ทะลุมิติไปเป็นพ่อและสามีใจร้าย

    5 หาอาหารจากธรรมชาติ

    ตอนที่ 5


    หลังจากนั้นจึงได้เดินเข้าไปอีกเรื่อยๆ จึงเห็น ต้นเผือกที่ขึ้นอยู่ริมน้ำ เขาก็รู้สึกดีใจขึ้นมาอีกครั้ง ในเมื่อไม่มีข้าวกิน อย่างนั้นก็สามารถกินเผือกแทนข้าวได้นะสิ แต่ว่าจะเอาอะไรขุดดีนะ เอามีดแล้วกัน เพราะมีอย่างเดียวที่สามารถทำได้ในตอนนี้


    เมื่อเห็นสิ่งที่คิดว่ามีประโยชน์สำหรับครอบครัวจึงได้เริ่มขุดในทันที ผ่านไปสักพัก เผือกหัวแรกก็ออกมาให้เห็นแล้ว


    "หัวใหญ่มากเลย ไม่เคนเห็นหัวใหญ่อย่างนี้มาก่อนเลย"

    ต้าเฟยหรง ที่เห็นหัวเผือกเขาถึงกับอึ้งไปเลยทีเดียวเพราะเกิดมาเขาก็ไม่เคยเห็นเผือกหัวใหญ่ขนาดนี้มาก่อนเลย นี่ไม่ใช่เกือบหนึ่งกิโลเลยหรือ อย่างนี้เอาไปสักหกหัว ก่อนแล้วกัน วันหลังค่อยมาขุดใหม่ก็ได้ ดูแล้วคนไม่รู้จักหรือว่าไม่กินกันหรือเปล่า ทำไมมันถึงยังคงอยู่ได้หัวใหญ่ขนาดนี้กัน


    ผ่านไปสักพักเผือกหกหัวก็ถูกขุดขึ้นมาได้สำเร็จ เขาจึงหยิบใส่ตะกร้า ที่สะพายหลังมาด้วย๻ั้๫แ๻่อยู่ที่บ้านแล้ว และเดินไปที่กล้วยที่ถูกตัดเอาไว้ จะได้เอาไปให้ลูกได้กินกันก่อน เขารองกินไปแล้วสองลูกหวานใช้ได้เลย ลูกๆ คงจะชอบอย่างแน่นอน


    เมื่อเดินมาเรื่อยเพราะเขารู้สึกเหนื่อยเหมือนกัน เพราะเ๯้าของร่างใช้ร่างกายไปอย่างไร้ประโยชน์ ทำให้ไม่แข็งแรงเท่าที่ควร จึงทำให้เหนื่อยง่าย และจากเผือกและกล้วยที่หนัก ยิ่งทำให้เขาเดินได้ช้าลงอีกด้วย


    "พ่อกลับมาแล้วครับ ได้ของกินมาเยอะเลย รอกันนานหรือเปล่า แล้วลูกหิวกันไหมลูก" เมื่อมาถึงก็ถามด้วยความเป็๞ห่วงด้วยสัญชาตญาณความเป็๞พ่อ


    "ยังครับ พ่อได้อะไรมาหรือครับ" ทั้งที่หิวแล้ว แต่ก็บอกพ่อออกไปว่าไม่ได้หิวอะไร


    "นี่ไง พ่อได้กล้วยมาด้วย ตรงริมลำธารด้านนั้น ทำไมไม่มีคนตัดเอาไปกินไม่รู้ ของอร่อยเลยนะ"


    "พ่อครับมันกินไม่ได้หรอกครับ ผมกับแม่เคยลองกินแล้ว มันมีรสชาติฝาดมากเลย แล้วมันมียางกัดปากด้วยครับ พ่อเอาไปทิ้งเถอะครับ อย่าไปกิน

    เลย ถึงเราจะหิว แต่เราก็ทนได้ครับ"


    "ตงตง ลูกกินลูกสีเหลืองหรือสีเขียวครับ ไหนบอกพ่อมาสิ" เขาคิดว่าต้องเอาลูกดิบมันมากินแน่นอน


    "ลูกสีเขียวครับ ทำไมหรือครับพ่อ" เขาถามพ่อด้วยความสงสัย


    "ลูกต้องกินลูกที่มีสีเหลืองเพราะว่ามันจะสุกแล้ว แต่ถ้ากินลูกสีเขียวมันจะรสชาติฝาดและมียาง เพราะว่ามันยังดิบอยู่ ลองกินลูกสีเหลืองดู พ่อกินมาแล้ว นี่ของตงตง นี่ของผิงผิง ครับ"


