Battling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์

    ตอนที่ 42 ถูกย่ำยีจนชีช้ำ

    BRCO - บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์ โดย MingGuang
    ตอนที่ 42 ถูกย่ำยีจนชีช้ำ
    หลังจากกินข้าวเสร็จ หลินสวินผู้ยืนอยู่กลางลานหน้าบ้านก็สูดหายใจลึก แล้วหันไปประจันหน้ากับซย่าจื้อ “มาเริ่มกันเลย”การต่อสู้ด้วยกำลังกายแต่เพียงอย่างเดียวเป็นอีกหนึ่งวิธีการหลอมชำระร่างกายและวิญญาณที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุดวิธีการหนึ่งหลินสวินอยากลองดูว่าวิธีการที่แม่นางน้อยแนะนำมาจะมีประโยชน์จริงหรือไม่ซย่าจื้อผุดลุกขึ้นแล้วเดินเข้าหาหลินสวินอย่างไม่รีบร้อน ก่อนหยุดห่างกันราวหนึ่งจั้ง แล้วพับแขนเสื้อขึ้นด้วยท่าทางสบายๆ เผยให้เห็นต้นแขนที่ขาวดุจรากบัวนางเชิดหน้าขึ้นจ้องหลินสวินด้วยแววตาสุกใสปานอัญมณี แล้วท้าทาย “เข้ามาเลย”หลินสวินประหลาดใจเล็กน้อยและมีท่าทีลังเล ว่ากันตรงๆ แล้ว การเปิดฉากโจมตีเด็กผู้หญิงหน้าตาจิ้มลิ้มวัยเพียงห้าหกขวบ ที่สูงเพียงหน้าอกของเขาเป็นอะไรที่น่าประดักประเดิดพิกลถึงแม้เขาจะรู้ดีว่าความสามารถในการต่อสู้ของซย่าจื้อแข็งแกร่งเกินคาดนัก ทว่าเขาก็ยังรู้สึกไม่สบายใจที่จะประมือกับนางอยู่ดีกระนั้นเขาก็ตัดสินใจเพ่งมองซย่าจื้อด้วยสีหน้าจริงจัง กัดฟันกรอด ฝ่ามือรวบรวมพลัง ใช้กระบวนท่าพยัคฆ์คำรามคร้ามศัตรูออกไปซวบ!หมัดที่ปล่อยออกมาด้วยแรงจากร่างกายทำเอาอากาศโดยรอบสั่นสะเทือน ให้ความรู้สึกราวกับพยัคฆ์ดุร้ายกำลังเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทั้งแข็งแกร่งและเปี่ยมไปด้วยพลังเห็นได้ชัดว่าเคล็ดวิชาเพลงมวยยาตราทัพของหลินสวินบรรลุขั้นแม่นยำแล้ว เขาจึงสามารถนำพลังจากแก่นแท้ของกระบวนท่าเพลงมวยออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่กระนั้นซย่าจื้อกลับไม่ขยับหนีแม้เพียงนิด นางเพียงยกแขนขึ้น นิ้วมือขาวนุ่มนวลนั้นก็คว้าจับข้อมือหลินสวินไว้ได้แล้ว หลินสวินถึงกับตะลึงไป แต่ยังไม่ทันที่เขาจะชักมือออก ซย่าจื้อก็สะบัดแขนของตัวเองเบาๆ เสียก่อนกร๊อก!ร่างของหลินสวินสั่นเทิ้มน่ากลัวราวกับริ้วผ้าที่ถูกฉีกกระชาก ก่อนล้มโครมลงกับพื้น กระดูกทั้งตัวราวกับจะแตกออกจากกัน เจ็บจนหน้าตาบิดเบี้ยวสูดหายใจเฮือกไม่หยุดทว่าหลินสวินกลับไม่ได้สนความเจ็บปวดทางกาย เท่ากับที่เขาตะลึงจนเป็นใบ้เบื้ออยู่ในใจ เขาถูกกำราบจนราบคาบ ไม่ทันได้ตอบโต้การโจมตีที่เร็วปานสายฟ้าแลบนั้นด้วยซ้ำหลินสวินแน่ใจว่าซย่าจื้อไม่ได้ใช้พลังวิญญาณเลยแม้แต่น้อย พูดง่ายๆ ก็คือ แม่นางน้อยสามารถเอาชนะเขาได้เพียงแค่สะบัดข้อมือครั้งเดียวเท่านั้น!