ลู่เฉินไม่มีทางนำโอสถล้างไขกระดูกชั้นดีออกจากหอสมบัติสกุลลู่ได้นอกจากลู่เทียนซิงจะช่วยเหลือ
มิได้มีแค่ลู่หย่งฟางที่คิดเช่นนั้นแต่เกรงว่าผู้คนส่วนใหญ่ล้วนมีความเห็นไปในทางเดียวกัน
“ก็อย่างที่บอก ว่าข้าหลอมยาขึ้นมาเอง”ลู่เฉินยื่นมือออกไป ก่อนเอ่ยอย่างเกรงใจเล็กน้อย “ผู้าุโใหญ่ ท่านก็เห็นโอสถแล้วโปรดคืนให้ข้าด้วยขอรับ”
ยาอายุวัฒนะล้างไขกระดูกขั้นสามัญก็มีราคาเจ็ดถึงแปดร้อยเหรียญทองแล้ว นับประสาอะไรกับยาชั้นดี ในเมืองชิงเฟิงนี้ หากมีโอสถล้างไขกระดูกชั้นดีล้วนถูกนำไปประมูลทั้งสิ้น หากสกุลใด้า ก็ต้องไปประมูลมา
“เ้าเด็กเหลือขอข้าแนะนำให้เ้าพูดความจริง มิฉะนั้นผู้ใดก็ช่วยมิได้ หากไม่โป้ปดข้าก็พอจะช่วยชีวิตน้อยๆ ของเ้าเอาไว้ได้” ลู่หย่งฟางข่มขู่ ขณะเหลือบไปมองลู่เทียนซิง
ขอเพียงลู่เฉินสารภาพว่าเป็ฝีมือปู่เขาลู่เทียนซิงย่อมถูกโจมตีด้วยข้อกล่าวหานี้ และผลเลวร้ายที่สุด ก็คือหลุดจากตำแหน่งผู้าุโลำดับที่สามซึ่งถือเป็ข่าวดีมากสำหรับลู่หย่งฟาง
“ผู้าุโใหญ่ท่านไม่คิดว่านี่เป็การใส่ความรังแกข้าหรือขอรับ?” ลู่เฉินไม่กลัวท่าทีคุกคามของอีกฝ่าย
แม้ความแข็งแกร่งของตนจะด้อยกว่าแต่ยังมีท่านปู่สาม เขาต้องไม่ยอมให้ผู้ใดมาหาเื่ตัวเองแบบนี้แน่
“ลู่เฉิน เ้าบอกว่าตนเป็ผู้หลอมยานี้ออกมาเองเช่นนั้นแล้ว เ้ากล้าทำหลอมยาต่อหน้าทุกคนตรงนี้หรือไม่ ไม่จำเป็ต้องเป็โอสถล้างไขกระดูกชั้นดีก็ได้ขอแค่ขั้นสามัญก็พอ” ประมุขตระกูลลู่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ย
เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ลู่เทียนซิงที่เขารู้จัก คงไม่ทำเื่เช่นนั้นแน่
“ลู่เฉินเ้ากล้าหรือไม่?” ลู่หย่งฟางกะพริบตาพลางท้าทายเสียงดัง
ลู่เฉินเหลือบมองลู่หย่งฟางแล้วจึงตอบ “กล้าขอรับ!”
