การแข่งเริ่มขึ้นอีกครั้งคราวนี้มู่ซื่อเฉิงเริ่มบุกอีกครั้ง แต่เขาไม่ได้วิ่งไปทางไป่เจ๋อทีมของเขาเน้นต่อบอล สลับไปมา แต่ว่าทันทีที่บอลถูกส่งไปผ่านหน้าไป่เจ๋อในระยะ 5เมตร จู่ ๆไป่เจ๋อก็พุ่งเข้าตัดบอลด้วยความเร็วสูงและส่งบอลให้กองหน้าที่ขึ้นไปรออยู่ก่อนตามแผนที่วางไว้
สิ่งที่ไป่เจ๋อวางแผนไว้คือเมื่อเขาส่งบอลให้ใคร ให้คนคนนั้นยิงไปทางประตูฝ่ายตรงข้ามเลย เข้าไม่เข้าไม่ต้องสนใจ
ด้านเพื่อนร่วมทีมของไป่เจ๋อที่รับบอลมาเขาทำตามที่ไป่เจ๋อบอก และสิ่งที่น่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้นเมื่อบอลที่ยิงไปนั้นสามารถเปลี่ยนทิศทางหลบผู้รักษาประตูได้อีกครั้งแต่ครั้งนี้ไป่เจ๋อนั้นทำให้มันดูเนียนขึ้น
“บ้าน่าลูกโค้งสวยขนาดนั้น ฉันยิงได้ไงเนี่ย” นักเรียนชายทีมไป่เจ๋อตกตะลึงเขาไม่คิดว่าตัวเขาจะทำได้
“ลูกที่2 แล้วนะ ซื่อเฉิง ถ้าครบ 3 ลูก นายต้องเลี้ยงน้ำฉัน” ไป่เจ๋อยิ้ม
“ได้ดิแค่นี้เอง ฉันไม่ยอมให้นายทำอีกประตูแน่” มู่ซื่อเฉิงกล่าว
หลังเขี่ยบอลอีกรอบคราวนี้มู่ซื่อเฉิงบุกขึ้นไปเอง ไม่มีใครสกัดเขาอยู่ส่วนไป่เจ๋อนั้นยืนนิ่งไม่เข้าไปช่วยสกัดบอลแต่เขากลับเดินไปยังประตูของของทีมมู่ซื่อเฉิง แน่นอนว่ามู่ซื่อเฉิงตัดสินใจยิงทันทีเมื่อเห็นว่าจะมีคนเข้ามาประกบเขาถึง 3 คน บอลนั้นยิงได้สวยแต่มันดันโค้งเข้ามือผู้รักษาประตูฝั่งไป่เจ๋อซะงั้น
“เฮ้ยได้ไงวะ ทำไมลูกมันโค้งล่ะ” มู่ซื่อเฉิงพูดขึ้น แต่ยังไม่ทันไรผู้รักษาประตูฝั่งไป่เจ๋อได้ขว้างลูกออกไป ซึ่งลูกบอลนั้นลอยไปไกลมาก พริบตาเดียวมันก็มาอยู่ใต้เท้าของไป่เจ๋อ
ไป่เจ๋อเริ่มออกวิ่งคราวนี้ไม่มีใครตามความเร็วของไป่เจ๋อได้ทันสักคนเขาเลี้ยงบอลหลบสมาชิกทีมของมู่ซื่อเฉิงอย่างรวดเร็วเทคนิคนี้ไป่เจ๋อนั้นเคยเห็นพวกนักบาสเกตบอลใช้ในการฉีกออกจากคู่ต่อสู้ที่ตามประกบตัวเองแต่การใช้ขาแทนมือมันยากเอาเื่เหมือนกัน
“กันไว้”มู่ซื่อเฉิงรีบะโบอกสมาชิกทีมคนอื่นแต่ตอนนี้ไม่มีใครสามารถตามความเร็วไป่เจ๋อได้เลย ทำให้ตอนนี้จึงกลายเป็การดวล 1ต่อ 1 ของไป่เจ๋อกับผู้รักษาประตูทีมของมู่ซื่อเฉิง ไป่เจ๋อยิ้มก่อนจะเริ่มเลี้ยงบอลเข้าไป หมายจะเลี้ยงเข้าประตูไปเลย