เขาพยุงร่างขึ้นยืนแล้วมองซย่าจื้ออย่างจนตรอกอยู่บ้าง ในดวงตาไม่มีแววดูถูกหลงเหลืออยู่ มีเพียงความจริงจังและจริงใจเท่านั้นขณะเดียวกัน ซย่าจื้อเองก็ขมวดคิ้วคู่งามและกล่าวว่า “เจ้านี่ใช้ร่างกายไม่ได้เรื่องเลย ขนาดหมูป่าขนแข็งมันยังใช้ร่างกายได้ดีกว่าเจ้าเสียอีก”สีหน้าของหลินสวินเข้มขึ้น แม่นางวัยห้าหกขวบเปรียบว่าเขาด้อยกว่าหมูป่าอีกกระนั้นหรือ ขายขี้หน้าชะมัดซวบ!หลินสวินส่งเสียงปานฟ้าคำราม งอตัวกำหมัดแน่นแล้วโจมตีด้วยกระบวนท่าบรรพตข่มจันทรากระบวนท่านี้ใช้ได้ทั้งในเชิงรุกและเชิงรับ เขาไม่เปิดโอกาสให้ซย่าจื้อสวนกลับได้อีกกระนั้นเขากลับรู้สึกเพียงข้อมือของเขาถูกคว้าหมับเข้าอีกครั้ง แล้วถูกเหวี่ยงกระแทกลงกับพื้นดังโครมใหญ่ประหนึ่งหินถล่ม จมูกโชกเลือดและใบหน้าบวมเป่งของเขาเด่นหราออกมาท่ามกลางฝุ่นฟุ้งตลบอบอวลสะบักสะบอมเกินไปแล้ว!ถึงแม้เขาจะมีความเป็นผู้ใหญ่ แต่อย่างไรก็ยังเป็นเด็กหนุ่มวัยสิบสามปีผู้มีฝีมือโดดเด่นและเลือดร้อน เรื่องนี้ช่างเสื่อมเสียเกียรติจนยากจะรับไหว“เอาใหม่!”หลินสวินไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นแล้ว เขาคำรามลั่นแล้วพุ่งออกไปทันทีคราวนี้เขาเปลี่ยนท่าโจมตีด้วยการยกแขนทั้งสองข้างขึ้น กำหมัดแน่นจนเป็นรูปคันธนู แล้วปล่อยกระบวนท่าตรวนเหล็กเกราะกำบังออกมาใช้กระบวนท่านี้แล้ว ซย่าจื้อไม่มีทางจับข้อมือเขาได้แน่นอนแล้วมันก็ได้ผล ครั้งนี้ซย่าจื้อขมวดคิ้วน้อยๆ แล้วเยื้องย่างตรงมาทางเขาประหนึ่งมังกรอสรพิษคืบคลานเข้าใกล้ นางสลายการป้องกันของหลินสวินด้วยการใช้ปลายเท้าเตะเข้าที่หน้าขาของเขาหลินสวินรู้สึกว่าขาขวาของตัวเองชาหนึบขึ้นมาทันที เขาเซถลาจนเกือบล้มประหนึ่งว่าจะหมดสติเสียให้ได้ขณะนั้นเองซย่าจื้อก็หักข้อมือเขาแล้วสะบัดแขนเบาๆ อีกครั้งเช่นเดียวกับที่ผ่านมา หลินสวินล้มหน้าคว่ำลงกับพื้น แผ่นดินสั่นไหว ฝุ่นดินฟุ้งกระจายด้วยผมเผ้ายุ่งเหยิง จมูกโชกเลือด และใบหน้าบวมเป่ง หลินสวินพยายามทรงตัวขึ้นยืนอีกครั้ง ทั้งตัวเปรอะเปื้อนฝุ่นไม่ต่างอะไรกับลูกหนูตกน้ำหลินสวินจับจ้องซย่าจื้อแน่วแน่ ความรู้สึกมากมายประดังประเดเข้ามาในใจเขา ทั้งตะลึง ทั้งฉงน ทั้งโกรธ ทั้งอับอาย แล้วก็อะไรต่อมิอะไรจนยากจะพรรณนากระนั้นซย่าจื้อก็หาจับความรู้สึกเหล่านั้นได้ไม่ นางเพียงขมวดคิ้วแล้วมองหลินสวินด้วยความกังขาภายใต้ใบหน้าสงบนิ่งงดงาม “หลินสวิน นอกจากเจ้าจะอ่อนหัดกว่าหมูป่าขนแข็งแล้ว เจ้ายังโง่กว่ามันอีกด้วยรึ”ฉึก!