู่หนิงชิงซึ่งไม่นำพากับชีวิตตนเองแต่แรกนั้นนิ่งสงบที่สุดในขบวนเดินทางแล้ว ขันทีเฒ่ายิ่งมองนางก็ยิ่งสงสาร แต่เขาไม่รู้จะช่วยนางได้อย่างไร เพราะขนาดฝ่าาออกหน้าว่าจะลงโทษเพียงแค่เบาะ ๆ ซึ่งทำให้พวกขุนนางต่างไม่พอใจจนถวายฎีการ่วมกันว่าพวกเขา้าให้นางตายเพื่อชดใช้ความผิด รวมทั้งต่อไปจะไม่มีแม่ทัพหญิงอีก ฮ่องเต้ที่ถกเถียงกับพวกเขามานานจึงถูกมัดมือชกให้ปะานางด้วยยาพิษเช่นนี้
เมื่อถึงวังหลวงแล้ว ฟู่หยุนชิงก็เข้าเฝ้าฝ่าาทันที บรรดาขุนนางทั้งหลายที่รู้ข่าวั้แ่หน้าประตูเมืองเองก็เข้าเฝ้าฝ่าาด้วยเช่นกัน พวกเขาอยากเห็นจุดจบของฟู่หยุนชิงว่าจะเป็อย่างไร
ฮ่องเต้ได้แต่นึกเสียใจที่เขาต้องทำเช่นนี้ เขาได้แต่ฝืนให้ขันทีเฒ่าอ่านราชโองการปะานางด้วยยาพิษอย่างเศร้าสร้อย โดยตัวฮ่องเต้เองไม่แม้แต่จะมองหน้าฟู่หยุนชิง ส่วนพวกขุนนางทั้งหลายต่างก็ยิ้มอย่างพอใจที่แคว้นของพวกเขาไม่มีผู้หญิงเป็แม่ทัพอีกต่อไป ด้วยความคิดคร่ำครึของพวกเขาเองที่เห็นว่าฟู่หยุนชิงไม่เหมาะที่จะทำหน้าที่นี้แต่แรกแล้ว
หลังจากฟังราชโองการจบ ฟู่หยุนชิงก็กล่าวน้อมรับราชโองการเสียงดังฟังชัด พร้อมทั้งรับถ้วยยามาจากนางกำนัลที่ยื่นให้นาง นางกำนัลเองก็ได้แต่น้ำตารื้นด้วยความผิดหวังที่ฝ่าาตัดสินโทษให้ท่านแม่ทัพต้องกลืนยาพิษเช่นนี้ ก่อนที่ฟู่หยุนชิงจะกลืนยาพิษ นางกล่าวขอพระราชทานอภัยกับฮ่องเต้ที่ทำให้พระองค์ทรงผิดหวัง รวมทั้งกล่าวว่าทางศัตรูเองก็สูญเสียไม่น้อยเช่นเดียวกัน นางคาดว่าอีกหลายปีนับจากนี้จะยังไม่มีการรุกรานจากข้าศึกเป็แน่ หลังพูดจบนางก็กล่าวลาฮ่องเต้และแสดงความเสียใจที่นางไม่สามารถรับใช้พระองค์ได้อีกในชาตินี้ จากนั้นนางก็กลืนยาพิษทันทีโดยที่นางมองไม่เห็นเลยว่าฮ่องเต้เองก็ได้แต่กลั้นน้ำตาที่ต้องสูญเสียคนดีมีฝีมือเช่นนางไปเช่นเดียวกัน
หลังจากฟู่หยุนชิงตายแล้ว เหล่าขุนนางต่างชื่นชมในพระปรีชาของฮ่องเต้อย่างมากมาย ฮ่องเต้ที่ไม่มีอารมณ์ฟังคำเยินยอของพวกเขาได้แต่โบกมือให้พวกเขาออกไปจากวังเสีย ส่วนศพของฟู่หยุนชิงเขาก็ให้ขันทีนำไปจัดการตามประเพณี เพราะฟู่หยุนชิงเป็เด็กกำพร้าที่เขาเคยช่วยเอาไว้จนนางฝึกฝนตนเองอย่างหนักเพื่อที่จะตอบแทนความเมตตาของเขานั่นเอง