ซานชุยรีบเดินไปหยิบจดหมายและเปิดอ่านทันที ความว่า
ข้าไม่อยากหลอกลวงท่านเ้าค่ะ ข้าไม่ใช่หวนเจิน ขอบคุณที่พยายามปกป้องข้ามาโดยตลอดนะซานชุย ลาก่อน
ผู้หญิงหน้าเหมือนหวนเจิน
“นางว่าอย่างไรบ้างงั้นหรือ” เหมยซูอยากรู้
“เ้าดูเองเถิด” ซานชุยยื่นจดหมายให้ดูด้วยอาการใจสลาย เพราะเขามั่นใจอย่างมากว่าผู้หญิงที่เขานอนกอดทั้งคืนคือหวนเจินอย่างแน่นอน แต่เหตุใดนางถึงไม่ยอมรับและทิ้งเขาไปเช่นนี้
เหมยซูอ่านจบก็เลยว่า “เ้าหายดีแล้วงั้นหรือ” เหมยซูมองเห็นว่าชายตรงหน้านั้นมีอาการหน้าซีดเผือด
“ข้าไม่ได้เป็อะไรเสียหน่อย ข้าไปล่ะ” ซานชุย้าออกตามหาฮูหยินให้เร็วที่สุด
“นางคงมีเหตุผลอะไรบางอย่างถึงทำเช่นนี้” เหมยซูะโตามหลัง แต่ซานชุยหาได้ฟังไม่
หลังจากนั้นเหมยซูก็เลยเดินเข้าไปในห้องเก็บของ นางกะว่าจะเปิดกล่องหมายเลข 10 แต่แล้วนางก็พบว่ากล่องนั้นได้ถูกเปิดไปแล้ว และภายในกล่องก็พบเพียงแต่ความว่างเปล่า เมื่อเหมยซูคลำไปที่ตัวก็พบว่ากุญแจนั้นได้หายไป นางก็เลยพึมพำว่า “นี่ไงล่ะ คือเหตุผลของผู้หญิงคนนั้น ที่แท้นางก็้าขโมยของเก่าหมายเลข 10 นี่เอง”
วันนี้เหมยซูก็เลยปิดร้านและเดินทางไปหาท่านป้าเหวยลู่ พร้อมกับเล่าเื่ราวทุกอย่างให้ท่านป้าฟัง
ณ บ้านหลังที่สองของท่านป้าเหวยลู่
“อะไรนะ! ของเก่าหมายเลข 10 ที่มีมูลค่าสูงถึง 10,000 ตำลึงได้ถูกขโมยไปแล้ว” เหวยลู่ใ
“เ้าค่ะ” เหมยซูก้มหน้ารู้สึกผิด
“จอมยุทธ์หญิงคนนั้นไว้ใจไม่ได้จริงๆ” เหวยลู่รู้สึกเจ็บใจที่ยอมให้นางแฝงตัวเป็สาวใช้ของซวงเหมย
“มันคืออะไรเ้าคะ ทำไมสินค้านั้นถึงแพงขนาดนี้” เหมยซูอยากรู้
“มันคือเสื้อไข่มุกที่ท่านอ๋องหกทรงประทานให้กับพระชายาน่ะสิ” เหวยลู่ยอมบอก
“หวนเจินมีใบหน้าเหมือนพระชายา บางทีนางอาจสวมเสื้อไข่มุกและหลอกให้ท่านอ๋องทรงรำลึกถึงพระชายา ทำให้ท่านอ๋องทรงรับนางมาเป็พระชายาตามคำสั่งของขบวนการล้างสมองสินะเ้าคะ” เหมยซูคาดการณ์
“ก็อาจเป็ไปได้” เหวยลู่ก็คิดเช่นนั้นเช่นกัน
“ข้าจะแฝงตัวเข้าไปในตำหนักท่านอ๋องและทวงเสื้อไข่มุกคืนมา ดีมั้ยเ้าคะ” เหมยซูยอมรับผิดชอบ
“ไม่ต้องหรอก หากท่านอ๋องทรงทอดพระเนตรเห็นเสื้อไข่มุกนั่น พระองค์ทรงต้องยึดคืนทันทีแน่นอน เพราะความจริงแล้วฝ่าาทรงให้ทหารองครักษ์เป็คนขโมยเสื้อไข่มุกและแอบขายให้กับร้านของข้า เพราะไม่อยากให้ท่านอ๋องทรงเอาแต่คิดถึงพระชายาที่สิ้นพระชนม์ไปแล้ว” เหวยลู่เล่า