“แต่กระนั้น เื่การกลั่นแกล้งรังแกเพียงเพราะข้าไร้พลังธาตุนั้นข้าอยากรู้ว่า หากตัวเองหลอมยาอายุวัฒนะล้างไขกระดูกได้ท่านผู้าุโใหญ่จะชดใช้ให้ข้าอย่างไรหรือขอรับ?” ลู่เฉินมองลู่หย่งฟาง ที่ยกยิ้มมุมปากเยาะเย้ยเขาอย่างโจ่งแจ้ง
ลู่จินอวิ๋นและคนอื่นๆ ต่างมองลู่หย่งฟางเป็ตาเดียว
ลู่เฉินผู้นี้ กำลังท้าทายผู้าุโใหญ่ลู่หย่งฟาง
ลู่หย่งฟางกวาดตามอง พบว่าทุกคนกำลังจ้องมายังตนก็เข้าใจแล้วว่าทุกคน้าคำตอบจากปากเขา
“ลู่เฉิน ถ้าเ้าหลอมโอสถล้างไขกระดูกได้ข้าจะขอโทษเ้าต่อหน้าคนทั้งตระกูล แต่หากทำมิได้ ก็อย่าหาว่าข้าไร้เมตตาผู้าุโสาม ท่านคิดเห็นอย่างไร?” ลู่หย่งฟางหันไปทางอีกฝ่าย
ลู่เทียนซิงมองหลานชายด้วยความกังวลนี่เป็เื่ใหญ่ หากลู่เฉินล้มเหลว ก็ยากจะมีใครเห็นแก่หน้าเขาอีก ผลลัพธ์ ย่อมมีแต่จะให้เด็กหนุ่มถูกลงโทษหนักขึ้น
“ท่านปู่สาม!” ลู่เฉินััได้ถึงสายตาของเขารู้ว่าปู่สามเป็ห่วง จึงส่งเสียงเรียกด้วยความมั่นใจ
“เอาละ ลู่เฉิน หากเ้าทำสำเร็จผู้าุโใหญ่ย่อมชดใช้ให้เ้าเป็แน่ แต่หากล้มเหลว ไม่ต้องถึงมือเขา เพราะข้าจะเป็คนสอนบทเรียนให้เ้าด้วยตัวเอง”ลู่เทียนซิงกัดฟันพูด
คำพูดของเขาแฝงนัยบางอย่างเอาไว้หมายความว่าหากลู่เฉินล้มเหลว เขาจะเป็คนสั่งสอนหลานชายด้วยตัวเอง อย่างน้อย ก็ดีกว่าให้ลู่เฉินถูกลงโทษจนาเ็หรือพิการและถ้าลู่เฉินทำสำเร็จจริงๆ นั่นเท่ากับว่า ผู้าุโใหญ่จะต้องยอมแพ้และทำตามที่สัญญาเอาไว้
“เช่นนั้น... เ้ามานี่!” ลู่จินอวิ๋นโบกมือ“ส่งตำราหลอมโอสถล้างไขกระดูกฉบับคัดลอกมาให้ข้า”
“ขอรับ!” บ่าวผู้หนึ่งรับคำ
ไม่นาน ตำราหลอมยาก็ถูกนำไปวางตรงหน้าลู่เฉินพร้อมวัตถุดิบและอุปกรณ์ครบครัน
“ลู่เฉิน เริ่มได้เลย”ลู่จินอวิ๋นกล่าว “ไม่ต้องรีบร้อน เ้าจะใช้เวลาเท่าใดก็ได้ พวกเราจะรอ”
ประมุขสกุลลู่ หวังว่าเด็กหนุ่มผู้นี้จะหลอมโอสถล้างไขกระดูกได้จริงๆหากสิ่งที่เขาพูดเป็เื่จริง ก็นับว่าสกุลลู่โชคดี ที่จะมีหมอยาระดับสูงเพิ่มขึ้นอีกคนโอกาสในการยาอายุวัฒนะล้างไขกระดูกชั้นดี ก็ย่อมมากขึ้นตามไปด้วย
ลู่เฉินเริ่มลงมือทันทีโดยไม่ลังเล
เวลานี้ ทุกคนจับจ้องไปยังร่างของเขาพลางเฝ้าดูการเคลื่อนไหวอย่างไม่ละสายตา
เหล่าทายาทสกุลลู่ต่างกระซิบกระซาบกันเื่ลู่เฉินมีคนไม่มากนัก ที่เชื่อว่าเขาจะหลอมโอสถล้างไขกระดูกได้
ลู่เหยียนหรานที่อยู่ในฝูงชนขมวดคิ้วมองลู่เฉิน ด้วยไม่รู้ว่าเหตุใดอีกฝ่ายถึงดื้อรั้น ยืนยันที่จะทำเช่นนี้
ถ้าเขาหลอมยาสำเร็จ ย่อมเป็เื่ดีแต่หากล้มเหลว โทษใหญ่ที่กำลังรออยู่จะหนักหนาเพียงใด นางก็ไม่กล้าคาดเดา
“หวังว่าสิ่งที่เ้าพูดจะเป็เื่จริงนะ...”ลู่เหยียนหรานถอนหายใจ ก่อนเอ่ยพึมพำ
ลู่เฉินเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วว่องไวเพราะเคยหลอมโอสถล้างไขกระดูกมาไม่น้อย ต่อให้ยากกว่ายาอายุวัฒนะกายเบาเพียงใด แต่ตนผ่านการหลอมยาประเภทนี้มาจนเชี่ยวชาญแล้วทั้งาุโลู่เจี๋ยก็ยังถ่ายทอดเคล็ดลับหลอมยาวิเศษให้อีก ย่อมมั่นใจว่าไม่ล้มเหลวแน่
“นั่นไม่เสี่ยงเกินไปหน่อยหรือ?”
