เซรอสค่อยๆดึงมือเขาออกก่อนที่จะจะมือเล็กมาจูบที่หลังฝ่ามือแล้วเดินจากไปก่อนที่จะค่อยๆปิดประตูลงช้าๆ
เซรอสเดินลงมาก็ทุกคนนั่งรออยู่และเมื่อครบองค์ประชุมกาสนทนาจึงเริ่มต้นขึ้น “รอบนี้ราต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะการเดินทางครั้งสุดท้ายนอกจากการมาทัศนศึกษาเพื่อทำรายงาน รีเซ่ต้องเป็นคนปลดปล่อยเบียคโกะและอาจจะต้องช่วยเซรอสด้วยในยามฉุกเฉินเพราะเราไม่รู้เลยว่าส่งที่การาดอฟมันลงมนต์ไว้กับเซรอสมันคืออะไร ดังนั้นการเดินครั้งนี้ขอให้ทุกคนเพิ่มการระแวดระวังให้มากขึ้น ไม่แน่ว่าเราอาจจะต้องเจอกับเฮียวอีกรอบก็ได้ เราจะเริ่มเดินทางพรุ่งนี้กันแต่เช้าตรู่ โดยใช้เส้นทางรถไฟสายด่วนพิเศษ เอเธน่า-ไฟล์ ผ่านช่องแคบเขาขาดของไฟล์ซึ่งเป็นเส้นทางที่ไวที่สุดจากนี้ละนะ หรือทุกคนเห็นว่าไง” เลโอเป็นคนเปิดประเด็น
“อันนี้ฉันเห็นด้วยนะเรื่องการเพิ่มความปลอดภัย เพราะไอ้รีเซ่พลังมันยังไม่เสถียร” เดเรสพยกหน้ารับอย่างเห็นด้วย
“นั้นสิ ฉันเองก็เห็นด้วยยิ่งช่วงหลังๆพลังกายมันก็ยิ่งน้อยลง..มันน้อยลงมากจนฉันเองก็รู้สึกกังวล” ยูซีทพูดด้ยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก
“นั้นสิคะ จริงๆแล้วอันนี้ฉันเห็นด้วยนะ จริงอยู่ที่รีเซ่มีพลังของเซริวเเละพลัขงสติกมาตา แต่ฉันว่าร่างกายเธอรับพลังพวกนั้นในเวลาไล่เรี่ยกันไม่ไหว”
ยูนะเสริมขึ้นซึ่งเลโอเองก็พยักหน้าเห็นด้วยกัยเธอ เลโอเองก็มีความคิดคล้ายยูนะเเละพวกเดเรส เพราะรีเซ่อ่อนแอเเละอ่อนกำลังลงมากแม้นจะมีพลังมากแค่ไหนก็ตามที เพราะพวกเขาสังเกตุเห็นได้ตั้งแต่หลังจากที่ตราสติกมาตาปรากฏขึ้น รีเซ่ก็มีอาการขึ้นมาเรื่อยๆ
“จริงๆแค่ปลดปล่อยเบียคโกะก็พอ ไม่ต้องช่วยฉันก็ได้ ร่างการยัยนั้นมันรับไม่ไหวหรอก” เซรอสปฏิเสธหน่ายๆ
“แล้วแกว่ามันจะยอมรึไง เดี๋ยวก็ต่อยแกปากเจ่อเป็นครุฑอีกหรอก ไอ้นี้ก็พูดไม่คิด”
เร็งกะมองเซรอสด้วยสายตาเชิงดุ ซึ่งเขาก็ได้เเต่ส่ายหัว เพราะถ้าทำให้เธอโกรธอีกเขาไม่เอาแล้ว
หนึ่งนาทีสามสิบอารมณ์ขนาดนั้น แถมโกรธทีก็อย่างกับจะฉีกอกเขาได้
ไม่เสี่ยงดีกว่า
เฮ้ออออ…
“ถ้าฉันเป็นรีเซ่ฉันก็ช่วยนายนะ เพราะสำหรับรีเซ่นายคือคนสำคัญ” ยูนะพูดกล่อม ซึ่งเรียกเสียงโห่จากเพื่อนๆได้ไม่น้อยเลย
“เฮ้อ..สาวๆนี้เข้าข้างกันจัง..แต่ถ้าแบบนั้นฉันก็จำเป็นต้องพารีเซ่ไปหาพ่อก่อนนะ เพราะฉันมีเรื่องต้องบอกพ่อเหมือนกัน แถมต้องไปเอาของบางอย่างด้วย” เซรอสบอก
“แหวนแต่งงานรึไงวะ”เดเรสแซวขึ้น
เสียงเพียะ!ดังลั่นกลางวง เพราะยูซีทฟาดฟาดมือเข้าที่หัวของฝาแฝดตัวเองเต็มๆแบบไม่ยั้งเเรงด้วยความเหลืออด
“มันใช่เวลาเล่นไหมละไอ้บ้า” ยูซีทเอ็ดเข้าซึ่งเดเรสก็เพียงแค่บเขี้ยวเขียวฟันอย่างอดกลั้นที่จะเข้าไปเอาคืนแฝดของตนเช่นกัน