“ท่านจะยกหนี้ให้ข้าอย่างนั้นหรือเ้าคะ” เหมยซูรอฟังอย่างมีความหวัง
“ข้าจะให้เ้าขายสมุนไพรพอกหน้าเสริมความงามจำนวน 1000 ชุดราคาชุดละ 10 ตำลึง” เหวยลู่กล่าว
“อะไรนะเ้าคะ ตั้ง 1000 ชุด” เหมยซูใ
“หรือเ้าอยากขายของเก่าเพิ่มอีก 10 ชิ้นกันล่ะ” เหวยลู่บอกทางเลือกให้
“ก็ได้เ้าค่ะ ข้าขายสมุนไพรพอกหน้าก็ได้ แต่ข้าต้องตรวจสอบก่อนว่าสมุนไพรนี้ประกอบด้วยอะไรบ้าง บางทีข้าอาจใส่สมุนไพรตัวอื่นเพิ่มเติมเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ในร้านมีประสิทธิภาพในการเสริมความงามได้ดียิ่งขึ้น” เหมยซูกล่าว
“ตามใจเ้าก็แล้วกัน ข้าจะส่งเด็กรับใช้ 2 คนให้เป็ผู้ช่วยของเ้า” เหวยลู่คิดว่างานบริการควรมีคนช่วย
“พวกเขาเหมือนหวนเจินหรือเปล่าเ้าคะ” เหมยซูกลัวว่าเด็กรับใช้จะเป็ชาวยุทธ์เหมือนหวนเจิน
“พวกนางไม่มีวรยุทธ์หรอก หากเจออันธพาล พวกเ้าก็พากันหนีเอาตัวรอดเองก็แล้วกัน” เหวยลู่กล่าว
ในใจลึกๆ เหมยซูก็แอบเป็ห่วงหวนเจิน ทั้งๆ ที่นางก็รักษาหวนเจินจนหายแล้ว เหตุใดหวนเจินถึงต้องไปข้องเกี่ยวกับขบวนการล้างสมองอีก หรือนางมีเหตุผลอะไรมากกว่านั้น หรือบางทีนางอาจแค่อยากได้อัฐก็เลยขโมยเสื้อไข่มุกไปขายเท่านั้น
********************************************
ณ ร้านขายของเก่า ที่ตอนนี้ได้กลายเป็ร้านเสริมความงามไปแล้ว เพราะร้านนี้มีบริการพอกหน้าให้สตรีผู้รักสวยรักงาม
ตอนนี้เหมยซูกำลังบริการพอกหน้าให้กับหญิงสาวคนหนึ่ง
“เป็อย่างไรบ้างเ้าคะ” เหมยซูสอบถามลูกค้า
“รู้สึกเย็นนิดๆ แต่ก็สบายหน้าดี” หญิงสาวกล่าว
“ข้าจะนวดหน้าให้เบาๆ นะเ้าคะ” เหมยซูกล่าว
เหมยซูบริการนวดหน้าให้ด้วย ผ่านไปครึ่งชั่วยาม นางก็ล้างสมุนไพรออกจากหน้าลูกค้าให้ ก่อนที่จะให้ผู้ช่วยทั้งสองช่วยกันแต่งหน้าให้ลูกค้าต่อไป การที่ร้านบริการดีและผลิตภัณฑ์ของร้านก็มีคุณภาพจริงๆ ปากต่อปากจึงทำให้ร้านนี้มีกิจการเจริญรุ่งเรือง
ดังนั้นภายใน 20 วัน จากสมุนไพรพอกหน้า 1000 ชุดก็เหลือเพียง 20 ชุด เพราะลูกค้าพากันซื้อไปพอกหน้าเองที่บ้านด้วย
เช้าวันใหม่ สองแม่ลูกได้เดินเข้ามาในร้าน โดยคนเป็แม่นั้นได้ลากลูกสาวที่แต่งกายเป็ชายเข้ามาในร้านได้สำเร็จ
“ข้าบอกท่านกี่ครั้งแล้วว่าข้าไม่เข้าร่วมพิธีเลือกคู่ไงเ้าค่ะ” ลูกสาวกล่าว
