17
อย่าให้ผู้ใดเห็น
หนึ่งชั่วยามก่อน
“เ้าเอานี่ไปซ่อนไว้ในห้องนอนของเจียงถิงถิง อย่าให้ผู้ใดเห็น” ซ่งเยี่ยนฟางกล่าวกับหลินซาง พลางยื่นปิ่นหยกขาวประดับมุกงดงามมองด้วยสายตาก็รู้ว่าปิ่นนี้มีค่ายิ่งนัก หลินซางยื่นมือไปรับมาด้วยท่าทีแปลกใจปิ่นนี้คือปิ่นหยกที่นายหญิงรองของตนเองรักมาก เพราะเป็สิ่งของแทนใจยามต้องพบกันหลายปีก่อนและนายหญิงของนางก็เก็บรักษามันไว้เป็อย่างดี
“นายหญิงรองปิ่นนี้นายหญิงรักมากไม่ใช่หรือเ้าคะ”
“เพราะข้ารักมันมากน่ะสิ จึงต้องใช้ปิ่นนี้ท่านพี่จึงจะจำมันได้ เ้ารีบไปได้แล้ว หากเลยอาหารเช้าไปผู้คนจะมากตาม” กล่าวเสร็จก็โบกมือไล่สาวใช้ให้รีบออกไปเพราะกลัวหยุนฮ่าวหรานจะมาได้ยินเข้า นี่ก็ใกล้ได้เวลากินข้าวแล้วอีกครู่เดียวสามีก็คงจะมาหาดังเช่นทุกวัน แต่ผ่านไปหนึ่งก้านธูปก็ไม่มีแววว่าหยุนฮ่าวหรานจะมาเลย นางนั่งมองอาหารมากมายบนโต๊ะด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“ท่านพี่คงอยู่ในห้องหนังสือ ป่านนี้คงตรวจบัญชีจนลืมเวลาไปแล้วกระมัง” เสียงเล็กกล่าวลำพังก่อนจะหันไปบอกสาวใช้สองคนที่ยืนรอปรนนิบัติอยู่หน้าประตู หากเขาไม่มานางไปหาเองจะเป็อะไรไป
“ข้าจะไปหาท่านพี่ที่ห้องหนังสือพวกเ้านำอาหารพวกนี้ไปอุ่นแล้วยกอาหารตามไป ข้าจะไปดูท่านพี่ก่อน” สาวใช้ทั้งสองค้อมตัวรับคำสั่งก้มหน้าปล่อยนายหญิงรองที่มีอำนาจมากกว่านายหญิงใหญ่อย่างเจียงถิงถิงให้เดินผ่านออกไป ท่าทีน้อบน้อมของคนงาน คนรับใช้ในบ้านทำให้ซ่งเยี่ยนฟางได้ใจ ยิ่ง่ที่หยุนฮ่าวหรานรับนางเข้าเรือนและตามใจนางเสียจนนางไม่ต่างจากฮูหยิน คนงานทุกผู้ในเรือนจึงถือเอานางเป็นายหญิงของเรือน
ทำให้เจียงถิงถิงที่เป็ฮูหยินต้องระเห็จจากเรือนกลางไปยังเรือนข้างอย่างเสียไม่ได้…
“คารวะนายหญิงรอง” บ่าวรับใช้หน้าห้องหนังสือเอ่ยทักเมื่อเห็นว่านายหญิงรองยื่นอยู่ตรงหน้า คำนับเสร็จก็ยืนรอฟังคำสั่งจากผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็เ้านาย
“ท่านพี่อยู่ในห้องหนังสือหรือไม่” ประตูห้องหนังสือที่ปิดไม่สนิททำให้ซ่งเยี่ยนฟางแปลกใจไม่น้อย หยุนฮ่าวหรานเป็คนขี้ระแวงเขามักจะดูแล้วดูอีก ตรวจแล้วตรวจอีกจนกว่าจะแน่ใจว่าสิ่งต่าง ๆ เรียบร้อยดีจึงจะออกไป ทำให้นางคิดว่าสามีอาจจะยังอยู่ในห้องหนังสือ
“เอ่อ…คือ…นายท่าน”
“หากไม่รีบพูด ข้าจะสั่งโบยเ้าเสีย”
“พูดแล้วเ้าค่ะ นายท่านออกไปกินข้าวกับฮูหยินแต่เช้าแล้วเ้าค่ะ ไม่ได้อยู่ในห้องหนัง…สือ” สาวใช้บอกด้วยน้ำเสียงตระหนกก่อนจะแ่เบาในคำพูดสุดท้ายเมื่อเห็นใบหน้ากรุ่นโกรธของนายหญิงรอง นางชักสีหน้าหลังได้ยินว่าหยุนฮ่าวหรานออกไปกินข้าวกับเจียงถิงถิงั้แ่ฟ้ายังไม่สว่างดี
