ฉ บ้านยายฉิน
หรงเฟยฮวาที่พึ่งเดินเข้ามายังลานบ้านของยายฉินเมื่อมองเห็นหญิงชรานางก็เอ่ยร้องเรียก “ท่านยายฮวาเอ๋อร์มาแล้วเ้าค่ะ”
หญิงชราเมื่อได้ยินน้ำเสียงระรื่นหูดังมาแต่ไกลก็หันขวับมามอง “เ้าตัวแสบของยายมาแล้วงั้นรึ เร็วเข้ารีบมาประเดี๋ยวจะมิมีเหลือไว้ให้เ้าแล้วนา ฮ่าๆ” ยายฉินะโเร่งเด็กน้อยพลางหลอกล่อนางไปพร้อมๆ กัน
เด็กสาวเพียงแค่คิดว่าจักไม่มีส่วนของตนเหลืออยู่แล้วก็รีบเร่งฝีเท้าวิ่งมาอย่างมิคิดชีวิต
“มิได้นะเ้าคะ ท่านสัญญากับฮวาเอ๋อร์แล้วนี่” หรงเฟยฮวาวิ่งมาหยุดยังเบื้องหน้าของหญิงชรา พร้อมทั้งเอ่ยพูดอย่างน้อยใจ
ไม่ได้นะ!!! ต้องมีส่วนของนางเหลืออยู่สิจึงจะทำของอร่อยกินได้ มิเช่นนั้นผงรากบัวที่ตนฝันถึงอยู่ทุกวันก็ต้องอดกินเสียแล้ว
เมื่อยายฉินเห็นท่าทางน้อยอกน้อยใจของเด็กน้อยนางก็หัวร่อออกมาอย่างขบขัน
“ฮะๆ เ้าตัวแสบข้าก็ต้องเก็บไว้ให้เ้าสิ! จะลืมส่วนของหลานยายไปได้อย่างไร” มือเหี่ยวย่นจับแก้มน้อยๆ ของนางยืดไปยืดมาพลางยิ้มอย่างมีความสุข
ั้แ่ที่ยายฉินไปมาหาสู่กับบ้านสามตระกูลหรงนางก็ดีวันดีคืน ในท้ายที่สุดก็สามารถหลุดพ้นออกมาจากความเศร้าโศกนั้นได้ อาจเป็เพราะว่านางได้พูดคุยกับเด็กน้อยพวกนี้บ่อยๆ อีกทั้งฉีซื่อก็ใส่ใจดูแลนางจนเปรียบได้กับเป็ครอบครัว เช่นนี้นางจึงมิอยากทำร้ายร่างกายตนเองอีกต่อไปดั่งใช้ชีวิตจนสุดแล้วแต่์จะอวยพร
หรงเฟยฮวาแย้มยิ้มกรุ้มกริ่มประคองหญิงชราพลางพูดจ้อไปตลอดทาง “ท่านยายๆ ต้นมะพร้าวบ้านท่านได้มาจากที่ใดหรือเ้าคะ เหตุใดข้ามิเคยเห็นชาวบ้านคนอื่นปลูกบ้างเลยเล่า”
เมื่อเห็นหน้าเล็กๆ นั้นคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างสงสัยหญิงชราจึงจิ้มหน้าผากนางไปหนึ่งทีพลางว่า
“ก็แน่ล่ะสิ! ต้นไม้นี้ยายบังเอิญไปเจอเข้าที่ท่าเรือตรงหมู่บ้านข้างเคียง เห็นว่านำเข้ามาจากฝั่งไหนนี่แหละข้าเองก็จำมิได้ ยามนั้นเขาบอกเพียงว่าหากปลูกจนโตมันจะให้ลูกออกมารสชาติหวานทีเดียวเชียว! เช่นนี้ยายแก่เช่นข้าก็รีบซื้อมาอย่างมิต้องสงสัย” หญิงชราพูดพร้อมทั้งถลึงตาโตออกมาโดยเฉพาะเวลาที่พูดถึงผลของมัน
“คิกคิก! ท่านยาย….นี่ท่านซื้อมาเพราะอยากกินลูกมันเท่านั้นหรือเ้าคะ? เช่นนี้หากปลูกไม่โตเล่าจะทำอย่างไร” หรงเฟยฮวาหยอกเย้ายายฉิน
อย่าว่าแต่หญิงชราเลยหากเป็นางก็คงจักซื้อมาอย่างไม่สนใจคำพูดของผู้ใดเป็แน่
ยายฉินส่งเสียงจิ๊ปากเล็กน้อย “จุ๊ๆ จะอย่างไรล่ะ ก็โดนหลอกแล้วน่ะสิ ฮ่าๆ”
ทั้งสองเดินเคียงข้างกันมาจนถึงสวนหลังบ้านของหญิงชรา ต้นมะพร้าวมีเพียงสามสี่ต้นเท่านั้น แต่ทว่ากลับออกผลมามากมาย เมื่อมองขึ้นไปหรงเฟยฮวาก็มองเห็นหรงหย่งฉืออยู่ก่อนแล้ว
