บทที่ยี่สิบเอ็ด
ปะทะ
หลังจากที่เหตุการณ์แตกหักของคล้าวและกิ่งแก้วเกิดขึ้นจนจบลงไป ในวันนั้นคล้าวก็รีบเข้ามาหาแบมแบมที่ยังคงขวัญเสียอยู่ในห้องทันที ในค่ำคืนนั้นทั้งคู่ทำเพียงนอนกอดกันเอาไว้ในอ้อมแขนและหลับไป
คล้าวเองก็ไม่ได้เอ่ยพูดอธิบายอะไรไปมากกว่านั้น แบมแบมเองก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรกลับไปให้มากความ เพราะเธอเองที่แม้จะหลบซ่อนตัวอยู่ให้ห้องนอน หากแต่ก็ได้ยินทุกคำโต้ตอบที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน จากการที่มีปากเสียงกันอย่างรุนแรงจนดังลั่นบ้านของคนทั้งคู่
“กุญแจบ้าน” คล้าวยื่นกุญแจสำรองให้กับคนตัวเล็กที่เอาแต่ทำหน้ามุ่ยไม่สบอารมณ์ เพราะเขาขัดใจไม่ยอมให้ติดตามไปทำงานด้วยที่ในตัวเมือง
“อยากไปด้วย” แบมแบมเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงแง่งอน ก่อนจะยื่นมือรับกุญแจมาถือเอาไว้อย่างจำยอม
หลังจากวันนั้นเธอกับคนพี่ก็ใช้ชีวิตตัวติดกันเป็ปลิง แต่จู่ ๆ อีกฝ่ายก็ดันมีงานด่วนเข้ามา และจะต้องเดินทางเข้าไปในตัวเมืองเสียได้ ครั้นพอเธอเอ่ยปากขอติดตามไปด้วย อีกฝ่ายก็เลือกที่จะปฏิเสธกันเสียงแข็ง เลยเป็เหตุผลที่ทำให้เธอรู้สึกไม่สบอารมณ์อยู่ในตอนนี้
“หนูไปแล้วใครจะช่วยยายขายของ หืม” คล้าวเอ่ยถามเด็กดื้อขึ้นอย่างอ่อนใจ
ส่วนตัวของเขาเองไม่ได้ติดปัญหาในการที่จะให้คนรักติดสอยห้อยตามไปทำงานด้วย หากแต่ใจก็คิดห่วงยายของอีกฝ่าย ที่ถ้าหากคนเป็หลานสาวไม่อยู่ ก็จะกลายเป็ว่าไม่มีคนช่วยทำงาน อายุอานามของอีกฝ่ายก็ไม่ใช่จะน้อย ๆ แล้ว
“...............” แบมแบมที่หนีความจริงไม่พ้น เลือกที่จะใช้ความเงียบเป็คำตอบ มันก็จริงอย่างที่คนพี่ว่า หากเธอติดตามอีกฝ่ายไปทำงาน ผู้เป็ยายก็คงจะหัวหมุนอยู่กับการเปิดร้านขายส้มตำและไก่ปิ้งแค่เพียงลำพัง
แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังอยากที่จะไปด้วยอยู่ดี เพราะได้ข่าวมาว่ากำนันตำบลอื่น ก็ชอบไปมีเมียน้อยอยู่ในตัวเมืองด้วยกันทั้งนั้น ขนาดผู้ชายพวกนั้นมีเมียหลวงถือทะเบียนสมรสยังแอบไปทำตัวชั่วช้าพรรค์นั้น แล้วนับประสาอะไรกับคู่ของเธอที่ยังไม่แม้จะแต่งงานจดทะเบียนกันเลยด้วยซ้ำ
“ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี แล้วรอพี่กลับมา พี่ไม่เคยคิดที่จะออกนอกลู่นอกทาง” ร่างหนาเอ่ยพูดขึ้นอย่างใจเย็น เข้าใจดีว่าคนน้องคิดห่วงเื่อะไร เพราะก็พึ่งจะหยิบยกข่าวลือพวกนั้นมาพูดคุยกันเมื่อวานก่อนนี้เอง
“ก็ได้จ้ะ พี่กำนันก็อย่าเถลไถลนะจ๊ะ หนูเอาตายแน่” แบมแบมเอ่ยขู่คนพี่ ใบหน้าสวยฉายแววเอาจริงเอาจังขึ้นมาในทันที
“รับทราบครับ เสร็จงานแล้วจะรีบกลับบ้านมากอดหนูเลย” คล้าวเอ่ยตอบกลับ ก่อนจะใช้มือหนาลูบหัวเด็กที่ยังคิดมากไม่หยุด จากเื่ราวของคนอื่นที่ได้ฟังมา