“นี่คือพระราชโองการ เ้าไม่ไปไม่ได้” ท่านแม่ขัดรับสั่งไม่ได้จริงๆ
“ในเมื่อมีหญิงสาวเยอะแยะที่ปรารถนาให้ท่านอ๋องทรงเลือกอยู่แล้ว ขาดลูกไปสักคนคงไม่เป็อะไรหรอกเ้าค่ะ” หญิงสาวกล่าว
“ทำไมเ้าถึงได้ขวางโลกเช่นนี้ ท่านอ๋องทรงทั้งรูปงามแถมยังปรีชาสามารถ ใครๆ ก็หมายปองพระองค์ เหตุใดเ้าถึงไม่ชอบ” ท่านแม่ไม่เข้าใจ
“ความชอบมันขึ้นกับรสนิยมของแต่ละคนนะเ้าคะ อีกอย่าง นั่นก็เป็เพียงภายนอกของท่านอ๋องหก ใครเล่าจะรู้ซึ้งถึงจิตใจได้ เื่ราวแบบนี้มันต้องอาศัยเวลาในการศึกษาดูใจนะเ้าคะ” หญิงสาวกล่าว
“ไม่รู้ล่ะ ยังไงเ้าก็ต้องพอกหน้า” ท่านแม่้าให้ลูกเสริมความงาม
เหมยซูก็เลยทำการพอกหน้าให้กับหญิงสาวที่ชื่อ หวางเฟย
“สมุนไพรนี้ผสมกับดินเหนียวจึงดึงออกยากหน่อย ดังนั้นเ้าอย่าดึงออกเอง ต้องล้างออกเท่านั้น เข้าใจมั้ยเ้าคะ” เหมยซูรู้ดีว่าหญิงสาวผู้นี้ไม่เต็มใจเสริมความงาม ดังนั้นนางจำเป็ต้องเตือนไว้ก่อน หากหญิงผู้นี้จะเอาสมุนไพรพอกหน้าออกเอง
“ข้าทราบแล้ว” หวางเฟยพยักหน้า
“ทิ้งไว้สักครึ่งชั่วยาม ข้าจะมาล้างหน้าให้ท่านนะเ้าคะ” เหมยซูกล่าว
หวางเฟยพยักหน้าเช่นเคย เหมยซูจึงเดินไปหน้าร้านเพื่อต้อนรับลูกค้าที่มาซื้อปิ่นปักผม กำไลหรือเครื่องประดับสำหรับผู้หญิง
พอครบเวลา เหมยซูก็โหวกเหวกโวยวายที่พบว่าเตียงสำหรับให้ลูกค้านอนพอกหน้านั้นว่างเปล่า “หวางเฟยหนีไปแล้วเ้าค่ะ”
“อะไรนะ! ทำไมเ้าไม่เฝ้าลูกสาวข้าดีๆ ห๊า” ท่านแม่ของหวางเฟยกล่าวอย่างเอาเื่
“ต้องขออภัยด้วยเ้าค่ะ วันนี้ที่ร้านมีข้าอยู่คนเดียว ลูกน้องจะต้องไปทำธุระให้เ้าของร้าน งั้นข้าจะรีบปิดร้าน และรีบออกตามหาลูกสาวท่านให้นะเ้าคะ” เหมยซูกล่าว
“ไม่เป็ไร มีลูกค้าเข้ามาใหม่แล้ว เ้าต้อนรับลูกค้าไปเถอะ ข้าจะให้ทหารออกตามหานางเอง” ท่านแม่คิดว่าลูกสาวของนางเป็ฝ่ายผิด
“แต่ว่า….” เหมยซูลังเล
“ที่ร้านว่างแล้วใช่มั้ยซวงเหมย วันนี้ข้าจะมาพอกหน้า” เหรินซวงกล่าว
“ต้องขออภัยจริงๆ นะเ้าคะ ข้าขอตัวไปบริการลูกค้าคนใหม่ก่อน” เหมยซูบอกกับท่านแม่ของหวางเฟย เพราะนางจำเป็ต้องบริการลูกค้า
ท่านแม่ของหวางเฟยก็เลยสั่งทหารลูกน้องให้ช่วยกันออกตามหาคุณหนูหวางเฟยโดยด่วน
เหมยซูจำต้องบริการพอกหน้าให้กับคุณหนูเหรินซวงอยู่ในห้องบริการพอกหน้าที่อยู่ในร้าน
“มีอะไรเกิดขึ้นอย่างนั้นหรือ” เหรินซวงสงสัย
