ตะวันคล้อยทุกคนกลับถึงบ้านหลังจากทำหน้าที่ของตนจนเสร็จก็กินข้าวปลาล้างเนื้อตัวเข้าหลับนอน
ตอนกลางวันได้ทั้งปลา หน่อไม้รวมทั้งหอยโข่งตัวอวบอ้วนที่พี่ใหญ่กับท่านแม่งมกลับมา แล้วต้มหั่นไว้รอจนเสร็จสรรพให้อย่างดิบดี หลี่หลิวเองก็คิดไว้แล้วว่าจะทอดปลาทั้งตัวไปขายเพิ่มอีกหนึ่งเมนู แล้วใช้ใบบัวที่นางเก็บมาใส่เป็ภาชนะแทนกระบอก เพราะกระบอกไม้ไผ่มีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนักมันจึงไม่สามารถใส่ปลาที่มีขนาดครึ่งโลลงไปได้
วันนี้ท่านแม่โชคดีมากเลยทีเดียว นางตกปลาครั้งแรกก็ได้ปลามามากกว่าสามสิบตัว หลี่หลิวได้นำปลามาปล่อยลงสระที่นางเอารากบัวมาปลูกไว้ แถมนางยังใส่น้ำในมิติลงไปมากกว่าครึ่งถัง หลังจากที่ใส่น้ำในมิติลงไปได้ไม่นานปรากฎว่าต้นบัวเริ่มออกยอดแตกกิ่งโผล่ใบมามากมาย แถมน้ำยังใสสะอาดไม่ขุ่นมัวเหมือนก่อนหน้านี้ พอนำปลาตัวเล็กที่ตกได้มาหกเจ็ดตัวเทลงไปในน้ำพวกมันก็ว่ายวนไปมาสำรวจที่อยู่อาศัยอยู่ใหม่ราวกับว่ามันชอบที่นี่เป็อย่างมาก ท่าทางคล่องแคล่วปราดเปรียวของพวกมันทำให้หลี่หลิวภูมิใจไม่น้อย
"ดูท่าพวกเ้าจะรอดแล้วล่ะนะ อย่าลืมออกลูกหลานให้ข้าเยอะๆหน่อยล่ะ"
หลี่หลิวนั่งมองมันอยู่ครู่หนึ่งอย่างสะบายใจน้ำใสลมคล้อยตะวันตะวันเคลิ้มแลดูแล้วสบายตายิ่งนัก
ปลาที่เหลือจากการทำอาหารมื้อเย็นที่ค่อนข้างตัวใหญ่อีกสิบกว่าตัวนางจะทำปลาทอดเกลือขายในวันรุ่งขึ้น นางจึงแอบหยอดน้ำในมิติลงไปในตุ่มปลาเพื่อกันพวกปลาใจเสาะแล้วตายก่อนที่จะถึงเวลาเช้า
"ท่านพี่"
หลี่หลิวสะกิดพี่ชายที่นอนข้างๆนาง เมื่อเห็นว่าน้องเล็กหลับสนิทดีแล้ว พี่ใหญ่พยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วลุกขึ้นยืน สองพี่น้องเข้ามิติไปแล้วลงมือทำแปลงผักหลี่หลิวตักน้ำใส่ตุ่มไปเรื่อยๆจนได้ถึงครึ่งตุ่มจึงพักสักหน่อยก่อนจะเอาน้ำใส่ถังครึ่งถังยกมาวางข้างแปลงผักแล้วเดินรดน้ำให้ผักต่างๆอย่างสบายอารมณ์
"เมื่อไหร่เ้าถึงจะบอกท่านพ่อเื่นี้กัน"
หลี่จงถามน้องสาวว่าทำไมต้องเก็บเื่นี้เป็ความลับแถมยังไม่ให้บอกท่านพ่อท่านแม่อีกด้วยเขาจับจอบด้วยมือเรียวสากสองข้างขุดแปลงผักอย่างทะมัดทะแมงพร้อมกับถามผู้เป็น้อง
"ท่านคิดว่า ท่านพ่อของเราจะมิเปิดปากหลุดพูดออกไปรึ! ท่านดูสิเ้าคะ ขนาดความลับที่ท่านปู่แอบเก็บเล็กผสมน้อยท่านยังรักษาไว้มิได้เลย หากข้าบอกไปแล้วมีคนรู้เข้า วันหนึ่งข้าจักมิถูกคนลักพาตัวไปทำฟาร์มให้กับพวกเขาหรอกหรือ ข้าสบายใจที่จะแอบทำมันลับๆแบบนี้มากกว่า"
เมื่อได้ฟังเช่นนั้นหลี่จงก็คิดตามที่นางว่า หากมีคนรู้ความลับของน้องรองแล้วนางถูกขโมยไปจริงๆ เขาและครอบครัวต้องเสียใจจนวันตายเป็แน่ เขาจึงตั้งมั่นในใจว่าจะไม่มีทางเอ่ยปากบอกเื่นี้กับใคร