“มันเป็นชิ้นส่วนหนึ่งของเบียคโกะ มันอยู่ในตระกูลของฉันมานาน” เซรอสตอบพร้อมกับยกแก้วน้ำขึ้นมาจิบและทำเป็นไม่สนใจกับสงครามพี่น้องฝาแฝดที่พึ่งเกิดขึ้นด้านหลังเขา
“ถ้าอย่างนั้นเรายิ่งไปถึงไวเท่าไหร่ก็ย่งดีจะได้หลีกเลี่ยงและลดความเสี่ยงมากขึ้น”เลโอตอบกลับไปด้วยสีหน้าคิดหนัก
เวลาประมาณตีห้า ทุกคนก็เตรียมตัวกันเสร็เรียร้อยแล้ว เหลือก็แต่ยูนะเเละรีเซ่เท่านั้นที่ยังไม่ลงมา เลโอมองนาฬิกาบนผนังไปมาจน เซรอสต้องถอนหายใจ
งานนี้เเม่คุณของเขาคงยังไม่ตื่นอีกแน่นอน
“รีเซ่ นี้รีเซ่ตื่นสิ ได้เวลาเดินทางแล้วนะ..นี้…”
เซรอสเดินขึ้นมาถึงประตูห้องก็ได้ยินเสียงยูนะเรียกรีเวนไปวนมา ฟังจากเสียงแล้วคงจะกำลังวุ่นวายใจกับแม่คนขี้เซาน่าดู
เซรอสจัดการเคาะก่อนเสียสามที ไม่นานนักประตูก็ถูกเปิด ยูนะมองเซรอสด้วยสีหน้าที่สุดแสนจะดีใจใจปนเบาใจ
“ฉันไม่รู้จะทำยังไงดีแล้วเซรอสปลุกไม่ตื่นเลย งัวเงียๆตลอดเเล้วก็นอนต่อ เฮ่ออ”
ยูนะถอนหายใจ
“ไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันจัดการเอง แต่รบกนฝากเก็บของให้รีเซ่ด้วยได้ไหม”
“ได้จ๊ะ” ยูนะรับคำพร้อมกับเริ่มการเก็บของของเพื่อนสาวใส่กระเป๋าเป้
เซรอสเดินไปที่เตียง ก็เห็นคนขี้เซายังคงนอนหลับสบายอยู่
เขาเก็บของเตรียมของกันครึกโครมขนาดนี้ ไม่ตื่นได้ไงเนี้ย
“รีเซ่ เฮ้ยัยตัวเล็กตื่นเดี๋ยวนี้!!”
เซรอสพูดพร้อมกับเขย่าตัวเธอไปด้วย แต่ก็มีเเค่เสียงขานรับแบบงัวเงียตอบกลับมาเท่านั้น
แค่เท่านั้นจริงๆเพราะเเม่คุณนอนต่อทันที
จะบ้าตาย
“ฉันก็ปลุกแบบนี้แหละเเต่รีเซ่ไม่ยอมตื่นเลย” ยูนะที่เก็บของใส่เป้เสร้จเเล้วเดินมาทางด้านข้างเตียง เธอสะพาย้เล็กๆสองใบไว้กับตัว พร้อมมองเพื่อนสาวอย่างอื่นใจ
“งั้นก็หิ้วไปทั้งเเบบนี้และให้ไปตื่นบนรถไฟเอา” เซรอสพูดพร้อมกับอุ้มรีเซ่ขึ้นก่อนจะค่อยๆลุกเพื่อกลัวเธอตื่นแล้วค่อยๆเดินออกไป ยูนะจึงเดินตามเซรอสไปพร้อมกับความขบขัน
ขณะนี้ทั้งหมดใกล้ถึงรัฐไฟล์เต็มที่ ด้านหน้านั้นคือช่องแคบเขาขาด ก่อนเข้าเขตรัฐไฟล์ เส้นทางนี้จากเอเธน่าเรียกว่าเป็นเส้นทางที่ใกล้และไวที่สุด ทิวทัศน์รบด้านนั้นดูอึมครึม ป่ารกทึบที่อาจเรียกได้ว่าป่าดิบชื้นนั้นเป็นทิวทัศ์ที่มีอยู่สองข้างทางรถไฟ แน่นอนว่ามันไม่ได้สวยงามอย่างที่ติดเพราะความอึมครึมที่ชวนพิศวงนั้นมันทำให้ทางรถไฟช่องแคบเขาขาดนั้นช่างดูน่ากลัว เหมือนว่ามันพร้อมที่จะมีสัตว์ร้ายโผล่ออกมาได้เสมอ
“อื้อออ…”
เสียงงัวเงียของร่างบางที่นอนอยู่บนตักเขานั้นบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเธอกำลังจะตื่นนอน เซรอสนั่งพิงหน้าต่างกระกรถไฟพร้อมกับเท้าคางมองเธอ รีเซ่บิดตาไปมาก่อนที่นัยน์ตาสีทับทิมจะค่อยๆลืมตาขึ้น พร้อมกับเด้งพรวดขึ้นมาอย่างตกใจ
“ที่ไหนเนี้ย!!”