“คุณหนูหวางเฟยได้หนีไปแล้วเ้าค่ะ” เหมยซูยอมบอก
“นางไม่ชอบให้ใครมาบังคับจิตใจน่ะสิ” เหรินซวงรู้จักหวางเฟยดี
“ทำไมนางต้องขัดใจท่านแม่ของนางด้วยล่ะเ้าคะ” เหมยซูอยากรู้
“นางคือลูกสาวของท่านราชครู นางไม่อยากเข้าพิธีเลือกคู่ พิธีจัดเพื่อให้ท่านอ๋องหกทรงเลือกคู่จากหนึ่งในจำนวนลูกขุนนางทั่วทั้งแคว้นฉิน ข้าคาดการณ์ว่านางคงอยากมีอิสระในการเลือกสามีด้วยตัวเองมากกว่าที่จะโดนบีบบังคับแบบนี้” เหรินซวงเล่า
“ลูกสาวขุนนางมีตั้งมากมาย บางทีท่านอ๋องทรงอาจไม่เลือกนางก็เป็ได้นะเ้าคะ” เหมยซูกล่าว
“นางก็คงคิดว่านางไม่อยากเสียเวลามาเสริมความงาม สู้เอาเวลานี้ไปเที่ยวเล่นดีกว่าน่ะสิ” เหรินซวงกล่าว
“หากพอกแล้วเกิดอาการแพ้หรือแสบยังไง บอกได้นะเ้าคะ” เหมยซูกำชับ เพราะหากลูกค้าแพ้สมุนไพรจะได้รีบล้างออกให้
“ข้ารู้สึกผ่อนคลายดี เอาเป็ว่าหลังจากพอกหน้าเสร็จ ข้าขอเหมาชุดพอกหน้าทั้งร้านก็แล้วกัน” เหรินซวง้าให้เหมยซูย้ายออกไปจากเมืองหนานโจวเสียที
“ทั้งร้านเหลือ 18 ชุดเ้าค่ะ” เหมยซูกล่าว
“งั้นพอดีเลย อีก 20 วันจะเป็วันแต่งงานของข้ากับท่านเหลียงกังแล้ว ข้าจะได้พอกหน้าทุกวัน” เหรินซวงจงใจพูดอวด
“ข้าว่าท่านพอกวันเว้นวันดีกว่าเ้าค่ะ ควรมีเวลาให้หน้าได้พักบ้าง” เหมยซูแนะนำ
“ก็ได้! ข้าเชื่อเ้า แต่โปรดอย่าลืมสัญญาว่าหากเ้าชดใช้หนี้สินหมดแล้ว เ้าจะต้องย้ายออกไปจากเมืองหนานโจวทันที” เหรินซวงกำชับ
“ในเมื่อท่านเหมาชุดพอกหน้าหมดในวันนี้ วันพรุ่งนี้ข้าจะจากไปทันทีเ้าค่ะ” เหมยซูกล่าวคำมั่น
“โปรดรักษาคำพูดด้วย” เหรินซวงยิ้มมุมปาก
เหมยซูคิดว่านางอยากไปเมืองหลวง เพื่อที่ว่านางจะได้ออกตามหาหวนเจิน หากไม่พบก็ตั้งร้านหมออยู่ที่เมืองหลวงนั่นเลย
********************************************
หวางเฟยวิ่งหนีมาที่ริมแม่น้ำ ซึ่งบริเวณนั้นได้มีชายวัยประมาณ 35 ปีกำลังนั่งวาดรูปวิวทิวทัศน์อยู่ก่อนแล้ว
“เ้าไปทำอะไรมาน่ะหวางเฟย ทำไมต้องเอาอะไรมาพอกหน้าด้วย” ชายดังกล่าวรู้จักหวางเฟย
“นี่ท่านจำข้าได้ด้วยงั้นหรือ ว่าแต่ทำไมท่านต้องมาวาดรูปที่นี่ทุกวันด้วยล่ะ แถมวาดตรงจุดเดิมอีก” หวางเฟยสงสัย
“ข้าชอบภาพนี้นี่” ชายปริศนาไม่ยอมอธิบาย
“น่าเบื่อจะตายไป ว่าแต่ผู้หญิงคนนี้เป็ใคร ทั้งๆ ที่นางไม่ได้นั่งอยู่ตรงหน้า ท่านก็ยังวาดได้อีกอย่างนั้นหรือ” หวางเฟยทึ่ง