"หากเ้าคิดเช่นนั้น ข้าก็เคารพในการตัดสินใจของเ้า"
"นี่ท่านพี่ ท่านช่วยข้าคิดหน่อยสิเ้าคะ ข้าจะทำเช่นไรดีถึงจะเอาฟักทอง แตงโม พวกนี้ออกไปขายได้เล่า"
หลี่จงมองไปที่ฟักทองกับแตงโมที่โตข้ามวันข้ามคืน แต่ข้ากับน้องเล็กก็ดื่มน้ำนี่เข้าไปไม่เห็นจักโตเสียทีจึงทำให้เขาเกิดความสงสัย หรือน้ำนี่ทำให้ผักโตได้แต่ใช้กับคนไม่ได้คงเป็เช่นนั้นกระมัง
"ข้าก็ไม่รู้ดอก แต่ตอนเช้าไปตลาดเ้าสามารถเอาออกมาขายได้ แต่หากท่านพ่อถามเ้าก็สามารถตอบกลับไปได้ว่ามันเป็ความลับได้ ท่านพ่อเชื่อใจเ้ามากที่สุดท่านคงไม่ถามต่อเป็แน่แท้"
ก็จริงอย่างที่ท่านพี่ว่า อันที่จริงข้าแค่ตีเนียนแอบเอาออกมาขายก็ได้แล้ว เื่ทำอาหารตอนนี้ท่านแม่ก็คุ้นชินกับอาหารที่ข้าพาทำไปมากแล้ว แถมรสชาติก็ไม่ต่างจากฝีมือของข้านัก หากใช้โอกาสที่ทุกคนกำลังยุ่งแอบไปกับพี่ใหญ่แล้วค่อยยกเข้ามาที่ร้านแค่นี้ก็น่าจะได้แล้ว
แต่ก่อนอื่นขอข้าชิมหน่อยเถอะว่ามันอร่อยแค่ไหนกันเชียว
ว่าแล้วหลี่หลิวก็เอามือน้อยๆเคาะๆดูว่าลูกไหนเสียงใช้ได้แล้วถึงจะเด็ดออกมา ทว่านางก็ต้องแปลกใจที่มันสุกแล้วแทบทุกลูกเลย
"ท่านพี่เอาลูกนี้แหละเ้าค่ะ ผ่าเลย"
หลี่หลิวกึ่งกลิ้งกึ่งยกมันมาทางพี่ชายที่ตักน้ำจากบ่อใส่ตุ่มอย่างอารมณ์ดีหลังจากที่พรวดดินทำแปลงผักและช่วยน้องรองปลูกต้นไม้เขาก็มาตักน้ำใส่ตุ่มไว้ตามที่น้องรองบอก
"แล้วมันผ่าเช่นไรรึ"
เขาโตมาได้เกือบสิบปีแต่ทว่ายังไม่เคยกินแตงโมมาก่อนเลย เขาจึงไม่รู้ว่าจะผ่ามันเช่นไรดีจึงเอามือหมุนซ้ายทีขวาทีเพื่อหาตำแหน่งที่จะผ่า
"ง่ายมากเ้าค่ะ แบบนี่เลย"
หลี่หลิวจับมีดขึ้นมาแล้ววางทาบตามแนวยาวของมันแล้วให้พี่ชายลงมีดผ่าลงตามแนวยาวของแตงโมที่สดใหม่นั่น มันกรอบมากจนเกิดรอยแตกเล็กๆหลี่หลิวบอกให้ท่านพี่ลงมีดตามทางยาวผ่าออกแบ่งครึ่ง เมื่อผ่าเสร็จครึ่งนึงก็แบ่งออกมาอีกห้าอัน พอแบ่งเสร็จนางไม่รอช้าจับแตงโมด้วยสองมือแล้วค่อยๆกัดกิน
กรอบ~ กรอบ~
เสียงกรอบสดใหม่หวานฉ่ำจนน้ำของแตงโมทะลักหยดลงมาตามรอยที่นางกัด แถมยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆสดชื่น มีหรือพี่ชายของนางจะทนรอให้นางเรียกกิน เขาหยิบมันขึ้นมาหนึ่งชิ้นแล้วกัดกินเช่นน้องสาว รสชาติหวาน กรอบ หอมเย็นๆเป็อะไรที่ลงตัวเอามากๆ น้ำแตงโมชุ่มช่ำไหลออกมาทุกครั้งที่เขากัดมันลงไป เขาอยากจะกินอีกชิ้นเมื่อกินชิ้นแรกหมด แต่น้องสาวบอกว่าหากกินเยอะเดี๋ยวจะเป็ร้อนในเอา เขาจึงหยุดลงแล้วไปล้างมือล้างปาก หลี่หลิวบอกว่าพรุ่งนี้ต้องเตรียมจานไปเผื่ออีกหน่อย เพราะแตงโมที่เหลืออยู่ของลูกนี้นางจะเอาไปให้ลูกค้าได้ชิมก่อนค่อยตัดสินใจซื้อ แตงโมลูกใหญ่หนักกว่าหนึ่งกิโลพอผ่าแล้วเนื้อข้างในสีแดงสดหอมหวานเหย้ายวนใจ ยิ่งได้กลิ่นยิ่งอยากลิ้มลองคาดว่าแตงโมมากกว่าห้าสิบลูกนี้คงขายหมดภายในไม่ช้า และยังมีดอกเล็กๆของมันที่กำลังจะผลิดอกออกผลมาอีกมากมาย น้องรองของเราจะต้องได้กำไรมากโขอีกเป็แน่ แต่จะว่าไปเงินถุงเงินถังคงตกไปอยู่ในมือของท่านพ่ออีกตามเคย
