ที่ลานประลองใหญ่กลางเมือง ผู้คนเข้ามามากมายหลายพันคน สำนักใหญ่จากเมืองชางไห่เข้ามาหลายสำนัก แน่นอนการวัดระดับพลังแบบนี้ เป็ธรรมเนียมที่ปฏิบัติการมานับร้อยปี เพียงแค่มีระดับพลังมากเพียงพอ และล้มคู่ต่อสู้ได้ ก็ง่ายต่อการเข้าสำนักใหญ่ในชางไห่ได้ ไม่ว่าจะสำนักกระบี่ชางไห่ สำนักอัคคีไห่เหิง สำนักวารีพิรุณ เพียงแค่สามสำนักนี้ก็มีคนอยากเข้านับพันคนในแต่ละปี แต่จะมีสักกี่คนที่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ได้กัน บางปีก็ไม่มีใครผ่าน นี่ก็หลายปีมาแล้ว ไม่มีใครผ่านเกณฑ์เลย ไม่รู้ว่าปีนี้จะมีใครผ่าน ใครจะแกร่งพอกัน แค่วัดพลัง ก็ยังยากแล้ว ขนาดตะวันหลากสีน้ำเงินหลายคนยังไม่ผ่านเกณฑ์เลย ยากจริง ๆ ชายคนหนึ่งกล่าวออกมา ผู้คนมากมายขนาดนี้ใครเป็ใครก็ไม่รู้มาจากหลายเมืองมารวมกัน
"เอาละ...ข้าเป็ตัวแทนจากสำนักในเมืองชางไห่ ข้าขอประกาศเริ่มการทดสอบวัดระดับพลัง ใครที่ผ่านเกณฑ์ จะสามารถเข้าสู่การทดสอบพลังการต่อสู่ระหว่างกันอีกครั้ง พวกเ้าเพียงใช้พลังของเ้าที่มี ทุบลงไปที่หินอัคนี ระดับพลังจะแสดงออกมาให้เห็นเอง ถ้าระดับพลังตะวันของเ้ามากกว่าห้าสิบดวง เ้าจึงจะผ่านเกณฑ์ ... เริ่มได้" ตัวแทนจากเมืองชางไห่กล่าวเสียงดัง
ผู้คนรอเข้าทดสอบหลายพันคน ... จากเช้า สาย บ่าย เย็น "วันนี้มีคนผ่านเพียง 22 คนเท่านั้น พวกเ้าที่เหลือมาอีกทีวันพรุ่งนี้ "ทำไมมันยากขนาดนี้ ขนาดข้ามีพลังปราณตะวันสีส้ม ยังไม่ผ่าน ทำไมกันนี่ ข้าทำตะวันได้เพียงสามสิบสองดวงเอง ทำไมพลังปราณข้าไม่เข้มพอนะ เฮ่อ" ชายคนหนึ่งกล่าวกับคนในตระกูลที่มาให้กำลังใจ
เช้าวันต่อมา ... ผู้คนเหลืออีกไม่มากนัก วันนี้เป็วันที่สองวันสุดท้าย ถ้าเกินวันนี้ก็จะต้องรอต่อไปในปีหน้า
สิบตะวัน
ยี่สิบสี่ตะวัน
สี่สิบสี่ตะวัน
สิบเก้าตะวัน
....
....
...