ไข่ตุ๋นฟักทองร้อน ๆ กลางโต๊ะส่งกลิ่นหอมนุ่มแตะจมูกจนคนมองต้องรีบตักขึ้นมาชิม หยุนฮ่าวหรานทำหน้าเหยเกบิดเบี้ยวเพราะความร้อนระอุจากไข่ตุ๋นเนื้อเด้งในปาก จะคายออกมาก็ไม่น่าดูจึงได้แต่ห่อปากพ่นความร้อนแทน
เจียงถิงถิงหัวเราะในลำคออย่างมีความสุขสะใจที่บุรุษข้าง ๆ มีสีหน้าทุกข์ร้อน ต่างกับอันอี้เฉินที่มีสีหน้าไม่ชอบใจเท่าไรนักเพราะความรู้สึกภายในบอกเขาว่าญาติผู้พี่ของตนหลงเสน่ห์และฝีมือทำอาหารของคนที่เขาเรียกว่าสหายเสียแล้ว
“เ้ายิ้มให้ข้าเช่นนี้ข้าก็ดีใจ”
“หลงตัวเองให้น้อยลงหน่อยเถิด ข้าแค่ยิ้มเพราะสะใจที่ท่านถูกของร้อนลวกปากต่างหาก แล้วเ้าเป็อะไรไปหน้าบูดั้แ่เช้าท้องอืดหรืออย่างไร” กล่าวกับคนเป็สามีเสร็จก็หันไปถามญาติผู้น้องของสามีที่ใบหน้าเรียบเฉยราวกับไม่มีความรู้สึก แต่คิ้วกลับขมวดเป็ปม
เห็นสหายใบหน้าไม่สบอารมณ์เจียงถิงถิงจึงเอื้อมมือที่มีตะเกียบไปคีบหมูเส้นแดดเดียวมาใส่ชามของคนหน้าบูดเพื่อปลอบใจ
“เอาล่ะ เลิกหน้างอแล้วกินข้าวซะ วันนี้มีแต่อาหารที่เ้าชอบทั้งนั้นเลย”
คนที่กำลังคีบไข่ม้วนใส่ปากถึงกับวางตะเกียบลงเมื่อรู้ว่าคนที่ได้ชื่อว่าเป็ภรรยาทำแต่อาหารที่ญาติผู้น้องของตนชอบ รอยยิ้มบนใบหน้าแปรเปลี่ยนไปบึ้งตึงราวกับสลับอารมณ์กันอย่างไรอย่างนั้น
“เ้าก็ง้อข้าด้วยของกินทุกที อยากได้สิ่งใดก็เอาของกินเข้าหลอกล่อ”
“ก็มันช่วยไม่ได้ใครใช้ให้เ้าติดใจอาหารของข้าเล่า” เจียงถิงถิงกล่าวจบก็หัวเราะพร้อมทั้งยื่นชามไปรับเต้าหู้ไข่ทำเองจากอันอี้เฉิน ท่ามกลางอารมณ์คุกรุ่นของผู้เป็สามี
เขาควรทำบางอย่างเพื่อกันญาติผู้น้องให้ออกห่างจากภรรยาและขโมยหนังสือหย่าที่ให้นางไปให้ได้ คิดไปก็คีบอาหารใส่ปากไปถึงใจจะหงุดหงิดเพียงใดแต่อาหารตรงหน้ากลับรสชาติดีจนหยุดกินไม่ได้
หญิงสาวรูปร่างบอบบางค่อย ๆ ขยับตัวแนบไปกับกำแพงเรือนด้านข้างพร้อมทั้งก้าวช้า ๆ ราวกับกลัวผู้ใดจะมองเห็น นางแอบเข้ามาในเรือนข้างอย่างระมัดระวังย่องเท้าผ่านด้านข้างของโถงกินข้าวที่เ้าของคฤหาสน์ ฮูหยินและญาติผู้น้องของหยุนฮ่าวหรานนั่งกินข้าวอยู่ไปเบา ๆ
นางเดินผ่านประตูหลายประตูจนถึงห้องนอนเ้าของเรือนด้านข้าง ช่างโชคดีเสียจริงที่เรือนด้านข้างมีสาวใช้ไม่มาก หน้าห้องนอนของเจียงถิงถิงจึงไม่มีผู้ใดเฝ้า สองเท้าค่อย ๆ ก้าวข้ามธรณีประตูสายตาสอดส่องซ้ายขวาระแวดระวัง พอเข้าไปได้ก็รีบปิดประตูเพื่อไม่ให้ผู้ใดมาพบเข้า
"ไว้ตรงไหนดี" เสียงแ่เบากล่าวกับตนเองนางดึงเอาปิ่นหยกที่ได้ มาถือเอาเดินแตะนั่นแตะนี่หาที่ ๆ จะวางซ่อนปิ่นไว้ได้