บทที่ 18 ล่า พาร์ท 3
“เกิดอะไรขึ้น!!!!”…… “นี่มันอะไรกัน..!! ”…
“ฉันขยับไม่ได้!!!! หายใจ.. ไม่ออก.. ”
เด็กๆที่เข้าร่วมในการเตรียมสอบโอดครวญกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด
“นี่… เป็นแค่พลังเวทของเด็กคนเดียวจริงๆเหรอ?!!?.. ข่าวลือทั้งหมดไม่ได้เกินจริงสินะ..”
แม้แต่ผู้คุมสอบที่เป็นนักล่าระดับ B แบบเขาก็ต้องกล่าวด้วยความประหลาดใจ
“ข่าวลืออาจจะน้อยเกินไปด้วยซ้ำ.. แค่พลังเวทย์ที่ถูกกระตุ้นนี้ก็แทบทำให้ฉันหายใจไม่ออกแล้ว!! แบบนี้แค่ลำพังพวกเราไม่พอจะหยุดเธอหรอก”
“เธอยังมีปัญหากับการคุมพลังอยู่รึเปล่า!! .. ถ้าเป็นอย่างนั้นพวกเราไม่รอดแน่!! ”
“ระดับบนหลายคนติดตามการเตรียมสอบครั้งนี้… ถ้าเกินกำลังเราพวกเขาจะดำเนินการเอง… ตอนนี้พยายามทำหน้าที่ต่อไปเถอะ..นำเด็กที่หมดสติที่ไม่มีสมบัติติดตัวออกจากการเตรียมสอบครั้งนี้”
“นั่น.. จะต้องใช้ปริมาณความพยายามที่ฉันอาจจะมีไม่พอ.. สถานการณ์แบบนี้.. เราทำอะไรไม่ได้มากจริงๆ”
ในตอนนั้นเองที่จักรกลขนาดเล็กเริ่มนำเด็กๆบางส่วนที่หมดสติออกจากพื้นที่นั่นทำให้สีหน้าของผู้คุมสอบดีขึ้นเล็กน้อย
|ฝั่งผู้ชม|
“หืมม.. คาลี่ย์?? ไม่ใช่ว่าเจ้าต้องไปจัดการงานเตรียมสอบนี่เหรอ.. มาทำอะไรฝั่งผู้ชม”
“จักรกลส่วนใหญ่ของข้าขับเคลื่อนด้วยเวทย์และดูเหมือนวิธีที่เธอใช้จัดการกับจักรกลในสนามทดสอบคือการถอดพลังเวทย์ออกจากพวกมันทั้งหมด… ข้าไม่แน่ใจว่าจะทำอะไรได้มากถ้าไม่ดึงพลังที่ข้าควรต้องซ่อนไว้มาใช้เพื่อหยุดเธอ.. นั่นมันอะไรกันแน่??”
“ไม่รู้สิ.. แต่… ถ้าเป็นแค่เรื่องหยุดเธอเดี๋ยวข้าจะรับผิดชอบเรื่องนั้นเอง..ไม่ต้องห่วงหรอก ตอนนี้แค่ดูต่อไป”
“ข้าควรสบายใจกับสิ่งที่เจ้าพูดมั้ย?? ”
“สบายใจได้.. ข้าพอเดาได้คร่าวๆ ว่าเหตุการณ์ปัจจุบันเกิดจากอะไร เลยค่อนข้างมั่นใจว่าต้องทำยังไงเพื่อหยุดทั้งหมดนี่…. อีกอย่าง.. นักเวทย์ก็คือนักเวทย์ลืมไปแล้วเหรอว่าข้าคือ Antimage”
“นั่นคงพอทำให้ข้าสบายใจได้..แล้วเด็กนั่นใคร??? ”
/////////
[30 นาทีก่อน]
‘เขาอยู่นั่น’..