แบมแบมได้แต่พยักหน้ารับอย่างจำยอม ต่อยกำปั้นเล็กลงบนแผงอกของคนตัวสูงเบา ๆ ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองคนพี่ ก่อนจะฉีกยิ้มหวานส่งให้เพื่อให้คนพี่ได้สบายใจ ว่าเธอนั้นเข้าใจแล้วในสิ่งที่อีกฝ่าย้าจะสื่อแล้ว
“เอาไว้ใช้จ่ายใน่ที่พี่ไม่อยู่ อยากได้ อยากกินอะไรก็ซื้อเอา” ร่างหนายื่นธนบัตรสีเทาจำนวนห้าใบให้กับคนตัวเล็ก
แม้จะยังไม่ได้แต่งงานกันและอยู่กินกันฉันท์ผัวเมียเป็กิจจะลักษณะ หากแต่คล้าวก็อยากที่จะเป็ฝ่ายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของคนตัวเล็กด้วยตัวเอง เพราะไม่ว่าอย่างไร ตามพฤตินัยอีกฝ่ายก็ได้ชื่อว่าเป็เมียของเขาแล้ว
“ขอบคุณจ้ะ” ร่างเล็กยกมือไหว้ ก่อนจะรับเงินมาเก็บเอาไว้ในกระเป๋ากางเกงยีนขาสั้นของตัวเอง
ั้แ่ที่ตกเป็เมียของพี่คล้าว สภาพคล่องในเื่การเงินของแบมแบมก็ดีขึ้นมากโข เด็กสาวมีเงินเหลือเพียงพอที่จะซื้อเสื้อผ้าสวย ๆ มาสวมใส่ และยังมีเงินเหลือซื้อเครื่องประทินผิวราคาแพงที่เคยใฝ่ฝันมาใช้ได้อย่างสบายใจ
“พี่ไปแล้วนะ ดูแลตัวเองดี ๆ” คล้าวเอ่ยขึ้น ก่อนจะโน้มตัวไปกดจูบลงบนหน้าผากเล็ก
“ขับรถดี ๆ นะจ๊ะพี่” แบมแบมเอ่ยพูดบอกกับคนที่กำลังเดินลงบันไดบ้าน เพื่อที่จะไปขึ้นรถ
คล้าวที่ได้ยินอย่างนั้น เอี้ยวตัวกลับมามอง และพยักหน้ารับให้กับคนตัวเล็กที่ยังคงยืนรอส่งเขาไปทำงานอยู่ที่ชานบ้าน ก่อนจะรีบสาวเท้าก้าวขึ้นรถและขับออกไปจากบ้าน
แบมแบมเองก็ยืนรอจนรถเบนซ์คันงามขับออกไปจนลับสายตา ถึงได้หมุนตัวกลับไปล็อกประตูบ้าน ก่อนจะขับมอเตอร์ไซค์กลับบ้านของตัวเองด้วยความรวดเร็ว เพื่อกลับไปช่วยงานผู้เป็ยายที่ตื่นมาตระเตรียมวัตถุดิบเพื่อเปิดร้านั้แ่เช้าตรู่
และเธอนั้นก็ไม่สะดวกใจนัก ที่จะใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง ภายในบ้านที่มีรูปคนตายถึงสองคนแขวนอยู่ แม้จะไม่ได้เป็คนที่กลัวผีจนขึ้นสมอง หากแต่อยู่คนเดียวแล้วมันก็รู้สึกวูบโหวงแปลก ๆ ทางเลือกที่ดีที่สุดนั่นก็คือกลับบ้านของตัวเอง
ร่างเล็กขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ เมื่อเห็นว่ามีใครบางคนกำลังนั่งพูดคุยอยู่กับผู้เป็ยายที่ร้านส้มตำ หากแต่ก็ต้องถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย เมื่อเดินเข้าไปใกล้แล้วเห็นว่าเป็กิ่งแก้วนั่นเองที่นั่งอยู่
“นู่นไง มาแล้ว” ยายมะลิเอ่ยพูดขึ้น เมื่อหางตาปรายไปเห็นหลานสาวกำลังเดินเข้ามาพอดิบพอดี
กิ่งแก้วที่มานั่งรออีกฝ่ายอยู่ร่วมชั่วโมง เอี้ยวตัวไปเผชิญหน้ากับเด็กสาวที่เป็ศัตรูหัวใจ ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มให้กับยายมะลิ ในยามนี้กลับดูนิ่งเรียบราวกับเป็คนละคน หากแต่ในเวลาต่อมาก็ส่งยิ้มกลับไปให้กับคนที่ยังเป็เพียงแค่เด็กและอายุน้อยกว่าตัวเองจนสามารถที่จะเป็ลูกของเธอได้
