โทรศัพท์ดังกริ๊งกร๊างในห้องกลาง หญิงเ้าของบ้านรีบเช็ดมือออกจากครัว นึกแปลกใจว่าไม่มีใครโทร.มาก่อนแปดโมงเช้านานแล้ว
“ฮัลโหลสายใครคะ” “น้าแก้วครับ...” คนรับสายละล่ำละลัก
“อ้วน...อ้วน...อ้วนเหรอลูก!”
“ครับ”
“อ้วนกลับมาแล้ว!!?”
สนทนาจบปลายสายวางไปแล้วฝ่ายรับโทรศัพท์ยังถือหูค้างอยู่อย่างนั้นในความเต็มตื้นดีใจราวตัวจะลอยยังจับความได้ว่าเ้าของเสียงอยู่ระหว่างทางมาบ้านไร่ตาอ้วนกำลังมาที่นี่ !
ตั้งสติได้แม่แก้วเนื้อเต้นร้องหาทั่วบ้าน“หนูจ้า พี่อ้วนกลับมาแล้ว พี่อ้วนกลับมาแล้วลูก หนูจ้า...ลูกแม่อยู่ไหน”พอซอยเท้าออกประตูหลังเห็นท้ายรถกระบะไกล ๆ ก็โบกไม้โบกมือเรียก “หนูจ้าอย่าเพิ่งไปลูก”
ยั้งไม่ทันเสียแล้วรถกระบะมุ่งสู่ปากทางออก ครู่ต่อมาหญิงคนขับหักพวงมาลัยสวนกับรถยนต์ซึ่งเลี้ยวมาจากถนนใหญ่ชายคนขับกำลังหยิบแผนที่เขียนด้วยมือขึ้นดูให้แน่ใจว่าเข้าถูกทางขับไปตามถนนกรวดสายเล็กสองข้างทางเริ่มคุ้นตาผ่านแนวป่าละเมาะไประยะหนึ่งมีบ้านเรือนชุมชนผุดหนาตาขึ้นเรื่อย ๆและเริ่มทิ้งห่างเป็่ ๆ เมื่อรถแล่นลึกเข้าไป
เมื่อวานหลังออกจากบูติคโฮเต็ลซึ่งแต่เดิมเป็บ้านรังษิภักดีเขาบึ่งรถไปบ้านไร่ แต่ทางนอกเมืองเปลี่ยนแปลกตาไปมากและความมืดโรยตัวลง วนหาปากทางเข้าเท่าไหร่ไม่เจอจึงต้องกลับโรงแรม
ถึง ‘ไอโซราเพิร์ล’ เขาก้าวเข้าไปพบว่ากิจการซึ่งพ่อกับแม่ร่วมสร้างด้วยสองมือวันนี้ขยายใหญ่ทันสมัยกว่าเดิมตึกเดี่ยวแรกก่อตั้งถูกปรับปรุงแต่ยังรักษาเค้าเดิมไว้เป็อนุสรณ์ผู้จัดการกับพนักงานไม่กี่คนรอต้อนรับ เขาตรงไปห้องทำงานของทนายวิกรมปรากฏว่าอีกฝ่ายรอพบอยู่เช่นกัน ครั้นเขาทำหน้าแปลกใจที่ไม่เคยรู้เื่น้าแก้วย้ายบ้านอาทนายอ้อมแอ้มว่าอยู่บ้านนอกเมืองนั่นแหละแล้วเขียนแผนที่ให้หลังรู้ว่าเขาหลงเส้นทาง
อันที่จริงได้แผนที่แล้วเขาตั้งใจจะไปบ้านไร่อีกรอบแต่ชายาุโทัดทานว่าพรุ่งนี้จะเหมาะกว่า แนะนำด้วยให้โทร.ไปก่อนเขาอึ้งมองหมายเลขโทรศัพท์บ้านน้าแก้วใต้แผนที่ ขนาดทนายวิกรมยังมีแต่เขาไม่มี
‘ไม่ได้ไปมาหาสู่กันหลายปีเดี๋ยวจะใ’ ทนายกล่าวเช่นนั้น
เขาสิน่าจะเป็ฝ่ายใมากกว่าบ้านรังษิภักดีถูกขายและเช่าต่อเป็โรงแรม หนูจ้าไม่เคยเล่าเลยหยุดความคิดไว้เพียงเท่านี้เมื่อรถแล่นถึงบ้านในความทรงจำอีกแห่งไม้เลื้อยไต่พันรั้วสูงแค่เอวกลมกลืนจนเหมือนมีไม้เตี้ยกั้นอาณาเขตลงจากรถตรงลานดินภารินธรนิ่งมองบ้านชั้นเดียว ขนาดกะทัดรัดที่รายล้อมด้วยไม้น้อยใหญ่มันเคยเป็บ้านพักที่ลุงจ่างสร้างให้ลูกสาวตัวจ้อยมาวิ่งเล่นกับต้นไม้ใบหญ้าเ้าของเรียกมันว่า ‘บ้านไร่’ ไม่ใช่เพราะอยู่ติดที่ดินเพาะปลูกแต่ด้วยหน้าตาบ้านมีกลิ่นอายแบบคันทรี และตั้งอยู่ไม่ไกลจากไร่มะม่วงหิมพานต์ซึ่งช่วยซื้อต่อจากคนรู้จัก
