ตอน 17 อ้าแขนรับรักกลับบ้าน
ณ เผ่าทุ่งหญ้าแดนเถื่อน
ทุกคนกินดื่มไม่อั้น อย่างสนุกสนาน โห่ร้องยินดีรอบกองไฟ พร้อมการแสดงตระการตา บ่าวสาวเตรียมตัวเข้าพิธี
"ที่รัก วันนี้เป็วันที่ข้ามีความสุขที่สุดในชีวิต " ตี้หลุงผู้คลั่งรัก สวมกอดฉงอันเล่อจากด้านหลังอย่างอ่อนโยน
"เมื่อคืนข้าขอโทษเ้า เป็ข้าเองที่ผิด หึงหวงเกินเหตุ ข้ารับไม่ได้จริงๆเวลาได้ยินเ้าพูดว่ารักคนอื่น"
ฉงอันเล่อยังคงนิ่งเฉย เ็าไร้ใจ สายตาว่างเปล่า ไร้ความหวัง
"หากท่านหยุดาไม่ได้ อย่าหวังจะได้ครองใจข้า"
"เหตุใด เ้ามิปล่อยวางเสียบ้าง าเป็เื่ปกติของชายผู้กล้า มิอาจหลีกเลี่ยง เ้าเป็นายหญิงเผ่าทุ่งหญ้า ข้าไหนจะละเลยเ้า ข้าสัญญา ข่านตี้หลุงผู้นี้จะมอบความสำราญให้เ้า กินอิ่มนอนหลับ ไร้กังวล"
"หุบปาก ไสหัวออกไปจากกระโจม ข้าอยากอยู่คนเดียวเงียบๆ"
ตี้หลุงคลายมือออกอย่างไว ทำสีหน้ากลัดกลุ้มเดินออกจากกระโจม เยี่ยงลูกหมา
เขาพึมพำกับตัวเอง
"ตี้หลุงเอ๋ย ตี้หลุง...หน้าตานับว่าไร้ที่ติ สาวงามหลายแคว้นต่างหมายปอง ใจของข้ามิเคยไหวหวั่น กลับต้องมาแพ้ให้กับสตรีใจแข็งเช่นเ้า ข้านับว่าเกิดผิดที่ผิดทางไปเสียหน่อย หากเหล่าเซียนเสกให้ข้าเป็ชาวฉางอาน เ้านั้นคงมิรังเกียจข้าเพียงนี้"
1 ชั่วยามผ่านไป
พิธีแต่งงานที่เขารอคอยเริ่มขึ้น เป็ข่านตี้หลุงที่ยิ้มแก้มปริชื่นมื่นเกินกว่าผู้ใด ช่างต่างจากสตรีข้างกาย ริมฝีปากบิดคว่ำ สายตาเหม่อลอย ใบหน้าก่ำดำ ไร้ราศีนายหญิงแห่งเผ่าทุ่งหญ้า ทั้งสองยังไม่ทันเดินเคียงกันไปสุดทาง
เสียงฝีเท้า กองทัพนับแสน นำรบด้วยฉงเฉิงเหลียงผู้ช่ำชองการรบ ประกบซ้ายขวาด้วยขุลพลมากฝีมือ กึกก้องพรึ้มๆ
ชาวทุ่งหญ้า ต่างแตกตื่นชุลมุนวุ่นวาย หญิงสาวและคนชรา วิ่งหนีเอาตัวรอด จะเหลือก็เพียงแต่ชายชาตรี ที่เมามายโส-มม กับไหสุรา
ทหารในกองทัพต้องเตรียมตัวออกรบอย่างฉุกละหุก กลายเป็ว่าพิธีวิวาห์ที่วาดฝัน ล่มลงอย่างไม่มีกำหนดหวนหืน
เฉิงเหลียงนำทัพทั้งวันทั้งคืน มิอาจรีรอที่จะปล่อยให้กองทัพทหารหลายแสนนาย ห้อมล้อมเขตทุ่งหญ้า เสียเวลาเปล่า
เขาสั่งบุก ณ ตอนนั้นทันที
"พวกเ้า รีบคุ้มกันท่านพ่อ พาท่านพ่อหนีไปซ่อนที่ที่ปลอดภัยที่สุด เร็วเข้า ไม่ต้องกังวล ด่านนี้ข้าจะแบกรับไว้เอง"ตี้หลุงพยายามปกป้องพ่อทูลหัวให้ปลอดภัย แต่อีกใจก็ไม่อาจคืนนางให้เฉิงเหลียงได้ จึงกัดฟันตัดสินใจส่งนางไปอีกทาง
หัวเด็ดตีนขาดยังไง ข่านตี้หลุง ไม่ยอมมอบอันเล่อคืนให้กับเฉิงเหลียงเป็อันขาด พานางผู้เป็ที่รัก ล่ามโซ่สั่งให้ขุนพลที่ตนไว้วางใจ ลากจูงพานางหลบหนีไปให้ไกลที่สุด เหตุที่ว่าข่านตี้หลุงหวังนางเพียงผู้เดียว
และแล้ว บุรุษผู้ห้าวหาญทั้งสองได้ปะหน้ากันเสียที พวกเขาไม่มัวรีรอกล่าววาจาให้มากความ ต่างคนต่างลงมือไม่ยั้ง
"นานแล้ว ที่ข้ามิได้พบคู่ต่อสู้ที่ร้ายกาจเสมอเหมือนกับข้า" ข่านตี้หลุงกล่าวด้วยท่าทียียวนกวนใจ
"ส่งนางมาให้ข้า ถึงอย่างไรวันนี้เ้ามิอาจสมหวังกับนางหรอก"เฉิงเหลียงพยายามไม่ยื่อยั่นต่อเวลาให้เสียปล่าว กล่าวทวงถามอย่างทันควัน
