ตอนที่ 53 เหลือสิบชีวิต
ท่ามกลางความเงียบสงัด หนึ่งบุรุษก็ได้ตกเป็นจุดสนใจในพริบตา รูปร่างสูงใหญ่ราวสามเมตรต้นๆและร่างกายสุดกำยำดูทรงพลัง ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาเอาการหากผู้ใดได้เข้าร่วมงานรื่นเริงก่อนการประลอง พวกเขาย่อมรู้จักชายผู้นี้เป็นอย่างดี บุรุษที่หาญกล้ากล่าวต่อเจ้าเมืองในเชิงตำหนิติเตียนและเป็นหนึ่งในตัวแทนจากหกจักรวรรดิ ผู้ที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นอัจฉริยะที่แท้จริงและยังสามารถเอาชัยจากอัจฉริยะของสี่แดนเทพมนุษย์ ชายผู้นั้นก็คือ "โททัช"
ชื่อ:มาซู ปิกซู(เพศหญิง) อายุ:15ปี เผ่าพันธ์:ฮิวเมน(เชื้อกษัตริย์) อายุขัยโดยธรรมชาติ:200ปี เลเวล:1,908 พลังกาย:60,778 พลังเวทย์:620,011 อาชีพ:ธิดาแห่งธรณี
มาซูสหายคนสนิทของโททัชและยังเป็นเพื่อนสมัยเด็ก พรสวรรค์และความแข็งแกร่งที่เธอมีไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่าชายหนุ่มคนนี้เลยสักนิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับทักษะหยั่งรู้ที่เธอมี หญิงสาวมั่นใจในทักษะหยั่งรู้เป็นอย่างมากเนื่องจากมันอยู่ในระดับเก้า หยั่งรู้ระดับเก้าเป็นความสามารถที่ยากจะหาตัวจับได้เพราะเหตุนี้จึงทำให้เธอมั่นใจเป็นอย่างมากว่าไม่มีรุ่นเยาว์คนใดที่จะสามารถปกปิดสเตตัสจากเธอไปได้ ยกเว้นเขาคนนั้นจะใส่อุปกรณ์เวทมนตร์หรือแข็งแกร่งจนเกินบรรยาย ทว่า ไม่ว่าจะมองดูสักกี่ครั้ง ค่าสเตตัสของชายหนุ่มเบื้องหน้าก็มีแต่ความว่างเปล่า
ชื่อ:??? อายุ:??? เผ่าพันธ์:??? อายุขัยโดยธรรมชาติ:??? เลเวล:??? พลังกาย:??? พลังเวทย์:??? อาชีพ:???
มาซูที่เห็นท่าไม่ดีจึงกล่าวเพื่อเตือนสติ "โททัช... เจ้าเอาจริงงั้นหรอ ชายคนนั่นน่ะ เป็นคนที่แข็งแกร่งแบบสุดขั้วเลยไม่ใช่รึไง!!"
"ไม่ต้องเป็นห่วงข้าหรอก ยิ่งศัตรูแข็งแกร่งเพียงใด ข้ายิ่งพัฒนาได้เร็วขึ้น" โททัชกล่าวพลางเผยรอยยิ้มอย่างมีเลิศนัยก่อนชายหนุ่มจะก้าวเดินเข้าหากาติรัสด้วยท่าทางสบายๆ
ทั้งที่มันเป็นงานการประลองแต่กลับไม่มีการต่อสู้เกิดขึ้นเลยราวกับทุกคนได้ลืมสิ่งรอบข้างที่ควรจะเป็นไป ไม่มีใครฟาดฟันหรือกล่าววาจาราวกับตกเข้าสู่ภวังค์แห่งความคิด ใครจะไปคาดคิดว่าคนที่แข็งแกร่งขนาดนี้จะไม่ติดอยู่ในรายชื่อตัวอันตรายประหนึ่งม้ามืด ผู้เข้าแข่งขันเริ่มก้าวถอยห่างออกมาจากชายหนุ่มอย่างไม่รู้ตัวกระทั่งเหล่าอัจฉริยะจากสามตระกูลใหญ่ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัว
กาติรัสพลันสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่เพ่งเล็งมายังเขาจากทั่วทุกสารทิศพลางยืนอยู่กับที่ด้วยความทรนง สำหรับเขาแล้ว พวกมันต่างเป็นได้แค่มดปลวกที่อยู่ในกะลาครอบ ทุกอย่างที่พวกมันกำลังทำราวกับการเล่นของเด็กน้อย หากเปรียบเทียบกับเขาเทคนิคการต่อสู้หรือฝีมือของพวกมันล้วนต่างอยู่ในระดับมดปลวก ไร้คำเปรียบเปรยที่จะนำมาบ่งบรรยายถึงความสามารถของพวกมัน