"พี่ใหญ่ข้าว่าเงินค่าแตงโมกับฟักทองนี่ข้าจะเก็บเอาไว้เอง หากอยู่กับท่านพ่อท่านคงให้ท่านย่าไปหมดเสียหมดแน่ๆ ข้าจะเอามาเก็บไว้ในมิติกำแพงน้ำนี่รับรองได้เลยว่ามันจะปลอดภัยหายห่วง"
หลี่หลิวขยิบตาข้างขวาให้พี่ชายไปทีนึง เขาหัวเราะให้ความทะเล้นของนางก่อนจะบอกว่าเห็นด้วยกับนาง จะมีที่ไหนที่จะปลอดภัยมากกว่าในนี้ได้อีกเล่า
"ข้าจะขายในราคาชิ้นล่ะสิบอีแปะ"
"แพงขนาดนั้นเชียว แค่ชิ้นเดียวนี่หน่ะหรือ"
"ก็ใช่สิเ้าคะ ถ้าคนทั่วไปปลูกท่านว่าจะได้แบบนี้ไหมเล่า มันคงขาวซีดเนื้อไม่แดงและไม่หวานแถมยังลูกเล็กกว่านี้อีกหลายเท่าเป็แน่ นี่ข้าก็ขายถูกสุดๆแล้วนะ"
หลี่หลิวแบะปากมองบนอย่างขัดใจ ดีเท่าไหร่แล้วที่ไม่ขายยี่สิบอีแปะต่อชิ้น กว่าจะโตขนาดนี้นางต้องใช้เวลาตั้งสามสี่วันเชียวนะ ข้ารดน้ำถอนหญ้าให้พวกมันทุกวันเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว
"หากราคาขนาดนี้เ้าว่าจะมีคนซื้อมันหรือ ไม่มีใครมีเงินมากขนาดนั้นหรอกนะ"
"เหอะ! ใครว่าข้าจะขายให้พวกชาวบ้านธรรมดาเล่า ข้าจะขายให้กับกลุ่มเฒ่าแก่ที่ขายเมล็ดพันธุ์นี้ให้กับข้านี่ต่างหาก เขารู้วิธีปลูกและราคาเขาต้องเคยกินมันอย่างแน่นอน"
"แล้วพวกเขาจะไม่สงสัยรึ ว่าทำไมแตงโมของเ้ามันโตไวขนาดนี้"
พอพี่ชายพูดออกมานางถึงกับชะงักไป ก็จริงแตงโมที่ไหนมันจะโตได้ไวขนาดนี้กัน หรือข้าจะบอกว่าไปรับมาจากที่อื่นแต่ว่าแถวนี้คงไม่มีใครเขาปลูกกัน เอายังไงดีละทีนี้ ดูเหมือนว่าแตงโมนี่จะขายที่นี้ไม่ได้เสียแล้ว
"งั้นข้าก็จะยังไม่ขาย ข้าจะเก็บเอาไว้ไปขายในเมืองหลวง"
หลี่หลิวคอตกทันทีพอรู้ว่าหากขายไปอาจจะเกิดข้อกังขาได้ และหากจะขายในเมืองหลวงจริงๆก็ต้องมีแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือได้ เห็นทีการค้าผักผลไม้พวกนี้ต้องลงทุนซื้อที่สักแปลง ดีนะที่ข้าอยากได้ที่ดินนอกเมืองหลวงมิเช่นนั้นคงไม่มีที่ให้ปลูกอะไรได้อีกแล้ว
"ผักผลไม้พวกนี้เมื่อมันโตเต็มที่แล้วก็ไม่เหี่ยวเฉาเลย ถือว่าเ้าโชคดีเป็อย่างมากที่ได้รับมิตินี้มา น้ำในบ่อนี้ก็ผุดออกมาเพิ่มทุกครั้งที่ถูกตักออกไป หากมีภัยแล้งหรือข้าวยากหมากแพงที่แห่งนี้คือที่ที่จะทำให้เ้ารอดจากทุกข์ภัยได้"
"ท่านว่าจะมีใครที่ยอมเจ็บตัวเจียนตายเพื่อที่จะได้รับมิติมาหรือไม่เล่า ข้าเพียงฟลุ๊คได้มันมาเพียงเท่านั้น"
"ฟลุ๊ค?"