เจ็ดสิบแปดตะวันเขียว
ทันใดนั้นเสียงฮือฮารอบทิศก็ดังกระหึ่ม ใครกันนะ ใครกัน อ๋อ ข้ารู้จัก ลี้หยุนไง ผู้สืบทอดตระกูลลี้ไง ข้าว่าแล้วว่าเด็กคนนี้ต้องได้แน่นอน ชาวบ้านหลายคนส่งเสียงอืมตอบรับ เห็นด้วย
"หกสิบสองตะวันแดง" เอ๊ะใครกันนะ ได้ห้าสิบอีกแล้ว ต่อกับลี้หยุนเลย ชาวบ้านต่างหันไปซุบซิบกัน "เ้าไม่รู้จักเหรอ จ้าวหยานเอ๋อไง คู่หมั้นของลี้หยุน อดีตคู่หมั้นของลี้เฟยที่หายสาปสูญไปไง" ชายคนหนึ่งกล่าว
ลี้เฟยเข้าแถวรออีกเพียงไม่กี่คนก็จะถึงรอบลี้เฟย
"เแปดสิบหกตะวันแสด" คราวนี้เสียงดังกระหึ่มไปรอบ นานหลายสิบปีแล้วที่ไม่มีระดับตะวันขนาดนี้ ใครกันหนอ พวกชาวบ้านมองไปที่ร่างที่ยืนตระหง่าน พบว่าเป็หญิงสาว อายุราว 14 ปี มีผ้าปิดใบหน้าไว้ "สาวน้อยจากที่ไหนกันนะ มาจากเมืองไหน" ผู้คนต่างหันมาสอบถามกัน ทว่าไม่มีใครรู้
ไม่นานก็ถึงคราวลี้เฟย ลี้เฟย้าใช้พลังระดับปราณมนุษย์ ไม่้าเปิดเผยพลังจักระัในยามนี้ ลี้เฟยใช้พลังปราณมนุษย์ในระดับที่ะเิในหลายเดือนก่อนที่มีก่อนทุบไปยังหินอัคนีตรงหน้า
"ปึ้ง !!! เสียงดังสนั่น พร้อมคลื่นพลังกระจายไปรอบด้าน ฝุ่นดินรอบหินอัคนีกระจายคลุ้งไปทั่ว
"เก้าสิบแปดตะวันแดง" คราวนี้เสียงกระหึ่มกว่าเดิม หญิงสาวก่อนหน้านี้หันมามองลี้เฟย ทว่าไม่ได้กล่าวอะไร ไม่มีใครรู้จักลี้เฟยที่ปลอมตัวมา ต่างสอบถามกันมากมาย แต่ไม่มีคำตอบ "ปีนี้มีบุคคลลึกลับมากมายจริงหนอ" ชายคนหนึ่งกล่าวออกมา
คนทั้งหมดที่ผ่านจะได้รับการประทับจิตลงบนหลังมือ เพื่อแสดงตัวตนว่าผ่านการทดสอบมาแล้วว่าผ่านเมื่อใด จากเมืองใด ดังนั้น ผู้คนที่มาวัดระดับมากมาย จึงไม่คิดเปิดเผยตัวตนในยามนี้
การวัดระดับพลังผ่านไป วันพรุ่งนี้จะเป็การทดสอบพลังของพวกเ้า เ้าทั้ง 300 กว่าคนจะต้องถูกจับคู่สลับกันประลองยุทธ์ ห้ามมิให้ทำร้ายถึงชีวิต หาไม่แล้วนอกจากเ้าจะไม่ผ่านการทดสอบ เ้าจะถูกทำลายพลังยุทธ์ด้วยเช่นกัน ชายผู้เป็ตัวแทนกล่าวเสียงดัง
คู่การประลองถูกเตรียมไว้ รายชื่อทั้งสามร้อยคนถูกนำขึ้นแท่นหิน วันพรุ่งนี้ คู่ประลองจะถูกสุ่มขึ้นมาให้เห็นบนแท่นหินนี้ การประลองจะไม่สนใจว่าเป็ชายหรือหญิง อายุเท่าใด ตราบใดที่เ้าอายุไม่เกิน 17 ปี เ้าย่อมเข้าทดสอบได้ มีเพียงหนึ่งร้อยห้าสิบคนเท่านั้นที่จะผ่านเป็ศิษย์สายนอกของสำนักต่าง ๆ ที่เหลือเ้าสามารถเข้าเป็คนงานในสำนักต่าง ๆ ได้เช่นกันถ้าเ้า้า แต่สุดท้ายขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสำนักที่เ้าจะเข้าว่าจะรับหรือไม่ด้วย นั่นเป็สิทธิ์ของแต่ละสำนักเช่นกัน ในส่วนของพวกที่เหลือ การเข้าเป็คนงานในสำนักต่าง ๆ ก็ถือเป็สุดยอของใครหลายคน เพราะมีโอกาสที่จะได้รับการฝึกฝนจากศิษย์พี่ในสำนักนั้น ๆ เช่นกันก่อนจะสอบเข้าเป็ศิษย์สายนอกในปีถัดไป