“ไม่เคยได้ยินงั้นหรือ ว่ามันเป็การวาดจากจินตนาการน่ะ ผู้หญิงคนนี้คือฮูหยินของข้าเอง” ชายปริศนากล่าว
“นางสวยมากจริงๆ แถมเสื้อไข่มุกที่นางสวมก็สวยมากด้วย เ้านี่วาสนาดีจริงๆ ที่ได้ภรรยาสวยน่ะ” หวางเฟยกล่าว
“แต่น่าเสียดายที่นางตายไปแล้ว” ชายปริศนากล่าวเสียงเศร้า
“ข้าเสียใจด้วย ว่าแต่นางตายเพราะอะไร” หวางเฟยอยากรู้
“นางมีร่างกายอ่อนแอมาั้แ่เล็กๆ แล้ว นางตายเพราะมีอาการโรคเก่ากำเริบน่ะสิ” ชายปริศนาเล่า
“ท่านไม่เคยลืมนางได้เลยสินะ” หวางเฟยรู้สึกเห็นใจ
“ใช่! ข้ารักนางมาก” ชายปริศนามิอาจรักใครได้อีก
“ช่างน่าอิจฉานางยิ่งนักที่นางมีคนรักที่มีรักปักใจเช่นนี้” หวางเฟยอยากมีคนรักที่รักนางเพียงคนเดียวบ้าง
“ว่าแต่เ้ายังไม่มีคนรักอีกอย่างนั้นหรือ” ชายปริศนาแปลกใจ แม้หญิงสาวจะปลอมเป็ชายแต่นางก็มีเค้าโครงสวย
“ไม่มีหรอก ข้ารักชีวิตอิสระน่ะ” หวางเฟยยังไม่อยากมีครอบครัว
สักพักก็มีเสียงทหาระโเรียก “คุณหนูหวางเฟย คุณหนูหวางเฟยขอรับ”
“ข้าต้องหนีแล้ว” หวางเฟยรีบหันหน้าไปทางแม่น้ำ และกระซิบบอกฝ่ายชาย
“ที่แท้เ้าก็เป็ถึงลูกขุนนาง เ้าหนีไม่พ้นหรอก กลุ่มทหารเที่ยวออกตามหาเ้าเสียทั่ว” ชายปริศนามองไปโดยรอบ
“ข้านึกแผนการอะไรดีๆ ออกแล้ว ข้าจะรีบล้างหน้า และแต่งตัวเป็ผู้หญิง จากนั้นก็เ้าก็แสร้งวาดรูปของข้าก็แล้วกัน” หวางเฟยบอกแผน
“ทำไมข้าต้องช่วยเ้าด้วย” ชายปริศนากล่าว
“ข้าถือว่าเ้าเป็สหาย พวกเรามาเจอกันที่นี่เกือบทุกวัน เพื่อมิตรภาพระหว่างเรา เ้าต้องช่วยข้า” หวางเฟยกล่าวอย่างเอาแต่ใจ
“งั้นก็ได้” ชายปริศนาแอบขำกับเหตุผลนี้
หวางเฟยจึงรีบล้างหน้าเพื่อล้างเอาสมุนไพรพอกหน้าออก แล้วนางก็วิ่งเข้าไปในตลาดเพื่อซื้อเสื้อผ้าผู้หญิง จากนั้นก็รีบเปลี่ยนชุดและใช้ผ้าบางๆ ปิดครึ่งหน้าไว้
หวางเฟยในสภาพเป็หญิงเต็มตัว แม้ปิดครึ่งหน้าแล้ว แต่กลับทำให้ชายผู้วาดภาพตกตะลึงมิใช่น้อย เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าหวางเฟยจะงดงามเช่นนี้
“ข้าไม่นั่งจุดนี้ เพราะมันซ้ำกับฮูหยินของท่าน เอาเป็ว่า ข้าเลือกตรงใกล้โขดหินตรงนั้นดีกว่า” หวางเฟยชี้
ทั้งสองจึงเปลี่ยนมุมวาดภาพไปตรงบริเวณที่หวางเฟยเลือก จากนั้นชายปริศนาก็บรรจงวาดภาพให้หญิงสาวอย่างประณีต
“ต้องขออภัยที่รบกวน ท่านเห็นผู้ชายร่างเล็กที่มีใบหน้าเปื้อนโคลนผ่านมาทางนี้หรือไม่” ทหารนายหนึ่งสอบถาม