    "กินได้แน่นะครับ" ตงตง ยังไม่มั่นใจเท่าไรนัก แต่เขาจะรองเชื่อพ่อดูแล้วกัน


    "พ่อรับรองว่าถ้าลูกได้กินจะต้องชอบ และขอพ่อกินเพิ่มแน่นอน ผิงผิง กินได้เลยครับ พ่อปอกเปลือกให้แล้ว"


    "ขอบคุณค่ะ"

    ขอบคุณพ่อเสียงเบา แม้จะยังกลัวอยู่แต่ไม่มากเท่าแต่ก่อนแล้ว เธอแอบมองพ่อไปเงียบๆ คอยสังเกตว่าพ่อจะกลับไปเหมือนเดิมหรือเปล่า

    เมื่อเด็กทั้งสองคนได้กินกล้วยสุก ทั้งสองคนถึงกับตาโตกับความหวานของกล้วย ซึ่งมันแตกต่างจากที่เคยกินมาโดยสิ้นเชิง


    "มันหวานมากเลยครับพ่อ" ตงตง รู้สึกว่ากล้วยที่เขาคิดว่าไร้ค่า แต่ตอนนี้เขาสามารถกินอย่างอร่อย เพราะมันหวานมาก


    "อร่อย" ผิงผิง ที่ได้กินก็อดที่จะชมไม่ได้


    "อร่อยก็กินอีกได้นะ แต่ไม่ควรกินมากเกินไป เข้าใจกันนะ และดูนี่สิกำลังสุกน่ากินมากเลย แล้วพ่อยังได้เผือกกลับมาด้วย หัวใหญ่มากเลย พ่อไม่รู้ว่าทำไมเขาไม่กินกัน ทั้งที่มันอร่อยมากเลยนะ"


    "พ่อครับ เ๽้านี่มันกินไม่ได้หรอกครับ มันมีพิษ และมันก็คันมากด้วย พ่อเอาไปทิ้งเถอะครับ ถ้ากินเข้าไปอาจตายได้นะครับ"


    "ทำไมต้องตายด้วยล่ะ แล้วมันมีพิษได้ยังไงกัน นี่มันของกินแทนข้าวได้เลยนะ"


    "แต่มีคนเคยกิน ต้องรีบไปหาหมอเลยนะครับ"


    "แล้วเขากินยังไงล่ะ ถึงได้ถูกพิษอย่างที่ลูกบอก"

    เพราะที่เขาจากมาก็กินกันเป็๞ปกติ ไม่เห็นว่าจะเป็๞อะไรกัน มันต้องมีอะไรที่ผิดพลาดสักอย่างแน่นอน เขาไม่เชื่อสิ่งที่ลูกพูดออกมาเลย


    "เขาขุดขึ้นมาก็ปอกกินเลยครับ หลังจากนั้นก็ต้องรีบพาไปหาหมอทันที" ตงตงบอกให้พ่อรู้เพราะเขาไม่อยากให้ทุกคนต้องเป็๞เหมือนกับคนที่กินแล้วถูกพิษ


    "พ่อเข้าใจแล้ว เผือกพวกนี้ ไม่สามารถจะกินตอนที่มันดิบได้หรอกลูกเราต้องไปทำให้มันสุกเสียก่อนถึงจะกินได้ เดี๋ยวพ่อจะทำให้พวกลูกกินดีหรือเปล่า เชื่อใจพ่อได้เลย"


    "ครับ ผมจะรอกิน แต่พ่อจะไม่เปลี่ยนใจแน่หรือ ผมกลัวว่ามันจะเป็๞อันตราย"


    "ไม่มีหรอกครับ เชื่อพ่อได้ รับรองลูกทั้งสองจะต้องชอบแน่นอน อย่างที่พ่อบอกเราจะกินมันแทนข้าวในมื้อเย็นนี้"


    "ครับพ่อ แต่ตอนนี้ผมอิ่มมากเลยครับ ผมกินกล้วยไปหลายลูกแล้ว" เขาไม่เคยได้กินจนอิ่มอย่างนี้มาก่อนเลย แต่กินแล้วก็อดใจเอาไว้ไม่ไหว เพราะมันทั้งอร่อยและหวานมากอีกด้วย


    "อิ่มก็พอนะลูก หิวแล้วค่อยกินใหม่ ไม่ต้องกลัวยังมีอีกเยอะ แล้วผิงผิง อิ่มหรือเปล่าครับ เอาอีกไหม" เขาต้องค่อยๆ คุยกับลูกไปก่อน ให้ลูกยอมรับเขาให้ได้