อาเรียมองเห็นเด็กชายที่เคยทำให้เธอหัวเสียหลังจากที่รูนตรวจจับของเธอชี้ทิศทางไปที่พุ่มไม้หลังเนินดิน
ในปัจจุบันเด็กชายนอนราบกับพื้นหลบอย่างเงียบๆพรางตัวเองไปกับธรรมชาติรอบข้าง ด้วยวิธีนี้การตรวจจับส่วนใหญ่จะไม่สามารถพบเขาได้หากไม่ใช่การตรวจจับทางธรณีวิทยา หรือวิธีการพิเศษอื่นๆ
เพราะการตรวจจับทางธรณีวิทยานั้นผู้ใช้จำเป็นมีคุณลักษณะเฉพาะของพลังเวทย์ดินไหลในร่าง หรือต่อให้เป็นนักเวทย์ก็ต้องเชี่ยวชาญเวทย์ดิน ซึ่งหาได้ยากมากในมาโทรเดีย รูทจึงต้องใช้วิธีนี้เพื่อหลบเลี่ยงการถูกค้นพบ อย่างไรก็ตามการตรวจจับพิเศษอีกหลายวิธีก็ยังได้ผล
“สวัสดี.. รูท”
“อาเรีย!!!!! …. ”
แม้อาเรียจะทักทายพร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มแย้มและน่ารัก แต่รูทก็แสดงสีหน้าหวาดกลัวและวิ่งหนีทันที
เขาพยายามเรียกใช้สมบัติแต่มันไม่ได้ผลนั่นทำให้สัญนิฐานแรกของเขาคืออาเรียมีมหาสมบัติกับตัว ตอนนี้เขาต้องพึ่งพาขาของตัวเองเท่านั้น
แม้รูทจะวิ่งสุดชีวิตแต่อาเรียก็ไม่เร่งไล่ตามแต่อย่างใด สิ่งที่เธอทำคือการเดินช้าๆ.. ส่งเวทย์เล็กๆเพื่อข่มขู่.. ต้อนให้เหยื่อไปในทิศทางที่ต้องการ..ด้วยย่างก้าวที่เชื่องช้า เปลวไฟวิญญาณที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่ด้านหลัง ใบหน้าเปื้อนยิ้มที่น่ารัก นั่นทำให้เธอน่ากลัวมากยิ่งขึ้นในสายตาของรูท
วิ่งหนีไปสุดชีวิต.. ตะเกียกตะกาย เพื่อที่จะพบว่าตนวิ่งตรงไปที่ทางตัน.. ขอบผาสูงด้านหนึ่งซึ่งโทบี้ที่ตามมาเงียบๆหลบซ่อนอยู่ และแม่น้ำในอีกด้านหนึ่งที่ไม่ช่วยให้เขาหนีไปไหนได้ ด้านหลังเป็นจุดที่ภูมิทัศน์ที่คุมขังทั้งสองบรรจบกัน เขาหมดทางหนี
“จะสู้หรือเปล่า??”
“….”
“เจ้าจนตรอก..ชีวิตต้องดิ้นรน”
“นี่คือผลกรรมเหรอ”
“......... ”
อาเรียยกไม้เท้าของเธอด้วยสองมือวงแหวนเวทมนตร์ปรากฏขึ้นรอบร่างของเธอหลายวง มวลน้ำแรงดันสูงถูกส่งอัดเข้ากับรูทจนหมดสภาพ
เธอเริ่มเดินเข้าหารูท ในตอนนั้นเองที่เหล่าไฮยีน่าที่รอคอยเวลาเหมาะเริ่มจู่โจม.. หลายคนพุ่งตรงมาที่เธอ ในขณะที่บางส่วนเป็นลูกศรและใบมีดพุ่งเข้ามาในวิถีสังหารด้วยความเชื่อมั่นว่าผู้คุมสอบหรืออาเรียเองจะหยุดมันได้อย่างทันท่วงที
ราวกับตอบรับความคาดหวัง กำแพงหินพุ่งขึ้นมาปิดกั้นแนวโจมตีทั้งหมดระหว่างอาเรียและคนอื่นๆ
“เธอร่ายเวทป้องกันนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?!!”
“ดูเหมือนว่าเธอจะร่ายเวทหลายบทเมื่อเธอโจมตีรูท!! พวกเราต้องร่วมมือกัน ไม่งั้นพวกเราเสร็จแน่”
แสงบางอย่างส่องสว่างที่แผ่นรูนที่เธอแนบติดกับแขน สักพักวงเวทย์อีกหลายวงปรากฏขึ้นทั้งที่ตัวอาเรียและแนวกำแพงหิน
“ระวังนั่นเวทย์กระสุนหิน!!!”
