ฉันที่เป็นักเรียนสาว ม.ปลายของห้องๆหนึ่ง ขอบันทึกเื่บ้าๆที่เกิดขึ้นนี้ให้ตัวฉันในอนาคตได้จำเหตุการณ์วันนี้ได้ทีเถอะ มันจะเป็วันที่ฉัน ไม่มีวันลืม
.
.
.
.
.
วันนั้น พวกเรามารวมตัวกันที่หน้าเสาธงในชุดนักเรียนตอนเกือบๆแปดโมงเช้าในวันศุกร์ผนวกกับแดดร้อนๆกำลังดี คุณครูบอกพวกเราว่าจะมีคะแนนพิเศษให้เยอะมาก ชนิดที่ว่าได้เกรด4แน่ๆ เพื่อนห้องอื่นก็บอกฉันว่าครูจะให้สิทธิ์ไม่ต้องส่งงานย้อนหลัง บางห้องก็จะแก้เกรดให้ และหลายๆเหตุผลสุดแล้วแต่เล่ห์อุบาย เปย์แต้มเอาใจหนักขนาดนี้ มีเหรอพวกเราจะไม่มา ตัวฉันนี่ถึงขนาดต้องไปบุกบ้านเพื่อนจอมตื่นสายที่อยู่ใกล้ๆโรงเรียนผู้รักษาสถิติไม่เคยร้องเพลงชาติทัน3ปี ถ่อสังขารลากตัวยัยนั่นมาเข้าแถวทันได้
โอเคร ตอนนั้นนักเรียน ม.ปลายทุกคนในโรงเรียนมารวมตัวกันครบทุก3ชั้นปี ( ม.4-5-6 ) ประมาณเก้าร้อยคน ( 1 ชั้นปีมี 10 ห้อง ห้องละ 30 คน ) เป็ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แต่วันนั้นมันมีอะไรแปลกๆบางอย่างที่พวกเราทุกคนััได้ ทำไมยามหน้าโรงเรียนกับคุณครูไม่อนุญาติให้รถผู้ปกครองเข้ามาข้างใน? ผู้ปกครองบางคนก็โวยวายออกมาจนคนด้านในได้ยิน คือจะจัดงานอะไรงี้เหรอถึงต้องขนาดห้ามรถเข้ามา ก็ไม่นะ ไม่ได้มีเต้นท์หลังคามากางตามถนนไรงี้ซะหน่อย คือโรงเรียนของเราเป็โรงเรียนประจำจังหวัดไง พื้นที่กว้างขวางมาก ตึกก็เยอะ สนามกีฬาใหญ่โตขนาดที่ว่าเราเห็นนักฟุตบอลทีมชาติ นักร้องดังๆมาขอใช้สเตเดียมที่นี่จนพวกเราเฉยๆกับไอดอลเลยแหละ
ปมสงสัยที่ยังไม่ถูกคลาย ก็ต้องหยุดลงเสียงตามลำโพงเตรียมตัวเคารพธงชาติดังขึ้น
ธงชาติที่ถูกผูกอยู่ด้านล่างเสาธง ค่อยๆถูกดึงขึ้น ดึงขึ้น ตามทำนองของเพลงชาติที่ดำเนินไป ทุกคนกิจกรรมของทุกคนในแถวตอนนี้คือจ้องไปที่ชายหญิงสองคนที่กำลังลุ้นว่าจะชักธงชาติขึ้นทันถึงยอดก่อนทุกคนจะร้องจบรึเปล่า เพราะถึงเวรของสองคนนี้ทีไร ไม่เคยจะทันชาวบ้านเขาเลยแหละ แต่ก็ยังเป็สีสันเล็กๆน้อยๆตอนเข้าแถวกลางแดดล่ะนะ
อยู่ดีๆ ท่าน ผอ.ชายวัยกลางคนของเราปรากฎตัวขึ้นกับชุดสูทกางเกงขายาวสีน้ำตาล ท่านเดินขึ้นมาบนแท่นเสาธง กางขายืนด้านหลังชายหญิงสองคนที่กำลังงุ่นกับธงชาติอยู่ พวกเราก็แปลกใจ เพลงชาติยังร้อนไม่ทันจบเลย จะรีบไปไหนกัน
