-15-
นิมิตที่คุ้นเคย
“เพ่ยอิง....ตื่นได้แล้ว”
“อื้อ!”
มือเรียวเล็กขาวซีด เอื้อมเกลี่ยเส้นผมของเพ่ยอิง ดวงตาสลึมสลือเบิกกว้างขึ้นด้วยความใ
“จ...เ้า! เ้าเป็ผู้ใดกัน”
“เพ่ยอิง”
เ้าตัวเล็กเรือนผมและอาภรณ์เป็สีขาว มีเพียงดวงตาเท่านั้นที่เป็สีฟ้าคราม เพ่ยอิงพยายามคิดว่าคนตรงหน้าเป็ใคร แล้ว้าอะไรจากเขา
“การที่เ้าลืมข้า มัน..อึก! มันโหดร้ายมากเลยนะ ฮืออออ...”
“เอ่อ..ย..อย่าร้องไห้สิเ้าตัวเล็ก”
“ข้าไม่อยากอยู่คนเดียว”
“งั้นมาอยู่ด้วยกันไหม เ้าชื่ออะไรหรือ” เพ่ยอิงเห็นใจเด็กที่อยู่ตรงหน้า คงเป็ภูติหรือิญญาที่โดนทอดทิ้ง แต่ยิ่งมองดวงตาคู่นี้ ก็ยิ่งรู้สึกเหมือนเราเคยพบเจอกัน
เ้าตัวเล็กเอาแต่ส่ายหัว มือขาวซีดเอื้อมมากุมมือของเพ่ยอิงเอาไว้
“คงลำบากมากเลยใช่ไหมเพ่ยอิง ที่ผ่านมาเ้าต้องทำเพื่อผู้อื่นมาโดยตลอด” ิญญาตรงหน้าเริ่มร้องไห้ ร่างกายสั่นเทาสะอึกสะอื้น แต่อยู่ๆร่างกายเล็กก็โดนยกลอยหวือ มาอยู่ในอ้อมอกของเพ่ยอิง หยาดน้ำตาที่พรั่งพรูทะลักออกมา มีมือของเพ่ยอิงเกลี่ยเช็ดให้
“พะ เพ่ย ฮึก..อิง”
“อย่าร้องไห้เพราะเราอีกเลย”
เพ่ยอิงเพียงแค่พูดออกมาจากความรู้สึก เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมิญญานี้ถึงได้มาหา ทว่าความรู้สึกกลับบอกว่ามันเป็เพราะเพ่ยอิง เ้าตัวเล็กถึงได้โศกเศร้า
ั์ตาฟ้าครามของเพ่ยอิงลืมขึ้นอีกครั้งในเช้าตรู่ ทุกอย่างเป็เพียงความฝัน ิญญาเด็กนั่นไม่อยู่ที่นี่ เพ่ยอิงคิดว่าคงแค่หลงทาง ผ่านมาเจอเขาก็เท่านั้น
ร่างสูงโปร่งในชุดทะมัดทะแมงเดินไปสูดอากาศยามเช้า ภาพบางอย่างก็แวบมาในหัวของเขาอีกครั้ง มันบีบอัดสมองของเพ่ยอิงจนเ็ป ราวกับว่ามันพยายามะเิหัวของเขาอยู่
“อึก! โอ้ยยย!!...”
“อาเพ่ย!”
โจวซวงเห็นเพ่ยอิงยืนยิ้มอยู่กับดอกไม้เป็นานสองนาน แต่แล้วก็กุมศีรษะร้องโอดโอยขึ้นมา เขาวิ่งเข้ามาหาคนที่ทรุดอยู่กับพื้น โลหิตบางส่วนไหลออกจากจมูก
‘หากเ้าโดนลงโทษจนตาย หรือโดนมารจับไป อย่าหวังว่าข้าจะเหลียวแล!’
‘ข้าไม่้าเ้า ข้าเกลียดเทพ!’