ผู้คนเริ่มเปิดทางให้กับโททัชอย่างเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางงานประลองที่ไร้การต่อสู้แต่ความสนุกที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้น
กาติรัสที่ได้แต่ยืนอยู่กับที่เพราะลาซิเฟียจึงทำให้ไม่อาจขยับไปไหนได้ไกลมากนัก มันกลายเป็นจุดอ่อนเพราะเขาจำเป็นต้องปกป้องสตรีข้างกายไปพร้อมกัน ทว่า มันก็ไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มดูน่าเกรงขามน้อยลงเลย
ลาซิเฟียที่สัมผัสได้ถึงอันตรายพลันลุกพรวดขึ้นมาพลางกล่าว "ขะ...ข้าดูแลตัวเองได้"
เปรี๊ยะ---
ความรู้สึกเจ็บแปลบพลันพรั่งพรูกระจายไปทั่วทั้งร่างราวกับรอยแผลปริออกพลางสองขาเริ่มสั่นไหวราวกับจะล้มพับได้ทุกเมื่อ "แค่กๆ"
กาติรัสพลันโอบไหล่เข้าประคับประคองร่างกายที่เกือบล้มของหญิงสาวก่อนเอ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงขึงขัง "ข้าบอกว่าอย่าฝืนตัวเอง"
ลาซิเฟียที่เริ่มรู้สึกถึงความไร้ประโยชน์ของตัวเองขึ้นทุกทีพลันเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกผิดแต่ด้วยอาการบาดเจ็บภายในทำให้เธอกล่าวอย่างตะกุกตะกัก "ขะ...ข้าไม่ได้อยากเป็นตัวถ่วงของท่าน" แววตาฉายแววถึงความจริงจังอย่างที่สุด หญิงสาวย่อมรู้สึกผิดที่ต้องมาพึ่งพาคนอื่นทั้งที่มันไม่ใช่เรื่อง ที่แห่งนี้คืองานประลอง เป็นธรรมดาที่ใครอ่อนแอก็ต้องพ่ายแพ้ไป
"ข้าคือกาติรัส... ข้าอยากจะทำอะไรก็ทำ"
เป็นความเอาแต่ใจอย่างแท้จริง ลาซิเฟียรู้สึกอับจนปัญญาจึงได้แต่กล่าวออกไปอย่างสังเวชตัวเอง "ข้านี่บ้าจริงๆ ที่คิดจะใช้เหตุผลเพื่อพูดคุยกับท่าน"
ชายหญิงทั้งสองพูดคุยกันได้อย่างหน้าตาเฉยทั้งที่เวลานี้คือการประลอง โททัชที่รู้สึกราวกับเป็นอากาศธาตุพลันบังเกิดความรู้สึกหงุดหงิดและขุ่นเคือง อย่างน้อยเขาก็มีสายเลือดของนักรบที่มีเกียรติและด้วยระยะห่างระหว่างเขาและชายหญิงทั้งสองซึ่งอยู่ห่างกันเพียงสามเมตร โททัชจึงได้เอ่ยกล่าวออกไปอย่างร้อนใจ
"ข้ามีนามว่าโททัช โปรดกล่าวนามของท่านได้หรือไม่?" โททัชกล่าวถามแม้จะรู้นามของเขาอยู่แก่ใจ
เนื่องจากมันเป็นประเพณีการแนะนำตัวก่อนเริ่มการต่อสู้ซึ่งสิ่งมีชีวิตอันมีสติปัญญาต่างปฏิบัติกันทั่วทั้งโลกต้นกำเนิดเพื่อเป็นการให้เกียรติฝ่ายตรงข้ามและยกย่องว่ามีความแข็งแกร่งที่ทัดเทียมกับตน
กาติรัสที่ดูวุ่นวายอยู่กับลาซิเฟียพลันหันขวับด้วยแววตาที่ให้ความรู้สึกเย็นเยียบก่อนเอ่ยกล่าว "เจ้าคิดว่าตนเองคู่ควรกับนามของข้าอย่างนั้นหรือ?"