กำแพงหินพังทลายกลายเป็นเศษหินจำนวนมากที่ลอยในอากาศก่อนพุ่งอัดใส่กลุ่มคนที่โจมตีเธอ หลายคนถูกก้อนหินกระแทกจนหมดสติในขณะที่บางส่วนยังปัดป้องหินของเธอได้
โฉมหน้าของผู้โจมตีแต่ละคนเริ่มชัดขึ้นในแนวสายตาของอาเรีย สองในนั้นเธอรู้จักดี.. อานิต้าและแชลเธียร์ที่ปัดป้องการโจมตีของเธอและยังคงเตรียมพร้อมต่อสู้อย่างสง่างาม
*กึก.. เปร๊ยะๆ*
ในช่วงเวลาที่เพียงเสี้ยววินาทีที่เธอส่งเวทย์โจมตีนั้น การโจมตีบางอย่างพุ่งมาที่อาเรียชนเข้ากับโล่ของเธอที่ถูกร่ายไว้รอบตัวก่อนหน้า สายฟ้ากับดักที่รอคอยผู้โจมตีอยู่ก็ถูกส่งไปทำให้เด็กชายอีกคนซึ่งไม่ปรากฎในวิสัยทัศน์ของใครเลยจู่ๆก็ปรากฎตัวขึ้นที่ด้านหลังของอาเรียและล้มลงหมดสติ
“เธอมีพลังเวทย์มากพอที่จะกางโล่ตลอดเวลา พร้อมกับส่งเวทย์โจมตีจำนวนมากใส่พวกเราได้ด้วยเลยเหรอ”
อานิต้าพึมพำคุยกับแชลเธียร์ที่ตอนนี้ความสัมพันธ์ทั้งคู่เหมือนจะกลายเป็นการร่วมมือกัน
“ไม่ใช่.. การคงสภาพโล่เวทย์คลุมรอบด้านที่แข็งแกร่งพอจะกันการลอบโจมตีของเด็กคนนั้นได้ต้องใช้พลังเวทย์ที่ต่อให้เป็นอาเรียก็ไม่ควรมีพอให้ใช้ได้สิ้นเปลืองเมื่อพิจจารณาว่าการต่อสู้ยังไม่จบและยังมีศัตรูที่แข็งแกร่งอีกมาก.. เธอน่าจะร่ายการป้องกันในเวลาใกล้เคียงกับเมื่อเธอถูกโจมตี”
“ใช่แล้ว.. เธอร่ายมันตอนนั้น แค่ไม่รู้ว่าเธอรู้ได้ยังไงว่าจะมีการโจมตีตอนนั้น” เด็กชายอีกคนที่สามารถเอาตัวรอดจากการโจมตีโต้กลับของอาเรียให้คำตอบที่ชัดเจนกับทั้งคู่
“เซครัน.? ศิษย์ของนักเวทย์ระดับ A หมายเลขหนึ่งก็ลงทะเบียนร่วมกิจกรรมนี้ด้วยเหรอ?”แชลเธียร์กล่าวเมื่อมองไปที่เด็กชายที่มีไอเทมเวทมนตร์มากมายอยู่บนตัว
“ข้าเชี่ยวชาญแค่เวทป้องกันเลยอยากลองทดสอบฝีมือดูหน่อย.. แต่ดูเหมือนว่าข้ายังขาดอีกมาก”เขากล่าวพร้อมกับมองไปที่อาเรียซึ่งปัจจุบันยืนนิ่งและขมวดคิ้ว
ดูเหมือนว่าเด็กทั้งสามที่คุยกันไม่ได้ตระหนักถึงความจริงบางอย่าง ‘อาเรียนิ่งไปหลังจากถูกโจมตี’
หากเป็นนักล่าที่มีประสบการณ์พวกเขาจะเข้าจู่โจมอาเรียอย่างต่อเนื่องเพราะอาเรียอาจจะบาดเจ็บจากการโจมตีเมื่อสักครู่ แม้มันอาจไม่ได้ร้ายแรงมากแต่ด้วยคนที่มากกว่าและโมเมนตัมการโจมตีที่ไม่ลดละอาจทำให้อาเรียเปิดช่องโหว่ได้
ในความเป็นจริงตลอดเวลาที่ทั้งสามคุยกัน อาเรียกังวลกับบางอย่าง
การโจมตีก่อนหน้านี้ถูกบล็อคได้เนื่องจากโทบี้แจ้งเตือนเธอด้วยรูนสัญญาณแสง โทบี้สังเกตเห็นบางอย่างเกิดขึ้นกับรูทที่หมดสติ แม้จะไม่เห็นผู้กระทำแต่บางอย่างต้องอยู่ตรงนั้นหลังจากนั้นเขาจึงพยายามสังเกตรอยเท้าหรือร่องรอยการเคลื่อนที่อื่นๆและส่งสัญญาณเตือนเธอในเวลาที่เหมาะสม
เป็นอย่างที่อาเรียกล่าว.. เป้าหมายการขโมยครั้งแรกต้องเป็นรูทที่ทุกคนเชื่อว่ามีไอเทมสุดยอด และเมื่อไม่พบไอเท็มกับรูท เป้าหมายต่อไปก็คืออาเรียที่อาจมีมหาสมบัติ.. นั่นทำให้การสังเกตการณ์ไม่ยากเกินไป อย่างไรก็ตามช่วงที่อาเรียปิดกั้นการโจมตีเขาเห็นอีกหนึ่งการเคลื่อนไหวและมันหายไปอย่างไร้ร่องรอย นั่นทำให้เขายังคงส่งการแจ้งเตือนไปที่อาเรียซ้ำๆจนทำให้อาเรียยกระดับความระมัดระวังของเธอ ทำให้คิ้วของเธอยังคงขมวดมุ่น ในตอนนั้นเองที่ทุกอย่างปรากฏออกมา