ใครบางคนเอาแต่เอ่ยวาจาทำร้ายจิตใจ เพ่ยอิงหลับตาปี๋พยายามลบมันออกจากสมอง
“ฮึก! อ่ะ..อึก..!”
‘ใจร้าย ท่านน่ะใจดำกับเรามากที่สุด’
“อาเพ่ย ข้าจะพาไปหาอาจารย์เดี๋ยวนี้” โจวซวงเห็นอาการไม่ดี รีบพยุงเพ่ยอิงขึ้นหลังของตัวเอง
‘ข้ากำลังจะตาย และไม่้าเห็นหน้าเ้าอีกแล้วเพ่ยอิง...’
วาจาร้ายบาดแทงหัวใจยังคงเข้ามาไม่หยุด เพ่ยอิงนอนนิ่งน้ำตาไหลริน หากนี่เป็เื่ราวของตัวเขาที่ผ่านมา ก็ไม่ควรจดจำให้เ็ป เพ่ยอิงควรลืมมันไปเสียดีกว่า แต่ทว่าหัวใจของเขาเอาแต่ย้ำเตือน ว่าเพ่ยอิงไม่ควรลืมคนใจร้ายผู้นี้
ตามร่างกายเจ็บแปลบขึ้นมาจนต้องลืมตา และพบว่าเข็มยาเล่มเล็กปักอยู่ทั่วทั้งตัวของเพ่ยอิง
“ตื่นแล้วรึ? อย่าเพิ่งขยับ”
“เราเป็อะไรหรือท่านอาจารย์” เพ่ยอิงที่นอนลืมตามองเพดานเอ่ยถาม
“ความทรงจำของเ้ากำลังกลับมา”
“ท่านลบทิ้งได้หรือไม่?”
“หือ?”
“เราไม่อยากจดจำอดีตพวกนั้นหรอก เราอยากเป็เพียงศิษย์ของสำนักต้าิ”
ริมฝีปากของเพ่ยอิงสั่นเล็กน้อย เขากำลังกลั้นความเสียใจของตัวเอง อดีตมันช่างเ็ป เพ่ยอิงไม่อยากกลับอยู่ตรงนั้นอีกแล้ว
“แต่ข้าว่าเ้าไม่อยากทำเช่นนั้นหรอก”
“....”
“อาเพ่ย เ้าน่ะเป็ดังสายน้ำชโลมใจชะล้างความทุกข์ ยามเ้าท้อแท้สิ้นหวัง ก็ให้กลับไปมองสายน้ำที่ไหลผ่านไป พวกมันสิ้นหวังเพียงไหน ก็ยังไม่เคยหยุดไหล”
เพ่ยอิงไม่ได้ตอบอะไรกลับไป นานมากแล้วที่ใครสักคนเคยบอกเขาไว้ อย่ายอมแพ้ให้กับจิตใจของตัวเอง คนผู้นั้นเหมือนจะหวังดีกับเขา แต่ทำไมเพ่ยอิงถึงไม่อยากกลับไปจดจำกันล่ะ
ป๋อเหวินพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมเมืองไห่ฉือ เขาเอาแต่ดื่มสุราเมามาย เป็ครั้งแรกที่ซัวเหิงเห็นความสิ้นหวังในตัวของผู้เป็เ้านาย
“นายท่านขอรับ”
“ว่าไง”
“เราจะไปไหนกันต่อ ข้าว่าเมืองนี้ก็น่าปักหลักไม่เบา”
“เ้าชอบรึ?”