ประตูเปิดอยู่เขามองเข้าไปภายในบ้านที่เพดานสูงโปร่งเปิดโล่ง ไม่เห็นใครจึงเลียบข้างตัวบ้านสู่ลานด้านหลังท่านผู้เฒ่า...ต้นไม้ใหญ่ยังเด่นเป็สง่าเช่นในความระลึกถึงลุงจ่างให้ช่างไม้ต่อโต๊ะติดเป็ม้านั่งทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าล้อมรอบลำต้นใต้ร่มเงาไม้นี้กลายเป็มุมโปรดของทุกคน หนูจ้าตั้งชื่อม้านั่งว่า ‘เ้าหย่อนใจ’
กำลังขยับจะเข้าบ้านเ้าโกลเดนรีทรีฟเวอร์โผล่มากระดิกหางให้เขาลูบหัวมัน ดีใจอย่างบอกไม่ถูกที่ได้เจอเ้านี่อีกจะว่าไปเขาเป็เ้านายคนแรกของมัน หลังบ้านไร่นี่เองเขาส่งลูกหมาชื่อร็อคกี้ให้น้องรับไปอุ้มลูบหน้าลูบจมูกแป๊บเดียวก็ได้ชื่อใหม่ ‘มันคือเ้าเด่นต่างหากใช่ไหม...เ้าเด่น’ ลูกหมาร้องงี้ด ๆ รับ น้องยิ้มแก้มป่องให้พี่ชาย ‘เห็นมั้ยมันชื่อเ้าเด่น’
เ้าโกลเดนแหงนมองตาใสแป๋วผู้มาเยือนทัก
“เฮ้เ้าเด่น จำฉันได้ด้วย”
“ไม่ใช่หรอกจ้ะนี่หนูแด่นลูกเ้าเด่น” เสียงพูดเคล้าหัวเราะเรียกเขาเงยหน้าน้าแก้วยิ้มกว้างรออยู่ “เป็หมาแต่เหมือนพ่อมันยังกับแกละ”
“จริงสิตั้งหลายปีแล้ว ท่าทางมันเป็มิตรกับคนแปลกหน้าดีจังเลย”
“กระดิกหางให้คนเขาไปทั่วล่ะเ้านี่”
ชายผู้มาเยือนกับเ้าของบ้านพูดคุยกันเป็ปกติราวกับไม่เคยจากกันไปไหนครั้นเขาสบั์ตาหญิงที่เคารพรักและคิดถึงเสมอจึงเห็นประกายสุขแวววาวทั้งน้ำตาเขาโน้มลงกอดน้าแก้ว
“ดีใจจังเลยครับที่ได้เจอ”
“น้าไม่ได้ยินเสียงอ้วนมานาน...คิดถึงเหลือเกิน”เสียงพูดตื้นตัน ฝ่ามือตบตามหลังไหล่ของร่างสูงสง่าจนใจหายว่า ‘ตาอ้วน’โตเป็ผู้ใหญ่ขนาดนี้
ทักทายกันชื่นใจแล้วน้าแก้วพาตาอ้วนเข้าบ้านทางครัวด้านหลังร่างสูงก้าวตามสายตากวาดชมโครงหลังคาไม้สวย เปิดช่องแสงเพื่อให้แสงสว่างจากธรรมชาติส่องลงมาหินก่อรับบานหน้าต่างกระจกสเตนกลาสเขียนลายดอกไม้ผนังเหนือเตาเป็กระเบื้องดินเผาสีเหลืองฟางข้าว ใต้เคาน์เตอร์เปิดโล่งกระเบื้องดินเผาปูพื้นเป็สีเขียว แต่ความสวยงามทั้งมวลหมองลงด้วยอายุการใช้งานระหว่างนั้นเ้าบ้านคุยถึงความตื่นเต้นที่อยู่ดี ๆ เขาโทร.มาว่าอยู่ภูเก็ตชายหนุ่มเลิกคิ้วเพราะเขียนบอกกำหนดกลับกับน้องแล้ว สงสัยเ้าตัวคงอุบไว้ให้แม่ใเล่น