“จะหยามกันเกินไปแล้ว”นักเรียนที่เป็ผู้รักษาประตูวิ่งออกมาหมายจะคว้าเอาบอลในเท้าของไป่เจ๋อแต่น่าเสียดาย ไป่เจ๋อได้ใช้ครอสโอเวอร์ เทคนิคของบาสเกตบอล ฉีกหลบออกมาแล้วเตะเบา ๆ ให้ลูกบอลกลิ้งเข้าประตูไปทั้งทีมของไป่เจ๋อและมู่ซื่อเฉิงต่างก็เงียบ มีแต่เสียงของนักเรียนหญิงนี่แหละที่ดังขึ้นทำลายความเงียบ
“หย๋าไป่เจ๋อ ครั้งหน้าฉันไม่ชวนนายแล้ว เล่นบอลตัวสะอาดแบบนี้ แกจะเทพไปไหนฟะ”มู่ซื่อเฉิงกล่าว
ตอนนี้สภาพนักเรียนชายที่เตะบอลแต่ละคนมีเหงื่อออกจนเสื้อเปียกจนแนบเนื้อเผยให้เห็นรูปร่างของแต่ละคนที่ทำให้นักเรียนหญิงหลายคนอดกรี๊ดกร๊าดไม่ได้แม้เนื้อตัวพวกเขาจะมอมแมมก็ตาม
ส่วนไป่เจ๋อเองก็มีเหงื่อออกจนเสื้อเปียกชุ่มเช่นกันแต่ต่างกันที่เสื้อผ้าไม่มีคราบเปื้อนสักนิดสาเหตุที่เหงื่อของเขาออกมานั้นมาจากการใช้พลังิญญาจำนวนมาก ทำให้เขาเหนื่อยมากและเสื้อเชิ้ตตัวบางของไป่เจ๋อตอนนี้ก็ตกเป็เป้าสายตาของนักเรียนหญิงไปเสียแล้ว
“โหยไป่เจ๋อ หุ่นนายมันน่าอิจฉามาก” นักเรียนชายที่เป็เพื่อนร่วมทีมของไป่เจ๋อกล่าวเขาฝันอยากมีหุ่นนายแบบอย่างนี้บ้าง
“มิน่าล่ะพวกผู้หญิงในห้องถึงกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่” นักเรียนชายทีมมู่ซื่อเฉิงกล่าว
“ไปอาบน้ำกันดีกว่าไป่เจ๋อแมน ๆ ผ้าเช็ดตัวไม่ต้อง” มู่ซื่อเฉิงกล่าว
ใช่แล้วห้องอาบน้ำที่โรงเรียนนี้เป็ห้องอาบน้ำรวม ไม่มีการกั้นห้องดังนั้นพวกซื่อเฉิงเวลาอาบน้ำมักจะอวดรูปร่างที่ตัวเองไปฟิตหุ่นมากัน
“ได้สิ”ไป่เจ๋อเดินไปนั่งตรงที่นั่งข้างสนาม เขาถอดเสื้อเชิ้ตชุ่มเหงื่อออกขณะที่พวกนักเรียนหญิงบางคนถึงกับเืกำเดาไหล บางคนก็เก็บอาการจนตัวสั่นจากนั้นไป่เจ๋อหันก็มองนักเรียนคนหนึ่ง ซึ่งเธอมีขวดน้ำดื่มที่ยังไม่ได้เปิดอยู่
“เอ่อฉันขอน้ำขวดนั้นได้รึเปล่า” ไป่เจ๋อถามขึ้นนักเรียนหญิงที่ถูกถามรีบยื่นมาให้ทันทีจากนั้นไป่เจ๋อก็ทำการราดน้ำลงบนเสื้อของเขาจนทั่วเพื่อล้างเหงื่อออกจากเสื้อของเขา
“อ๊ะไป่เจ๋อเดี๋ยวฉันเอาเสื้อไปรีดให้นะ”นักเรียนหญิงคนหนึ่งแย่งเสื้อเชิ้ตไปจากมือไป่เจ๋อ ก่อนจะวิ่งไปทางอาคารเรียนด้านไป่เจ๋อทำหน้าเหนื่อยใจ ก่อนจะเตรียมเดินไปอาบน้ำแต่ก็ถูกพวกนักเรียนหญิงรั้งตัวเอาไว้
“รอก่อนสิไป่เจ๋อนายต้องเช็ดเหงื่อก่อน ถ้าไปอาบน้ำเลยเดี๋ยวไม่สบายเอาได้นะ”นักเรียนหญิงคนหนึ่งกล่าว
