กลิ่นเกลือและคาวปลาโชยปะทะจมูก กู้เสวียนเดินเคียงคู่เฉินกู่ไปในตลาด ทั้งคู่สวมชุดผ้าป่านสีทึมเพื่อหลบสายตาผู้คน
“เมืองนี้คึกคักและมั่งคั่งกว่าที่ข้าคิดไว้มาก” นายอำเภอหนุ่มเปรยพลางทอดสายตามองความวุ่นวายรอบตัว
“เงินทองไหลมา ความโลภย่อมพอกพูนตามขอรับ” เฉินกู่ตอบ สายตากวาดมองรอบข้าง มือขวากระชับด้ามดาบข้างเอวอย่างเคยชิน
ขณะนั้น เสียงจอแจของตลาดพลันแ่ลง ฝูงชนเบื้องหน้าแหวกออกเป็ทาง ชายฉกรรจ์ชุดครามกลุ่มหนึ่งเดินเรียงแถวคุมขบวนเกวียนสินค้าตรงมา ท่วงท่าก้าวเดินและมือที่วางบนด้ามอาวุธ บ่งบอกถึงการฝึกปรือมาอย่างดี
ตรงกลางขบวน บุรุษวัยกลางคนในเสื้อคลุมสีเทาขลิบเงินก้าวเดินมาอย่างเชื่องช้า ใบหน้าเรียบเฉย ข้างเอวห้อยกระบี่ฝักทองเหลืองโบราณ แตกต่างจากชาวยุทธ์ในเมืองที่นิยมสะพายดาบเล่มโต เขาดูสงบนิ่งจนกลายเป็จุดเด่นท่ามกลางความวุ่นวาย
“กู่เฉินซาน... ประมุขสำนักคุ้มภัยชิงเฟิง” เฉินกู่กระซิบเสียงลอดไรฟัน
กู่เฉินซานชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นมือปราบเฒ่า นิ้วมือเรียวยาวละจากด้ามกระบี่ก่อนยกขึ้นประสาน
“คารวะท่านมือปราบเฉิน” สายตาคมปลาบปัดผ่านเฉินกู่มาหยุดนิ่งที่ขุนนางหนุ่ม “และ… ใต้เท้าผู้นี้ คงเป็นายอำเภอคนใหม่”
กู้เสวียนก้าวออกไปพร้อมรอยยิ้ม “ยินดีที่ได้พบประมุขกู่ ข้ามารับตำแหน่งวันแรก ยังมีเื่ต้องเรียนรู้อีกมาก วันหน้าคงต้องขอคำชี้แนะจากท่าน”
“ใต้เท้าเกรงใจไป สำนักชิงเฟิงเป็เพียงผู้ทำมาค้าขาย ยินดีนอบน้อมต่อกฎหมายเสมอ” สุ้มเสียงทุ้มนุ่มและแววตานิ่งสงบ ยามพูดจบเขาเพียงปรายตามองผ่าน ท่าทีผ่อนคลายไร้กังวล
“ได้ยินเช่นนั้นข้าก็เบาใจ” กู้เสวียนหัวเราะ ก่อนน้ำเสียงจะเปลี่ยนเป็จริงจัง “เมืองนี้เพิ่งเกิดคดีใหญ่ เ้าสำนักเว่ยสิ้นชีพในโรงเจร้าง... ข้าหวังว่าสำนักชิงเฟิงจะช่วยรักษาความสงบ หากท่านระแคะระคายเื่วิชาสกัดจุดทำลายกระดูก ขอให้แจ้งแก่ทางการด้วย”
กู่เฉินซานหันมาสบตา “พวกเาาวชิงเฟิงตื่นแต่เช้าคุมเกวียน ตกเย็นนอนหลับ สนใจเพียงสินค้าในมือ หาได้สนใจเื่ราวภายนอกไม่ เื่ยุทธภพอันวุ่นวาย... ข้าน้อยคงไม่มีปัญญาช่วยชี้แนะ ขอตัวก่อน”
เขาน้อมกายคารวะแล้วนำขบวนจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
เฉินกู่จ้องตามแผ่นหลังนั้นตาเขม็ง “ชายผู้นี้ถือดีและเยือกเย็นเกินไป ยามเว่ยเชียนซานสิ้นชีพ คนที่ได้ประโยชน์ในงานคุ้มกันสินค้าและเส้นทางเดินเรือคือเขา วิชาฝีมือก็ใช้กระบี่และดรรชนี ท่านต้องระวังให้มาก”
เฉินกู่หรี่ตาลง “แต่ก็นั่นล่ะ... ชาวยุทธ์เข่นฆ่ากันเองจนสิ้นซากเมื่อใด เมืองจินไห่คงสงบสุขเมื่อนั้น เราแค่ต้องจับตาดูพวกมันไว้ให้ดี”
“งั้นหรือ...” กู้เสวียนมองตาม “ข้าจะจำคำเตือนของท่านไว้ ท่านอยู่ที่นี่มาชั่วชีวิต ย่อมรู้ตื้นลึกหนาบางดีกว่าข้า”
“แต่จะว่าไป...” นายอำเภอหนุ่มเปรยขึ้นขณะหมุนตัวเดินกลับ “ตอนตรวจบัญชีร้านยาสัตตบงกช ข้าเห็นว่า่ครึ่งปีมานี้ หมอซุนสั่งซื้อตัวยาคลายเส้นเอ็นและสะกดประสาทมากกว่าเดิมถึงสองเท่า... เมืองนี้ช่างรักการปรุงยาและฝึกปรือวรยุทธ์แปลก ๆ กันเสียจริง”
เฉินกู่ชะงักฝีเท้า ใบหน้าเคร่งขรึมขึ้น “เมืองนี้ยังมีเื่แปลกประหลาดอีกมากขอรับ... ท่านนายอำเภอ”
กู้เสวียนปรายสายตามองท่าเรือที่อบอวลด้วยกลิ่นคาวปลาแวบหนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้น “ไปกันเถอะ ค่อย ๆ ดูกันไป”
ชายหนุ่มก้าวเดินนำหน้าไปทันที ทิ้งให้มือปราบเฒ่ายืนมองแผ่นหลังนั้นในความเงียบครู่หนึ่ง จึงค่อยออกเดินตามกลับที่ว่าการ