ตอนที่ 6
หลังจากผ่านวันแรกในการฟิตติ้งเสื้อผ้าเรียบร้อย...โรยทรายก็มีเวลาอีกสองวันในการอ่านบทละครและท่องจำให้ขึ้นใจ ก่อนจะเข้าฉากจริงในวันเปิดกล้องถ่ายทำพร้อมกับบวงสรวงละคร เธอรู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมากที่ความใฝ่ฝันครั้งหนึ่งกำลังเป็จริงชนิดที่ไม่คาดฝันและรวดเร็ว
เธอนั่งมองบทละครในมือ พยายามตั้งสติในการท่องจำ แล้วลองแอ็คติ้งท่าทางผ่านกระจกบานยาวสำหรับแต่งตัวในห้อง...แม้จะได้รับคำเยินยอจากคุณอามยุราว่าเธอเคยผ่านการแสดงมาบ้างเมื่อครั้งตอนเรียนมหาวิทยาลัยแต่เื่ราวมันก็ผ่านมานานเนิ่นหลายปี...อย่างไรก็คงต้องรื้อฟื้นวิชาที่เคยร่ำเรียนอีกครั้ง
แต่คราวนี้ไม่ใช่แค่การแสดงของคณะฯหรือของมหาวิทยาลัยแล้วแต่มันเป็ของจริง...เธอจึงคิดว่าแค่ความรู้เดิมๆคงไม่เพียงพอ จึงตกปากรับคำคุณอามยุราที่จะเป็ธุระจัดหาแอ็คติ้งโค้ชมาเป็ผู้ฝึกสอนการแสดงเพิ่มเติมให้เธอ...แต่ก็คงเป็สัปดาห์หน้าหลังจากผ่านวันเปิดกล้องไปแล้ว
วันนี้จึงเป็วันที่เธอต้องทุ่มเทการท่องบทอยู่เพียงลำพัง...แต่ใจก็คิดไปว่าถ้ามีใครสักคนมาช่วยต่อบทให้สักหน่อยก็คงจะดี
โรยทรายหยิบนวนิยายเล่มที่เธอชอบในขณะนี้เื่ ‘แม่น้ำนี้ชื่อนิจนิรันดร์’ มาเปิดอ่านอีกครั้งเปิดไปยังหน้าแรกของหนังสือ
...สายน้ำไม่มีวันไหลกลับ...เป็คำโปรยขึ้นต้นสำหรับบทนำต่อด้วยถ้อยบรรยายสามบรรทัด ดังว่า ‘รักที่จืดจาง...จะกลับหวานชื่น รักที่แอบซ่อน...จะได้เปิดเผยรักที่ได้พลัดพราก...จะได้กลับมาพบเจอ’2
คำหวานละมุนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ตัวอักษรไม่กี่ประโยคกลับทำให้เธอรู้สึกเคลิบเคลิ้ม เหมือนกลับไปอยู่ในห้วงนิยายอีกครั้ง
ความรักของเธอล่ะจะเป็แบบถ้อยคำสลวยนั้นบ้างหรือไม่...
เพียงแค่คิด...จิตใต้สำนึกก็เหมือนสั่งการให้ร่างสูงบางเดินออกจากห้องนอนก้าวเท้าไปตามทางเดินเพื่อไปยังท่าน้ำเมื่อวันก่อนอีกครั้ง...ดั่งต้องมนตราสะกด
ไม่ใช่เื่ลี้ลับ...ไม่ใช่ถูกสะกดจิต...แต่เป็แค่ความตราตรึงใจจนเกิดความโหยหาที่อยากจะเป็เหมือนนางเอกในนิยายบ้าง...ความคิดนี้ไม่ใช่เพิ่งบังเกิดหากแต่เมื่อหยิบนิยายเล่มนี้ขึ้นมา...ทุกบททุกตอนแห่งความปลาบปลื้มก็ชวนให้หลงใหลจนอยากจะมายืนอยู่ที่ท่าน้ำเ้าพระยาแห่งนี้นี่เอง
คราวก่อนก็กำลังเคลิบเคลิ้มได้ที่ไม่ได้จะคิดสั้นแต่อย่างใด กลับมีอีตาหน้าบึ้งเข้ามาขัดจังหวะการสร้างความโรแมนติกเอาเสียดื้อๆ...คราวนี้คงไม่มีทางซะล่ะ