“ท่าทางเช่นนั้น จะหลอมโอสถล้างไขกระดูกได้อย่างไร!”
“อืม… แสดงว่า แม้แต่ยาอายุวัฒนะหลอมกระดูกเขาก็ไม่อาจทำออกมาได้หรือ?”
หมอยาระดับต้นหลายคนในตระกูลลู่ที่คุ้นเคยกับการหลอมยาต่างส่ายหน้าเมื่อเห็นท่าทีเอื่อยเฉื่อยของลู่เฉิน ในความคิดของพวกเขา สิ่งที่อีกฝ่ายทำอยู่ถือเป็การสิ้นเปลืองวัตถุดิบยาล้างไขกระดูกโดยแท้
แม้แต่ผู้ฝึกตนที่ไร้ความรู้เื่การหลอมยาก็ยังตระหนักได้ว่า ขณะหลอมยาไม่ควรประมาท แต่เมื่อเห็นท่าทีของลู่เฉินแล้ว เหมือนจะมิใช่เช่นนั้น
ลู่เทียนซิงมองลู่เฉินด้วยสีหน้าลุ้นระทึก
ลู่หย่งฟางกับลู่เซียนจือแสยะยิ้มเต็มที่
“เฮ้อ! ถ้าลู่เฉินผู้นี้หลอมยาอายุวัฒนะได้ ข้าจะยกให้เขาเป็อาจารย์”ลู่เซียนจือกล่าวด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน คิดว่าการหลอมโอสถของอีกฝ่ายในครั้งนี้ ต้องล้มเหลวเป็แน่
หมอยาระดับสูงหรือ? ท่าทางจะมิใช่เสียแล้ว!
ลู่เซียนจือย่อมเข้าใจถึงวิธีหลอมยาล้างไขกระดูกทุกครั้งที่หลอมโอสถชนิดนี้ จะต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็พิเศษ
ทว่าตอนนี้ การเคลื่อนไหวของลู่เฉินนั้นรวดเร็วกว่าตอนที่เขาหลอมยาอายุวัฒนะล้างไขกระดูกหลายเท่า
แม้แต่หมอยาระดับสูงเช่นเขาที่แข็งแกร่งเหนือผู้ใดในเมืองชิงเฟิง ก็ยังไม่กล้าชะล่าใจแบบนี้
ทุกคนต่างก็ได้ยินสิ่งที่ผู้าุโเก้าพูดไม่เว้นกระทั่งลู่เฉิน เขาจึงยกยิ้มมุมปากอย่างไร้คำพูด เพียงจดจ่ออยู่กับสมุนไพรในมือเท่านั้น
ในบรรดาสมุนไพรเจ็ดสิบถึงแปดสิบชนิดที่ใช้ในการหลอมโอสถล้างไขกระดูกจะมีสี่หรือห้าชนิดที่สกัดยากกว่าสมุนไพรอื่น แต่สำหรับลู่เฉินแล้ว ไม่ว่าจะยากเพียงใดก็ไม่เกินความสามารถ
เวลาผ่านไปครึ่งชั่วยามลู่เฉินก็สกัดสมุนไพรจนเสร็จสิ้น เหลือเพียงการผสานวัตถุดิบทั้งหมดเข้าด้วยกัน ซึ่งเป็ขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญที่สุด
“เด็กลู่เฉินคนนี้ มีฝีมือสกัดสมุนไพรไม่ธรรมดาเลย”ผู้าุโแปดกะพริบตาปริบๆ ก่อนโพล่งออกมา
เมื่อได้ยินคำพูดของผู้าุโแปดลู่เซียนจือพลันมีท่าทีแข็งทื่อ
เป็เช่นที่อีกฝ่ายกล่าวการสกัดสมุนไพรของลู่เฉินนั้นไม่มีข้อผิดพลาดแม้แต่น้อยสมุนไพรแต่ละชนิดถูกสกัดออกมาอย่างถูกต้อง
“ฟู่!”
