ข่าวเื่การหายไปของสำนักพิษมารนั้นได้กระจอนกระจายไปทั่วแล้ว และก็มีความคิดเห็นต่างๆนาๆต่างกันไปตามแต่ละคนจะคิด
ในตอนนี้ทั่วทั้งทวีปมีเื่ให้พูดคุยเพิ่มแล้วนอกจากการล่มสลายของตระกูลหู ผู้คนในทวีปหยุนเซียวเป็งงว่าสำนักพิษมารหายไปไหน
"นี่ๆ เ้าได้ยินเื่สำนักพิษมารรึยัง?" ชายที่นั่งอยู่บนโต๊ะอาหารโดยมีเพื่อนๆอีกสองคนของเขานั่งอยู่ด้วยถามขึ้น
"พึ่งได้ยินก่อนจะมาเจอพวกเ้าตะกี้นี้เอง" ชายอีกคนตอบคำถาม
"ข้าได้ยินมาก่อนแล้ว กะจะมาพูดคุยกับพวกเ้าเื่นี้แหละ" ชายคนสุดท้ายพูดขึ้น
"แล้วพวกเ้าคิดว่าสำนักพิษมารหายไปไหนล่ะ?" ชายคนแรกถามขึ้นอีกครั้ง
"ข้าว่าพวกเขาต้องหนีไปแล้วแน่ๆเพราะคงกลัวาาสยบฟ้าจะไปหาพวกเขาละมั้ง เป็ศัตรูกับาาสยบฟ้าถ้าไม่แข็งแกร่งกว่ามากๆแล้วละก็มันก็เหมือนก้าวขาข้างหนึ่งลงปรโลกไปแล้ว" ชายคนที่สองออกความคิดเห็นของตนเอง
"เ้าก็พูดเกินไปนั้นมันสำนักพิษมารเลยนะ มีระดับนักบุญถึงสองคนเ้าคิดว่าาาสยบฟ้าที่พึ่งเป็นักบุญได้ไม่นานจะเอาชนะบรรพบุรุษของสำนักพิษมารที่อยู่เป็นักบุญมานานแล้วได้รึไง" ชายคนสุดท้ายออกความคิดเห็นของตนเอง
"อืม..มันก็จริงของเ้านะถ้าเป็คนที่ไม่ได้ชื่อว่าาาสยบฟ้าอ่ะนะ เ้าอย่าได้เอาบรรทัดฐานทั่วไปมาใช้กับเขาดีกว่า แล้วเ้าล่ะคิดเห็นว่าไง" ชายคนที่สองพูอตอบกลับชายคนสาม
"ข้าคิดว่าพวกเขาคงไปล่วงเกินขุมอำนาจไหนสักที่หนึ่งจึงโดนกวาดล้างเป็แน่" ชายคนสามพูดออกมา
"พวกเ้าว่ามันจะไม่บังเอิญเกินไปหน่อยหรอที่สำนักพิษมารหายไปพร้อมกับตระกูลหูน่ะ" ชายคนแรกพูดขึ้นให้สหายทั้งสองของเขาได้คิด
"อืม...จะว่ามันบังเอิญก็แปลกเกินไปจริงๆด้วย" ชายทั้งสองพูดออกมาพร้อมกัน
หลังจากเห็นสหายทั้งสองของตนเริ่มคิดออกมาในทางที่เขาคิดแล้ว เขาก็ได้พูดความคิดเห็นบ้าๆของตนเองออกมา
"ข้าคิดว่าสำนักพิษมารถูกตระกูลฉินหรือาาสยบฟ้าทำลายน่ะสิ" ชายคนแรกพูดออกมา
"ความคิดของเ้ามันบ้ามาก เ้าคิดจริงรึว่าตระกูลฉินหรือาาสยบฟ้านั้นจะสามารถทำลายสำนักพิษมารได้รวดเร็วปานนั้น" ชายคนที่สองพูด และชายคนที่สามก็เห็นด้วยกับคำพูดนั้น
"พวกเ้าลองคิดดูนะว่า ที่สำนักพิษมารนั้นหายไปมันพอดิบพอดีเกินไปไหม ถ้าพวกเขาจะย้ายที่ตั้งสำนักจะไม่มีคนเห็นเลยรึ แล้วอีกอย่างถึงสำนักพิษมารจะเป็ผู้บำเพ็ญวิธีมารแต่ใครๆก็รู้ว่าพวกเขาไม่หาเื่ใส่ตัวอย่างการมีเื่กับกองกำลังที่แข็งแกร่งกว่าตัวเอง แต่จะรังแกและกดขี่กองกำลังที่แข็งแกร่งน้อยกว่าเท่านั้น แล้วกองกำลังที่อ่อนแอ่พวกนั้นจะสามารถทำลายสำนักพิษมารได้รึ มันก็มีแค่าาสยบฟ้าเท่านั้นแหละที่ทำได้พวกเ้าไม่คิดเช่นนั้นรึ" ชายคนแรกร่ายความคิดของตนออกมายาวเยียด
"นะ..นี้ถ้าเป็อย่างที่เ้าคิดนะาาสยบฟ้าจะน่ากลัวเกินไปแล้วที่สามารถทำลายสำนักพิษมารได้โดยใช้เวลาไม่ถึงวันนะ" ชายคนสามพูดออกมาอย่างใกับการวิเคราะห์ของสหายตนเอง
"ตอนแรกข้าก็ไม่คิดหรอก แต่พอฟังการวิเคราะห์ของเ้ามันก็น่าคิดนักว่ามันจะเป็เช่นนั้น" ชายคนที่สองพูด
มันไม่ใช่แค่พวกเขาที่กำลังถกเถียงกันเื่นี้ แต่มันเป็คนทั่วทั้งทวีปหยุนเซียวเลยตั้งหาก ไม่ถึงสองวันด้วยซ้ำกลับมีสองกองกำลังที่แข็งแกร่งต่างถูกทำลายจะหายไปตลอดกาลแล้ว นั้นในกรณีที่สำนักพิษมารถูกทำลายนะ พวกเขายังไม่ได้ฟังธงหรือมีใครรู้ตื้นลึกหนาบางเื่นี้แบบจริงๆจังๆเลย
...
