วัณพิทักษ์มนต์ตรา ตอน 4
การปรากฏตัวของนายตำรวจ
เช้าวันใหม่ที่โรงพยาบาล บรรยากาศเต็มไปด้วยความเร่งรีบตามปกติของวอร์ดผู้ป่วยฉุกเฉิน น้ำมนต์ ในชุดพยาบาลสีขาวสะอาดตาเพิ่งเริ่มเข้าเวรเช้าได้ไม่นาน ฝน เพื่อนสาวคนสนิทก็เดินเข้ามากระซิบข้างหูพร้อมรอยยิ้ม
“น้ำมนต์ มีหนุ่มหล่อหุ่นล่ำมาหารออยู่ข้างหน้าแน่ะ ดูท่าทางไม่ธรรมดาด้วยนะจ๊ะ”
น้ำมนต์ขมวดคิ้วสงสัยพลางเดินออกไปที่จุดพักญาติ ก่อนจะหลุดยิ้มออกมาเมื่อเห็นร่างสูงในชุดเครื่องแบบครึ่งท่อนที่คุ้นเคย “สวัสดีครับพี่สาวแสนสวย” เสียงทุ้มทักทายอย่างขี้เล่น
“อาคม! มาได้ยังไงเนี่ยเรา มาหาพี่ถึงที่นี่เลยเหรอ?” น้ำมนต์ทักทายน้องชาย ร้อยตำรวจตรีอาคม พิทักษ์กองทรัพย์ นายตำรวจหนุ่มไฟแรงวัย 25 ปี
“พอดีผมมาทำธุระเื่คดีในโรงพยาบาลครับพี่ พอมีเวลาเหลือเลยแวะมาทักทาย เดี๋ยวสายๆ ก็ต้องรีบกลับเข้ากรมแล้วครับ” อาคมตอบพลางปรับสีหน้าให้ดูจริงจังขึ้นเล็กน้อย
อาคมเผยความจริงให้น้ำมนต์ฟังว่า เหตุผลที่เขามาที่นี่เพราะ้ามาสอบปากคำ เหน่ง ผู้าเ็จากเหตุรถคว่ำที่น้ำมนต์ช่วยไว้เมื่อคืนก่อน แท้จริงแล้วเหน่งคือสายลับที่ทำงานให้กับอาคม คอยสืบเื่ธุรกิจสีเทาของ ทรงพล นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล แต่เพราะเหน่งดันไปมีสัมพันธ์ลับๆ กับเด็กของทรงพลเข้า จึงถูกสั่งเก็บ
เมื่อเข้าไปในห้องผู้ป่วย เหน่งที่ยังซูบเซียวเล่าเหตุการณ์ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “หมวดครับ... รถผมไม่ได้เบรกแตก แต่มันเหมือนมีหมอกดำมาบังตา แล้วตอนที่ผมกำลังจะตาย ผมเห็นผู้หญิงหน้าตาน่ากลัว ร่างดำทึม กลิ่นคาวเืคลุ้งไปหมด เธอยืนเอาเท้าเหยียบอกผมอยู่! เธอพยายามจะกระชากิญญาผมไป!”
น้ำมนต์ที่ยืนฟังอยู่ถึงกับหน้าซีด เธอประติดประต่อเื่ราวทั้งหมดเข้าด้วยกันทันที “เหน่ง... นายเห็นแบบนั้นจริงๆ เหรอ?”
น้ำมนต์เล่าเหตุการณ์ที่เธอััได้ให้อาคม ฟัง “ตอนที่พี่ปั๊มหัวใจเหน่ง พี่รู้สึกว่าหน้าอกเหน่งมันหนักเหมือนมีหินทับไว้ ทั้งที่พี่ออกแรงเต็มที่แต่กลับกดไม่ลง... จนกระทั่ง คุณยม เพื่อนบ้านใหม่ของพี่เดินเข้ามาหยุดใกล้ๆ พริบตานั้นความกดทับที่หน้าอกก็หายไปดื้อๆ แล้วชีพจรเหน่งก็กลับมาทันที!”