“น้าเขามาหาเอ็ง บอกมีเื่อยากคุย” ยายมะลิที่แม้จะแปลกใจ ว่ากิ่งแก้วและหลานสาวไปสนิทกันั้แ่ตอนไหน เอ่ยบอกกับหลานสาวขึ้น
“จ้ะยาย” แบมแบมเอ่ยตอบผู้เป็ยาย ก่อนจะหันกลับมาสบตากับกิ่งแก้ว
“สวัสดีจ้ะ” ร่างเล็กยกมือไหว้กิ่งแก้วอย่างเสียไม่ได้ เมื่อเห็นว่าผู้เป็ยายกำลังจับตามองเธออยู่
“สวัสดีใบบัว” กิ่งแก้วยกมือขึ้นรับไหว้ ก่อนจะหันไปฉีกยิ้มให้กับยายมะลิอีกครั้ง
“กิ่งขอตัวไปคุยกับน้องก่อนนะคะน้ามะลิ” กิ่งแก้วเอ่ยพูดขึ้นกับมะลิด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
ร่างเล็กที่นั่งอยู่ในร้านขายส้มตำผุดลุกขึ้นและเดินนำไปอีกทาง ก่อนจะไปหยุดรั้งรอให้เด็กสาวเดินตามมาสมทบในบริเวณใกล้ ๆ รถของตัวเองที่จอดอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ซึ่งก็ห่างจากร้านส้มตำของยายมะลิพอสมควร
แบมแบมถอนหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิด กับการตามติดเป็เ้ากรรมนายเวรของกิ่งแก้ว ที่โดนคนรักของเธอสลัดรักทิ้งไปอย่างไม่ไยดี หากแต่ในวันนี้ก็ยังอุตส่าห์แบกหน้ามาหาเธอจนถึงบ้าน
เด็กสาวสาวเท้าเดินตามไปในทิศทางที่อีกฝ่ายยืนรออยู่ ใบหน้าสวยหวานที่ดูอ่อนเยาว์ตามวัยฉายชัดถึงความหงุดหงิดอย่างที่ไม่คิดจะปิดบัง ดวงตากลมโตที่มักจะดูอ่อนหวาน ในเวลานี้กลับดูแข็งกร้าว
“คุณมีอะไรจะคุยหนู ก็เชิญพูดมาได้เลย” แบมแบมเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงยืนเงียบเป็คนไม่มีปาก และทำเพียงแค่จดจ้องใบหน้าของเธอนิ่ง
“เลิกกับพี่คล้าวซะ” กิ่งแก้วเอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แข็งกระด้าง ตรงนี้มีเพียงแค่เธอกับเด็กใจแตกตรงหน้า ไม่จำเป็ที่จะต้องรักษาภาพพจน์ของตัวเองให้เสียเวลาอีกต่อไป
“ไม่เลิก” แบมแบมเอ่ยตอบกลับไปแทบจะทันควัน สบตากับคนที่แก่กว่าด้วยความอวดดี
“เธอยังเด็ก ยังมีโอกาสในชีวิตที่จะได้เจอผู้ชายดี ๆ อีกเยอะ จะยอมตัดอนาคตตัวเอง เป็เมียน้อยของเขาอย่างนั้นหรือ” กิ่งแก้วเอ่ยสวนกลับไป พยายามที่จะพูดให้คนตรงหน้าเข้าใจคล้าวผิด
“หึหึ เมียน้อย เมียน้อยใครป้า” แบมแบมหลุดหัวเราะออกมาอย่างขำขัน ก่อนที่จะเอ่ยถามกลับไปด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ
กิ่งแก้วที่โดนเรียกขานว่าป้ากำหมัดของตัวเองเอาไว้แน่นด้วยความเจ็บใจ แน่นอนว่าเธอไม่มีทางที่จะสู้เด็กตรงหน้าได้ ในเื่ของความสาวความสวย หากแต่ในครั้งนี้เธอก็ไม่มีทางที่จะยอมรามือไปง่าย ๆ เหมือนคราวพี่สาวของเธอแน่
“เมียน้อยฉันไง ฉันกับพี่คล้าวเรามีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกันมานาน ก่อนที่เขาจะมาเจอเธอด้วยซ้ำไป” กิ่งแก้วเอ่ยพูดออกไปด้วยความมั่นใจ ดวงตาฉายชัดไปด้วยความมุ่งมั่น แม้ว่าสิ่งที่พูดออกไปนั้นจะไม่ได้มีเค้ามูลความเป็จริงเลยก็ตาม