ณ เมืองเป้ยฉิงภายในคฤหาสน์ของตระกูลฉินตอนนี้นั้นฉินเทียนได้ถูกฉินจุนเรียกพบ
ฉินเทียนได้เดินทางมาถึงคฤหาสน์ของฉินจุนพร้อมกับเข้าไปเห็นฉินจุนกำลังนั่งดื่มชาอยู่
"ฉินเทียนคาราวะท่านบรรพบุรุษ"
"อืม มาดื่มชาด้วยกันก่อนสิ ข้ามีเื่จะพูดด้วย" ฉินจุนบอกกล่าว
"ขอรับ" หลังจากฉินเทียนตอบกลับก็ไปนั่งข้างฉินจุน ที่ฉินจุนได้รินชาไว้ให้แล้ว
"ตอนนี้ตระกูลหูทั้งหมดถูกกำจัดหรือยัง?" ฉินจุนถาม
"ตอนนี้ตระกูลหลักของตระกูลหูถูกกำจัดไปหมดแล้วครับ เหลือตระกูลสาขายู่อีกนิดหน่อยเท่านั้น" ฉินเทียนตอบกลับ
"อืม รีบจัดการกำจัดพวกนั้นให้หมดด้วยล่ะ" ฉินจุนพูดขึ้น
"ขอรับ" ฉินเทียนขานรับ
"แล้วเื่การย้ายตระกูลล่ะไปถึงไหนแล้ว" ฉินจุนถาม
"ขอรับ ตอนนี้เื่การสร้างคฤหาสน์นั้นใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้วขอรับ พวกเราได้เชิญผู้เชี่ยวชาญหลายคนมาสร้างคฤหาสน์ใหม่อีกไม่ถึงสิบวันน่ะจะเสร็จสิ้นขอรับ ส่วนเื่ธุรกิจก็เป็ไปได้ด้วยดีเช่นกันขอรับ" ฉินเทียนตอบกลับมา
"อืม ดีแล้วล่ะ" ฉินจุนพูดเรียบๆ
จากนั้นเขาก็ได้นำของออกมาสองกอง แล้วนำมันไปให้ฉินเทียน
"ของสองกองนี้นั้น กองแรกเป็ของที่ข้ายึดมาจากสำนักพิษมารของพวกนี้ข้าอยากให้เ้านำมันออกมาขายหรือไม่ก็ประมูล ส่วนของกองที่สองนั้นเป็รางวัลชองคนในตระกูลที่ทำผลงานได้ดีในครั้งนี้ ข้าได้เขียนจดเอาไว้หมดแล้วว่าใครควรได้อะไรบ้างเ้าก็นำมันไปแจกจ่ายด้วยล่ะ" ฉินจุนได้นำถุงมิติจำนวนสองกองแล้วนำไปให้ฉินเทียนจัดการ
"ขอรับ ท่านบรรพบุรุษ" ฉินเทียนตอบรับ
"อ้อ แล้วพอสร้างคฤหาสน์เสร็จสิ้นแล้วก็ประกาศเชิญชวนผู้คนมาร่วมงานที่คฤหาสน์ใหม่ของเราด้วยล่ะ" ฉินจุนพูดขึ้น
"ขอรับ ท่านบรรพบุรุษ" ฉินเทียนขานรับ
จากนั้นเขาก็พูดคุยกับฉินเทียนอีกหลายเื่ แล้วพอพูดคุยเสร็จฉินเทียนก็ได้ขอตัวกลับไปจัดการเื่ต่างๆที่เขามอบหมายให้ทำ
...