การตอบกลับพลันทำให้โททัชมีน้ำโห เส้นเลือดพลันปูดโปดขึ้นทั่วทั้งร่างด้วยความโกรธา เขาไม่ใช่คนที่เยือกเย็นหรือสุขุม เขาเป็นพวกบ้าบิ่นและบ้าการต่อสู้อย่างที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่ดูถูกตน เขาพร้อมเข้าปะทะกับคนแบบนั้นในทุกสถานการณ์
กาติรัสที่คิดว่าจะเกิดการต่อสู้ต้องขึ้นในเร็วๆนี้พลันกล่าวกับลาซิเฟียด้วยน้ำเสียงขึงขัง "อยู่ให้นิ่งนะ"
หญิงสาวพลันนิ่งงันอยู่กับที่ทั้งที่เมื่อครู่มีความคิดที่อยากจะลงจากแท่นประลองอยู่เต็มอก คำกล่าวเหล่านั้นกลับทำให้รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยราวกับได้รับพรปกป้องจากเทพ ทุกคำพูดต่างมีน้ำหนักอย่างบ่งบรรยายไม่ได้และเธอก็เชื่อใจเขา แม้ในใจจะรู้สึกโกรธเกลียดที่ตัวเองไม่สามารถทำอะไรได้เลยก็ตาม
"ท่านรู้ไหมว่าคนที่ดูถูกคนอื่นน่ะมักจะตกตายเป็นคนแรกเสมอ" โททัชกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังแม้ใบหน้าจะนิ่งสงบแต่ในใจกลับร้อนรนและอยากจะบดขยี้ชายหนุ่มเบื้องหน้าให้ตกตายคามือ
กาติรัสกลับเผยยิ้มร่าก่อนเอ่ยกล่าว "มันมีเส้นกั้นบางๆระหว่างผู้แข็งแกร่งมากประสบการณ์และคนหลงตัวเอง"
ขีดความอดทนของโททัชพลันมลายสิ้นก่อนหมัดของบุรุษร่างสูงใหญ่จะถูกปล่อยออกด้วยความรวดเร็ว หมัดทะลวงผ่านอากาศพลันเกิดแรงลมตีโต้กลับ เป้าหมายคือศีรษะศัตรูซึ่งขณะนี้อยู่ห่างเพียงแค่เอื้อมมือ
ฟิ้ว~~~
วืด---
หมัดพุ่งผ่านอากาศไปยังข้างหลังซึ่งใกล้เคียงกับศีรษะของชายหนุ่มที่ห่างเพียงหนึ่งนิ้ว เป็นหมัดพลาดเป้า แม้กาติรัสที่ราวกับยืนอยู่กับที่ไม่ได้ขยับตัว แต่หนึ่งหมัดนั้นกลับพลาดเป้าไปได้อย่างน่าตกตะลึง โททัชพลันตื่นตระหนกด้วยความที่ปล่อยหมดวืดพลันดึงหมัดกลับก่อนชายหนุ่มจะหมุนเอวเล็กน้อยพลันปล่อยหมัดที่สองออกไปด้วยความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
ฟิ้ว~~~
วืด----
เสียงหมัดทะลวงผ่านอากาศพลันดังขึ้นอีกครา หมัดสุดทรงพลังและรวดเร็วพุ่งผ่านอากาศไปยังข้างหลังซึ่งอยู่ห่างจากศีรษะชายหนุ่มเพียงครึ่งนิ้ว เป็นการพลาดเป้าอีกครั้ง ทุกคู่สายตาต่างเป็นประจักษ์ถึงชายหนุ่มรูปงามเบื้องหน้า เขาไม่ได้ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อยแต่หมัดที่รวดเร็วราวกับสายลมก็ได้พลาดเป้าถึงสองครั้งคราราวกับโททัชตั้งใจปล่อยหมัดวืด
บังเกิดเป็นความวิตกกังวลใจชายหนุ่มร่างสูงใหญ่พลันกระโดดถอยห่างออกไปสิบช่วงก้าวด้วยท่าทางสับสน ภายใต้ภวังค์แห่งความคิดใบหน้าพลันแปรเปลี่ยนเป็นตื่นกลัว เกิดอะไรขึ้น!? เหตุไฉนข้าถึงได้ปล่อยหมัดพลาด?!