ได้ยินดังนั้น หลินสวินรู้สึกว่าโลหิตและลมปราณทั้งหมดสูบฉีดขึ้นไปคั่งในสมอง ความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ทั้งละอายและเดือดดาลแผดเผาราวเพลิงสุมทั่วทั้งร่างของเขานางพูดมาได้อย่างไรกันว่าเขาอ่อนหัดกว่าหมูป่านางพูดมาได้อย่างไรกันว่าเขาโง่กว่าหมูป่าหลินสวินแทบจะน้ำลายฟูมปากด้วยความคลั่ง เขาแหกปากแล้วพุ่งเข้าหาซย่าจื้ออีกครั้ง นัยน์ตาถลนโครม!ซย่าจื้อเบ้ปากแล้วยกสองมือขึ้นด้วยความเบื่อหน่ายเต็มทน เพียงสะบัดแขนครั้งเดียว หลินสวินก็ลงไปกองกับพื้นอีกครั้งตามคาด“เอาใหม่”ถึกทนไม่แพ้แมลงสาบ หลินสวินพุ่งเข้าหานางอีกครั้งทันทีที่ลุกขึ้นยืนได้ความรู้สึกอับอายอย่างหนักจุดให้เลือดนักสู้ของเขาเดือดพล่านจนลืมทุกอย่างสิ้น ทั้งยังขจัดทุกความฟุ้งซ่านและข้อจำกัดออกไปจากสมองเขาตอนนี้เขาเป็นเพียงเด็กผู้ชายที่ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ตอนนี้เขาเกรี้ยวกราดไม่ยอมใคร อารมณ์ร้อน ค่อยดูเหมือนเด็กหนุ่มอายุสิบสามปีทั่วไปขึ้นมาหน่อยโครม!เขาพ่ายแพ้อีกครั้ง“เอาใหม่”โครม!“เอาใหม่”โครม!ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านตลอดช่วงบ่ายวันนั้น เสียงนี้ดังสนั่นไปทั่วทั้งลานหน้าบ้านของหลินสวิน ช่างเป็นเสียงที่ชวนขนลุกเสียจนแม้แต่ฝูงนกจาบฝนที่พำนักอยู่บนต้นหลิวถึงกับบินหนีด้วยความหวาดกลัวหัวหน้าหมู่บ้านเซียวเทียนเริ่นได้ยินเสียงนั้น ก็เดินมาดูที่ลานหน้าบ้านของหลินว่าเกิดอะไรขึ้น จึงได้ทันเห็นซย่าจื้อจับร่างของหลินสวินยกขึ้นราวกระสอบข้าว แล้วทุ่มลงกับพื้นอย่างไร้ความปรานีเซียวเทียนเริ่นเป็นอันตะลึงพรึงเพริด นึกว่าตนตาฝาดไปหรืออย่างไร รีบขยี้ตาแรงๆต่อมาเขาถึงรู้ได้ว่าไม่ได้ตาฝาด เด็กหนุ่มฝีมือโดดเด่นผู้พิทักษ์หมู่บ้านเฟยอวิ๋นและได้รับความชื่นชมจากทุกคน บัดนี้กลับถูกทารุณอย่างน่าเวทนาโดยแม่นางน้อยวัยเพียงห้าหกปี และไม่มีทีท่าว่าจะป้องกันตัวได้เลยเซียวเทียนเริ่นถึงกับเหวอไป นี่มันบ้าเกินไปหน่อยแล้ว เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้อย่างไรกัน เขาจนปัญญาจริงๆเขาตั้งใจจะมาหารือเรื่องการขุดแร่ทองแดงเพลิงเฟยอวิ๋นกับหลินสวิน ทว่าเมื่อเห็นภาพตรงหน้าแล้ว ก็รีบหนีกลับโดยไม่รอท่าจนตะวันเริ่มคล้อยต่ำลงมา ลานหน้าบ้านจึงกลับคืนสู่ความสงบหลินสวินกัดฟันกรอด กะโผลกกะเผลกด้วยสภาพร่างกายที่ร่อแร่เต็มไปด้วยบาดแผล เขาถอดเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นและฝุ่นเขรอะออก ก่อนกระโจนลงอ่างน้ำขนาดใหญ่ที่เตรียมไว้ในอ่างน้ำนั้นอุดมไปด้วยวัตถุดิบวิญญาณหลากชนิด ช่วยฟื้นฟูร่างกายและเรียกความแข็งแรงกลับมาให้เขาได้อย่างดีเยี่ยมฟู่!