"หากจะทวงนางคืนไป ข้ามศพข้าไปก่อนเถอะ"
เฉิงเหลียงเริ่มรู้สึกว่า ขืนต่อสู้กับตี้หลุงต่อไป รังแต่จะเป็การถ่วงเวลาเสียเปล่าๆ เขาเองพยายามสลัดข่านตี้หลุงให้หลุด รีบร้อนออกค้นหา กวัดแกว่งดาบฟาดฟัน เคลียร์เส้นทางเดินให้โล่งโจ้ง
ผู้กล้า เผ่าทุ่งหญ้าเห็นถึงความเหี้ยมโหดไร้ความปรานี พวกเขาเองมีใจรักตัวกลัวตายอยู่บ้าง ยอมหลบหลีกออกจากทางเดินโดยปริยาย
ทำเอาขัดอกขัดใจข่านตี้หลุงอย่างมาก
"นี่พวกเ้าเป็อะไรไป เหตุใดรักตัวกลัวตายขึ้นมาเสียอย่างนั้น"
"นายท่าน นักรบผู้นี้ มิใช่ผู้ที่พวกข้าจะต่อกรไหว ขืนฝืนสู้ไป ชะตาคงหนีไม่พ้นตายเพราะคมดาบ"
"พวกข้าขอร้องท่านล่ะ คืนแม่นางผู้นั้นให้เขาไปเถอะ"
"เลอะเทอะ!!! เลอะเทอะไปกันใหญ่ พวกเ้าไม่สมควรเป็คนเผ่าทุ่งหญ้าของข้า เศษสวะเช่นพวกเ้ากล้าเรียกตนว่าเหล่าผู้กล้าของดินแดนเถื่อนได้อย่างไร"
"หากไม่ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับข้า ไสหัวไปซะ"
และแล้ว ความโมโหนั้น ทำให้ฉงเฉิงเหลียงคลาดสายตา....
ตี้หลุงกำมือแน่น แต่มิอาจถอดใจ มือคว้าดาบคู่แกว่งไกว วาดวงสับเฉือดทหารจากกองทัพฉางอานตายเป็เบือ จะว่าไป ข่านตี้หลุงผู้นี้ เป็อีกหนึ่งบุรุษที่ร้ายกาจ ในใต้หล้าไม่เป็ที่สองรองใคร
นอกเขตทุ่งหญ้า ไม่ห่างไกลนัก
เฉิงเหลียงไล่ตามทันในที่สุด เขาเล็งดอกธนูยวดยิง ปักกลางหัวขุนพลมือดีผู้นั้น ล้มลงชักดิ้นคาที่.... ฉงอันเล่อหันขวับ วินาทีนั้น น้ำตามันเอ่อล้นจากเบ้าตาน้อยๆ หยดเป็เม็ดๆ ปานหยาดฝน นางวิ่งลากโซ่ตรวนที่จองจำนั้นอย่างหนักหน่วง เข้าหาเฉิงเหลียงอย่างไม่คิดชีวิต ทันทีที่นางวิ่งมาหยุดตรงหน้า สิ่งแรกที่เขาทำคือโอบกอดร่างอันบอบบางของนางอย่างถะนุถะนอมไม่ยอมปล่อย
"ข้านึกว่าท่านจะไม่มาเสียแล้ว เฉิงเหลียง ท่านมันตาทึ่ม ข้านึกว่าจะต้องแต่งกับข่านตี้หลุงอยู่กินกับเขาไปชั่วชีวิต" อันเล่อพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือกระสับกระส่าย จับใจความแทบไม่ได้ เสียงสะอื้นกลบถ้อยคำต่างๆไปจนมิด
"เอาล่ะ เด็กดี เป็ความผิดของข้า ที่มาช้าไปบ้าง ต่อไปไม่ว่าเ้า้าอะไรข้าจะเชื่อฟังเ้าทั้งหมด ดีหรือไม่ "เฉิงเหลียงลูบหัวนางอย่างเอ็นดู น้ำเสียงที่เขาพูดกับนางอบอุ่นน่าจับใจ
"ผิดที่ข้า ไม่ยอมเชื่อฟังคำร้องขอของเ้า หากวันนั้น ข้าใส่ใจเ้าเสียหน่อย เ้าคงไม่ต้องถูกลากยาวมาไกลถึงที่นี่"
ฉงอันเล่อไม่อาจปล่อยให้เฉิงเหลียงพูดจนจบประโยค ใจร้อน ทนไม่ไหวที่จะพูดสิ่งที่เก็บงำไว้ภายในใจ... นางะโจูบเฉิงเหลียงอย่างทุลักทุเลพร้อมใบหน้าที่อาบนองด้วยหยาดน้ำตา
เฉิงเหลียงใมาก เมื่อเห็นท่าทีเช่นนั้น
"ข้าไม่อยากหักห้ามใจตัวเองอีกต่อไปแล้ว เมื่อข้าได้มาเรียนรู้โลกภายนอก ข้าจึงได้เรียนรู้ว่า ในใจของข้ามันเรียกร้องหาท่านตลอดมา ไม่ว่าจะมีชายใดที่ดีต่อข้า แต่มันก็ยังไม่อาจทนแทนชายเช่นท่านออกไปจากใจข้าได้"
"ข้ารักท่าน....ได้ยินหรือไม่ ฉงเฉิงเหลียง...ข้ารักท่าน "
"ฉงเฉิงเหลียง...ข้าไม่้าให้ท่านเป็บิดาบุญธรรม... แต่ข้าอยากเป็ภรรยาของท่าน.."