กาติรัสพลันยิ้มแสยะด้วยความอิ่มเอม ใบหน้าแสดงความปลื้มปิติอย่างหาสาเหตุไม่ได้ก่อนปริปากพูด "ไม่โจมตีข้าแล้วหรือ?"
เสียงเอ่ยกล่าวพลันทำให้ความมั่นใจของโททัชเกิดการสั่นคลอน หมัดของเขาถูกยอมรับในฐานะอัจฉริยะจากทั่วทั้งหกจักรวรรดิกระทั่งอสูรเฒ่าครองนภายังเอ่ยชมถึงหมัดที่มีทั้งพละกำลังและความรวดเร็วที่ยากจะหาคู่ต่อสู้ที่ทัดเทียมในรุ่นเดียวกัน บุรุษรูปงามกลับปลูกเมล็ดพันธ์ุแห่งความหวาดกลัวในจิตใจให้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
"โททัช! ทำอะไรน่ะ!! จริงจังหน่อยสิ!!"
เสียงกล่าวตะโกนของมาซูยิ่งย้ำเตือนสติถึงสิ่งที่เขากระทำ ผูุ้คนต่างเห็นว่าชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ตั้งใจปล่อยหมัดให้พลาดชัดๆ ความหงิดหงุดบังเกิดขึ้นในจิตใจของผู้คนรอบข้าง แค่ปล่อยหมัดใส่เป้านิ่งยังพลาดเป้าหากแค่นี้ยังทำไม่ได้ก็เดินลงจากแท่นประลองแต่โดยดีเถอะ
เหมยหลินพลันโพล่งคำด้วยความหงุดหงิดอย่างที่สุด "เขาตั้งใจปล่อยหมัดพลาดหรือ? เขากำลังเล่นอะไรอยู่กัน?" ชายหนุ่มคนนั้นสามารถเอาชัยจากการวัดศิลาวัดระดับพลังไปได้ เขาถูกยอมรับว่าแข็งแกร่งว่าศิษย์เอกจากสี่แดนเทพมนุษย์! แต่ภาพเบื้องหน้านี่มันอะไรกัน!!
เหล่าปรมาจารย์ที่ต่างเข้าใจเหตุการณ์เบื้องหน้าเป็นอย่างดีถึงกระนั้นพวกเขาก็รู้แค่ว่าชายหนุ่มคนนั้นมีความเร็วที่สูงเอามากๆ เป็นการหลบหมัดที่ทำให้ผู้คนเข้าใจว่าอีกฝ่ายตั้งใจต่อยพลาดเป้า!! ไม่อาจทราบสาเหตุที่เขากระทำเช่นนั้นแต่สิ่งที่ยืนยันได้เป็นอย่างดีก็คือความต่างชั้นของความเร็ว สี่ปรมาจารย์ได้แต่เก็บเงียบงำเพราะกระทั่งพวกเขาก็ยังไม่อาจมองตามการเคลื่อนไหวของชายหนุ่มได้ทัน ไม่เห็นแม้กระทั่งภาพติดตา...
โททัชพลันรู้สึกหงุดหงิดพลันเปิดใช้ทักษะ "สายลมแห่งกษัตริย์" ทักษะเสริมความเร็วพลันถูกร่ายในสามลมหายใจ นัยน์ตาทั้งสองจับจ้องชายหนุ่มเบื้องหน้าไม่กระพริบพลันพุ่งทะยานร่างเข้าหาด้วยความเร็วที่สูงขึ้นกว่าเดิมอย่างยิ่งยวดพลางเกิดกระแสลมอันเกรี้ยวกราดที่ตามติดราวกับเงา ศีรษะเอียงเอนเล็กน้อยพลางง้างหมัดออก ทันทีที่ระยะห่างลดลงเหลือเพียงเอื้อมมือ กาติรัสยังคงยืนอยู่กับที่อย่างไร้ความเกรงกลัวก่อนหมัดจะถูกปล่อยออกไปด้วยความเร็วราวกับสายอัสนี
วืดดดด----
หมัดพุ่งผ่านและหยุดลงบริเวณใกล้เคียงใบหูของชายหนุ่มพลางเสียงกระแสอากาศอันเกรี้ยวกราดที่พุ่งผ่านไปข้างหลังราวกับลมพายุ พลาดเป้าอีกครั้ง... พลาดเป้าถึงสามครั้งครา ไม่ว่าจะมองดูยังไงบุรุษรูปงามก็ยังคงนิ่งงันอยู่กับที่มิได้ขยับตัว ทุกชีวิตที่ต่างคิดเป็นเสียงเดียวกันว่าครั้งนี้จะต้องโดนแน่ๆ ความหวังถูกพังทลายลงและมันยากจะเชื่อเหตุการณ์ตรงหน้า พวกเราไม่ได้มาดูการแสดงที่ราวกับเด็กเล่นหรอกนะ ฝูงชนมิอาจยับยั้งความขุ่นเคืองและหงุดหงิดได้อีกแล้วบ้างโพล่งคำออก
"อะไรวะ! แค่ต่อยให้โดนยังทำไม่ได้เลย!!"