“เอ่อ..ก็ดีขอรับ ข้าว่าเราควรพักผ่อนเอาเรี่ยวแรง” ซัวเหิงเพียงแค่อยากรู้ความจริง การอยู่ที่นี่ก็ทำให้สืบหาความจริงได้ง่ายขึ้น
“ตามใจเ้า”
ป๋อเหวินไม่ได้ขัดคอิญญาดาบอัคนีปีศาจ สุราจากไหถูกยกกรอกเข้าปาก ซัวเหิงไม่อาจทนเห็นเ้านายอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้อีกต่อไปแล้ว จอมมารที่ใครหวั่นเกรงปล่อยเนื้อปล่อยตัว เอาแต่เมามายเช้ายันค่ำ มีแต่ความสิ้นหวังฉายออกมาทางสายตา
ซัวเหิงลงไปด้านล่าง สวนเข้ากับใครบางคนที่ดูมีอำนาจ อาภรณ์สีมุกปักดิ้นทองลายัดำ
“เถ้าแก่กู้” น้ำเสียงของอีกคนทำให้ซัวเหิงต้องหยุดฟัง
“อ่า องค์ชายโม่หราน พระองค์รับสิ่งใดดีพะยะค่ะ”
หือ? องค์ชายโม่หรานหรือ
“ติดประกาศให้ทั่ว ข้า้าตามหาชายผู้นี้” องค์ชายส่งกระดาษให้เถ้าแก่กู้ เ้าของโรงเตี๊ยม ซัวเหิงหันไปมองก็พบว่ามันคือรูปของเทพ์เก้าชั้นฟ้า
ท่านเพ่ยอิง!
ในประกาศระบุว่าหากใครพบเจอบุคคลผู้นี้ ให้แจ้งไว้ที่เถ้าแก่กู้ มีรางวัลให้อย่างงาม
องค์ชายของ์เดินไปนั่งโต๊ะริมสุดด้านใน ส่วนที่ชั้นสองนั้นป๋อเหวินยืนมององค์ชายไม่วางตา
ศิษย์น้องที่เข้าไปในเมืองมา วิ่งกระหืดกระหอบหน้าตั้งกลับมาที่สำนัก พร้อมยื่นแผ่นกระดาษให้อาจารย์เป๋ยซานหลิง เ้าสำนักต้าิดูทันที
หน้าของอาเพ่ย ติดเต็มไปทั่วเมืองไห่ฉือ
“เ้ารู้ไหมว่าเป็ผู้ใด!?”
“เอ่อ เถ้าแก้กู้บอกข้าว่า เป็องค์ชายจาก์เก้าชั้นฟ้า”
ท่านเซียนเป๋ยซานหลิงขยำกระดาษในมือทิ้ง เง็กเซียนฮ่องเต้ยังไม่เลิกล้มที่จับตัวของเพ่ยอิงอีกหรือ เด็กคนนี้ะโลงเหวหน้าลานปะาเซียน ชดใช้ความผิดบาปของตนอย่างสาสมแล้ว
“โจวซวง”
“ขอรับ ท่านอาจารย์”
“เ้าต้องตามติดอาเพ่ยตลอดเวลา อย่าให้คลาดสายตาเป็อันขาด”
“ขอรับ”
ศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักต้าิตกปากรับคำหนักแน่น เขาไม่มีวันยอมให้ผู้ใดมาทำร้ายอาเพ่ย ตราบใดที่โจวซวงยังยืนอยู่ตรงนี้ คนผู้นั้นก็อย่าหวังจะได้ตัวของอาเพ่ยไปเลย
องค์รัชทายาทโม่หรานจะอยู่ที่โรงเตี๊ยมเมืองไห่ฉือ จนกว่าจะพิสูจน์เื่ที่มหาเทพจวิ้นหยางเปรยขึ้นเมื่อหลายวันก่อน หลังจากชวนเขาดื่มชาที่วังเหลียนฮวา
‘เพ่ยอิงอาจยังอยู่ คงอยู่ที่ใดสักแห่งบนยุทธภพนี้ หรือไม่ก็....’