หลินสวินถอนหายใจเอาอากาศเสียออก และรู้สึกผ่อนคลายยามที่น้ำโอสถอุ่นๆ ซึมซาบเข้าไปในร่างกายอันเหวอะหวะของเขาอย่างอ่อนโยนกระนั้นครั้นเขาเห็นซย่าจื้อเข้ามาใกล้ หัวใจก็บีบแน่น ประกายความอับอายและไม่ยอมแพ้ฉายชัดบนใบหน้าหลินสวินลืมไปแล้วว่าเขาพ่ายแพ้ไปกี่ครั้งตลอดบ่ายวันนี้ เขารู้เพียงว่าแต่ละครั้งทำเอากระดูกเกือบแหลกเป็นเสี่ยงๆตอนนี้ร่างกายของเขาทั้งด้านชาและเหนื่อยล้านัก ความเจ็บปวดในทุกเสี้ยวส่วนของผิวหนังและกระดูกโถมทับเขามิดเขาทนรับความเจ็บปวดพวกนี้ แค่ความเจ็บปวด กัดฟันทนเอาก็ผ่านไปแล้ว แต่ที่เขาทนรับไม่ได้ก็คือการพ่ายแพ้ให้แก่กระบวนท่าเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาตลอดทั้งบ่ายทำให้หลินสวินชักจะเริ่มสงสัยแล้วว่า หรือเขาจะโง่กว่าหมูป่าขนแข็งจริงๆ เด็กหนุ่มส่ายศีรษะอย่างแรง เขาไม่มีวันยอมรับหรอกว่าตัวเองอ่อนหัดกว่าสัตว์ป่า“ข้าจะเข้านอนละ”ซย่าจื้อพูดเสร็จก็ลุกขึ้น แล้วตรงเข้าห้องไปทันที แถมยังทิ้งท้ายไว้อย่างนึกขึ้นได้ “อ้อ แล้วก็อย่าลืมทำกับข้าวไว้ด้วยล่ะ ตอนตื่นมาข้าต้องหิวมากแน่ๆ”หลินสวินถึงกับอึ้งไป ในใจอยากตะโกนสวนไปว่า ‘สะบักสะบอมขนาดนี้ยังจะให้ข้าทำกับข้าวให้กินอีกหรือ ช่วยเห็นใจกันหน่อยได้ไหม’ แต่เขาก็ไม่ได้ตะโกนออกไปพลันรอยยิ้มขมขื่นก็ฉายขึ้นบนใบหน้าเขา ดูเหมือนเขาจะยอมรับชะตากรรมนี้ได้แล้ว หลินสวินถอนหายใจแล้วแหงนหน้าพิงขอบอ่างน้ำ จ้องมองไปยังท้องฟ้ามืดมิดเหนือศีรษะอย่างแน่แน่ว ทุกอารมณ์ความรู้สึกในดวงตาของเขามลายหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงแววกระจ่างใสลุ่มลึกอย่างที่เคยเป็นมาเขาครุ่นคิดถึงการต่อสู้เมื่อบ่ายนี้วนไปเวียนมา พิจารณาทุกรายละเอียดจนไม่ทันไรก็ตกเข้าไปในห้วงความคิดของตัวเองกระบวนท่าการต่อสู้ของซย่าจื้อง่ายดายนัก เพียงจับข้อมือแล้วก็สะบัดแขน เขาก็แพ้ราบคาบแล้วแรงจับนั้นแข็งแกร่งราวบ่วงเหล็กยากหักหาญแรงสะบัดนั้นว่องไวเฉียบคมยากรับมือกระนั้นเมื่อทบทวนอีกที ช่างเป็นกระบวนท่าที่มีอะไรให้เรียนรู้มากมาย เช่น การจับที่รวดเร็วปานฟ้าแลบ และแม่นยำราวนกเหยี่ยวที่จ้องหาจังหวะตะครุบกระต่ายภายในเงื้อมมือเดียวกระบวนท่านั้นยังทดสอบทักษะสายตาและความว่องไวอีกด้วย และเพราะไม่ใช่กระบวนท่าที่สลับซับซ้อนอะไร ไม่ว่าใครหากได้ฝึกอย่างเป็นจริงเป็นจังก็ทำตามสำเร็จได้ไม่ยากสิ่งที่ทำให้หลินสวินตะลึงยิ่งกว่าคือแรงที่ใช้ในการสะบัด ไม่ต่างอะไรจากการร่อนตะแกรง มันเขย่าร่างทั้งร่างของเขาให้สั่นสะท้านปานสายน้ำเชี่ยวกราก แทบจะหักกระดูกเขาจนป่นปี้ช่างโหดร้ายอะไรเช่นนี้ซย่าจื้อใช้เพียงพลังกายทำเช่นนั้นได้อย่างไรกันหลินสวินตกอยู่ในภวังค์แห่งความคิดเช่นนั้นเนิ่นนานสรรพคุณของโอสถที่อยู่ในอ่างน้ำซึมซาบเข้าไปในร่างของหลินสวิน