เมื่อถึงห้องพักของโรงแรม วทัญญา ก็รีบวิ่งเข้าห้องน้ำโดยเร็วไว ซึ่ง วทัญญา วิ่งเข้าห้องน้ำอยู่อย่างนั้นสามสี่รอบเข้าไปแล้ว จน อีธาน เป็ห่วงจนยืนแทบไม่ติด
“ไหวไหม? ไปโรงพยาบาลดีกว่าไหม?” อีธาน ถามคนตัวเล็ก พร้อมกับเดินเข้าไปพยุงคนตัวเล็กให้มานั่งลงบนเตียงนอน ซึ่งตอนนี้หญิงสาวดูจะหมดเรียวหมดแรงจากการวิ่งเข้าวิ่งออกห้องน้ำ
“ไม่เอา ไม่ไปค่ะ ขอเกลือแร่ให้ญาดื่มก็พอแล้วค่ะ” วทัญญา กล่าวด้วยน้ำเสียงอันเหนื่อยเพลียเป็อย่างยิ่ง
“โอเคๆ เดี๋ยวผมให้ ทอมสัน ไปหามาให้ รอก่อนนะ” อีธาน กล่าวอย่างเป็ห่วงอย่างจับใจ พลางให้คนตัวเล็กล้มตัวลงนอนราบไปบนเตียงนอน
'นี้เป็ขนาดนี้แล้วยังดื้อได้อีก มันน่าจับตีก้นนะเชียว’ อีธาน คิดอย่างหัวเสียอยู่ในใจ แต่ก็ไม่อยากขัดใจเ้าหล่อน จึงให้ ทอมสัน หาเกลือแร่มาให้ดื่มก่อน แล้วหากไม่หายถึงจะดื้อไม่ยอมไปโรงพยาบาลยังไง ก็ต้องได้บังคับกันเลยละคราวนี้
“ฮัลโล! ทอมสัน เดี๋ยวนายไปหาซื้อเกลือแร่มาให้ที ด่วนเลยนะ เมียฉันท้องเสียหนักมาก” อีธาน กดโทรศัพท์มือถือโทรหา ทอมสัน เมื่อฝั่งนั้นรับสายแล้วก็พูดสั่งการอย่างเร็วไว พอพูดจบก็กดตัดสายทันที
วทัญญา มองดูคนที่เรียกเธอว่า ‘เมียฉัน’ ด้วยหัวใจพองโต และเผลอยิ้มออกมานิดๆ
“ท้องเสียมากจน สติสะตังเลอะเลือนไปแล้วหรือ ถึงนอนยิ้มน่ะ” อีธาน เอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย พร้อมกับล้มตัวลงนอนเคียงข้าง และดึงร่างบางเข้าหาตัว สวมกอดเอาไว้หลวมๆ
“บ้าสิ! กวนประสาทได้ทุกเวจริงเลยคุณเนี้ย ก็แค่ยิ้มเฉยๆ” วทัญญา ต่อว่าคนตัวโตพร้อมกับซุกหน้าลงกับอกแกร่งบึกบึน เพื่อหาความอบอุ่น ซึ่งชายหนุ่มมองดูคนตัวเล็กยิ้มๆ
“ติ๊งต๊อง.. ติ๊งต๊อง..”