ทันใดนั้นแหละ จังหวะนั้นที่ทำให้ทุกๆคนต้องตาค้าง จังหวะที่ทำให้ทุกคนต้องแตกตื่น จังหวะที่ความสับสนะเิไปทั่วหัวสมอง จังหวะที่ทุกๆอย่างเกิดเร็วมาก และ จังหวะที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตพวกเราไปตลอดกาล
\\ ฟุ่มมม!!! \\
ผอ.ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีน้ำตาล ะโสูงลิ่วขึ้นไปสู่ท้องฟ้า แรงะโอย่างรวดเร็วของเขาทำให้มวลอากาศรอบข้างจุดที่เขาะโ แตกกระจายออกโดนร่างของนักเรียนที่อยู่บริเวณใกล้ๆ ร่างของเหล่านักเรียนที่ยืนเข้าแถวประมาณสองแถวแรกใกล้เสาธงนั้นกระเด็นออกมา บางร่างก็กระแทกเพื่อนที่อยู่ข้างหลังส่งผลให้ต่างคนต่างล้มระเนระนาดกระจายไปทั่วลานกว้าง ความโกลาหลวุ่นวายกำลังเริ่มขึ้น
อยู่ๆ ณ ท้องฟ้าก็มืดลง มืดจากไหนน่ะเหรอ อยู่ดีๆก็มีเงาดำๆขยายตัวใหญ่ขึ้นรวดเร็วแผ่ออกเป็วงกว้างจากบริเวณหน้าเสาธง ตรงจุดที่ ผอ.ของเราะโขึ้นไป เหมือนจะเป็เมฆมาบังพระอาทิตย์ก็ไม่ใช่ คำตอบเดียวของพวกเราทุกคนในตอนนั้นคือ แหงนหน้ามองขึ้นไป !
" พระเ้า "
มีแผ่นบ้าอะไรไม่รู้เป็ทรงหกเหลี่ยมสีม่วงอมชมพูหนาๆ ข้างในแผ่นเหมือนมีพลังงานบางอย่างไหลเวียนไปมาเสมือนใครบางคนกำลังเติมพลังให้กับแผ่นหกเหลี่ยมพวกนั้น มันขยายตัวออกมาเป็วงกว้างอย่างรวดเร็ว ลักษณะของมันคล้ายกับม่านบาเรียอะไรสักอย่าง แผ่ออกมาครอบคลุมพื้นที่อาณาเขตอันกว้างขวางของโรงเรียนเราจนสนิท เพียงไม่กี่อึดใจ ความมืดก็ปกคลุมโรงเรียนของเราจากแสงอาทิตย์โดยสิ้นเชิง
ฉันกลัว... ฉันกลัวจริงๆนะ ตอนนั้น .. ตัวฉัน .. ตัวฉันสั่นไปหมด
ไม่เพียงแต่ฉันที่กลัวหรอกนะ เพื่อนร่วมชะตากรรมของฉันทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง ทุกคนต่างผวาไปหมด อารมณ์ของพวกเราสั่นกลัวขนลุกซู่ หัวใจที่เสียววืบๆหวืดขึ้นหวีลงไปมาตรงหน้าอก ความมืดที่กำลังกลืนกินจิตใจของพวกเรา ยัยเพื่อนสนิทที่มาเข้าแถวทันวันแรกของฉันะโเรียกชื่อฉัน แกว่งแขนไปมาหาตัวฉันจนเจอ เธอพุ่งตัวมากอดฉันแน่นมาก ซ้ำยังเขย่าตัวฉันและะโถามฉันซ้ำๆอย่างกับคนบ้าว่านี่มันเื่อะไรกันแน่