"สามครั้งแล้วนะโว้ย!!"
"ถ้าแค่ต่อยเป้านิ่งเด็กหกขวบยังทำได้เลย!!"
เสียงเหน็บแนมและการดูถูกเริ่มดังขึ้นทั่วทุกสารทิศ มันยากจะทำใจยอมรับได้ว่าคนที่ถูกยอมรับเป็นอัจฉริยะจะทำเรื่องที่ง่ายดายไม่ได้เหล่าสหายคนสนิทพลันรู้สึกเกรงกลัวในจิตใจ ไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่าโททัชจะเป็นคนอ่อนแอ ร่างกายแข็งแกร่งประดุจเหล็กกล้า หมัดที่หนักราวกับขุนเขาและรวดเร็วราวกับสายลม
"มาซู โททัชเป็นอะไรน่ะ" รูเปียเอ่ยกล่าวด้วยความเป็นห่วงและใบหน้าที่ตื่นตระหนก
มาซูพลันเอ่ยกล่าวอย่างตื่นตะลึง "โททัชไม่ได้อ่อนแอ... แต่เจ้านั่นแข็งแกร่งมากเลยต่างหาก!!"
กาติรัสแปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าเฉยชาก่อนเอ่ยกล่าวอย่างสังเวช "ต่อยข้าให้โดนยังทำไม่ได้เลยนะ"
ถ้อยคำต่างเสียดสีและกระทบเข้ากับจิตใจชายหนุ่มอย่างจังราวกับความหวังเริ่มสั่นคลอน แสงสว่างเริ่มถูกกลืนกินด้วยความมืดมิดที่ไร้ขอบเขต ความมั่นใจที่เคยมีได้เลือนหายไปกับคำพูดของเขา ใบหน้าปรากฏความสิ้นหวังก่อนชายหนุ่มจะกระโดดถอยห่างราวร้อยเมตรจนกลับไปจุดที่มาซูและเหล่าสหายยืนอยู่
"โททัช!! เป็นอะไรมากไหม"
"อะ...เอาชนะมันไม่ได้ ไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เลย"
เห็นได้ชัดว่าเขาว่าสู้ชายหนุ่มคนนั้นไม่ได้ แทนที่จะเป็นการเพิ่มความกลัวให้กับเหล่าผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ทว่า มันกลับกลายเป็นการปลุกปั่นให้จิตใจพวกเขาถูกเติมเต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งการต่อสู้ โลหิตต่างเดือดพลุ่งพล่านและพร้อมเข้าปะทะสาเหตุอาจเป็นเพราะโททัชที่โชว์ต่อยพลาดเป้าให้ดู มันไปกระตุ้นจิตใจแห่งนักสู้ให้ตื่นขึ้นอย่างแท้จริง ไร้ความกลัวเกรงใดๆ ก่อนเสียงสายหนึ่งจะดังขึ้น
"จะกลัวอะไรกับมันหนักหนา! รุมเข้าไปทั้งอย่างนี้มันจะต้องพ่ายแพ้เป็นแน่!!" มู๋หรงกล่าวพลางพุ่งเข้าหากาติรัสด้วยความเร็วสูงสุด
เหล่าผู้เข้าแข่งขันพลันบ้าคลั่งและนัยน์ตาลุกโชติช่วงไปด้วยแรงปรารถนาที่จะต่อสู้ โลหิตถูกสูบฉีดอย่างรัวเร็วด้วยความตื่นเต้นก่อนจะเริ่มทะยานร่างตามอัจฉริยะจากหนึ่งในสามตระกูลใหญ่อย่างมู๋หรงไป จำนวนที่พุ่งเข้าหาชายหนุ่มเริ่มทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ หนึ่ง สอง สี่ สิบ ร้อย... จำนวนยิ่งเพิ่มเป็นทวีพร้อมกับความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม ศัตรูพุ่งเข้ามาหาจากทั่วทุกสารทิศไร้ซึ่งความกลัวเกรงราวกับสัตว์ป่าคลั่งก่อนมู๋ฮู๋หรือน้องสาวของมู๋หรงจะทะยานตามพี่ชายไป