พี่ใหญ่มองหน้าน้องรองอย่างสงสัย ถึงพักหลังๆมานี้นางชอบใช้คำแปลกๆอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ถึงกับฟังไม่รู้เื่ว่านางจะสื่ออะไรเช่นคำนี้เลย
"ข้าจะบอกท่านอย่างไรดีล่ะ ก็แบบว่าได้มันมาแบบไม่ได้ตั้งใจกระมั้ง"
"กระมัง!! เ้านี่นับวันยิ่งไม่รู้ความหัดพูดให้เหมือนคนปกติเสียบ้างเขาจักได้ไม่มองว่าเ้าแปลกประหลาด"
"ก็ข้าไม่เหมือนคนทั่วไปนิเ้าคะ ข้าหน่ะหายตัวได้กลางอากาศเชียวนะ"
"ใช่แล้ว เ้าดีที่สุด"
ดวงตาดำสนิทคู่นั้นเต็มไปด้วยประกายเจิดจรัสจ้องมองน้องสาวอย่างรักใคร่
"แน่นอน ก็ข้าหน่ะเป็น้องสาวของท่านก็ต้องดีที่สุดอยู่แล้ว"
ใบหน้าเล็กๆของหลี่หลิวเปื้อนไปด้วยร้อยยิ้ม ทั้งสองพี่น้องช่วยกันรดน้ำผักและผลไม้ที่ปลูกใหม่จนเสร็จดื่มน้ำคลายความเมื่อยล้าก่อนจะออกจากมิติแล้วนอนหลับอย่างสบายใจ
ฮี่ๆๆๆๆ
กลางดึกคืนนั้นอยู่ดีๆม้าสองตัวก็ร้องไม่หยุดจนทำให้คนในบ้านแตกตื่น ท่านพ่อกับท่านแม่ลุกไปดูก็ไม่พบอันใด แต่มันยังคงร้องด้วยเสียงร้อนรนอยู่แบบนั้น หลี่หลิวจึงเดินไปลูบหัวพวกมันแล้วปล่อยเชือกที่มัดไว้ เ้าดำร้องฮี่ๆก่อนจะวิ่งออกไปหน้าประตูบ้านและใช้หน้าของมันดันประตูไม้ไผ่เหมือนมันพยายามจะเปิดประตูออก หลี่หลิวที่เดินตามมันมาทีหลังพร้อมกับท่านพ่อที่ถือคบเพลิงเห็นเช่นนั้นจึงชะเง้อมองด้านนอกทว่าไม่พบอันใด แต่เ้าดำยังคงพยายามจะออกไปให้ได้ ในที่สุดหลี่หลิวก็เริ่มอยากรู้จึงบอกให้ท่านพ่อเปิดประตูให้เ้าดำได้ออกไป
เมื่อประตูถูกเปิดออกเ้าดำวิ่งไปตามทางที่มือมิดพักนึงก่อนจะหยุดลงและร้องเรียกหลี่หลิวอยู่เช่นนั้น ท่านพ่อจึงเดินถือคบเพลิงไปเป็เพื่อนหี่หลิวแล้วบอกนางหวังและหลี่จงคอยเฝ้าประตูรั้วบ้านให้ดีๆ จากนั้นจึงเดินจูงมือหลี่หลิวไปตามถนนที่ม้าร้องเรียกอยู่ ด้วยความที่ว่าแถวนี้อยู่ในท้องนาจะมีเพียงบ้านผู้คนก็ห่างไกลออกไปอีกหลายกิโลเท่านั้น ท่านพ่อจึงระแวดระวังตัวเป็อย่างมากถึงกับถือมีดพร้าพกติดตัวออกไปด้วย
ฮี่ๆๆๆ
เสียงเ้าดำยังคงร้องมาเป็พักๆ หากมีไฟฉายในยามแบบนี้คงจะดีไม่น้อย คบเพลิงนี่ก็มองเห็นได้แค่ใกล้ๆเพียงเท่านั้นจึงทำให้หลี่หลิวรู้สึกหงุดหงิดอยู่เช่นกัน พวกข้าราชการควรทำไฟฟ้าพลังน้ำไว้ใช้ได้แล้วนะจะได้ส่องแสงสว่างไปตามท้องถนนได้ในยามค่ำคืน คงไม่ใช่ว่าจะปล่อยให้มันมืดมิดเช่นนี้ไปตลอดหรอกกระมัง
"นั่นไงท่านพ่อ เ้าดำอยู่นั่นเ้าค่ะ"
หลี่หลิวสลัดมือออกจากมือผู้เป็บิดาแล้วรีบวิ่งไปตรงที่เ้าดำดมๆเขี่ยๆอยู่ นางมองเห็นเงาดำๆเหมือนมีคนนอนหมดสติอยู่ตรงนั้น แต่พอเริ่มเข้าใกล้ก็ได้กลิ่นเืจางๆลอยมา
"หลี่หลิวรอพ่อก่อน"
หลี่หงรีบวิ่งตามบุตรสาวไป เมื่อไปถึงก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งนอนคว่ำหน้าหายใจโรยรินอยู่จึงให้หลี่หลิวช่วยถือคบเพลิงและเอามีดเหน็บไว้ข้างเอวตนเองอย่างเทอะทะ แล้วค่อยพยุงชายหนุ่มโดยเอาแขนเขามาพาดป่าตนแล้วใช้มือจับไว้ให้แน่น ส่วนอีกมือช่วยพยุงตัวเขาให้เดินไปตามทางกว่าจะถึงบ้านก็ทุละทุเลไม่น้อย