ตื่นมาก็โวยวายก่อนเป็นอันดับแรก
เลโอถอนหายใจกับแม่จอมวุ้น ตื่นก็ยาก เรื่องก็เยอะ โวยวายเก่งเป็นที่หนึ่ง เขาละปวดหัว
“เข้าเขตไฟล์แล้ว” เลโอตอบเนิ่บๆ
“ฉันมาอยู่นี้ได้ยังไงกัน”
“พวกฉันคุยกันตั้งแต่เมื่อคืนเเล้วตอนเธอหลับว่าจะรีบออกเดินทางกันแต่เช้า แต่ฉันปลุกเธอแล้วเธอไม่ยอมตื่น ก็เลยต้องเดือดร้อนให้เซรอสเขามาหิ้วเธอนะสิ” ยูนะพูดด้วยสีหน้าอ่อนโยน
รีเซ่ยิ้มแห้งๆให้เพื่อนสาวพร้อมกับรับกระเป๋าเป้ของเธอมาจากยูนะ สงสัยเมื่อวานเธอจะเหนื่อยจริงๆเพราะดูเหมือนว่าเธอจะหลับเป็นตายกันเลยทีเดียว ไม่รับรู้ถึงสิ่งใดๆบนโลกเลย
“ห้องอาบน้ำบนรถไฟอยู่ทางโน่น เธอจะไปอาบน้ำไหม เดี๋ยวฉันไปเป็นเพื่อน” ยูนะถาม
“ไม่เป็นไรๆฉันไปเเป๊บเดียว ยูนะรอนี้แหละ”
ว่าแล้วรีเซ่ก็จ้ำอ้าวไปยังห้องอาบน้ำบนรถไฟสาวยด่วนพิเศษทันที ไม่นายนักร่างบางก็เดินกลับมา เรือนผมสีน้ำตาลแดงที่ยังไม่แห้งดีนักถูกขยี้ด้วยผ้าขนหนูผืนเล็กประจำตัว แพรเส้นผมนั้นสลายเคลียไปตามไหล่มนจรดลงมาถึงเอว เสื้อแขนกุดสีดำและกางเกงขาสั้นเอวสูงนั้นทำให้เธอยิ่งน่ามอง
“เฮ่อออ..” เซรอสถอนหายใจ
“ถอนหายใจอะไรของนายอีก” รีเซ่แขวะเขาก่อนที่จะนั่งลงข้างๆ
“ก็เปล่า” เซรอสตอบเเบบขอไปที
เขาละเหนื่อยใจกับว่าที่ชายาของเขาเหลือเกินเพราะเสื้อแสงของเธอถ้าไม่เปิดตรงนั้นก็ต้องมีตรงไหนซักตรงอยู่ดี
หนักใจ!!
“เอานี้ไปคลุมก่อน”
เซรอสถอดเสื้อคลุมของเขาออกเเล้วมาคลุมให้เธอในขณะที่อยู่ในขบวนรถไฟฟ้า
“เรื่องเยอะ” รีเซ่บ่น
“ถ้าถึงวังหลวงแล้วเธอจะใส่อะไรก็ได้ไม่มีใครเขาว่าหรอก แต่ตอนนี้อย่ใส่แบบนี้”
“ขี้หวงหวะ!!!” ทุกคนสวนขึ้นอย่างพร้อมเพรียง
“หุบปากกันไปเลย” เซรอสสบถ