ปัดเป่าทุกความด้านชาและอ่อนล้าให้หายเป็นปลิดทิ้ง เขารีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและเตรียมอาหารเย็นโดยไม่รีรอการต่อสู้ระหว่างเขากับซย่าจื้อมีอะไรบางอย่างพิเศษกว่าปกติ แม้หลินสวินจะพ่ายแพ้ยับเยิน ทว่าบาดแผลทั้งหมดกลับเป็นเพียงแผลตื้นๆ ไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่ตาเห็นหลินสวินชักจะสงสัยแล้วว่าซย่าจื้อต้องออมมือให้เขาเป็นแน่ เพราะเขาก็ไม่แน่ใจว่าแม่นางน้อยใช้พลังที่แท้จริงออกมามากน้อยเท่าไหร่เมื่ออาหารเย็นตั้งเรียงรายบนโต๊ะเป็นที่เรียบร้อย ซย่าจื้อก็ปรากฏกายขึ้นหลินสวินคดข้าวใส่ชามให้นางยิ้มๆ แล้วโพล่งขึ้น “ข้าว่าข้าเข้าใจแล้วล่ะ”ซย่าจื้อพยักหน้าแล้วหยิบเนื้อชิ้นที่หนาเท่าแขนเข้าปากพลางเอ่ย “เจ้าคงโง่เกินไปแล้ว หากเรื่องง่ายๆ แค่นี้ก็ยังคิดไม่ออก”หลินสวินสูดหายใจลึก แล้วตัดสินใจเพิกเฉยต่อคำปรามาสที่ไม่ได้มีเจตนาร้ายของนาง ก่อนพูดออกมาอย่างหนักแน่น “พรุ่งนี้มาสู้กันอีกนะ”ทุกถ้อยคำกลั่นออกมาอย่างชัดเจน ทว่าซย่าจื้อสัมผัสได้ว่ามีแววขมขื่นเจืออยู่ในน้ำเสียงของอีกฝ่าย นางจึงเชิดหน้าขึ้นแล้วไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งก่อนกล่าวว่า “พรแสวงชดเชยพรสวรรค์ที่ขาดไปได้ นกกระจอกที่บินช้าก็ควรออกตัวเร็วกว่านกตัวอื่น ข้าเพิ่งเคยได้ยินสุภาษิตเหล่านี้ และเห็นว่าเหมาะกับเจ้าในเวลานี้ดี”สีหน้าหลินสวินเข้มขึ้นฉับพลัน นี่นางเสพติดการสบประมาทเขาหรืออย่างไรกันใครกันที่ขาดแคลนพรสวรรค์แล้วใครกันที่เป็นนกกระจอกบินช้าข้าเป็นเช่นนี้ในสายตาของนางมาตลอดเลยกระนั้นหรือ“กินเข้าไปเถอะ”หลินสวินกัดฟันกรอดจ้องซย่าจื้อเขม็ง ก่อนพุ้ยอาหารเข้าปากเพื่อสลัดทุกความรู้สึกทิ้ง และยุติบทสนทนาอันไม่ชวนพิสมัยนั้นคืนนี้เงียบสงบเฉกเช่นทุกคืน กระนั้นเมื่อกาลผ่านไป พวกเขาหวนกลับมานึกถึงมันอีกครั้งในความทรงจำ ก็จะเข้าใจว่าราตรีนี้ช่างมีค่ามากมายเหลือเกิน

    TBC

    เข้าไปพูดคุยกับผมได้ที่ FB Group : Battling Records of the Chosen One แปลไทย by Ming Guang นะครับ

    คล้ายกับเรื่องBattling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์ ที่คุณอ่าน

    อสูรข้ามฟ้า

    อสูรข้ามฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.46M 2294
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.60M 3244
    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    1.11M 1756
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734