จากนั้นนักเรียนหญิงหลายคนหยิบผ้าเช็ดหน้าของตัวเองซับไปตามร่างกายของไป่เจ๋อส่วนไป่เจ๋อได้แต่อยู่นิ่ง ๆ เพื่อคอยระวังนักเรียนหญิงพวกนี้โจมตีเขาพริบตาเดียวผ้าเช็ดหน้านับ 10ผืนต่างก็ถูกนำมาเช็ดเหงื่อบนตัวของไป่เจ๋อจนแห้งสนิท
“ขอบคุณมากฉันไปก่อนนะ ฝากตามเสื้อให้ด้วยล่ะ หลังอาบน้ำเสร็จผมจะไปที่โรงอาหารกับพวกซื่อเฉิงเอาไปให้ฉันที่นั่นก็แล้วกัน” ไป่เจ๋อกล่าวก่อนจะขอตัวไปอาบน้ำ
ตอนนี้ไป่เจ๋อเริ่มชินกับการมีนักเรียนหญิงห้อมล้อมเขาแล้วอาการเกร็งก็ลดลง หากพวกเธอจะเอาเปรียบเขานิดหน่อยเขาก็พอจะทำเป็หลับตาข้างหนึ่งได้ ถ้ามองอีกแง่หนึ่งมันก็ตื่นเต้นดีแต่หากเกินกว่านั้นเขาเองก็คงไม่อยู่เฉยแน่นอน
หลังไป่เจ๋อจากไปแล้วพวกนักเรียนหญิงราวกับพวกโรคจิต พวกเธอหยิบผ้าเช็ดหน้าชุ่มเหงื่อของไป่เจ๋อมาสูดดมซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดเื่แบบนี้ขึ้นนั้นเป็เพราะฟีโรโมนของไป่เจ๋อที่เปลี่ยนแปลงไปั้แ่เขาฝึกปราณ
ห้องอาบน้ำในโรงยิม
ไป่เจ๋อมาอาบน้ำกับพวกมู่ซื่อเฉิงโดยใช้เวลาไม่นานเพราะเดี๋ยวจะไม่เหลือเวลากินข้าวกลางวันไป่เจ๋อกับพวกมู่ซื่อเฉินรีบใส่เสื้อผ้าและเดินไปโรงอาหารส่วนไป่เจ๋อตอนนี้เขาใส่เพียงกางเกงนักเรียนขายาวสีดำ เดินเปลือยท่อนบนโดยไม่สนใจเหล่านักเรียนหญิงที่มองเขาราวกับจะกลืนเขาลงท้องให้ได้
โรงอาหาร
เมื่อไปถึงโรงอาหารไป่เจ๋อพบนักเรียนหญิงที่เอาเสื้อเขาไปรีด นำเสื้อนักเรียนมายื่นให้สีหน้าของเธอดูไม่อยากปล่อยเสื้อตัวนี้ไปแต่สุดท้ายเธอก็หลับตาและยื่นเสื้อให้ไป่เจ๋อ โดยไป่เจ๋อรับมาแล้วรีบใส่เสื้อทันทีก่อนจะไปนั่งมองพวกมู่ซื่อเฉิงกินข้าว
“นายไม่กินอะไรเหรอไป่เจ๋อ”มู่ซื่อเฉิงถาม ขณะที่ข้าวยังเต็มปาก
“ไม่ล่ะฉันกินมาแล้ว” ไป่เจ๋อตอบ
“นายกินแต่น้ำเปล่าเนี่ยนะ”นักเรียนชายในกลุ่มกล่าว
“เหงื่อออกขนาดนั้นก็ต้องกินน้ำสิ” ไป่เจ๋อกล่าว
หลังมื้อกลางวันไป่เจ๋อกับพวกมู่ซื่อเฉิงกลับขึ้นมาที่ห้องเรียนก็พบพวกนักเรียนหญิงกำลังเอาผ้าเช็ดหน้าปิดจมูกอยู่ดวงตาของพวกเธอเหม่อลอยราวกับคนติดสารเสพติด
“เฮ้พวกเธอเป็หวัดกันหมดเลยเหรอ” มู่ซื่อเฉิงทักขึ้น
“หวัดบ้านแม่ยายนายสิมู่ซื่อเฉิงนี่มันแรร์ไอเทมตะหาก” นักเรียนหญิงคนหนึ่งกล่าวขึ้น