    "อิ่มแล้วค่ะ" ตอบออกมาเสียงน่ารัก หลงรักลูกตัวเองจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว


    "อย่างนั้น เดี๋ยวพ่อลงไปดูที่หลุมดักปลาเสียหน่อย เผื่อมีปลามาลงหลุมแล้วจะได้เอากลับไปทำมื้อเย็นด้วย"


    "ครับพ่อ"

    ต้าเฟยหรง ลงไปดูที่หลุมดักปลาที่ทำไว้ เห็นมีปลาตัวใหญ่เข้ามาในหลุมแล้ว ถึงสองตัว เขารู้สึกดีใจเป็๲อย่างมาก เพราะในที่สุดความรู้ที่ปู่เคยสอนก็มีประโยชน์ ทำให้เขาไม่อดตาย


    "ตงตง ผิงผิง มีปลาด้วย วันนี้เราจะมีปลากินกันแล้ว ดีใจหรือเปล่าครับ" ต้าเฟยหรง บอกลูกทั้งสองคนด้วยความดีใจ อย่างน้อย เขาก็สามารถหาอาหารให้ลูกเขาได้


    "จริงหรือครับพ่อ หลุมประหลาดของพ่อสามารถดักปลาได้ด้วย ไม่น่าเชื่อเลย ผมยังคิดว่าปลาที่ไหนจะมาเข้าไปได้ พ่อเก่งจังเลย" ตงตง รู้สึกทึ่งมากที่พ่อสามารถจับปลาที่ว่ายน้ำเร็วโดยวิธีการที่ไม่เหมือนใคร เพราะเขาไม่เคยเห็นใครทำมาก่อนเลย


    "เก่ง เก่ง" ส่วนผิงผิง ที่เห็นพี่ชายชมพ่อก็เอ่ยชมพ่อของตัวเองไปด้วย


    "แน่นอนอยู่แล้ว พ่อของลูกเก่งอยู่แล้ว จับปลามาให้ลูกได้ด้วยเห็นไหม"


    "ตงตง ลูกเดินไปหาอะไรมาใส่ปลาให้พ่อหน่อย ผิงผิง ลูกนั่งรอพี่เขานะ อย่าซนเด็ดขาดเดี๋ยวตกลงมาในน้ำได้"


    "ครับ/ค่ะ"

    ผ่านไปสักครู่ ตงตง ก็วิ่งกลับมาพร้อมกระป๋อง เขาจึงจับมันใส่เอาไว้ และพยายามไม่ให้มันดิ้น กลัวว่าจะหลุดลงไปในน้ำแล้วจะจับไม่ทัน ลูกๆ จะอดได้กินปลา


    "เรากลับบ้านกันก่อนดีกว่า วันนี้เราไม่ต้องทนหิวแล้ว ดีใจหรือเปล่า" คนเป็๞พ่อการที่มีอะไรให้ลูกกิน เขาจะรู้สึกดีใจ และภูมิใจเป็๞อย่างมาก แม้ตัวเองจะอด แต่ของเพียงให้ลูกได้อิ่มก็เพียงพอแล้ว


    "ดีใจครับ / ดีใจค่ะ" จะไม่ดีใจได้อย่างไรกัน พวกเขาแทบไม่ค่อยได้กินอะไรเลยด้วยซ้ำๆ วันๆ กินอาหารไม่เคยครบมื้อแต่ละมื้อก็ไม่เคยได้กินจนอิ่ม

    ต้าเฟยหลง เป็๲คนแบกทั้งตะกร้าเผือก กล้วยหนึ่งเครือ และปลาอีกสองตัว โดยไม่ยอมให้ลูกช่วยแม้แต่น้อง แม้จะหนักแค่ไหน เขาก็จะไม่ยอมให้ลูกช่วยเด็ดขาด เขาเป็๲พ่อจะให้ใช้ลูกที่ตัวเล็กขนาดนั้นได้อย่างไรกัน

    ส่วนเด็กทั้งสองคนที่มองพ่อของเขาด้วยความรักที่มากขึ้น พ่อเขาทั้งเก่ง และใจดี ไม่ด่าและทุบตีเหมือนเดิมแล้ว พวกเขาอยากอยู่กับพ่อคนนี้ไปอีกนานๆ ไม่อยากให้พ่อคนเก่ากลับมาเลย