ฉัน.. ฉันพูดไม่ออก ฉันก็กลัว กลัวเหมือนกันนั่นแหละยัยบ้าเอ้ย น้ำตาฉันไหลไม่หยุดแล้ว อีกทั้งกระโปรงของฉันยังค่อยๆเปื้อนฉี่ของฉันที่กลั้นยังไงก็กลั้นไม่อยู่แล้ว
เสียงระงมรอบตัวค่อยๆดังขึ้นทั้งชายปนหญิง อาการาเ็จากการหกล้มกระแทกอย่างรุนแรงทำให้พวกเราหลายคนโอดโอย หลายคนค่อยๆตั้งสติพยายามดึงตัวเองกลับมา
อยู่ๆ เราก็ค่อยๆมองเห็นบรรยากาศแวดล้อมรอบข้างจากแสงที่เริ่มจะสว่างขึ้นทีละนิดๆ ฉันเริ่มมองเห็นเพื่อนๆของเราที่ล้มปลิวระเนระนาดกระจัดกระจายกัน เมื่อแสงที่ส่งลงมาค่อยๆสว่างขึ้น เราก็ค่อยๆเห็นสีหน้าต่างๆของเพื่อนรอบๆตัวเราชัดเจนมาก พวกเขากำลังวิตกเหมือนกันกับฉันแน่ๆ ฉันสาบานได้
และด้วยสัญชาติญาณของมนุษย์ ทุกๆคน หรี่ตา ค่อยๆหันหน้า มองไปในทิศทางเดียวกัน ้า
อะไรบางอย่างที่รูปร่างคล้ายบาเรียค่อยๆส่องแสงสีม่วงอมชมพู มากขึ้นทีละน้อยๆ จนพวกเราด้านล่างเห็นรูปลักษณ์ของแผ่นบ้านั่นว่ามันเป็คล้ายๆครึ่งทรงกลมกำลังปกคลุมทั่วอาณาเขตของเราอยู่ เหมือนกับว่ามันจะดูดซับแสงได้พอประมาณ เราสามารถพิสูจน์ได้จากสายตา ในตอนนั้น ่เวลา8โมงกว่า ทุกคนจะมองเห็นจุดที่สว่างที่สุดของแผ่นบาเรียนั่นคือบริเวณทิศตะวันออก หรือก็คือจุดที่พระอาทิตย์อยู่ในเวลานั้นนั่นแหละ เป็จุดที่สว่างเรืองแสงม่วงอมชมพู ผ่องมากที่สุดของบาเรีย
พวกเราทุกคนค่อยๆลุกขึ้นตั้งหลัก มองไปรอบๆ ทุกๆคนต่างชวนกันเกาะกลุ่มไว้ให้เป็กระจุกเดียว ฉันกับเพื่อนสนิทที่ยังคงสั่นผวา เราอยู่ตรงตำแหน่งตรงกลางของมวลชนพอดี ( เพราะว่าฉันอยู่ ม.5 พวกเราเลยได้เข้าแถวอยู่ตรงกลางระหว่างน้อง ม.4 กับพี่ ม.6 )
ทันใดนั้น สถานการณ์ก็ถูกเข้าควบคุมด้วยพี่ๆ รปภ.ของเราที่มายืนล้อมรอบพวกเราทั้งหมด เสียงะโโวยวายของพวกนักเรียนที่อยู่ขอบวงที่กำลังถามพี่ๆรปภ.ดังขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน ทั้งเื่ท่าน ผอ.ยอดมนุษย์กับเปลือกหกเหลี่ยมที่กำลังครอบโรงเรียนนี้อยู่ การโหวกเหวกโวยวายดังไม่ขาดสาย ก่อนที่ทุกอย่างจะสงบไป ด้วยเสียงป่าวประกาศจากลำโพงโรงเรียนที่ดังแทรกขึ้นมา หยุดความวุ่นวายของมวลชนในลานกว้างทันที
ใช่แล้ว
ฉัน
ไม่มีวันลืมวันนั้นแน่ๆ
วันบ้าๆนั่น..