ลมกำลังพัดเอื่อยโชยกรุ่นกลิ่นหอมจากผิวแม่น้ำเข้ามาปะทะอยู่ปลายจมูกผสานกลิ่นดอกราตรีที่ปลูกเรียงรายอยู่ไม่ห่างกันเข้ามาอวลอบอยู่เพียงแค่สูดลมหายใจเข้า
ทุกอย่างมันช่างหอมเร้าอารมณ์จนแทบอยากจะทิ้งตัวลงบนผืนผิวน้ำนั้นเสียจริงๆ...เพียงแต่ตอนนี้มันเป็ชีวิตจริงจะให้เลียนแบบในนวนิยายก็คงไม่ใช่
สายลมกำลังโชยแ่พลิ้วหวามไหวอย่างรัญจวน...ก็ต้องหยุดแน่นิ่งไร้การเคลื่อนไหวด้วยเสียงใครคนหนึ่งที่คุ้นหู ะโเรียกอยู่ไม่ไกล
“นั่นคุณจะทำอะไรน่ะ...อย่าบอกนะว่าคุณจะฆ่าตัวตายอีก”
ไม่ใช่เสียงใครอื่น...เมื่อโรยทรายหมุนตัวกลับมามองคนที่เข้ามาขัดจังหวะก็เห็นชัดว่าเป็คนเดิม...ถามแบบเดิม เหมือนเวลามันย้อนกลับไปเมื่อวันเก่าเพียงแต่คราวนี้น้ำเสียงของเขา ดูอ่อนทุ้มเรียบเรื่อยลงมาก
เมื่อเห็นหน้าโดมทองอีกครั้งก็พลันให้นึกถึงวันที่อยู่ในห้องคราวก่อนขึ้นมา แล้วความขวยเขินก็ขึ้นมาแทรกอยู่กลางหน้าจนแก้มบางนั้นแอบเจือสีชมพูระเรื่อ
แล้วความซุ่มซ่ามก็ตามหลังความเหนียมอายเพียงชั่วอึดใจเมื่อเผลอก้าวเท้าถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพราะลืมตัวว่าตัวเองนั้นยืนิ่เหม่กับปลายสะพานเสียเหลือเกิน
ร่างทั้งร่างเหมือนกับถูกแรงโน้มถ่วงของสายน้ำดึงดูดให้ล้มลงหงายหลังชนิดที่เรียกว่าไม่ทันตั้งตัวได้...บอกตามตรงว่าตอนนี้ตัวเธอเหมือนกับกำลังหลุดลอยจึงปล่อยหนังสือนิยายกับบทละครที่ถือติดมือลงมาให้ร่วงหล่นกระจัดกระจาย ส่วนมือเรียวยาวนั้นก็เหมือนกำลังไขว่คว้าหาที่ยึดเหนี่ยว...แต่ก็ว่างเปล่ามีเพียงอากาศที่ล่องลอย เอื้อมมือคว้าไว้เท่าไรก็ไม่อาจเอื้อมได้
มีแต่ร่างใหญ่เท่านั้นที่โรยทรายเอื้อมถึง และรีบคว้าไว้ทันใดเมื่อเขาวิ่งเข้ามาประคองเธอก่อนจะร่วงหล่นสู่ผืนน้ำ
ไม่สิ...นั่นอาจไม่ใช่การประคองอาจจะเป็การกระชากเธอไม่ให้ร่วงหล่นไปสู่สายน้ำเ้าพระยาที่ทอดยาวเสียมากกว่า เมื่อเธอเริ่มตั้งสติได้เพราะแรงเหวี่ยงจากการกระชากของเขา มันเอาเื่พอดู
แล้วมันก็เหมือนฉากในภาพยนตร์ที่ย้อนกลับมาอีกครั้งเมื่อเธอล้มลงไปทับร่างกำยำของเขา...แต่คราวนี้เธอและเขาต่างมีสติด้วยกันทั้งคู่ไม่ใช่เหมือนในคืนก่อนตอนที่เขาเมาหลับแล้วคว้าเธอลงไปกอดในอ้อมอก
ริมฝีปากหยักหนาได้รูปรวมกับสีชมพูบนเรียกปากของเขาอยู่ห่างเพียงแค่คืบ...โรยทรายไม่ได้หลับตาปี๋เพราะความตื่นกลัวหากแต่กลับจ้องไปยังดวงตาของเขาเข้าอย่างจัง มันแปลกที่คราวนี้ในดวงตานั้นดูช่างอบอุ่นเสียเหลือเกิน
“ขอโทษค่ะ...ฉันไม่ได้ตั้งใจ”เธอรีบลุกขึ้นก่อนจะปัดเอาเศษใบไม้ที่ติดตามตัวออก