“เพลงดาบสังหารหมู่.. กลีบกุหลาบคลั่ง”
*ชิ้งๆๆๆ..*
ทุกคนตระหนก เสียงสายลมอื้ออึงดังมาจากด้านขวาของอาเรีย เธอรีบร่ายโล่เวทย์เล็กๆที่ควบแน่นจนแข็งแกร่งในทิศทางของเสียง คลื่นคล้ายใบมีดจำนวนมากชนกับโล่ของอาเรียอย่างต่อเนื่อง ในตอนนั้นเองที่เธอเห็นว่าผู้โจมตีเป็นเด็กชายผมเกรียนคนหนึ่ง
*ชิ้งๆๆๆๆ*
*แคร็ก*
เด็กชายยังคงฟันอย่างต่อเนื่อง คลื่นคล้ายใบดาบยังคงกระทบกับโล่เวทย์จนโล่ของอาเรียเริ่มปรากฏรอยร้าว
“อาเรีย.. คลื่นพวกนี้เป็นพลังเวทย์”สคัลกล่าวกลับอาเรียหลังจากที่เห็นว่าเธอจะร่ายโล่ใหม่ อาเรียทำเพียงพยักหน้ารับเท่านั้น
*เพล้ง!!!*
ในที่สุดโล่เวทย์เล็กๆของอาเรียก็ถูกทำลาย ทำให้คลื่นดาบทั้งหมดพุ่งเข้าใส่อาเรียโดยตรง
“.อะไรน่ะ!!!..”
สิ่งที่ทุกคนคิดไม่ได้เกิดขึ้น อาเรียไม่ได้ถูกกระแทกด้วยคลื่นดาบ อาเรียแค่ยืนตรงนั้นและคลื่นดาบดูเหมือนจะหายไปเมื่อสัมผัสกับเธอ
“!!?!..”
แม้ว่าเด็กชายจะดูตระหนกจากสิ่งที่เกิดขึ้นแต่การฟันต่อเนื่องไม่ได้หยุดลง สายตาของเขาสัมผัสถึงเวทมนตร์ได้และเขาเข้าใจดีว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น ‘เธอดูดซับพลังเวทย์เข้าไปในร่าง’ และเขารู้ว่ามันมีขีดจำกัด และต่างจากอาเรียที่มีขีดจำกัด พลังเวทย์ของเขาไร้ขีดจำกัด..
คลื่นดาบที่ปล่อยกระหน่ำอย่างต่อเนื่องทำให้คนอื่นๆไม่สามารถแทรกแซงได้โดยสิ้นเชิง อานิต้าและเซครันทำได้เพียงยืนมองอย่างตื่นตระหนก ในขณะที่แชลเธียร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ท่าไม่ดีแล้ว ถอยห่างจากอาเรีย” อานิต้าตะโกนบอกคนอื่นๆหลังจากเริ่มมองเห็นรอยร้าวสีฟ้าปรากฏบนร่างอาเรีย เธอเป็นคนเดียวที่รู้ว่าในภาวะดังกล่าว อาเรียอาจอันตรายต่อคนรอบข้าง เพราะแม้แต่ลูกหลานมังกรก็ยังคงหนีไปในเวลานั้น
ทุกคนถอยห่างแต่โดยดี แม้แชลเธียร์จะสงสัยแต่เธอรู้ว่าอานิต้าและอาเรียไปทำภารกิจบางอย่างด้วยกัน และนี่อาจเป็นความลับบางอย่างที่เธอไม่รู้
“ฝากด้วย.. สคัล!!!”
*วี๊ดดๆๆๆ ผึงงง!!!*
เสียงเหมือนสายพิณขาดดังขึ้น กลุุ่มพลังเวทย์สีฟ้าลอยไปครึ่งบริเวณทดสอบคลื่นดาบหยุดลง อาเรียค่อยๆลอยขึ้นบนอากาศ ใบหน้าของเธอยังคงถูกปกคลุมด้วยฝุ่นควันจากคลื่นดาบที่เพิ่งสงบ
“นี่… มัน… อะไร??” เด็กชายผมเกรียนกล่าวก่อนที่จะทรุดตัวลงด้วยเข่าหนึ่งข้างที่แตะพื้น เขาหายใจไม่ออกและแทบขยับไม่ได้
“นี่เหรอ.. ก็พลังเวทย์ของนายไง”
กลุ่มควันจางหายไป เสียงเล็กของอาเรียดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่น่าขนลุกบนใบหน้าของเธอ เปลวไฟวิญญาณสีฟ้าปกคลุมไปทั้งตัวของเธอ.. มือขวาถือไม้เท้าที่ใหญ่เกินกว่าที่เด็กอย่างเธอจะถือด้วยมือข้างเดียวไหว.. มืออีกข้างถือหัวกะโหลกซึ่งประกายแสงที่ตาของมันหายไป