“อะไรกัน อายุปูนนี้แล้ว ยังทำตัวเป็เด็กเลี้ยงแกะอยู่ได้” แบมแบมเอ่ยพูดขึ้นอย่างเหลือเชื่อกับการกระทำของอีกฝ่าย
ถ้าแบมแบมหลงเชื่อคำพูดของอีกฝ่ายก็คงจะโง่เกินคนแล้ว ในเมื่อวันนั้นที่อีกฝ่ายมีปากเสียงกับคล้าว เธอเองก็อยู่ที่บ้านหลังนั้น และก็ได้ยินทุกบทสนทนาของคนทั้งคู่
ยัยป้านี่คิดว่าเสียงของตัวเองคงเบามากมั้ง หรือไม่ก็คงจะเสียใจจนสมองกลับไปแล้ว ถึงได้กล้าสร้างเื่ราวโกหกมดเท็จแบบนี้มาพูดให้เธอฟัง ด้วยท่าทางที่คิดว่าตัวเองเหนือกว่าแบบนี้
“นี่!!” กิ่งแก้วตะคอกใส่แบมแบมที่พูดจาวาว่ากล่าวตัวเอง และยังคงดูไม่ทุกข์ร้อนกับบทบาทเมียน้อยที่เธอพยายามจะยัดเยียดให้
“รักเขามันไม่ผิดหรอกนะ แต่ถ้าเขาไม่รักตอบ ก็ควรทำใจนะป้า” แบมแบมเอ่ยพูดขึ้นอย่างแกมจะสั่งสอนคนที่โตกว่าแต่กลับไม่มีหัวคิด
“ไม่ต้องสาระแนมาสั่งสอนฉัน” กิ่งแก้วกัดแน่นเพื่อข่มอารมณ์โกรธ ก่อนจะเอ่ยตอบออกไปด้วยน้ำเสียงที่ฉุนเฉียว
“งั้นป้าก็เลิกสาระแน เื่ของหนูกับผัวหนูได้แล้ว” แบมแบมก็คือแบมแบม เด็กสาวเอ่ยตอบกลับไปด้วยถ้อยคำที่เจ็บแสบ
“ฉันมาเตือนก็เพราะหวังดี ไม่อยากให้เธอโดนเขาหลอก และจะได้ไม่ต้องกินน้ำศอกของใคร” กิ่งแก้วเอ่ยพูดสำทับอย่างเดือดดาล ก่อนจะผละเดินหนี เมื่อเห็นว่าการพูดคุยกับอีกฝ่ายในวันนี้ไม่เป็ผล
“ก็อย่าลืมเตือนตัวเองด้วยนะ ว่าผู้ชายที่แอบรักน่ะเขามีเมียแล้ว” แบมแบมเอ่ยพูดขึ้น ก่อนที่อีกฝ่ายจะได้ก้าวขึ้นรถ
กิ่งแก้วหยุดชะงักเท้าเมื่อได้ยินคำพูดนั้น มือเล็กกำเข้าหากันแน่น ร่างกายสั่นเทิ้มไปด้วยความโกรธ หากแต่ก็เลือกที่จะเดินหนีขึ้นรถและขับออกไปด้วยความเร็วสูงตามอารมณ์ที่ฉุนเฉียวของตัวเอง
“อีแก่บ้าน้ำลาย” แบมแบมก่นด่าตามหลังไปอย่างหงุดหงิด ร่างเล็กถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ก่อนจะพยายามปรับอารมณ์ของตัวเองให้เป็ปกติ และเดินกลับไปช่วยผู้เป็ยายจัดของเพื่อเตรียมเปิดร้าน
………………………………………………….
ได้โปรดเรียกพระเอกของเลดี้ว่า “พี่คล้าวสายเปย์” ส่วนกิ่งแก้วก็คือไม่ยอมเลิกรา ความ้าเอาชนะมันบังตา จนคนเรามันสามารถทำอะไรที่งี่เง่าและดูสิ้นคิดลงไปได้จริง ๆ
อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ส่งฟีดแบคกลับมาหานักเขียนอย่างเลดี้หน่อยนะคะ อยากบอกว่าการได้อ่านคอมเม้นท์ มันเป็แรงผลักดันในการอัพนิยายมาก ๆ เลย // อ้อน
และอย่าลืมกดเข้าชั้น กดหัวใจ และที่สำคัญอย่าลืมกดติดตามนามปากกาอิสตรีเริงรมย์กันเอาไว้นะคะ เพราะตอนนี้กำลังเร่งสานต่อพล็อตมากมายที่ได้ทำการดองเอาไว้ในไหแบบเร่งด่วน และแพลนที่จะปล่อยงานในตอนนี้ก็ยาวทั้งปี ฮือออ // กระพริบตาปริบ ๆ