เสียงออดหน้าประตูหน้าห้องพักดังขึ้น อีธาน จึงก้มลงจุมพิตที่หน้าผากนวลเนียนใสสาวเ้าหนึ่งที แล้วผละลุกขึ้นไปจากห้องนอน เดินออกไปยังหน้าประตูเพื่อเปิดรับผู้มากดออด
ซึ่งคนที่มากดออดหน้าห้องนั้นเป็ใครไปไม่ได้ นอกจากบอดี้การ์ดคนสนิทของชายหนุ่มนั้นเอง
“เกลือแร่ครับ” ทอมสัน ยื่นซองเกลือแร่ ส่งให้ อีธาน
“ขอบใจมาก” อีธาน รับมาพร้อมกับกล่าวขอบคุณ แล้วรีบเดินไปยังห้องครัว จัดการชงเกลือแร่ลงในแก้วน้ำ แล้วเดินถือเข้าไปให้คนท้องเสียดื่ม
“ดื่มเกลือแร่ก่อนแล้วค่อยหลับ” อีธาน วางแก้วน้ำเกลือแร่ไว้บนโต๊ะข้างเตียง แล้วทำการปลุกคนตัวเล็กที่กำลังเคลิ้มๆ จะหลับแหล่ไม่หลับแหล่ ขึ้นมาให้ดื่มน้ำเกลือแร่
“ขอนอนก่อนได้ไหมคะ ญาเหนื่อยเหลือเกิน?” วทัญญา เอ่ยบอกเสียงอู้อี้
“ไม่ได้ ถ้าไม่ยอมตื่นขึ้นมาดื่ม เดี๋ยวผมจะปลุกด้วยวิธีของผมแล้วนะ” อีธาน เอ่ยขู่คนตัวเล็กที่ดื้อไม่ยอมตื่นนั้น ซึ่งทำให้ วทัญญา ลืมตาตื่นขึ้นมาทันทีทันใด
“ไหนล่ะคะ?” วทัญญา เอ่ยถามหาน้ำเกลือแร่ทันทีโดยไม่อิดออดเลย ชายหนุ่มจึงยกแก้วน้ำเกลือแร่มาให้สาวเ้า
“ค่อยๆ จิบ” อีธาน กล่าวขึ้นเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กทำท่าจะดื่มรวดเดียวหมดแก้ว
“เดี๋ยวเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะ จะได้นอนสบาย” อีธาน บอกกับคนตัวเล็ก ที่ตอนนี้ดื่มน้ำเกลือแร่ไปจนหมดแล้ว
“แต่ญาไม่มีเสื้อผ้านี่คะ” วทัญญา กล่าวตอบกลับ
“เดี๋ยวใส่เสื้อผมไปก่อน แล้วพรุ่งนี้จะให้ทอมสัน ไปเก็บของที่โรงแรมมาที่นี่ให้” อีธาน กล่าวจบก็เดินไปหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวของตนมา และเดินเข้าไปนั่งลงบนเตียงข้างคนตัวเล็ก
“ผมเปลี่ยนให้” อีธาน บอกพร้อมกับยื่นมือไปหมายจะปลดกระดุมเสื้อของคนตัวเล็กออก
“มะ ไม่เอาคะ เดี๋ยวญาเปลี่ยนเองได้” วทัญญา พูดพร้อมกับจับมือใหญ่ไว้มั่น กลัวว่าหากชายหนุ่มเปลี่ยนเสื้อผ้าให้จะต้องเกินเลยไปไกล
“ให้ผมเปลี่ยนให้ อย่าดื้อ รับรองจะไม่ทำอะไรเกินเลยในตอนนี้แน่”
อีธาน เอ่ยขึ้นอย่างให้คำมั่น วทัญญา จึงจำต้องให้ชายหนุ่มทำการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ด้วยความเขินอายเป็ที่สุด จนหน้าแดงแป๊ดราวกับลูกตำลึงสุกก็ไม่ปาน กว่าที่ อีธาน จะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คนตัวเล็กเสร็จก็ต้องพยายามบังคับใจตัวเองแล้ว บังคับใจตัวเองอีก เฝ้านับหนึ่งถึงร้อยกลัวว่าตัวเองจะตบะแตก แล้วจับคนตัวเล็กที่ไม่สบายกดลงบนเตียงอีก
“นอนเถอะ จะได้หายเร็วๆ และเดี๋ยวพรุ่งนี้จะพาไปเที่ยว” ว่าแล้วชายหนุ่มก็กดจูบลงบนปากบางจิ้มลิ้มหนึ่งทีแล้วผละออก พร้อมกับจับคนตัวเล็กให้เอนล้มตัวลงนอน ส่วนตัวเองก็เข้าไปหาเสื้อผ้าเปลี่ยน แล้วกลับลงมานอนบนเตียงนอนเคียงข้างกัน พร้อมกับดึงร่างบางเข้ามากอด และหลับไปด้วยกัน
๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