‘ท่านกำลังกล่าวสิ่งใด’
ป๋อเหวินอยู่ที่เมืองไห่ฉือ จอมมารไปทำอะไรที่นั่นกัน องค์รัชทายาทโม่หรานคิดตาม วันที่เพ่ยอิงะโลงไปที่หุบเหวด้านล่าง ป๋อเหวินดูใจสลายและพยายามะโตามไป ไม่แน่ว่าตอนนี้เขาอาจจะคิดเหมือนกับเราทุกคน เพ่ยอิงยังคงมีชีวิตอยู่ณ.ที่แห่งใดสักแห่ง
“องค์รัชทายาทไม่ต้องเป็กังวล อย่างไรก็ขอให้ท่านตามหาเพ่ยอิงจนเจอ”
“พระองค์กล่าวมาขนาดนี้ ข้าคงต้องเชื่อว่าน้องเพ่ยอิงยังอยู่”
มหาเทพจวิ้นหยางมีเพียงรอยยิ้ม “เราต่างก็มีเป้าหมายเดียวกันไม่ใช่หรือ”
“ข้ายอมทำเพราะเพ่ยอิง หากช่วยเขาได้ข้าก็คงไม่ต้องมาทุกข์ทรมานเช่นนี้” องค์รัชทายาทตอบกลับ
“ใช่แล้ว! เพื่อเพ่ยอิง อย่างไรก็เป็ดังลูกหลานของข้า เป็คนของวังเหลียนฮวาแห่งนี้”
ตกเย็นศิษย์พี่โจวเป็คนมาถอดเข็มยาออกให้ เพ่ยอิงมองหาอาจารย์เป๋ยซานหลิง แต่ศิษย์พี่บอกว่าอาจารย์มีธุระด่วน เลยมอบหมายให้เขามาดูแลแทน
“เกิดอะไรขึ้นกับเ้ากันแน่”
“อาจารย์บอกว่า ความทรงจำเรากำลังจะกลับมา” คนนอนอยู่เอ่ยปากตอบ โจวซวงแอบชะงักไปเล็กน้อย หากเป็เช่นนั้นมันก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ แต่ทำไมเขากลับรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาแทน
“หากจำได้แล้ว เ้าจะไปจากพวกเราหรือเปล่า?”
“ถ้าเรามีอดีตที่โหดร้าย ศิษย์พี่คิดว่าเราควกลับไปหรือไม่”
“อาเพ่ย...ข้า เอ่อ คือว่าข้า”
“ศิษย์พี่ใหญ่! เห้อ..ในที่สุดก็หาตัวของท่านเจอ ดูนี่สิ!” ศิษย์น้องสี่ห้าคนกรูเข้ามาในห้อง เพ่ยอิงยันกายลุกขึ้นมาจากที่นอน ตามองกระดาษในมือของศิษย์พี่โจวซวง
“น...นี่มัน! นี่มันตัวเรานี่ หมายความว่าอย่างไร?”