“หนูจ้าไม่เห็นบอกเบอร์โทรศัพท์ใหม่ที่บ้านไร่เลย”เขาเปรยกึ่งบ่น
น้าแก้วถอยไปพิจารณาตาอ้วนให้ถนัดถนี่“เขาว่ากลัวอ้วนจะเปลือง ขี้เหนียวไม่เข้าท่า”
“หนูจ้าไม่อยู่เหรอครับ”คนถามส่ายตามองหา
“สงสัยจะสวนกันน้องขับรถออกไปตอนน้าพูดสายกับอ้วน โทร.เข้ามือถือก็ไม่รับ แต่วานเด็กไปตามแล้ว”น้าแก้วหยิบต่าวซ้อปิ้งสด ๆ จากเตาวางบนจานใบเล็ก “ไม่รู้เป็ไงน้านึกอยากทำต่าวซ้อที่อ้วนชอบ ซื้อเครื่องเตรียมไว้วันนี้ลุกมาทำแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ช่างประจวบเหมาะกับอ้วนมา”
เขาลงนั่งที่โต๊ะไม้สักทั้งแผ่นรับต่าวซ้อมากัดคำแรก กลิ่นและรสชาติละลายในปากเปลือกกรอบก่อนััแป้งเหนียวนุ่ม ตามด้วยไส้หวานหอมชั้นในผู้ชิมซึมซาบความสดใหม่ซึ่งใช่จะหาซื้อได้ทั่วไป น้าแก้ววางถ้วยน้ำชาจีนร้อน ๆให้จิบคู่ขนม กลิ่นชาโชยหอมขึ้นจมูก พอรสขมแตะลิ้นตัดรสหวานกลายเป็กลมกล่อม
ระหว่างสองคนคุยกันในครัวหนุ่มวัยรุ่นโฉบรถเครื่องมาะโเข้าทางหลังบ้าน “ป้าแก้ว ๆหาถั้วแลวไม่หรู่ผี่จ้าไป่น้าย”
ภารินธรผิดหวังไม่น้อยน้าแก้วนึกสนุกยุให้ลองโทร.ตามหนูจ้า เอาให้ใไปเลยที่พี่อ้วนมาถึงบ้านแล้วอยากปิดเงียบจะแกล้งให้คนอื่นตื่นเต้นดีนักเขาส่งโทรศัพท์ให้น้าแก้วกดหมายเลขของลูกสาวรับกลับมาแนบหูรอครู่หนึ่งก็เอะใจลุกไปห้องกลาง ลองคุ้ยของที่วางทับกันรกบนโต๊ะ พบโทรศัพท์กำลังส่งเสียงเขาหยิบขึ้นมาดูสภาพเก่าโทรมของมัน มีหนังยางพันกันแผ่นปิดหลุดด้วยมองสำรวจยิ่งแปลกใจซ้ำไม่รู้จักมาก่อนคงเดาว่าเ้าของโต๊ะเป็คนเอางานเอาการอย่างยิ่งไม่ใช่โต๊ะของน้องที่เขาคุ้นเคยว่าเอาแต่เล่น แต่ก็นั่นล่ะ...เวลาผ่านมานานแล้ว
ชายหนุ่มกดวางสายเครื่องตัวเองเสียงเรียกเข้าดังสวนแทบจะทันที ผู้จัดการกิตติพันธ์แจ้งตามสายว่าท่านประธานเรียกประชุมวาระเร่งด่วนในอีกหนึ่งชั่วโมงเมื่อต้องกลับโรงแรมน้าแก้วมาส่งที่รถยื่นกล่องขนมให้ไปเผื่อคนเก่าแก่ที่รู้จักด้วยเขานึกขึ้นได้หมุนไปหยิบถุงของฝากในรถมามอบให้ น้าแก้วยิ้มหน้าบานที่อุตส่าห์คิดถึงออกปากเสียดายว่าเขาต้องรีบกลับไม่งั้นจะให้หนูแด่นไปตามปกติหากไม่ไปไหนไกลมันหาลูกพี่จ้าเจอหมดทุกแห่งหน ตามเก่งกว่าคนอีกเ้าโกลเดนกระดิกหางรับว่าจริง
ตาอ้วนยกมือไหว้ลาขณะนั้นเองเขาเห็นควันลอยคลุ้งจากในบ้าน
“น้าแก้วตั้งอะไรบนเตาหรือเปล่า”
“ว้ายยย!!” เ้าบ้านรีบพรวดกลับครัว