หวางเฟยส่ายหน้าทันที
“ข้าไม่เห็นจริงๆ ท่าน ข้ามัวแต่วาดภาพให้แม่นางท่านนี้อยู่” ชายปริศนากล่าว
“งั้นข้าไม่รบกวนแล้ว ข้าขอตัว” ทหารกล่าว
แต่ทว่าก็ยังมีทหารพยายามออกตามหาคุณหนูหวางเฟยไม่หยุด ดังนั้นหวางเฟยจำต้องนั่งเป็แบบวาดรูปอยู่อย่างนั้น จนชายปริศนาวาดรูปจนเสร็จ
“ข้าวาดเสร็จแล้ว” ชายปริศนากล่าว
หวางเฟยที่นั่งสัปหงกอยู่ก็เลยสะดุ้งตื่นและกล่าวว่า “ไหนขอดูหน่อย” ในตอนนั้นหวางเฟยลุกขึ้นยืนไม่ไหว เพราะเหน็บกิน ก็เลยว่า “ข้าชาไปทั้งตัวเลย สงสัยนั่งนานไปหน่อย”
“ข้าจะหันให้เ้าดูเอง” ชายปริศนาหันภาพวาดให้ดู
“เ้าวาดสวยจัง” หวางเฟยชอบภาพดังกล่าว
สักพักผ้าที่ปิดครึ่งหน้าก็ปลิวไปพร้อมกับสายลม จนเห็นใบหน้าหญิงสาวโฉมงามอย่างชัดเจน
ชายปริศนาถึงขั้นตกตะลึงเพราะไม่คิดว่าหญิงที่แต่งเป็ชายแล้วมาพบเขาเกือบทุกวัน นางจะงดงามมากเช่นนี้
“ผ้าปลิวไปแล้ว ทหารก็มุ่งหน้ามาทางนี้อีก ข้าคงต้องรีบกลับแล้วล่ะ” หวางเฟยใที่ตนไร้ผ้าปิดบังใบหน้า
“งั้นข้าขอภาพนี้ก็แล้วกัน” ชายปริศนาเก็บภาพเสียดื้อๆ
“ท่านจะเอาไปทำอะไร” หวางเฟยสงสัยเพราะนั่นคือภาพของนาง
“เอาไปขาย น่าจะตีราคาได้สูงพอสมควร” ชายปริศนาแกล้งพูด
“ขายไม่ได้หรอก ท่านเอาภาพมาให้ข้าเถิด” หวางเฟยอยากได้ภาพของตัวเอง
“ข้าจะให้ภาพคนที่จะมาเป็ฮูหยินของข้าเท่านั้น” ชายปริศนาแกล้งพูดอีก
“งั้นไม่เป็ไร ท่านอยากจะขายก็ตามใจ ต่อไปข้าคงไม่ได้มาที่ริมแม่น้ำแห่งนี้แล้ว ข้าต้องไปเมืองหลวงแล้ว” หวางเฟยเสียดายมิตรภาพ นางอุตส่าห์ได้เจอเพื่อนใหม่ แม้จะไม่รู้จักชื่อของชายปริศนาก็ตาม
ชายปริศนาพยักหน้าและคิดในใจว่า “เจอกันที่เมืองหลวง หวางเฟย”
********************************************
ณ บ้านของท่านป้าเหวยลู่
“เ้าขายของเก่งจริงๆ ไม่ทันไรเ้าก็ขายสมุนไพรพอกหน้าหมดแล้ว” เหวยลู่ทึ่ง
“ถือว่าข้าชดใช้หนี้ท่านหมดแล้วนะเ้าคะ” เหมยซูรู้สึกโล่งอกที่ตนปลดหนี้ได้หมดแล้ว
“ก็ได้ ว่าแต่เ้าจะทำอะไรต่อไปล่ะ เป็หมออย่างนั้นหรือ” เหวยลู่สงสัย
“ข้าจะไปเมืองหลวงแล้วเ้าค่ะ” เหมยซูบอกแผน
“ระวังตัวด้วยก็แล้วกัน ถึงเ้าจะมีปัญญาเฉลียวฉลาด แต่เ้าก็ไร้ซึ่งวรยุทธ์” เหวยลู่เป็ห่วง
“ข้าแค่จะไปตั้งร้านหมอ ไม่ได้จะไปบุกน้ำลุยไฟเสียหน่อยเ้าค่ะ” เหมยซูไม่ได้คิดต่อยตีกับใคร
