บทที่ 26
ไม่สบาย
เมื่อเมิ่งอวิ๋นเสียงตื่นในวันรุ่งขึ้น นางก็นวดขมับที่ปวดเมื่อยของตน เมื่อคืนนางคุยกับจิ่งหรงทั้งคืนและไม่รู้ว่าเขาเข้าใจหรือไม่
เมื่อนางได้สติกลับคืนมา นางก็เรียกชิงหลัวให้ไปเตรียมน้ำสำหรับอาบและช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้า หลังจากอาหารเช้า เมิ่งอวิ๋นเสียงก็นอนอยู่บนเตียงและถอดกางเกงออก เผยให้เห็นบั้นท้ายที่เปลือยเปล่าและร่องรอยจากการอบรมมารยาท
ชิงหลัวหยิบขวดยาขนาดเล็กขึ้นมา แล้วทายาตามปกติ “ไท่จื่อเฟย ดูสิเพคะ เกือบจะหายดีหมดแล้ว”
“จะดูได้อย่างไร เ้ามองเห็นก้นตัวเองด้วยหรือ... โอ๊ย... ชิงหลัว แม้ว่าอาการจะดีขึ้นเ้าก็ต้องใจเย็นก่อน นั่นเนื้อข้านะ!”
เมิ่งอวิ๋นเสียงถอนหายใจ หญิงสาวผู้นี้มือหนักเสียจริง
“ไท่จื่อเฟย ท่านคิดว่าไท่จื่อจะสั่งให้นางข้าหลวงาุโอวี่อบรมท่านอีกนานเพียงใดหรือเพคะ?” เมื่อถึงเวลานางข้าหลวงาุโอวี่จะมาที่นี่ตรงเวลาเสมอ และหลังจากนั้นไม่นานก็จะได้ยินเสียงไม้เรียวสะบัดไปมาในอากาศ พร้อมกับเสียงร้องไห้คร่ำครวญของไท่จื่อเฟยอันสุดแสนจะไพเราะ
หลังจากหยุดไปครู่หนึ่ง ชิงหลัวก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ นางวางขวดยาในมือลงก่อนจะวิ่งไปที่ประตู แล้วมองไปรอบ ๆ และกลับมาร้องว่า “ไท่จื่อเฟย วันนี้นางข้าหลวงาุโอวี่มาสาย...”
นานมากแล้วแต่ก็ไร้วี่แววของนางข้าหลวงาุโอวี่ ช่างแปลกยิ่งนัก...
เมิ่งอวิ๋นเสียงะโไปที่เตียงแล้วซุกตัวอยู่ในผ้าห่ม และพูดด้วยเสียงอู้อี้ว่านางจะไม่กลับมาอีก
ชิงหลัวตกตะลึงและ้าจะถามนางเพิ่มเติม แต่เมิ่งอวิ๋นเสียงบอกให้นางออกไป
เมิ่งอวิ๋นเสียงคิดว่าหลังจากไล่นางข้าหลวงาุโอวี่ออกไปได้แล้ว ชีวิตของนางจะสงบสุขได้สักระยะหนึ่ง แต่แม้ว่านางจะวางแผนมาอย่างดีแล้ว นางก็คาดไม่ถึงว่าตนจะไม่สบาย
วันนี้หมอหลวงมาดูอาการป่วยของเมิ่งอวิ๋นเสียง ก่อนจะจากไปเขาบอกว่านางป่วยเป็ไข้หวัด และให้ยาจีนโบราณไว้จำนวนมาก
เมิ่งอวิ๋นเสียงทำหน้าราวกับจะร้องไห้ สิ่งที่นางเกลียดที่สุดในชีวิตคือยาจีนโบราณ ต่อให้น้ำตาและน้ำมูกของนางจะไหลมารวมกันเต็มหน้า นางก็ยังคงอยากจะปฏิเสธยาจีนโบราณ
ชิงหลัวและไป๋เฉาไม่สามารถทนได้อีกต่อไป ทั้งสองไม่อาจทนสีหน้าที่น่าสมเพชของนางได้ แม้แต่ไป๋เฉาที่ปกติจะเ็าในวันธรรมดาก็มีสีหน้าอ่อนโยนลง และค่อย ๆ เกลี้ยกล่อมให้เมิ่งอวิ๋นเสียงกินยา
เมิ่งอวิ๋นเสียงรู้สึกว่านางไม่ควรดื้อดึงมากจนเกินไป ไม่ต้องพูดถึงว่าในสมัยโบราณนั้นยายังคงด้อยคุณภาพ ไข้หวัดเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็มีแนวโน้มที่จะคร่าชีวิตนางได้ หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง นางก็กัดฟันดื่มยาจีนจนหมด เมื่อดื่มเสร็จนางก็เห็นแววตาโล่งใจของไป๋เฉา
“ข้าคาดไม่ถึงเลยว่ายาจีนโบราณจะเป็จุดอ่อนของพี่สะใภ้ ช่างน่าแปลกใจยิ่งนัก...” นางได้ยินเสียงเขาแต่ยังไม่เห็นตัวเขา จิ่งฮวาโบกพัดสีขาวขณะเดินออกมา เสียงใสกังวานดังขึ้นขณะที่คุณชายผู้หล่อเหลาปรากฏตัว
เนื่องจากเมิ่งอวิ๋นเสียงไม่ถูกกับยาจีนโบราณ นางจึงไม่มีทางยอมรับมุกตลกของจิ่งฮวา
นางขมวดคิ้วขณะเคี้ยวผลไม้แช่อิ่มชิ้นใหญ่ในปาก แล้วตอบเสียงอู้อี้ว่า “หากเป็ไปได้ข้าอยากจะเทยาจีนโบราณเข้าปากเ้า ให้เ้าได้ลองลิ้มรสมันดู”
เมื่อจิ่งฮวาได้ยินคำพูดนั้นก็หัวเราะ แล้วส่ายหัวโดยไม่ได้เอ่ยคำใด
“จิ่งฮวามาที่นี่ครั้งนี้เพื่อดูว่าพี่สะใภ้ป่วยหนักมากเพียงใด” จิ่งฮวาก้าวเข้าไปหา แล้วยกมือขึ้นวางมือลงบนหน้าผากของเมิ่งอวิ๋นเสียง ก่อนจะขมวดคิ้วและบ่นว่ามันยังคงร้อนนัก
เมิ่งอวิ๋นเสียงปัดมือของเขาออก “เ้ามาที่นี่เพื่อหัวเราะเยาะข้าหรือ?”
จิ่งฮวาหรี่ตาอีกครั้ง ดวงตาคู่งามราวดอกท้อเปี่ยมไปด้วยแรงดึงดูด และรอยยิ้มของเขาก็ช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน