BDSM อดีตของฟ้า

    หรือว่ามันไม่ใช่ความฝัน?

    พอผมลงมา เพื่อนๆ ผมก็ถามถึงน้ำฟ้าเหมือนกัน แต่พอผมตอบตามความจริงที่เธอเอ่ยบอกกับผมไปว่า ‘กำลังยุ่งๆ อยู่’ ซึ่งดูเหมือนพวกเพื่อนๆ ผมจะมีท่าทีเหมือนรู้อะไรบางอย่า งทั้งอมยิ้ม ทั้งขบขันแบบแปลกๆ ซึ่งผมก็ไม่ได้เอะใจ หรือ คิดอะไรมากนัก...และเกือบ 30-40 นาที ต่อมา น้ำฟ้านั้นถึงค่อยลงมา...

    “เ๯้าหญิงของเราลงมาแล้ว..” เสียงของไอ้เปาที่เอ่ยบอกขึ้น ซึ่งนั้นก็ทำให้เพื่อนคนอื่นๆ รวมถึงผมนั้น ต่างก็หันไปมอง ซึ่งเ๯้าตัวที่ลงมาก่อน นั้น คือ เ๯้าลักกี้... ก่อนที่น้ำฟ้าจะเดินตามลงมา ด้วยท่าเดินที่ออกดูแปลกๆ แถมมือไม้ยังเหมือนกุมยังท้องน้อยนิดๆ ด้วย...

    “ตื่นซะสายเลยนะ...ฟ้า..” แบงค์เอ่ยทักเชิงแซวๆ .....

    “นั้นสิ...แต่เห็นเมื่อกี้เ๯้าแอคบอกว่า ฟ้ากำลังยุ่ง คงไม่ใช่ว่าโดนเ๯้าลักกี้ทับอยู่หรอกนะ..” ตี้ที่ยืนกอดอกอยู่นั้นก็เอ่ยปากถาม ซึ่งคำถามดั่งกล่าวก็ทำให้เพื่อนๆ ผมหัวเราะกัน ส่วนน้ำฟ้าก็หน้าแดงแบบแปลกๆ ขณะที่ผมนั้นก็ งง จนต้องเอ่ยถามเล็กน้อย...

    “ทับเหรอ? ..” ผมที่เอ่ยขึ้น และนั้นก็เหมือนทำให้ท่าทีของเพื่อนๆ ผมที่หัวเราะชอบใจนั้นต่างชะงักและหันมามองผมด้วยท่าทีอึดๆ อักๆ ก่อนที่ไอ้เปานั้นจะเป็๲คนเอ่ยอธิบายถึงคำกล่าวสงสัยนั้น...

    “คืองี้นะ เ๯้าลักกี้ มันเป็๞พวกขี้อ้อนนะ ถ้ามันชอบใครก็จะติดแจ แถมยังชอบนอนซุกนอนทับร่างของคนที่มันชอบด้วย เพราะมันหลงคิดว่าตัวมันเองนะ ตัวเล็ก.ทั้งๆ ที่จริงนะ มันน้องๆ หมีควายแท้ๆ ...ใช่มัยละฟ้า...” ไอ้เปาอธิบายให้ผมฟังและหันมาเอยถามน้ำฟ้า ซึ่งผมก็หันมาทางเธอ...

    “อะ อือออ...ใช่..” เธอตอบรับ อย่างยิ้มแบบดูแปลกๆ ..ซึ่งผมก็ไม่ได้สงสัยอะไรและเอ่ยถามกลับ...

    “งั้นเมื่อกี้ที่ฟ้าบอกว่า ยุ่ง ก็โดนเ๯้าลักกี้มันทับร่างอยู่เหรอ? ...” ผมถาม ซึ่งเหมือนเป้นการถามย้ำคำถามเดียวกับ เ๯้าตี้เมื่อครู่นั้น ซึ่งน้ำฟ้าก็มีสีหน้าดูเขินๆ ...ก่อนจะเอ่ยตอบ...

    “อืออออ....ใช่...” เธอตอบอย่างสั้นๆ อย่างสีหน้าระเรือแดง ซึ่งครั้งนี้เธอก็ขยับมือไม้จับผมยาวๆ ของตัวเองเล่นอย่างไปมา ซึ่งมันก็เป็๲ท่าทางการเขินของเธอนั้นเอง ซึ่งผมก็ไม่ได้เอะใจเลย...

    “แล้วทำไมไม่บอกละ...แอคจะได้เข้าไปช่วย ตัวมันใหญ่แบบนี้ กว่าฟ้าจะเอามันออกไปได้ไม่แย่เหรอ? ..” ผมเอ่ยถามต่ออย่างพาซื่อ โดยไม่รู้เลยว่าพวกเพื่อนผมนั้นแอบหัวเราะอยู่ในลำคออย่างยิ้มๆ ...

    “ไม่เป็๲ไรหรอก... อีกอย่าง ปล่อยไว้สักพัก เดี๋ยวมันก็ออกไปเองแหละ...” เธอตอบผมอย่างสีหน้าระเรือแดงไปถึงหู ซึ่งตอนนั้นผมก็เข้าใจ ว่าภาพตอนที่มันนอนทับอาจจะเป็๲อะไรที่อายมากๆ จนไม่อยากให้ผมเห็น เหมือนผมที่โดนเ๽้าลักกี้ฟัดซะเปียกนั้นนะครับ...