"ท่านพี่นี่ท่านพาใครมาหรือเ้าคะ"
หวังลู่เห็นสามีหามปีกชายหนุ่มที่หน้าตามอมแมมกลับมาจึงถามไถ่ ส่วนเ้าดำทำหน้าที่ช่วยคนเสร็จก็กลับไปนอนหลังบ้านเช่นเดิมอย่างรู้งาน
"หวังลู่เ้าไปปิดประตูรั้วเสีย เดี๋ยวข้าจะพาเขาไปที่ห้องโถงในบ้านเสียก่อน"
หลี่หงหันไปบอกภรรยาก่อนที่จะพาคนแปลกหน้าเข้าบ้านไป
"ท่านพ่อข้าว่าท่านถอดรองเท้าและเสื้อผ้าเขาก่อนเถอะเ้าค่ะ เดี๋ยวข้าไปเตรียมผ้าและน้ำอุ่นมาให้นะเ้าคะ"
หลี่หลิวเห็นท่านพ่อดูลนลานจึงแนะนำเขาไป หลี่หงจึงตอบรับและถอดเสื้อผ้ารองเท้าเขาออกพบว่าบริเวณ่ท้องของเขามีาแ น่าจะเกิดการโดนแทงมาหลี่หงมองดูเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ต้องมีราคาระดับหนึ่งเป็แน่ ถึงตอนนี้มันจะเปื้อนเปรอะแต่เขาก็มองมันออกในคราแรกที่พบเห็น
"ทำเช่นไรดีเขาจะมาตายที่นี่หรือไม่ขอรับ"
หลี่จงมองท่านพ่อที่เงอะงะทำอันใดไม่ถูกอย่างร้อนรน แค่นี้เื่ในครอบครัวเราก็ย่ำแย่มากพอแล้วยังต้องมาเจอคนแปลกหน้าที่ใกล้ตายนี่อีก
"เฮ้อออ พวกท่านหลบไปก่อนเ้าค่ะ เดี๋ยวข้าจัดการเอง"
แค่ประทมพยาบาลเบื้องต้นก็น่าจะพอแล้วแหละ จากรอยแผลนี่เขาคงหลีกเลี่ยงจุดสำคัญจากการปะทะกันมาได้อย่างหวุดหวิด หลี่หลิวมองหน้าท่านพ่อท่านแม่อยู่ครู่นึงนางเข้าใจได้ทันทีว่าพวกเขาไม่รู้วิธีประทมพยาบาลเลยแม้แต่คนเดียว หลี่หลิวบอกท่านแม่มาช่วยเช็คล้างเนื้อตัวเขาถึงแม้จะบอกท่านพ่อถอดชุดเขาออกไปแล้วแต่ก็ยังเหลือกางเกงขายาวสวมใส่ไว้อยู่จึงไม่ได้ดูน่าเกลียดนัก หลี่หงรีบแย่งผ้าเช็ดตัวจากมือหลี่หลิวและอาสาช่วยเช็คเนื้อตัวจนเขาสะอาดเองใครจะยอมให้บุตรสาวกับภรรยาเช็ดตัวชายแปลกหน้ากันเล่า หลี่จงต้มน้ำผสมน้ำอุ่นรอตามที่หลี่หลิวบอกและยกไปให้นาง นางขอผ้าเช็ดตัวผืนใหม่ที่สะอาดสะอ้านหวังลู่จึงนำมาให้แต่โดยดีการช่วยคนถือเป็เื่ใหญ่ ั้แ่เมื่อไหร่กันที่บุตรสาวของเรามี่ความเป็ผู้นำมากขนาดนี้ได้
"ลูกพ่อนั่นเ้าจะทำอันใดหรือ"
หลี่หงเห็นบุตรสาวจัดการกับแผลอย่างคล่องมือ นางเอาน้ำอุ่นล้างฆ่าเชื้อ ก่อนหน้านี้นางแอบตักน้ำออกมาจากมิติขันนึง แล้วราดลงแผลของเขาก่อนจับเขาอ้าปากเทน้ำลงไปอย่างเบามือ เขาค่อยๆกลืนน้ำลงไปด้วยความหิวกระหายหลี่หลิวเรียกท่านพ่อมาพันแผลให้เขาหลังจากที่นางป้อนน้ำเขาแล้วก็มิลืมที่จะตัวเขาให้แห้งก่อน ผ้าพันแผลถูกพันบริเวณหน้าท้องอย่างแ่าตามที่บุตรสาวบอก
"ไปนอนเถอะเ้าค่ะเดี๋ยวข้ากับพี่ใหญ่จะคอยเฝ้าเขาไว้เอง พรุ่งนี้ยังต้องไปหาเงินอีแปะไว้คืนท่านย่าอีกนะเ้าคะ"
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จหลี่หลิวบอกว่าตนกับพี่ชายจะอาสาเฝ้าคนป่วย แล้วให้ท่านพ่อท่านแม่ไปพักผ่อน หลี่จงพยักหน้าอย่างเห็นด้วยเมื่อท่านพ่อท่านแม่ไปพักแล้วหลี่จงกระชิบถามนางว่าเหตุใดเราต้องมาเฝ้าชายหนุ่มคนนี้ด้วย เขากับได้รับคำตอบที่น่าใจากน้องสาว