“ระ...แรร์ไอเทมเลยเหรอช่างเถอะ พวกเธอคิดอะไร ฉันก็ไม่เข้าใจอยู่ดี”มู่ซื่อเฉิงกล่าวก่อนจะไม่สนใจพวกนักเรียนหญิงในห้อง ส่วนไป่เจ๋อได้แต่หัวเราะแห้งๆ แล้วไปนั่งโต๊ะของตัวเอง
ทันทีที่คาบเรียน่บ่ายจบลงไป่เจ๋อรีบเดินออกไปหน้าโรงเรียนแล้วเรียกรถแท็กซี่ เพื่อไปยังศูนย์ฝึกอบรมของ LSAระหว่างที่รถแท็กซี่ออกตัว ไป่เจ๋อหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาและกดโทรไปหาคนคนหนึ่ง
[ค่าเมิ่งชิงชิงค่ะ จากไหนคะ] เสียงของเมิ่งชิงชิงดังขึ้นที่ปลายสาย
“พี่ชิงชิงผมไป่เจ๋อเอง ผมได้เบอร์พี่มาจากปู่ซีหลัวน่ะตอนนี้ผมกำลังจะเข้าไปที่ศูนย์ฝึกอบรมของ LSA อีกสักพักคงถึงครับ” ไป่เจ๋อกล่าว
[อืมฉันจะไปรอที่ประชาสัมพันธ์ด้านหน้าก็แล้วกัน] เมิ่งชิงชิงกล่าว
“ครับขอบคุณมากครับ” ไป่เจ๋อกล่าวขอบคุณ ก่อนจะวางสายไป
ศูนย์ฝึกอบรมของ LSA
ใช้เวลาสักพักไป่เจ๋อก็มาถึงตึกสูง 20 ชั้น เมื่อเขาเดินเข้าไปเขาก็พบกับเมิ่งชิงชิงนั่งรออยู่ที่โซฟาใกล้กับเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์โดยที่ด้านข้างของเมิ่งชิงชิงนั้นมีหญิงวัยกลางคนนั่งอยู่ด้วย
“สวัสดีครับผมชื่อไป่เจ๋อ มาเข้ารับการอบรมตามคำแนะนำของคุณเฉินเฟิงครับ” ไป่เจ๋อกล่าวพร้อมกับยื่นมือออกไปเป็การทักทาย อีกฝ่ายก็ยื่นมือมาจับเขาเป็การทักทายตอบ
“สวัสดีเธอเรียกฉันว่าป้าจางก็ได้ ไม่ต้องเกร็งหรอกนะ เอาล่ะเดี๋ยวตามฉันมาเราต้องให้เธอกรอกข้อมูลกับจัดการเื่เอกสารนิดหน่อย” ป้าจางกล่าวพร้อมกับเดินนำไป่เจ๋อไปด้านใน โดยมีเมิ่งชิงชิงเดินอยู่ข้าง ๆ ไป่เจ๋อ
“พี่ชิงชิงงานเป็ยังไงบ้างครับ” ไป่เจ๋อถามขึ้น
“ก็่นี้ดูแลพวกเด็กใหม่ในค่ายน่ะเดี๋ยวนะ ปกติฉันต้องถามเธอมากกว่านะว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่”เมิ่งชิงชิงรู้สึกเหมือนเธอกลายเป็เด็กใหม่ที่ถูกรุ่นพี่ถามเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในการทำงาน
“พวกเธอรู้จักกันเหรอ”ป้าจางถามขึ้น
“ครับผมกับปู่ของพี่ชิงชิง รู้จักกันน่ะครับวันก่อนเกิดอุบัติเหตุขึ้นนิดหน่อยกับปู่ของพี่ชิงชิงเลยทำให้ตอนนี้พี่เขาต้องวิ่งไปมาโรงพยาบาลบ่อยๆ น่ะครับ” ไป่เจ๋อกล่าว