“ถ้าไม่ได้คุณโดมมาช่วยไว้...มีหวังคงลงไปว่ายน้ำแม่น้ำเ้าพระยาแหงๆ” คนพูดได้แต่ยิ้มเจื่อนอำพรางความตื่นเต้นข้างใน
“คุณ...” ชายหนุ่มทำท่านึก ก่อนที่หญิงสาวจะเอ่ยชื่อตัวเองให้อีกฝ่ายรู้จักอย่างเป็ทางการ
“โรยทรายค่ะ...เรียกว่าทรายเถอะค่ะ”
“คุณทรายคงไม่ได้จะคิดอย่างที่ผมพูดใช่ไหมครับ”
“ใครจะไปคิดอะไรตื้นๆแบบนั้นล่ะคะ”หญิงสาวก้มลงเก็บหนังสือนิยายที่ตกอยู่กับพื้น
ส่วนบทละครอีกเล่มซึ่งตกอยู่ห่างกันแต่ใกล้มือของโดมทอง...เขาจึงเป็คนเก็บขึ้นมาให้ เขามองที่หน้าปกและเปิดพลิกดูเนื้อในลวกๆแล้วจึงเอ่ยถามก่อนจะส่งคืนไปยังเ้าของ
“คุณทรายเป็นักแสดงเหรอครับ”
“คุณโดมรู้ด้วยหรือคะว่านั่นเป็บทละครสำหรับนักแสดง”คนตอบรู้สึกตื่นเต้น
“แหมคุณ...ตัวหนังสือหน้าปกออกจะเบ้อเร่อ...ใครเห็นก็คงเดาไม่อยากหรอกครับ”
เขายังคงมองหน้าปกนั้นอยู่ก่อนจะทวนชื่อละคร ‘นางร้ายป้ายแดง’ แล้วก็รู้สึกว่าชื่อละครเื่นี้มันคุ้นเสียเหลือเกิน
“ขอโทษนะครับคุณทราย...ละครเื่นี้ ดาราที่ชื่อปาหนันร่วมแสดงด้วยหรือเปล่าครับ” เขาถามอ้อมแอ้ม
“ใช่ค่ะคุณโดม เื่นี้คุณปาก็เล่นด้วย”โรยทรายเอื้อมมือไปขอบทละครคืน
แค่คำตอบนี้ก็ทำให้เขารู้แล้วว่า...ละครเื่นี้ที่ปาหนันเล่นด้วยเป็ละครที่กำลังจะเปิดกล้องแล้วเพิ่งจะให้ข่าวกับทางสื่อไปไม่กี่วัน...แสดงว่าโรยทรายที่ทางนักข่าวเขียนถึงก็คือหญิงสาวตรงหน้าคนนี้เอง
เขามองเธออย่างชื่นชมพลางคิดว่าเขาควรจะปกปิดตัวเองเอาไว้ดีกว่าว่าตัวเขาก็เป็ดาราในวงการเหมือนกัน...เพียงแต่เขาเป็ดาราที่ยังไม่มีชื่อเสียงโด่งดังนักเหมือนกับพระเอกจอมเ้าชู้ที่เล่นประกบเธอ
“แล้วละครจะเปิดกล้องเมื่อไหร่ครับ”
“อีกสองวันก็จะบวงสรวงละครพร้อมถ่ายคิวแรกเอาฤกษ์เอาชัยเลยค่ะ” เธอเล่าอย่างตื่นเต้น “แต่ทรายยังท่องบทไปไม่ถึงไหนเลยค่ะ...นี่ก็กะว่าจะเอาบทละครมาท่องที่ริมน้ำเผื่อจะสร้างบรรยากาศในการจดจำบ้าง”
“เข้าใจเลือกสถานที่ในการท่องบทนะครับ”เขาส่งรอยยิ้มอันชวนหลงใหลให้กับหญิงสาว
“แล้วคุณทรายมีคนต่อบทให้รึยังครับ...ถ้ายังไม่มี ผมจะช่วยต่อบทให้”
แม้โดมทองไม่ได้บอกว่าเขาเคยมีประสบการณ์การถ่ายละครมาบ้างเล็กน้อย...แต่เขาก็อยากจะลองช่วยต่อบทให้...หากเธอ้าโดยที่จะไม่ยอมบอกเด็ดขาดว่าเขาก็เป็คนในวงการเดียวกัน
“จริงหรือเปล่าคะ” น้ำเสียงเธอตื่นเต้นเหลือเกินไม่รู้ดีใจที่มีคนมาช่วยต่อบทให้หรือดีใจที่จะได้ใกล้ชิดผู้ชายตรงหน้าแบบไม่ทันตั้งตัว
///////////////////////////////////////