"ท่านดูไม่ออกรึ นั่นไงเล่าชุดที่เขาสวมใส่นั้นค่อนข้างมีราคาเขาต้องเป็ผู้รากมากดีคนหนึ่ง และถ้าเราใช้โอกาสนี้ช่วยชีวิตเขาไว้วันข้างหน้าเขาก็จะตอบแทนบุญคุณครั้งนี่กับเราอย่างแน่นอน"
หลี่หงที่กำลังจะเข้านอนได้ยินคำพูดของบุตรสาวเขาถึงกับยิ้มอ่อนมีเพียงบุตรสาววัยหกปีเท่านั้นที่มองออกได้อย่างทะลุปรุโปร่ง เขาช่างมีวาสนานักที่ได้ลูกสาวที่มีความรู้ความสามารถมากเช่นนี้มา หลี่หงนอนหลับไปด้วยความปลื้มปิติ
คบเพลิงยังคงจุดไฟส่องสว่างไปทั้งห้องโถงขนาดเล็ก พี่ใหญ่ทนความง่วงไม่ไหวจึงพล้อยหลับไปก่อน ส่วนหลี่หลิวนั่งมองชายหนุ่มลึกลับั้แ่หัวจรดเท้า
ใบหน้าหล่อเหลาอ่อนเยาว์แฝงไปด้วยเสน่ห์ดุจมารร้ายถึงจะดูซีดเซียวไปบ้างจากการเสียเืเป็เวลานานเขาก็ยังดูดี คิ้วคมเข้ม จมูกโด่งเป็สัน ริมฝีปากหนาหยักศกเล็กน้อยมีร่องรอยของการขาดน้ำอยู่ ใบหน้าคมคายสันกรามเด่นชัด ขนตายาวเป็แพ ผมดำเข้มยาวถึงกลางหลัง รูปร่างสูงโปร่งทว่าดูกำยำไม่น้อย ผิวของเขาขาวเนียนผ่อง ดูรวมๆแล้วสมบูรณ์แบบ หากเขาเป็คนยุคของเธอคงเป็ราดาหรือไอดอลล์ได้ไม่ยากนัก
"ท่านเป็เช่นไรบ้าง"
นางนั่งอยู่ข้างกายของเขา เห็นเขาขยับตัวจึงเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเหมือนคนที่ง่วงเต็มที่แล้ว
"นี่ข้าอยู่ที่ไหนกัน"
ชายรูปงามผู้นี้ที่พึ่งลืมตาก็พยายามจะลุกขึ้นนั่งทว่าหลี่หลิวก็ผลัดเขาให้นอนลงด้วยมือน้อยๆของนางทว่าเขากลับล้มลงด้วยความรู้สึกเจ็บบริเวณ่ท้องจนใบหน้าเหเกใช่แล้วข้าถูกปล้นแล้วหนีรอดมาได้ ชายหนุ่มจึงนอนลงอย่างว่าง่ายเมื่อคิดออกว่าเกิดอันใดขึ้น
"เ้านอนลงไปเลย กว่าข้าจะพันแผลให้เ้าได้ก็กินเวลาไปมากโข แถมข้ายังต้องมานั่งเฝ้าท่านอยู่เช่นนี้อีกง่วงจะแย่อยู่แล้ว ท่านช่วยทำตัวให้ดีๆหน่อยจะได้หายไวๆ"
หลี่หลิวหาวหวอดๆน้ำตาเล็ดแล้วชี้มือไปที่แผลของเขาภายใต้ผ้าห่มนั่นเพื่อเตือนให้เขาอยู่นิ่งๆเข้าไว้
ชายหนุ่มที่เริ่มเจริญพันธุ์มองดูสาวน้อยที่ผลักเขาลงนอนด้วยสายตาขอบคุณและกล่าวขอโทษไป
"ข้าทำให้แม่นางต้องเสียเวลาแล้ว"
เสียงที่เอื้อนเอ่ยออกมามีพลังและอำนาจถึงแม้ว่าเขาจะาเ็อยู่ก็ตาม หลี่หลิวรับรู้ได้ทันทีเขาต้องเป็พวกตระกูลใหญ่สักแห่งในเมืองหลวงเป็แน่
"ท่านรู้ก็ดีนิ แล้วท่านจะตอบแทนข้าเช่นไรดีล่ะ"
ชายรูปงามมองเด็กน้อยที่เชิงไม่สบอารมณ์ด้วยใบหน้าคลี่ยิ้มนางค่อยข้างเป็คนตรงไปตรงมาถูกใจข้ายิ่งนัก
เด็กคนนี้น่าสนใจมากแถมนางยังช่วยชีวิตข้าไว้อีก หากจะหาคำกล่าวที่ว่าทนแทนทั้งชีวิต ชีวิตนี้เขาคงไม่สามารถทนแทนได้จนหมดเป็แน่ จะว่าไปกลุ่มโจรพวกนั้นมาจากไหนถึงกล้าที่จะมาปล้นสะดมรถม้าของร้านยาสือคงได้ช่างองอาจมากเสียจริง กลับไปข้าต้องไปสืบสาวราวเื่เสียหน่อยแล้ว
"เ้ายังไม่ตอบข้าอีกงั้นรึ!"