    มาเริ่มเอะใจก็ตอนที่เ๯้าตี้ เพื่อนผม ซักถาม น้ำฟ้าจัง...ใช่มันเอ่ยถามเธอว่า “แล้วนี่ โดนเ๯้าลักกี้ทับไปกี่ทีละ..”

    คำถามที่ทำให้น้ำฟ้ามีท่าทีแปลกๆ ส่วนเพื่อนๆ ผมต่างขำนิดๆ ส่วนผมก็เริ่มเอะใจมากขึ้น นั้นละครับที่เริ่มทำให้ผมเอะใจ

    และมันต้องมีอะไรอยู่อย่างแน่นอน...หลังจากนั้นน้ำฟ้าก็นั่งลงทานอาหารเช้าที่มันกลายเป็๞อาหารเที่ยง ซึ่งพวกเพื่อนๆ ของผมต่างก็พูดคุยหยอกล้อเธออย่างสนุกสนาน....

    “ทานแค่นี้เองเหรอ ฟ้า...” ผมที่เอ่ยปากถามเธออย่างเป็๲ห่วง....เพราะเธอกินโจ๊กไปได้ไม่มากเท่าไร เธอก็แสดงท่าทีเหมือนอิ่มแล้ว..

    “อืออออ...ก็ ฟ้ายังไม่หิวเท่าไรนะ...และเมื่อวานคงกินเยอะไปหน่อยด้วยเลยทำให้ไม่หิวนะ...” เธอตอบคำถามผมอย่างยิ้มหวาน..ก่อนที่เสียงของไอ้เปานั้นจะเอ่ยขึ้น...

    “แล้วมีใครอยากจะไปไหน รึเปล่า....” คำถามดั่งกล่าวที่ทำให้พวกเพื่อนๆ ผมต่างจ้องมองกัน ราวกับถามกันเองอีกต่อหนึ่งด้วย...

    “ไม่ละ...ไม่ไปไหนหรอก...ฟ้ายังเหนื่อยอยู่เลย...ขอนอนเล่นอยู่ในบ้านนี่แหละ..” น้ำฟ้าที่เหมือนตัวแทนของพวกผมนั้นเอ่ยตอบ...และพอเธอเอ่ยตอบพวกเพื่อนๆ ผมต่างก็เอ่ยเสริม...

    “ใช่ๆ ฟ้าพูดถูกแล้ว..ไม่ไปไหนหรอก เพราะต้องเก็บแรงเอาไว้ลุยคืนนี้อีก...” แบงค์ที่เปHoคนเอ่ยเสริม ซึ่งก็ทำให้พวกเพื่อนๆ ผมต่างอมยิ้มและหัวเราะ แต่น้ำฟ้านี่สิกับมีท่าทีเขินๆ แบบแปลกๆ ...

    “ลุย? นี่พวกแกอย่าบอกนะว่าจะกินกันอีกนะเว้ย....” ผมที่ตอนนั้นพาซื่อ ก็เข้าใจว่า ลุย ในที่นี้ หมายถึง กินดื่มกันแบบเมื่อคืน ซึ่งนั้นก็ทำให้ พวกเพื่อนผม ทั้งยิ้ม และหัวเราะอย่างแปลกๆ ...

    “อืออออ.....ก็ไหนๆ หยุดมาเที่ยวทั้งที ก็ต้องสนุกให้เต็มที่จริงมัยฟ้า..” ไอ้เปาที่ตอบและหันไปถามกับน้ำฟ้า..

    “อือออ...ใช่จ๊ะ..” เธอตอบอย่างเขินๆ ซึ่งผมก็อึ้งเล็กน้อย ก็ไม่คิดว่าเธอจะเห็นด้วย ขณะที่ผมนะเหรอ? ไม่เห็นด้วย เมื่อคืนผมก็แทบตายอยู่แล้ว....ตอนที่คุยๆ กันอยู่นั้นก็ยังมีอาการมึนๆ อยู่เลย...แต่พอพูดถึงตอนกลางคืน ภาพอันวาบหวาที่ผมเกือบจะลืมไปนั้นก็ผุดขึ้น และนั้นก็ทำให้ผม มองพวกพ้องของผม ด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย...

    แน่นอนว่าถึงแม้ผมไม่อยากจะเชื่อหรอกว่า สิ่งที่ผมเห็นและจำแบบเลือนรางมากๆ นั้นจะเป็๲ความจริง แต่ท่าทางที่พวกเพื่อนๆ ผมแสดงออกมานั้น ก็ทำให้ผมคิดว่า เ๱ื่๵๹ดั่งกล่าวอยู่ที่ ประมาณ 70/30 (70 คือไม่เชื่อ 30 คือ เชื่อ...) และที่ค่อนไปทางไม่เชื่อมากกว่านั้น เป็๲เพราะผมคิดว่าผมรู้จักเพื่อนและน้ำฟ้าดีนั้นเอง...