ทันทีที่ลู่เฉินเริ่มนำสารสกัดแต่ละชนิดมาผสมกันกลุ่มควันหลากสีก็ค่อยๆ ลอยขึ้นมา
“เป็ไปไม่ได้!” ใบหน้าของลู่เซียนจือถอดสี
“ผู้าุโเก้าเกิดอะไรขึ้น?”
ลู่หย่งฟางไม่เคยหลอมยาจึงไม่ทราบสถานการณ์ของลู่เฉิน แต่ดูจากท่าทีของลู่เซียนจือ คล้ายสถานการณ์ของพวกเขาจะตกเป็รองเสียแล้ว
ลู่เซียนจือมิได้เอ่ยปากเอาแต่นิ่งงัน มองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าลู่เฉินไม่วางตา ตามกรอบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นๆมือกำแน่นจนเส้นเอ็นปูดโปน แสดงถึงห้วงอารมณ์อันซับซ้อน
ดวงตาของลู่จินอวิ๋นและคนอื่นๆสว่างวาบ ไม่อาจละสายตาจากลู่เฉินได้
ฟึ่บ!
เมื่อลู่เฉินหลอมรวมสมุนไพรชนิดสุดท้ายแล้วจู่ๆ ก็มีรัศมีสีม่วงอันทรงพลังแผ่ออกมาจากภาชนะในมือ กลิ่นหอมอ่อนๆ พลันอบอวลไปทั่ว จนทุกคนตะลึงพรึงเพริด
ลู่เฉินกระตุกยิ้มมุมปากเพราะเขาจงใจทำเื่ผิดพลาดเล็กน้อย มิฉะนั้น ยาขวดนี้ย่อมกลายเป็โอสถชั้นเลิศ แต่เขาคิดว่าคงจะดีกว่าหากหลอมออกมาเป็แค่ยาชั้นดี
เด็กหนุ่มถอนหายใจ ก่อนเอ่ย“เสร็จแล้ว!”
จากนั้นจึงหยิบขวดกระเบื้องสีขาวออกมาใส่โอสถที่กรองเอาไว้
“ผู้าุโ ข้าหลอมยาเสร็จแล้วเชิญตรวจสอบได้” ลู่เฉินก้าวไปข้างหน้าสามก้าว ก่อนยื่นขวดกระเบื้องไปให้ประมุขสกุลลู่
ลู่จินอวิ๋นรับยาขวดนั้นมาอย่างเหม่อลอยหัวใจเต้นระทึกอย่างมิได้เป็มานาน เพิ่งตระหนักได้ว่า อีกฝ่ายหลอมยาสำเร็จแล้วจริงๆ
เพราะหากเขาทำไม่สำเร็จผู้าุโเก้าคงไม่นิ่งงันเช่นนั้นแน่
ลู่หย่งฟางอ้าปากจะพูดบางอย่างทว่าจู่ๆ ลำคอของเขาพลันตีบตัน ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความอับอาย
ตอนนี้ สนามฝึกยุทธ์เงียบสงัดทุกสายตาจับจ้องมายังขวดโอสถในมือของลู่จินอวิ๋น พลางกลั้นหายใจ…