หลี่หลิวกอดอกอย่างเคืองๆที่แท้ชายคนนี้ก็มีดีแค่หน้าตา ไม่ได้หวังจะทดแทนคุณใดๆเลย
"ข้าจะรับผิดชอบเ้าทั้งชีวิตของข้าเ้าว่าดีหรือไม่"
เขาตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง บนใบหน้าของเขามีแสงทอประกายมีคนไม่มากนักที่จะชอบช่วยเหลือคนอื่นในยามวิกาลเช่นนี้ แถมยังไม่รู้ที่มาที่ไปแบบข้านางยังจะกล้าต่อปากต่อคำอีกอย่างอาจหาญ
"ท่านเป็ใครมาจากไหนข้าก็ไม่รู้แล้วเหตุใดข้าต้องเอาชีวิตไปฝากไว้กับท่านด้วยล่ะ"
ชายรูปงามยิ้มมุมปาก ผู้หญิงมากมายวิ่งเข้ามาจ้องจะจับเขาแต่เขากับไม่สนใจ พอเจอแม่นางน้อยที่พูดจาตรงไปตรงมาเขากับรู้สึกชอบพออย่างบอกไม่ถูก แต่ว่านางยังเล็กนักข้าก็อายุได้สิบหกปีแล้วนี่ข้าคิดไม่ดีกับแม่นางน้อยผู้นี้งั้นหรือ
"ข้าเป็พ่อค้าคนหนึ่งในเมืองหลวง บ้านข้าค้าขายสมุนไพรทุกชนิดข้าสามารถดูแลเ้าไปทั้งชีวิตข้าเลยล่ะ"
ชายหนุ่มตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ
"ท่านจะบอกว่าท่านมั่งมีสินะ แล้วท่านจะให้อะไรข้าที่สามารถเป็หลักประกันได้ล่ะว่าท่านจะไม่คืนคำ"
พอรู้ว่าชายหนุ่มมาจากเมืองหลวงหลี่หลิวก็รีบหาโอกาสคว้ามันไว้ ถึงจะไม่ไว้ใจเขาก็ตามแต่
"ข้าจะหมั่นหมายกับเ้าเป็เช่นไร หากเป็แบบนี้เ้าก็จะสบายใจได้ว่าข้าจะคอยทดแทนบุญคุณเ้าไปตลอด"
ชายหนุ่มหันมองหน้าน้อยๆรูปไข่ของนางอย่างเอ็นดู เด็กคนนี้ตอนเด็กก็ว่าน่ารักน่าชังหากโตมาคงแล้วสาวงามคนหนึ่งเป็แน่ แถมนางยังมีวาจาที่เป็ผู้ใหญ่กว่าเด็กวัยเดียวกันจนน่าเหลือเชื่อ หากนางรับคำข้าคิดว่าในอนาคตนางคงเป็ผู้ดูแลร้านที่ดีได้อย่างแน่นอน นี่ข้าพูดแบบนี้กับแม่นางน้อยไปได้เช่นไรข้าไม่เคยพูดเช่นนี้กับใครมาก่อนเลยนะ
"ข้ามีสิ่งที่ข้า้าไม่รู้ว่าเศรษฐีเช่นท่านจะให้ข้าได้หรือไม่"
"เ้าไม่้าหมั้นหมายกับข้างั้นรึ"
ข้าเสนอความประสงค์ออกไปทว่านางกลับไม่ยอมรับเสียอย่างนั้น หรือนี่จะเป็กรรมตามสนองที่ข้าชอบปฏิเสธสาวน้อยใหญ่พวกนั้นงั้นรึ
"ท่านเอาส่วนไหนคิดหรือเ้าคะ ข้าพึ่งหกขวบเท่านั้นจะหมั้นหมายไปเพื่ออะไรกัน"
หลี่หลิวมองไม่ออกว่าเขามีความคิดกับแปลกหน้าเช่นนี้ได้อย่างไร ถึงเขาจะรูปงามดวงตาคมคายแต่ก็มิใช่ว่าจะพูดพร่ำเพรื่อไปเรื่อยเช่นนี้ หรือสมองเขาจะกระทบกระเทือนกันนะ หลี่หลิวรีบคลานไปที่บริเวณหัวของเขาและหาดูว่ามีาแที่ไหนหรือไม่
"แม่นางเ้าทำอันใดหรือคอข้าแทบเคล็ดแล้วแล้ว"
เขามองแม่นางน้อยที่จับหัวของเขาส่ายไปมาด้วยความสงสัย