“อ้าวเสี่ยวชิง ไม่บอกล่ะ ่นี้ฉันเห็นเธอเหนื่อย ๆ ที่แท้ก็เื่ปู่นี่เอง”ป้าจางกล่าว
“ไม่อยากให้เป็ห่วงค่ะแต่ฉันรับรองได้เลยว่าไม่กระทบกับงานแน่นอนค่ะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“ภาระบางอย่างเราแบกคนเดียวไม่ได้หรอกครับยิ่งงานในวงการบันเทิงที่ต้องติดต่อและทำงานร่วมกับคนจำนวนมากบางครั้งการเงียบก็ไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด ถ้าพี่ชิงชิงรักงานนี้จริง ๆพี่ต้องเข้าสังคมและสร้างเส้นสายเอาไว้ เพื่อตัวของพี่และดาราที่พี่ดูแลอยู่ด้วย”ไป่เจ๋อกล่าวขณะเดียวกันเขาก็คิดว่าหากตอนนั้นเขาไม่ดื้อรั้นทำการหลอมอาวุธด้วยตัวคนเดียวเขาคงไม่ต้องมาอยู่ในร่างนี้หรอก
“ที่ไป่เจ๋อพูดก็ถูกชิงชิง เธอควรพึ่งพาฉันบ้างนะ” ป้าจางกล่าว
ไม่นานไป่เจ๋อก็มาถึงห้องสำหรับเก็บข้อมูลไป่เจ๋อเดินเข้าไปในห้อง โดยชิงชิงกับป้าจางรออยู่ข้างนอกเมื่อเข้ามาไป่เจ๋อถอดเสื้อจนเหลือแต่กางเกงชั้นในเขายืนกางแขนให้พนักงานชายในห้องวัดส่วนสูง น้ำหนัก รวมถึงสัดส่วนหลังจากนั้นก็กรอกเอกสาร ซึ่งใช้เวลาไม่นานไป่เจ๋อก็กลับออกมาพร้อมกับยื่นเอกสารให้กับป้าจาง
“เรียบร้อยแล้วสินะ”ป้าจางถาม พร้อมกับนำเอกสารที่ไป่เจ๋อส่งให้ไปยื่นให้กับชิงชิงก่อนที่ชิงชิงจะเดินแยกตัวออกไป
“ครับต่อไปต้องทำอะไรต่อครับ” ไป่เจ๋อถาม
“เธอต้องไปเข้าคลาสเรียนการแสดงส่วนเื่ที่ทางเราวัดสัดส่วนของเธอ เพราะจากนี้จะมีคนออกแบบการออกกำลังกายกับการควบคุมอาหารให้ เพราะสำหรับดาราแล้ว รูปร่างหน้าตาเป็สิ่งสำคัญ”ป้าจางกล่าว พร้อมกับเดินนำไป่เจ๋อไปยังห้องเรียนการแสดงขั้นพื้นฐาน
“แล้วพี่ชิงชิงล่ะครับ”ไป่เจ๋อถาม
“ชิงชิงต้องเอาเอกสารของเธอไปส่งให้ฝ่ายบุคคลที่สำนักงานใหญ่ของLSA น่ะ เดี๋ยวนี้สะดวกขึ้นเพราะแค่สแกนแล้วแนบไฟล์ไปกับอีเมลแล้วให้ทางนั้นปรินต์เอกสารจากไฟล์ที่แนบ สมัยป้าเข้ามาทำงานใหม่ ๆต้องนั่งรถไปส่งเอกสารเอง ลำบากมากเลยล่ะ” ป้าจางกล่าว
หลังจากนั้นไป่เจ๋อกับป้าจางใช้ลิฟต์ขึ้นมาที่ชั้น10 ซึ่งเป็ชั้นของคลาสเรียนการแสดงไป่เจ๋อเดินตามป้าจางไปยังห้องที่มีป้ายเขียนว่า [การแสดงขั้นพื้นฐาน]
ก๊อกๆ ๆ ป้าจางเคาะประตูก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไป
“น้องเฟิงพี่สาวคนนี้รบกวนเวลานิดหนึ่งสิ” ป้าจางกล่าวกับชายคนหนึ่งที่กำลังยืนบรรยายโดยมีหนุ่มสาวในห้องอีก 4-5 คนไป่เจ๋อเดาว่าชายคนนี้น่าจะเป็ครูสอนการแสดงขั้นพื้นฐาน
“พี่จางมีอะไรรึเปล่า...ครับ”อาเฟิงผู้เป็ครูสอนการแสดงขั้นพื้นฐานถาม
“เข้ามาสิเสี่ยวไป่”ป้าจางกล่าวพร้อมกับดึงไป่เจ๋อเข้ามาในห้อง
พอไป่เจ๋อเดินเข้ามาหญิงสาวในห้องคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็ชาวต่างชาติ เธอมีผมสีทอง ดวงตาสีฟ้าทำผมทรงทวินเทล กำลังมองมาที่เขาด้วยดวงตาเป็ประกาย
“ยินดีต้อนรับน้องใหม่ฉันชื่ออลิเซีย เรียกว่า อลิซ ก็ได้” อลิซ กล่าวแนะนำตัว
“นายไม่ต้องเกร็งหรอกพวกเราเป็เด็กใหม่เหมือนกัน” ชายหนุ่มอีกคนกล่าว
หลังจากนั้นอาเฟิงที่เป็ครูสอนการแสดงได้ให้ทุกคนแนะนำตัวกันก่อนจะเริ่มสอนการแสดงขั้นพื้นฐานโดยป้าจางได้ออกจากห้องไปหลังจากแนะนำไป่เจ๋อกับอาเฟิงเรียบร้อยแล้ว
“งั้นเรามาเริ่มกันเลย วันนี้ฉันจะเริ่มจากความหมายของการแสดงก่อน การแสดงหมายถึงการนำบทละคร หรือเื่ราวที่มีอยู่มานำเสนอในรูปแบบการแสดง ณสถานที่แห่งใดแห่งหนึ่ง ในวงการบันเทิงนั้น ละคร หรือที่เรียกกันว่าซีรีส์การแสดงคือส่วนสำคัญที่สุด ซึ่งละครหรือซีรีส์นั้นจะประกอบด้วยสององค์ประกอบ คือบทละคร และการแสดง...” อาเฟิงได้บรรยายเกี่ยวกับคำจำกัดความและให้แต่ละคนลองคิดวิธีนำเสนอตัวเอง
หลัง1 ทุ่ม อาเฟิงได้เลิกคลาส และปล่อยให้พวกนักเรียนในคลาสกลับบ้านได้ในคลาสเรียนวันนี้ สิ่งที่ทำให้เขาตื่นเต้นก็คือนักเรียนที่ชื่อ ไป่เจ๋อการนำเสนอตัวเองในวันนี้ทำได้ดีถูกใจเขามากความรู้สึกกับอารมณ์ที่ส่งผ่านออกมาชัดเจนจนนักเรียนคนอื่นก็สามารถเข้าใจได้ด้วยความสามารถระดับนี้ปกติต้องมีประสบการณ์ในชีวิตหรือผ่านการแสดงมาบ้างยิ่งทักษะการถ่ายทอดอารมณ์ออกมา มีแต่พวกนักแสดงขั้นกลางค่อนไปทางสูงถึงจะสามารถทำได้ดังนั้นเมื่อเลิกคลาส เขาจึงคิดว่าไป่เจ๋อไม่เหมาะกับคลาสเรียนการแสดงขั้นพื้นฐานอย่างน้อยก็ควรได้เข้าไปเรียนในคลาสเรียนการแสดงขั้นกลาง
‘พรุ่งนี้ลองถ่ายวิดีโอการแสดงของเขาไปให้อาจารย์ไช่กับอาจารย์ถงดูดีกว่า หากพวกเขาเห็นสมควร ก็ให้พวกเขาเซ็นรับรองให้ไป่เจ๋อไปเรียนในคลาสการแสดงขั้นกลางได้’อาเฟิงคิด