ก่อนขึ้นรถภารินธรกวาดตามองทั่วๆ อีกทีเผื่อคนที่รออยู่จะกลับมา ไม่เห็นใครก็ลูบหัวลาเ้าลูกน้องแทนหนูแด่นชูหางจ้องกล่องขนมตาเป็มัน เขาคิดบางอย่างได้ น้าแก้วเล่าว่ารุ่นพี่หนูจ้ามาพักที่บ้านไร่คงออกตระเวนดูโน่นดูนี่แถวนี้ด้วยกัน เขาล้วงต่าวซ้อออกมาล่อหนูแด่นงับขนมก้อนกลมหางสั่นระรัว
“หนูจ้าอยู่ไหนแกก็ตามเจอใช่ไหมไป ! เราไปกัน”
เ้าถิ่นนำสหายใหม่ย้อนกลับหลังบ้านซึ่งมีพื้นที่เชื่อมกับสวนป่า ชาวบ้านแถบนี้ใช้เป็เส้นทางลัดสู่ถนนใหญ่อีกฟากซอกซอนไปสักพักก็ถึงบริเวณป่าโปร่ง เห็นทางเล็ก ๆตัดผ่านพอให้รถแล่นแต่ไม่กว้างพอให้สวนกันเป็ทางธรรมชาติที่เกิดจากการย่ำใช้นานปี หนูแด่นหยุดวิ่งเหยาะ ๆ เห่าเรียกเ้านายภารินธรมองตามไป แต่พอเ้าของร่างเอี้ยวตัวมาเขากลับผลุบหลบหลังต้นไม้เสียงลูกพี่หนูแด่นลอยมา
“ไงบอกให้อยู่กับแม่ มาทำไมล่ะนี่”
ยืนกลั้นใจชั่วประเดี๋ยวเขาระบายลมหายใจพรืดหลบทำไมเนี่ยเรา
“แกได้กินขนมโปรดด้วยเหรออ้อ ได้กินนิดเดียว”
เขาค่อย ๆยื่นหน้ามองออกไป เห็นน้องหันหลังคุยอยู่กับหนูแด่นที่ลิ้นห้อยส่ายหางริก ๆ ตอบ
“ดีแล้วนี่หมอห้ามหมากินขนมหวาน ฉันบอกหลายครั้งแล้วนะ”
ยังพูดกับหมาได้เหมือนเดิมแฮะ ชายหลังต้นไม้นึก
“ฮะ? มีคนมาที่บ้าน”
เขารีบชักศีรษะกลับพูดกันรู้เื่ไปหน่อยไหม
ฮ่ง !หนูแด่นส่งเสียงไปทางเพื่อนใหม่ที่พามา ร่างสูงใหญ่หลังต้นไม้พยายามบีบตัวลีบหวาดหวั่นกะทันหันว่าเจอน้องจัง ๆ ตอนนี้จะเป็อย่างไร
“นายจ้าลุงติ่งขอให้ไปที่ฟาร์มหน่อย” เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้น
ได้ยินเสียงฝีเท้าสวบๆ เขาชะโงกดู หนูจ้าเดินคู่ไปกับชายผิวคล้ามท่าทางรุ่นราวคราวเดียวกับเขาหนูแด่นงับขากางเกงรั้ง เ้านายเซถอยหลัง ตามแรงดึงมาทางต้นไม้ใหญ่ เขาหลบวูบ !
“จะให้ดูอะไรเราต้องไปทางนี้ บ้านลุงติ่งไง”
พอรู้ว่าจะได้เที่ยวหนูแด่นลิงโลดตามนายลืมเพื่อนที่ภูมิใจนำมาเสียสนิท เสียงรถแล่นห่างออกไปชายหลังต้นไม้แปลกใจตัวเองที่นอกจากไม่ทำตามตั้งใจซ้ำยังหลบ
‘จ้า...มีคนรักแล้วเพื่อตัดปัญหาพี่อ้วนไม่ต้องกลับมาหาพวกเรา’
ข้อความในอีเมลฉบับสุดท้ายของน้องเแวบขึ้นมาเขาพิงศีรษะกับลำไม้กร้าน สงสัยจริงจังขึ้นครั้งแรกว่าน้องเจตนาให้เป็ตามนั้นจริงๆ หรือ ไม่บอกน้าแก้วกระทั่งกำหนดถึงเมืองไทยของเขาไม่ยอมบอกเบอร์โทรศัพท์ที่บ้านด้วย อ้างกับแม่ว่ากลัวเขาจะเปลืองเงินเ้าเด็กเพี้ยนเอ๊ย...จะมีแฟนก็มีไปสิเกี่ยวอะไรกับเรากลับมาแถมว่าเป็ตัวปัญหาจะตัดทิ้ง
หนูจ้าร้ายกาจขึ้นทุกวัน!