ตอนที่ 8 เืั
"ส่วนอันนี้ อย่าบอกนะว่ามันคือ เืั"
"แต่น่าเสียดาย ที่มันก็คงเป็เืั สายพันธุ์อ่อนแอ เท่านั้น"
ลู่หาน แทบไม่อยากเชื่อว่า สองสิ่งที่หายากมาก อย่างเข็มั เืั ที่มาจากั ที่จัดเป็สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่ง ทรงพลัง มากที่สุดในบรรดาสัตว์อสูรในตำนานจากา จะมาพบเจอที่ตระกูลนี้ทีเดียวพร้อมกัน 2 อย่าง
ลู่หาน ที่มองกล่องเก็บเืัอันน้อยนิด ที่ยากนักจะมีคนมองออกว่ามันคืออะไร อย่างมากก็บอกว่าเป็น้ำหมึกในการสักยันต์ชนิดนึงเท่านั้นที่อาจจะมาจากเืสัตว์อสูรตนนึง
แต่ลู่หาน ไม่มีทางมองผิดแน่นอน ว่ามันคือเืั แม้จะเืัจะกลายเป็สีดำก็แล้วตาม ทั้งกลิ่น ออร่าที่ทรงพลังรุนแรง น่าเกรงขาม แผ่ออกมาอย่างจางๆ
"ไม่นึกว่าข้าจะโชคดีขนาดนี้"
ลู่หาน ที่ไม่คิดว่าอุปกรณ์สักยันต์ที่อยากได้ที่สุดจะไม่มี แต่กลับได้สิ่งที่ไม่คาดคิด แล้วเหนือยิ่งกว่าสิ่งที่อยากได้ที่สุดอีกด้วย แม้จะเป็เพียงเศษเสี้ยวที่มาจากเขี้ยว เื ัสายพันธุ์อ่อนแออย่างมากก็ตาม แต่ก็นับว่าสุดยอดมากแล้วในตอนนี้ ซึ่งคงไม่อาจจะหวังสิ่งที่ดีกว่า ยอดเยี่ยมกว่าสิ่งเหล่านี้ได้อีกแล้วในเวลานี้
การสักยันต์ นอกจากลวดลายรูปแบบของยันต์จะมีผลต่อพลังต่อสู้ ที่ต้องเอามาผนวกรวมเข้ากับพลังลมปราณของตนเองแล้ว ก็ยังสิ่งนึงที่ทุกคนส่วนใหญ่ เหล่าจอมยุทธยันต์มนตรามองข้ามกันอย่างมาก คือ อุปกรณ์ที่ใช้สักยันต์ ซึ่งอาจารย์ตนเองค้นพบแล้วมองว่า อุปกรณ์สักยันต์ก็มีผลต่อลวดลายรูปแบบของพลังต่อสู้ของ เหล่าจอมยุทธยันต์มนตราเช่นเดียวกัน
ยิ่งอุปกรณ์ในการสักยันต์มนตรา มีคุณภาพแค่ไหน ยิ่งส่งผลต่อลมปราณของตนเอง แล้วลวดลายรูปแบบยันต์มนตราอีกด้วย เพราะอุปกรณ์สักยันต์ อย่าง เข็มเขี้ยวั จะช่วยเสริมปราณให้ทรงพลัง แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น โดยออร่าที่เหลือทิ้งไว้ใน เข็มเขี้ยวั หากเวลาสักยันต์ ออร่าในเข็มเขี้ยวั จะแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายผ่านเส้นลมปราณช่วยให้ลมปราณแข็งแกร่งขึ้น หรืออาจจะยกระดับลมปราณขึ้นอีกขั้นด้วยก็เป็ได้
ส่วน เืั ที่ใช้เป็เหมือนน้ำหมึกในการสักยันต์ จะช่วยเพิ่มอานุภาพของรูปแบบยันต์ให้ทรงพลัง มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นกว่าปกติอีกด้วย
ซึ่งของ 2 อย่างนี้ ทั้ง เข็มเขี้ยวั เืั หากได้ใช้ในการสักยันต์ จะแตกต่างจากการใช้อุปกรณ์สักยันต์ปกติทั่วไปนัก
ลู่หาน ไม่พลาดสิ่งของ 2 อย่างนี้ ที่ได้รับมาโดยบังเอิญจากในคลังเก็บอุปกรณ์ของตระกูล มาใช้ในการสักยันต์ตัวเอง เพื่อเปิดลมปราณ ปลุกพลังปราณให้ตื่นขึ้น แล้วแปลกประหลาด แตกต่างจากทุกคนแน่นอน ซึ่งไม่มีใครคาดคิด หรือคิดไม่ถึงมาก่อนแน่นอน
แม้จะบังเอิญมีคนคิดได้แบบอาจารย์ตนเอง คงไม่มีใครกล้าบ้าบิ่น เสียสละลมปราณที่ฝึกฝนกันมานานหลายปี ไปกับการเปิดจุดชีพจร ปลุกพลังลมปราณให้ตื่นขึ้นทั้งหมด โดยต้องเริ่มนับหนึ่ง หรือเริ่มต้นฝึกฝนลมปราณใหม่อีกครั้งนึง ซึ่งบางคนไม่มีทางกล้าเสี่ยงยอมทำแน่ เพราะยังไม่มีคนกล้าการันตี หรือรับรองผลว่าประสบความสําเร็จแน่นอนไปจุดถึงระดับ เทพยุทธยันต์มนตรา เลย