"ข้าจะดูว่าตอนท่านล้มลงหัวของท่านได้รับาเ็ตรงไหนหรือไม่"
นี่นางคิดว่าข้าเลอะเลือนงั้นหรือ จะว่าไปข้าลุกเร้านางมากเกินไป ทั้งที่ข้าไม่เคยเป็เช่นนี้กับใครมาก่อน หรือข้าจะเป็โคแก่ๆที่ริอาจจะกินหญ้าอ่อนที่ยังโผล่ไม่พ้นดินหรือนี่ เขาเอามือกุมขมับตนเองและสมเพชกับความคิดวิปริตเช่นนี้
"ท่านปวดหัวรึ"
หลี่หลิวเห็นเขาเอามือกุมหัวจึงถามขึ้น หรือเขาได้รับการกระทบกระเทือนมาจริงๆ
"ข้าป่าว"
"งั้นท่านเอามือกุมขมับทำไมเล่า"
"ข้าแค่คิดว่าเ้าไม่เหมือนคนทั่วไป"
"คนทั่วไปเขาทำเช่นไรล่ะ"
"เอาเถอะ ในเมื่อเ้าบอกว่ามีสิ่งที่เ้าอยากได้ งั้นเ้าก็ลองว่ามา"
"ข้าอยากมีที่ทางติดกับเมืองหลวงเป็เขตรอบเมืองจะดีมากและขอที่กว้างๆข้าจะปลูกผักขายขอขอไม่มากแค่เพียงหนึ่งไร่ก็เพียงพอ"
หลี่หลิวบอกความ้าของนางไป
พอรู้ว่านางอยากไปอยู่เมืองหลวงเขาก็ยิ้มกว้างอย่างพอใจ ก่อนหน้านี้มีที่แปลงนึงที่ยังไม่ได้จัดการพอดีหากให้นางไปคงไม่น่าเกลียดมากนัก
"ได้ข้ารับปากเ้าแต่มีข้อแม้เ้าต้องเอาผักที่ปลูกมาส่งให้ข้าทุกวันจะมากหรือน้อยก็ไม่เป็ไร แต่จำไว้เ้าต้องมาส่งด้วยตัวเ้าเอง"
"อืมก็ได้ แต่ข้ายังมีอีกข้อ"
"เ้าว่ามาหากไม่เหนือบ่ากว่าแรงมากข้าจะทำให้"
"ข้า้าห้าตำลึงเงิน"
ชายหนุ่มเกือบหลุดขำออกมา แต่ล่ะสิ่งที่นาง้านั้นไม่ได้ยากเย็นอะไรนัก ที่ทางที่นาง้าก็แค่หนึ่งไร่ส่วนเงินนาง้าแค่ห้าตำลึงเงินเพียงเท่านั้น หากเป็คนอื่นคงขอให้เลี้ยงดูไปตลอดชีวิตและขอเงินตราอีกมายมากเป็แน่ นางแตกต่างจากคนเห็นแก่ตัวพวกนั้นจริงๆ
"ได้ข้าตกลง เ้าแน่ใจนะว่า้าที่ที่มีเพียงหนึ่งไร่กับเงินอีกห้าตำลึงเงินเพียงเท่านั้น"
ชายหนุ่มถามเพื่อความแน่ใจ เป็ไปได้หรือไม่ว่าคำพูดของนางอาจเชื่อถือไม่ได้เพราะข้าจำได้ลางๆว่ามีชายผู้หนึ่งหามข้ากลับมา
"คำพูดของข้าเชื่อถือได้ อีกอย่างข้าก็ไม่ได้ช่วยอะไรท่านมากนักหากท่านมีน้ำใจอยากตอบแทนก็ให้ตามที่เราตกลงกันก็พอแล้ว"
นางช่างคิดน้อยเสียจริง ข้าจะรอถามพ่อแม่ของนางอีกทีแล้วกันว่าพวกเขาคิดเห็นเช่นไร แอ๊ะ! แล้วเหตุใดข้าต้องวุ่นวายด้วยเล่าในใจข้ากลับคิดว่านางควรได้รับมากกว่านี้เสียด้วยซ้ำ เหตุใดข้าต้องเป็ห่วงเป็ใยเด็กน้อยแปลกหน้าผู้นี้ด้วยกันล่ะ
"ตกลงตามนั้น"
เขารับคำนางไป นางจึงบอกให้เขาพักผ่อนส่วนนางขอตัวเข้านอนก่อน พอนางจากไปเขาก็เหลือบไปพบสายตาที่ไม่เป็มิตรจากเด็กหนุ่มที่จ้องเขาอย่างกับจะกินเืกินเนื้อ