อาคมนิ่งฟังพลางลูบปลายคางอย่างใช้ความคิด ในสิ่งที่พี่สาวเล่าให้ฟัง “ถ้าสิ่งที่เหน่งเห็นคือิญญาสั่งตาย... แสดงว่าคุณยมคนนั้นไม่ได้แค่ช่วยกันไทยมุงแล้วล่ะ เขาต้อง ‘จัดการ’ อะไรบางอย่างที่พวกพี่มองไม่เห็นแน่ๆ ยิ่งบวกกับเื่ที่เขาช่วยลุงหมายที่พี่เล่า... ผมชักอยากรู้จักคุณยมคนนี้จัง”
อาคมเองก็พอมีวิชาอาคมที่ได้เรียนมาจากปู่บรรพตติดตัวอยู่บ้าง เขาจึงรู้สึกดีและสนใจในตัวนายยมเป็พิเศษ เพราะััได้ว่านี่คือ "ผู้มีวิชา" ที่อาจมาช่วยเป็กำลังสำคัญ
“อาคม เตือน พี่น้ำมนต์ต้องระวังตัวนะ คดีของทรงพลมีคนมีวิชาอย่างครูเพชรหนุนหลังอยู่ การที่คนแปลกหน้าสองคนย้ายมาอยู่ตรงข้ามบ้านพี่ใน่นี้... อาจไม่ใช่เื่บังเอิญ”
อาคมกำชับพี่สาว ก่อนจะขอตัวกลับไปปฏิบัติหน้าที่ต่อ โดยทิ้งความสงสัยไว้ในใจน้ำมนต์ว่า เพื่อนบ้านใหม่ของเธอคือใครกันแน่
่บ่ายแก่ๆ ขณะที่ น้ำมนต์ กำลังเตรียมสรุปรายงานการส่งเวร เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น เป็สายจาก ร้อยตำรวจตรีอาคม น้องชายตัวแสบนั่นเอง
"พี่น้ำมนต์ เย็นนี้เลิกงานแล้วอย่าเพิ่งรีบกลับนะ เดี๋ยวผมจะนั่งรถไฟฟ้าไปหาที่โรงพยาบาลเลย ขอนั่งรถพี่กลับบ้านด้วยคน คืนนี้กะว่าจะไปนอนค้างที่บ้านพี่สาวสักคืน พอดีมีเื่คดีไอ้เหน่งอยากจะปรึกษา แล้วก็... ผมอยากเห็นหน้า 'คุณยม' เพื่อนบ้านใหม่ของพี่ด้วยตาตัวเองสักหน่อย"
"อ้าว จะมาค้างด้วยเหรอ? ได้สิคม เดี๋ยวพี่รอที่ลานจอดรถนะ" น้ำมนต์ตอบรับพลางยิ้มขำในความมุทะลุของน้องชาย
เมื่อถึงเวลาเลิกงาน อาคมในชุดลำลองแต่ดูทะมัดทะแมงก็มายืนพิงเสารออยู่ที่ลานจอดรถ พอเห็นรถของน้ำมนต์เคลื่อนมาจอดรับ เขาก็รีบะโขึ้นนั่งข้างคนขับทันที
"แหม... กว่าจะออกเวรได้นะพี่สาวผม" อาคมแซวพลางคาดเข็มขัดนิรภัย "ไปครับพี่ กลับบ้านเรากัน ผมล่ะอยากรู้จริงๆ ว่าไอ้บ้านเช่าหลังที่พี่บอกว่ามีคนกล้าย้ายเข้ามาเนี่ย บรรยากาศมันจะเป็ยังไง"
ลองดีบ้านอาถรรพ์
เมื่อรถยนต์ของน้ำมนต์เลี้ยวเข้าซอยหมู่บ้านในเวลาเกือบสองทุ่ม แสงไฟทางสลัวรางทำให้บรรยากาศรอบข้างดูวังเวง น้ำมนต์ถอยรถเข้าบ้านตามปกติ โดยมีอาคมช่วยดูทางให้