"ฉงอันเล่ออยากเป็ภรรยาของฉงเฉิงเหลียง!!!"
เฉิงเหลียงทนไม่ไหวเช่นกัน... ทิ้งดาบลงพื้น มือทั้งสองข้างโอบอุ้มนางขึ้นเหนือพื้นดิน กดรั้งจูบโดยไม่แคร์สิ่งใด ริมฝีปากบางๆของนาง ถูกโอบหุ้มด้วยริมฝีปากของเขา ทั้งสองจูบดูดซดกันอย่างดูดดื่ม พวกเขาต่าง้ากันและกัน หากที่นี่ไม่ใช่สนามรบ คงหนีไม่พ้น ร่วมรักกันจนเตียงหักเป็แน่ เมื่อจูบเคล้าเคลียกันจนหนำใจ
เฉิงเหลียงจึงรีบพานางกลับหวนคืนทัพรบที่รออยู่ด่านหน้า
"นี่ข่านตี้หลุง ชายโฉดนั่น กล้าผู้โซ่ตรวนล่ามเ้าเชียวหรือ กล้าดียังไงกระทำกับคนของข้า" เฉิงเหลียงโกรธจนตัวสั่น เขาใช้คมดาบที่ทำจากเหล็กกล้า บั่นฟันโซ่ตรวนจนขาดรุ่ย
"ไปเถอะ ข้าจะพาเ้ากลับบ้าน นครฉางอานที่งดงามรอเ้าอยู่"
เฉิงเหลียงโอบอุ้มนางสากสานผ่านไปต่อหน้าต่อตา ข่านตี้หลุง และแล้วในตอนนั้นเอง ข่านตี้หลุงเป็ผู้พ่ายแพ้ให้กับฉงเฉิงเหลียง ทหารในทัพ ล้มตายเป็ผักปลา เหลือเหล่าพี่น้องชายชาตรีเพียงแค่ไม่กี่คน...เพื่อรักษาเผ่าพันธุ์เอาไว้ เขาเองจำต้องจำนน ยอมรับความพ่ายแพ้ ปล่อยให้นางในดวงใจอยู่ในอ้อมกอดของชายอื่นต่อหน้าต่อตา แม้ในใจจะเ็ปแสนสาหัส...
และในวันนี้เอง ข่านตี้หลุง ได้เรียนรู้แล้วว่า การเป็บุรุษที่อ่อนไหว มักนำมาด้วยหายนะ
ข่านตี้หลุงเปลี่ยนไปเป็คนละคน เขาเอง เอาแต่ดื่มมัวเมา โทษตัวเองต่างๆนาๆ ปลีกวิเวกอยู่ปลายหุบเขาลึก ไม่ข้องเกี่ยวกับผู้ใด เป็อีกครั้งในรอบหลาย 10 ปี ที่ชนเผ่าทุ่งหญ้าวิบัติ...
หลังจากนั้นไม่นาน าาอีเกอ ล้มป่วยหนัก เสียชีวิตในที่สุด... ่เวลานี้เลวร้ายเหนือคำบรรยาย
ข่านตี้หลุง ผู้เคยเป็ชายที่ห้าวหาญ กลับมีสภาพไม่ต่างจากชายเสเพลผู้ไร้หัวนอนปลายเท้า
หารู้ไม่ว่า ยังคงมีสตรีนางหนึ่ง เสียใจไปพร้อมกับเขา
สตรีนางนี้คอยปรนิบัติเป็อย่างดี ไร้การคาดหวังสิ่งตอบแทนมาแต่ไหนแต่ไร
*แม่นางเจ๋อท่างชู สาวใช้เผ่าทุ่งหญ้า หลงรักข่านตี้หลุงั้แ่เด็ก ด้วยฐานะที่ต่ำต้อย ทำให้นางไม่กล้าเผยตัวตนและความในใจ ทำได้เพียงแต่คอยปรนิบัติ ช่วยเหลือข่านตี้หลุงอยู่ข้างกายเงียบๆ*