“เอาล่ะพวกเ้าออกไปก่อน”
ศิษย์น้องบอกว่าเจอกระดาษนี้แปะทั่งเมือง เอาไปให้อาจารย์เป๋ยซานหลิงดู ท่านกลับโมโหแล้ขยำทิ้งลงพื้น จึงเอามาให้ศิษย์พี่ใหญ่ดูแทน แต่หารู้ไม่ว่าตัวเขานั้นรับรู้มาก่อนหน้าแล้ว
“คืออะไรหรือศิษย์พี่ใหญ่”
“ข้าเองก็ไม่รู้ เห็นว่าเป็องค์ชายจาก์เก้าชั้นฟ้า ลงมาตามหาตัวของเ้า”
“ตะ แต่...ว่าเราไม่เคยรู้จัก์เก้าชั้นฟ้ามาก่อน” เพ่ยอิงกอดเข่าของตัวเอง ดวงตาฟ้าครามสั่นไหวเพราะความกลัว หรือว่าก่อนหน้านี้เพ่ยอิงจะเป็คนเลว เป็นักโทษของ์
“อาเพ่ย! มองหน้าของข้า และบอกข้ามาว่าเ้าอยากอยู่ที่นี่ไหม”
“ย..อยาก! เราอยากอยู่”
“ขอแค่เ้าไม่อยากไป ข้าจะปกป้องเ้าเอง เข้าใจหรือไม่เด็กโง่!” โจวซวงนั่งลงเคียงข้าง ยกมือลูบหัวเพ่ยอิงอย่างอ่อนโยน แววตาตื่นกลัวค่อยสงบลง
โจวซวงขยำแผ่นกระดาษในมือปาทิ้ง เขาไม่สนว่าอดีตของเพ่ยอิงจะเป็ใคร มาจากไหน ก่อนหน้าที่พบเจอกัน สภาพของเพ่ยอิงเละเทะยับเยิน แววตาใสซื่อหวาดกลัวผู้คนรอบข้าง ยิ่งเขานึกถึงภาพนั้น ก็มีแต่ความเคียดแค้นเ็ปใจ
องค์ชายโม่หรานผ่านหน้าห้องของป๋อเหวิน และพบว่าจอมมารหนุ่มกำลังร่ำสุราเมามาย สองเท้าก้าวเข้าห้องอย่างวิสาสะ วางหอกลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดัง
“เ้ายังมีหน้ามาสุขสำราญอีกหรือป๋อเหวิน?”
“โม่หราน เหอะ! เ้ามาทำอะไรที่นี่เล่า”
“เ้าสิ! ที่ข้าควรถามว่ามานั่งร่ำสุราอยู่ที่นี่อย่างสบายใจ ทั้งที่เพิ่งทำให้มีใครตายไป”
ปังงงง!
ป๋อเหวินวางไหสุราบนโต๊ะอย่างแรง ดวงตาแดงก่ำมองคนตรงหน้าพลางแสยะรอยยิ้ม
“ข้าเคยเตือนเ้าหลายครั้งแล้วโม่หราน อย่าเป็มารร้ายตัวต่อไป”
“ป๋อเหวิน!!! มารชั่ว!!!”
“ถอยออกจากนายของข้า เดี๋ยวนี้!” โม่หรานที่กำลังจะยกหอกก็ต้องชะงักไป เมื่อมีเสียงจากด้านหลังโพล่งขึ้นมา เด็กหนุ่มชุดดำที่หน้าตายังอ่อนเยาว์ ดวงตาเต็มไปด้วยประกายเพลิง
“เ้าคือ?”
“ไม่เอาน่าซัวเหิง ข้ากับโม่หรานเรารู้จักกันดี”
“เหอะ!”
“บิดาของเขาเลี้ยงดูข้ามาเป็อย่างดี เอาใจใส่ข้าไม่ต่างกับลูกแท้ๆในสายเื” ป๋อเหวินกระตุกยิ้มชอบใจ ท่าทางของโม่หรานดูอยากฆ่าเขาเต็มประดา
“ข้ามั่นใจว่าเ้าตามหาเพ่ยอิงอยู่ แต่จงจำเอาไว้ให้ขึ้นใจของเ้า ข้าไม่มีวันยอมให้เพ่ยอิงพบเจอกับเ้า ต่อให้ต้องกักขังเขาข้าก็จะทำ!”
โม่หรานคว้าหอกเดินชนไหล่ซัวเหิงออกไปจากห้อง แววตาเลื่อนลอยของป๋อเหวินเมื่อครู่กลับมาแข็งกร้าวอีกครั้ง เ้านั่นบอกว่าเขากำลังตามหาเพ่ยอิง หมายความว่าอย่างไร
“ดูนี่สิขอรับ”
ป๋อเหวินมองกระดาษในมือของตัวเอง เมื่ออ่านจบเขาก็ขยำทิ้งปาลงไปกับพื้นอย่างหัวเสีย