“ข้ารู้ ว่าเ้าจะต้องไปข้องเกี่ยวกับขบวนการล้างสมองอย่างแน่นอน ซึ่งมันอันตรายมาก อาจถึงแก่ชีวิตได้ แต่ถึงข้าห้าม เ้าก็คงไม่ฟังข้าอยู่ดี” เหวยลู่รู้ใจของอดีตลูกจ้างเป็อย่างดี
“ว่าแต่ท่านรู้หรือไม่ว่าใครกันที่ผลักข้าตกหน้าผาเ้าค่ะ” เหมยซูอยากรู้ว่าใครกันที่ทำร้ายนางจนความจำเสื่อม
“เ้าสืบเองเถิด ลาก่อน หวังว่าข้าคงไม่ได้ช่วยชีวิตเ้าอีก คราวนี้ข้าจะให้เ้าขายของเก่าทั้งหมด 50 ชิ้น” เหวยลู่กล่าวยิ้มๆ
“ข้าจะไม่าเ็ต่อหน้าท่านก็แล้วกันเ้าค่ะ” เหมยซูคิดว่าถ้าเป็เช่นนั้นจริง นางได้กลายเป็สาวทึนทึกไม่ได้ออกเรือน เพราะมัวแต่ขายของเก่าเป็แน่
“ข้าก็ขอให้เ้าไม่ได้รับภัยอันตรายใดๆ ก็แล้วกัน ลาก่อน” เหวยลู่กล่าวลา
เหมยซูคารวะผู้าุโ จากนั้นก็เดินทางโดยรถม้าออกจากประตูเมืองหนานโจวมุ่งหน้าไปที่เมืองหลวง นางคิดในใจว่า “อำลาเสียทีกับชีวิตแม่ค้า”
********************************************
และแล้วสิบวันต่อมา วันเลือกคู่ของท่านอ๋องหกก็มาถึง บุตรสาวขุนนางทยอยเดินทางมาที่จวนท่านอ๋องหก
ท่านอ๋องทรงไม่อยากแต่งงานใหม่ ดังนั้นพระองค์จึงทรงไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรมากนัก พระองค์ทรงทำเพียงปฏิบัติตามพระราชโองการเท่านั้น
ตอนนี้ได้มีสาวโฉมงามยืนเรียงแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่ง หนึ่งในนั้นก็มีหวางเฟยอยู่ด้วย ไม่เพียงเท่านั้นยังมีหญิงสาวที่มีใบหน้าเหมือนพระชายาของท่านอ๋องหกราวกับฝาแฝดยืนอยู่ในแถวด้วย
“ได้เวลาเลือกคู่แล้วพะย่ะค่ะ” กงกงที่มาควบคุมพิธีเลือกคู่รายงาน
ท่านอ๋องเสด็จมุ่งหน้าไปที่หญิงสาวหน้าเหมือนพระชายา โดยที่พระองค์ทรงไม่ทอดพระเนตรเหลียวแลผู้หญิงอื่นเลยสักนิด
หวางเฟยมองเห็นท่านอ๋องเสด็จผ่านหน้าไป ในใจคิดว่า “ที่แท้ชายที่อยู่ริมน้ำก็คือท่านอ๋องหก และผู้หญิงที่พระองค์ทรงหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพระพักตร์ก็คือผู้หญิงที่พระองค์ทรงวาดอยู่ริมแม่น้ำนั้นนี่เอง”
“ข้าไม่ยอมให้ใครแตะต้องฮูหยินของข้าหรอก” ซานชุยที่แอบดูอยู่หลังฉากเตรียมตัวจะกระโจนเข้าไปชิงตัวหวนเจิน
เหมยซูรีบรั้งฝ่ายชายทันที “เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งวู่วาม”
“เ้ามาได้อย่างไรกันซวงเหมย” ซานชุยใ
“รอดูไปก่อนเถิดนะ ซานชุย” เหมยซูอยากรู้ว่าเหตุการณ์จะเป็อย่างไรต่อไป