แน่นอนว่าอาจารย์และตัวเองไม่มีทางนำเื่พวกนี้ไปเผยแพร่แน่นอน เพราะแม้จะเป็เื่ดีต่อคนอื่น ที่รับรู้ความลับนี้ แต่มันก็อาจจะนำปัญหา หรือความวุ่นวานไม่จบไม่สิ้นมาให้ตนเอง จึงตัดสินใจปกปิดความลับเหล่านี้ไว้ก่อน รอ่เวลาที่เหมาะสม หรือผู้สืบทอดที่คู่ควรถ่ายทอดวิชาความรู้เกี่ยวกับการสักยันต์ทั้งหมดต่อไป ดัง อาจารย์ลู่หานที่ถ่ายทอดส่งต่อให้แก่ลู่หานที่เป็ดั่ง ทั้งลูกของตนและศิษย์ของตนอีกด้วย
"เอาละนะ"
ลู่หาน ที่ถอดเสื้อของตนออกมา ซึ่งการสักยันต์ปลุกลมปราณคือ ศูนย์กลางชีพจรลมปราณทั้งหมด หรือจุดตันเถียน ตรงหน้าท้องตนเอง ซึ่งเป็จุดที่อันตราย น่ากลัวมากที่สุดเช่นกัน
หากผิดพลาด หรือสักยันต์อย่างไม่ระมัดระวังจนพลาดไปทำลายเส้นชีพจรสำคัญขึ้นมา ก็ยากที่จะกลับมาใช้ลมปราณได้อีก แล้วอาจจะทำให้ถึงตายได้เช่นกัน เพราะเป็จุดที่มีเส้นเืสำคัญของร่างกายอยู่ด้วย จึงมีความเสี่ยงพอสมควรอย่างมาก แต่ผลลัพธ์ที่ได้รับกลับมาก็ถือว่าคุ้มค่ายิ่งนัก เมื่อต้องยอมแลกกับความเสี่ยงเข่นนี้
ลู่หาน ที่ตัดสินใจแล้วว่า ตนเองต้องแข็งแกร่งเร็วขึ้น แล้วมากกว่านี้ และต้องเหนือกว่าแต่ก่อนอีกด้วย เผื่ออาจจะมีบางทีที่จะได้กลับไปที่ตนเองจากมาเพื่อทำการแก้แค้นคนร้ายที่ฆ่าอาจารย์ตนเองด้วยวิธีการชั่วร้าย สกปรก แม้จะยังไม่แน่ใจว่าอีกที่นึงอยู่ไหนก็ตาม บางทีอาจจะเป็อีกภพนึง อีกโลกนึง หรือโลกในอดีตชาติที่แล้ว หรืออาจจะเป็โลกหลังความตาย
ลู่หาน ที่แม้ในอดีตจะใช้วิธีปลุกพลังปราณนี้ได้สำเร็จ แต่ทุกอย่างเพราะฝีมืออาจารย์ตนเองทั้งนั้น ลู่หานเพียงแค่รับรู้ มองดูการกระทําของอาจารย์ แล้วได้รับการสืบทอดต่อมาเท่านั้น
"ท่านอาจารย์ ข้าหวังว่าจะเป็เก่งกาจเหมือนอย่างท่าน"
ลู่หาน ที่้าเป็เหมือนอาจารย์ของตนเอง ที่เป็ถึงระดับ เทพยุุทธยันต์มนตรา แต่ปลีกวิเวกออกมาจากเส้นทางต่อสู้ ตระเวน ค้นหา ค้นคว้า ความลับ ความหมายของยันต์ที่แท้จริง หรือยันต์รูปแบบดั้งเดิม เหมือนกับ วีรบุรุษ ที่สร้างสันติภาพของโลก แล้วเป็คนค้นพบรูปแบบยันต์มนตราคนแรกของโลก
ฉึก ฉึก ฉึก ฉึก
เสียงเข็มสักยันต์ ที่แทงลงท้องตนเองอย่างต่อเนื่อง ด้วยวิธีการสักยันต์หน้าท้องด้วยตนเอง แม้จะมีความยากลำบากมากกว่าการสักให้คนอื่น แต่ลู่หาน แต่ตอนนี้ไม่มีใครสามารถสักยันต์ แล้วสามารถวางใจในฝีมือ ความสามารถได้ จึงจำเป็ต้องทำด้วยตนเองเท่านั้น
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ จนยามค่ำคืนเริ่มมาเยือน แสงจันทร์สาดส่องผ่านทางหน้าต่างเข้ามาในห้องที่สะท้อนเห็นเป็เงาเด็กหนุ่มที่ทนสักยันต์อย่างต่อเนื่อง ที่ปากมีเืไหลออกมาจากความเ็ป แต่ต้องอดกลั้นไว้จนต้องกัดปากตัวเอง เพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้องออกมาให้คนอื่นได้ยิน