ภาพเบื้องหน้าราวกับฝูงราชสีห์พร้อมใจกันกระโจนเข้าใส่เหยื่ออย่างพร้อมเพรียง ทว่า ต่อหน้าการิตัสแล้ว พวกมันราวกับฝูงมดปลวกที่กระโจนเข้าหาพญามังกรเสียมากกว่าก่อนชายหนุ่มจะสัมผัสเข้ากับไหล่ของลาซิเฟียอย่างนุ่มนวล หญิงสาวพลันขนลุกชูชันน้อยครั้งนักที่จะยอมให้บุรุษสัมผัสตัวก่อนแสงสีขาวนวลจะโอบคลุมทั่วทั้งร่างราวกับออร่า
ลาซิเฟียพลันตื่นตกใจด้วยแววตาเบิกโพลงกว้าง "สรรพเวทย์!! ท่านเป็นผู้หยั่งถึงสรรพเวทย์จริงๆด้วย"
กาติรัสเผยรอยยิ้มเล็กน้อยตรงมุมปากก่อนเอ่ยกล่าว "มันจะช่วยปกป้องเจ้า"
สิ้นเสียงชายหนุ่มเพียงชั่วพริบตา แสงสีขาวนวลพลันโอบคลุมทั่วทั้งร่างราวกับออร่าก่อนจะสั่นระรัวราวกับไม่มีความเสถียร
บึ้มมมมมมม
ครืนนนนนนนนนนนนน
เสียงดังกึกก้องราวกับระเบิดพลางแสงสีนาวนวลที่ระเบิดตัวออกกระจายไปทั่วทั้งแปดทิศ ก่อเกิดเป็นกระแสพลังสุดมหาศาลพลางแรงลมราวกับพายุโหมกระหน่ำเข้าซัดสาดทุกชีวิต กระแสลมเกรี้ยวกราดแปรเปลี่ยนเป็นรุนแรงยิ่งขึ้นจนกลายเป็นลมเฉือน คมกริบราวกับใบมีดเพียงได้สัมผัสบาดแผลจะบังเกิดขึ้นทันตาเห็น
ผู้คนที่ว่ายืนมั่นคงยังกระเด็นไปตามกระแสลมที่รุนแรง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงผู้คนที่กำลังพุ่งทะยานเข้ามาเกินครึ่งพัน พวกมันต่างพริ้วกระเด็นลอยละลิ่วราวกับขนนกก่อนกระแสพลังจะกระทบเข้ากับม่านคุ้มกันเข้าอย่างจัง
เปรี้ยง!
ม่านคุ้มกันพลันรับแรงปะทะจากคลื่นกระแสพลังอย่างเต็มพิกัดด้วยความที่เป็นม่านคุ้มกันระดับราชันจักรพรรดิที่ถูกเสริมพลังโดยเจ้าเมือง ทำให้ไม่ได้บังเกิดรอยแตกร้าวหรือเสียหายแต่อย่างใด
เหตุการณ์เบื้องหน้ายิ่งทำให้รู้สึกตกตะลึงงัน ทุกชีวิตต่างแข็งค้างและอึ้งทึ่งไปกับสิ่งที่เกิดขึ้น แท่นประลองที่เคยมีผู้คนนับพันชีวิตกลับหดหายจนสามารถนับได้ด้วยนิ้วมือ!!
"หะ...เหลือแค่สิบคน"
..สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์
เลเวล:5,869 พลังกาย:381,799 พลังเวทย์:929,973 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