เด็กสาวยังคงมิหายโกรธเคืองเขายามนี้ได้ฤกษ์เอาคืนแล้ว!! หรงเฟยฮวามองซ้ายมองขวาก็เห็นว่าข้างๆ ต้นเยจื่อนั้นมีใบวางกองอยู่เยอะพอควร นางจึงไปหยิบเอาหินมารูดใบออกเหลือไว้เพียงแต่ส่วนบน
พริบตานั้นหรงหย่งฉือกลับรู้สึกเสียวสันหลังวูบวาบอย่างบอกมิถูก ยามที่กำลังสับสนอยู่นั้น เขาก็เริ่มรับรู้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่บั้นท้ายตน ความรู้สึกมันวาบหวิวเสียจนขนลุกชูชันไปทั่วทั้งหัวอีกทั้งยังเสียวแปลบอย่างบอกไม่ถูก
“พี่รองวันนี้ข้าจักให้ท่านได้ลิ้มลองความแปลกใหม่ ฮ่าๆ” หรงเฟยฮวาที่ใช้กิ่งมะพร้าวจิ้มบั้นท้ายพี่ชายของตนอยู่นั้นก็ะโออกมาอย่างสนุกสนาน
หรงหย่งฉือหน้าแดงแจ๋ดั่งผลตำลึงสุก เขากลับมิเคยเห็นด้านนี้ของน้องสาวมาก่อน จะรู้ได้อย่างไรว่านางเ้าคิดเ้าแค้นเยี่ยงนี้เล่า!! เวลาผ่านไปนานตั้งหนึ่งชั่วยามนางก็ยังมิลืมอีกหรือนี่ ไอหยา!! ข้าพลาดแล้วๆ
หรงหย่งฉือครุ่นคิดเสียหัวแทบแตกกลับคิดออกมาได้เพียงหนึ่งอย่างเท่านั้น “ฮวาเอ๋อร์น้องรัก ข้าขอโทษยามนี้เ้าก็แกล้งข้าแล้วจะให้พี่ชายผู้นี้ทำเช่นไรอีก เอาอย่างนี้เถอะ! คราวนี้เราหายกันเป็อย่างไร” ชายหนุ่มพยายามไต่หลบไปอีกมุมหนึ่งของต้นก็ยังมิพ้น อย่างกับว่านางบังคับใบไม้ได้ประหนึ่งใจ้าอย่างไรอย่างนั้น
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหรงเฟยฮวาก็หยุดมือลงในทันที นางแสยะยิ้มร้ายกาจพลางเอ่ยพูดช้าๆ “พี่รองเช่นนี้ท่านก็มาช่วยงานข้าเถอะ เป็อย่างไรล่ะเ้าคะ ท่านว่าดีหรือไม่ หืม?” น้ำเสียงของเด็กน้อยช่างหวานเยิ้มละมุนละไม
ทว่ายามหรงหย่งฉือได้ยินกลับคิดว่านางกำลังกลั่นแกล้งเขา ดูคำพูดนั้นเข้าสิ นางใช่หาทางเลือกให้ตนเสียเมื่อไหร่ น้องสาวกำลังบังคับเขาอยู่ต่างหากเล่า ‘ข้าเลือกได้ด้วยงั้นหรือๆๆ’
ชายหนุ่มร่ำร้องอยู่ในใจไปแล้วหลายรอบจึงได้ตอบรับออกมาในที่สุด “รู้แล้วๆ ข้าช่วยเ้าก็ได้ เช่นนี้เราหายกันแล้วใช่หรือไม่ หืม? ดีกันนะ ดีกันๆ” หรงหย่งฉือรีบโดดลงมาก่อนจะเขย่าตัวน้องสาวไปมา เขาออดอ้อนเด็กสาวอย่างเอาเป็เอาตาย ด้วยเกรงว่านางจักหาเื่มาแกล้งตนอีก
“อือ แต่ว่าพี่รองคราวหน้าหากท่านหลอกลวงข้าอีกละก็……” หรงเฟยฮวาพูดจบก็ยกนิ้วมือปาดคอตนพร้อมด้วยถลึงตาใส่เขาไปอีกด้วย
“ข้าไม่ทำแล้วๆ น้องสาวเ้ามาดูนี่สิ เห็นหรือไม่ลูกมะพร้าวเต็มไปหมดเลย” หรงหย่งฉือตบอกรับประกัน พริบตาเดียวเขาก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปในทันที
หรงเฟยฮวาเดินรอบๆ กองผลมะพร้าวอย่างตื่นเต้น แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนมิมีเงินติดตัวก็รู้สึกเศร้าขึ้นมา
ยายฉินมีหรือจักไม่รู้ว่าเด็กน้อยอยากกินมัน นางนั้นไม่ว่าคิดสิ่งใดก็มักจะแสดงออกมาทางสีหน้าทั้งหมด ช่างน่ารักจริงๆ