ทันทีที่ก้าวลงจากรถ อาคมไม่ได้เดินเข้าบ้านพี่สาวทันที แต่เขากลับเดินย้อนออกมาที่ประตูรั้ว สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยัง บ้านเช่าทรงยุโรปหลังตรงข้าม ที่ดูอึมครึมผิดปกติ
"รังสีอำมหิตแผ่ซ่านเลยแฮะ..." อาคมพึมพำ เขาตัดสินใจเดินข้ามถนนไปหยุดนิ่งที่หน้ารั้วเหล็กของบ้านหลังนั้นเพื่อสำรวจด้วยวิชาที่ร่ำเรียนมาจากปู่บรรพต
พริบตานั้นเอง! บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนเป็เย็นะเื แสงไฟกิ่งหน้าบ้านกะพริบถี่ๆ เสียงหัวเราะแหลมเล็กดังก้องในหู อาคมหลับตาบริกรรมคาถาเปิดเนตร พอลืมตาขึ้นเขาก็ต้องชะงัก เพราะเห็นดวงิญญาเร่ร่อนนับสิบตน ยืนเกาะตามรั้วและระเบียงชั้นสอง บางตนห้อยหัวลงมาถลึงตาใส่เขาอย่างอาฆาต
ิญญาชายแก่ร่างผอมโซตนหนึ่งพุ่งพรวดออกมาจากเงาเสาไฟ พยายามจะเอามือเน่าๆ มาบีบคออาคมประหนึ่งจะลองของแขกผู้มาเยือน!
"เฮ้ย! เล่นกันแรงนะพวกมึง!" อาคมสบถ รีบพนมมือบริกรรมพระคาถาหัวใจพุทธคุณจนเกิดรัศมีสีขาวจางๆ ป้องกันตัวไว้ แต่พวกผีเ้าถิ่นกลับไม่ยอมแพ้ พวกมันรุมล้อมจนอากาศรอบตัวอาคมเริ่มหนักอึ้งเหมือนถูกสูบพลังงาน
อาคมเริ่มเหงื่อซึม เขาเห็นท่าไม่ดีเพราะพวกผีมีจำนวนมากเกินไป จึงตัดสินใจะโถอยหลังกรูดแล้ววิ่งหนีเข้าเขตประตูรั้วบ้านน้ำมนต์ทันที
คำเตือนจากหมวดหนุ่ม
อาคมก้าวเข้าบ้านมาในสภาพหอบแฮก ใบหน้าซีดเซียวและเสื้อยืดชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น น้ำมนต์ที่กำลังวางกระเป๋าเห็นเข้าก็รีบวิ่งมาดูด้วยความใ
"เป็อะไรไปคม! วิ่งหนีอะไรมา หน้าซีดอย่างกับเห็นผี!"
อาคมทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา คว้าแก้วน้ำขึ้นดื่มรวดเดียวหมด "ก็เห็นผีน่ะสิพี่น้ำมนต์! ไม่ใช่แค่ตัวเดียวนะ มากันเป็โขยง บ้านเช่าหลังนั้นมันรังผีชัดๆ ผมแค่ไปยืนมองหน้ารั้ว พวกมันรุมแกล้งผมจนแทบเอาตัวไม่รอด ขนาดผมพอมีวิชาติดตัวนะเนี่ย"
อาคมชี้มือออกไปทางหน้าต่างด้วยท่าทางแหยๆ "พี่น้ำมนต์... ผมบอกเลยนะ ถ้าคุณยมกับเ้านายเขาเป็คนธรรมดา ย้ายเข้าคืนแรกมีหวังได้จับไข้หัวโกร๋นแน่ๆ ผมอยากจะรู้นักว่าพวกคนใหม่เขาจะอยู่ได้กี่คืนกี่วันกัน น้ำมนต์ เดินไปหยิบตระกรุด เอามายื่นให้น้องชาย เอ้านี่ไป ตะกรุด ของปู่ คมคงจำได้ใช่ไหมว่า ตะกรุดนี้มีพุทธคุณทางด้านไหน อาคมมองด้วยสายตาเบิกโพลง ยิ้มด้วยความดีใจ