ณ สถานที่อันห่างไกลที่นี้เต็มไปด้วยความมืดมิดและความเงียบ ูเาและป่านั้นพอรวมกับบรรยากาศแล้วขั่งทำขนลกจนน่ากลัว ที่นี้เป็ที่ตั้งของกองกำลังระดับหนึ่งอย่างวังมือสังหาร
ภายในห้องประชุมของวังมือสังหาร วังมือสังหารนั้นไม่ได้บริหารจัดการกันเป็นิกายหรือสำนักแต่มันเหมือนกับเป็องค์กรมากกว่า ภายในห้องประชุมนั้นได้มีคนอยู่ในนั้นสิบคน อันที่จริงต้องเรียกว่าเก้าคนกับอีกหนึ่งตนมากกว่า หนึ่งตนที่ว่านี้ถ้าคนในทวีปหยุนเซียวหรือแม้แต่ทั่วทั้งโลกนิรันดร์เห็นนั้นเป็ต้องทึ่งแน่เพราะว่าพวกมันคือศัตรูคู่แค้นของโลกนิรันดร์นี้เอง มันก็คือเผ่าปีศาจที่มาจากโลกปีศาจนั้นเอง
"ท่านปีศาจขอรับ ตอนนี้ทางด้านนิกายไท่ไป๋เริ่มมีการเคลื่อนไหวแปลกๆแล้วขอรับไม่แน่ว่าพวกมันอาจจะรู้ถึงแผนการของท่านแล้วก็ได้ขอรับ" ชายคนหนึ่งที่อยู่ที่นั้นพูดออกมา
"นิกายไท่ไป๋รึ ฮ่าๆๆๆ ไอ้พวกนี้มันจมูกไวจริงๆ" ปีศาจตอบกลับ
ถามว่าไหนบอกว่าในโลกนิรันดร์นั้นเผ่าปีศาจคือศัตรูไง ไหนถึงมีมนุษย์มาร่วมมือหรือรับใช้เผ่าปีศาจได้ล่ะ คำตอบก็แสนจะเรียบง่ายและธรรมดานั้นก็เพื่อความแข็งแกร่งไงล่ะ มนุษย์นั้นมีความโลภที่อาจจะเรียกได้ว่ามากกว่าปีศาจเสียอีกไม่ว่าจะเป็โลภในอำนาจ เงินทอง ชื่อเสียง หรือความแข็งแกร่งก็ตามที เผ่าปีศาจก็เป็เช่นเดียวกับเผ่าสัตว์อสูรที่จะแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ในระดับเดียวกันนั้นเอง ในโลกนิรันดร์นั้นมีทั้งหมดสองเผ่าพันธุ์ได้แก่ เผ่ามนุษย์และเผ่าสัตว์อสูร ส่วนนอกโลกนิรันดร์นั้นมนุษย์รู้จักอยู่สองเผ่าได้แก่ เผ่าปีศาจและเผ่ามาร เผ่าปีศาจนั้นจะมีรูปร่างน่าเกียดน่ากลัวไม่เหมือนมนุษย์รูปร่างของพวกมันจะแตกต่างกันไปตามเผ่าย่อยของพวกมัน ส่วนเผ่ามารนั้นมีรูปร่างเหมือนมนุษย์มากไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากมนุษย์เลยยกเว้นชื่อเผ่าเท่านั้นที่ต่างกัน
เผ่าปีศาจและเผ่ามารนั้นเวลามาที่โลกนิรันดร์พวกมันจะถูกกฎเกณฑ์ของโลกนิรันดร์ลดทอนขอบเขตการบ่มเพาะของพวกมันลงถึงหนึ่งขอบเขตใหญ่เลยทีเดียว ทำให้ผู้บ่มเพาะโลกนิรันดร์สามารถต่อสู้กับได้นั้นเอง
เผ่าปีศาจที่อยู่กับพวกวังมือสังหารนั้นเป็ปีศาจขอบเขตนักบุญกันเลยที่เดียวนั้นหมายความว่าขอบเขตที่แท้จริงของปีศาจตนนี้นั้นเป็ถึงปีศาจขอบเขตาาศักดิ์สิทธิ์เลยนั้นเอง
"พวกเ้าจงจับตาดูสถานการณ์ในทวีปหยุนเซียวให้ดี ถ้าแผนการนี้สำเร็จเ้านายข้าจะมอบรางวัลให้เ้ายังงามเลยทีเดียว" ปีศาจพูดขึ้น
"ขอรับ!" คนทั้งเก้าตอบรับ
"แล้วมีค่าพวกเราจะพอหรอขอรับ" ชายคนนึงถามขึ้น
"ฮ่าๆ ใครว่ามีค่าพวกเ้าเล่าที่ยอมสวามิภักดิ์กับพวกเรา ฮ่าๆๆ!" ปีศาจยิ้มแล้วตอบคำถามจากนั้นก็หัวเราะเสียงดังลั่น