“เ้าตัวแสบเอาไปกินคนละลูกเถิด ยายจะคิดเงินกับหลานรักได้อย่างไรกัน” หญิงชราเอ่ยพูดกับเด็กน้อยทั้งสองคนอย่างเอ็นดู
ถึงแม้เด็กสาวจะอยากกินมันเป็อย่างมาก แต่นางก็มิสามารถเอาเปรียบยายฉินได้ อีกทั้งหญิงชรายังอยู่ตัวคนเดียวเงินทองที่ได้จากการขายลูกผลเหล่านี้ถือว่าจำเป็อย่างมาก
“มิได้หรอกเ้าค่ะ ข้าจักเอามาเปล่าๆ ได้อย่างไรกัน” นางเอ่ยปฏิเสธอย่างจริงจัง ปากก็หันไปเรียกพี่ชายของตนให้ตามไป “พี่รองไปกันเถอะ ท่านยายฮวาเอ๋อร์ไปเก็บบัวก่อนนะเ้าคะ อ้อ!! จริงสิกวงพั้ง[1]พวกนั้นข้าสามารถเอาไปด้วยได้หรือไม่เ้าคะ” นางเกือบจะลืมรากบัวไปเสียสนิท
[1, 2]กวงพั้ง, เหง้าบัว คือ รากบัว
“เ้าจะขุดมันไปจนหมดข้าก็มิว่าหรอก เหง้าบัว[2]พวกนั้นมันเกิดขึ้นมาเองข้าได้ปลูกเสียเมื่อไหร่เล่า เ้าเก็บเอาไปเยอะๆ เถอะ” หญิงชราลูบหัวเด็กสาวก่อนจะรีบเดินเข้าบ้านไปหยิบหมวกที่ตนทำเองมาสวมให้เด็กน้อยอย่างใส่ใจ
“แดดแรงเช่นนี้ประเดี๋ยวจะหน้าไหม้ไปเสียก่อน เ้าสวมเอาไว้ด้วยล่ะ” ยายฉินยื่นหมวกอีกใบไปให้หรงหย่งฉือด้วยเช่นกัน ก่อนจะรีบไล่ให้พวกเขาไปเก็บฝักบัว
สองพี่น้องเดินมาไม่นานก็มองเห็นบึงบัวอยู่ไกลๆ หรงเฟยฮวาตื่นเต้นประหนึ่งมองเห็นเป็บ่อทองอย่างไรอย่างนั้น ดวงเนตรเรียวดุจตาหงส์นั้นได้เบิ่งโตออกมาด้วยความดีใจ
“พี่รองๆ เร็วเข้ารีบมาเก็บกันเร็ว” เด็กสาวร้องออกมาพลางเร่งฝีเท้าให้เดินเร็วขึ้นไปอีก
“แฮกๆ เหนื่อยเหลือเกินฮวาเอ๋อร์เ้าเดินช้าหน่อยมิได้หรือ ข้าเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว!” หรงหย่งฉือพลันรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้เรียกพี่ใหญ่ให้มาด้วยกัน พวกเขาตัดสินใจกันแล้วว่าจะมิยอมปล่อยให้นางอยู่คนเดียวยามออกไปด้านนอก เพราะเกรงว่าคนเลวเ่าั้จะแอบมากลั่นแกล้งนางอีก
หรงเฟยฮวาตั้งท่าจะเดินลุยโคลนลงไปเก็บฝักบัว แต่ขายังไม่แม้แต่จะได้ยื่นเหยียบลงไปก็ถูกพี่ชายตนดึงรั้งไว้เสียก่อน
“เ้าอยู่นิ่งๆ” เขารีบหยิบรองเท้าทรงสูงที่ทำจากหนังสัตว์อย่างดีออกมาจากย่ามด้านหลัง ชายหนุ่มบรรจงสวมใส่ให้น้องสาวอย่างใส่ใจ
รองเท้าคู่นี้เขาได้นำเอาเงินที่ได้จากการรับจ้างมาซื้อให้นาง ชายหนุ่มได้ไปหาดูตามร้านค้าในตัวเมืองอยู่หลายครั้งหลายครา ในที่สุดก็หาคู่ที่เหมาะกับน้องสาวได้เสียที
“…..” หรงเฟยฮวาตกตะลึงแล้ว เขากลับเป็พี่ชายที่ดี พริบตานั้นหรงเฟยฮวาก็แย้มยิ้มออกมาเล็กน้อย
“พี่รองวันนี้ข้าจักทำอาหารอร่อยๆ ให้ท่านกินดีหรือไม่” หรงเฟยฮวาขยิบตาให้เขาก่อนจะรีบย่ำเท้าลงไปยังดินโคลน
หรงหย่งฉือกลับตกตะลึงเสียยิ่งกว่า น้องสาวของเขาซุกซนเช่นนี้อยู่แล้วหรือ? ยามนี้ดั่งว่าเขาได้ค้นพบบางสิ่งบางอย่างเข้าให้แล้ว ดวงตาเรียวสะท้อนแสงแวววับไปมา ริมฝีปากบางหยักโค้งขึ้นเล็กน้อยด้วยความพึงพอใจ