วันที่ฉัน..
ฉัน..
ฉี่ราดที่โรงเรียนครั้งแรก!!!
ณ ห้องน้ำหญิงของตึกเรียนชั้น4 อี้เฟยปิดสมุดไดอารี่เล่มเล็กปกสีชมพูด้วยความรุนแรง หุนหันฉุนเฉียว ส่ายหัวไปมาปฏิเสธความจริง ั้แ่เข้าโรงเรียนมา ไม่หวั่นแม้แต่ พวกผู้ชายนิสัยกวนเท้า คิดว่าผู้หญิงจะตบตีด้วยความเขินอายเวลาถูกแกล้งเหมือนในการ์ตูนอนิเมะน่ะเหรอ ธีมสาวแว่นขี้อายยังงั้นเหรอ ฟันร่วงไปหลายรายแล้วบอกเลย แต่วันนั้น ที่ไอ้เ้า ผอ.ขี้เก๊กดันเสร่อะโหน้าเสาธง เปิดบาเรีย ทำเอาทุกคนกลัวแทบใจหายใจคว่ำ ฉันนี่สิ จะให้ใครรู้ไม่ได้เด็ดขาดว่าหญิงสาวสุดแกร่งอย่างฉันฉี่ราดที่โรงเรียน ไม่ ไม่เด็ดขาด! อี้เฟยส่ายหัวไปมายกใหญ่อีกรอบ ก่อนจะค่อยๆคลายความกังวล เก็บไดอารี่ที่รักเข้ากระเป๋าสะพายตัวจิ๋วของเธอ
" หื้มม " เธอกำลังวิตกกังวลกับบางสิ่งบางอย่าง
ใช่แล้ว เธอกำลัง้าสร้างทีมที่แข็งแกร่ง เพื่อที่จะไต่เต้าไปถึงทีม Tier 1 นี่ให้ได้ เธอไม่ใช่คนยอมแพ้ง่ายๆ ทำอะไรต้องสำเร็จ และเธอจะไม่ยอมเป็ขี้แพ้นั่งมองโอกาสลอยหายไปแน่นอน
\\ ก๊อกๆๆ \\
เสียงเคาะประตู 3 ครั้งทำให้อี้เฟยใ รีบใส่กางเกงให้เรียบร้อย พลันะโถามออกไป
" ใครน่ะ ? " เสียงหญิงสาวอันหนักแน่นชวนหาเื่ถามออกไปนอกประตู
" นี่มันดึกจนจะปิดตึกแล้วนะ ฉันจะทำความสะอาดห้องน้ำ " เสียงตอบกลับจากเด็กหนุ่มสุดคุ้นเคยทำให้อี้เฟยปลดกลอนล็อค เปิดประตูอย่างรุนแรง \\ปัง!!\\ ออกมา
" นายอีกแล้วเหรอเนี่ย !!! ชายที่เลือกที่จะเป็คลาสภารโรง แทนที่จะพัฒนาตัวเองให้ไปเข้าคลาสไฟต์เตอร์หรือซัพพอร์ทอะไรพวกนี้ ดันเลือกที่จะยอมแพ้ต่อโชคชะตาแล้วมาขัดถูโรงเรียนเฮ็งซวยแบบนี้เนี่ยนะ " อี้เฟยยืนท้าวเอวเงยหน้าตะคอกใส่เด็กหนุ่มผมดำสั้นชุดนักเรียนที่กำลังยืนรอทำความสะอาดห้องน้ำเธอเป็ห้องสุดท้ายของตึกนี้แล้ว
" ยุ่งอะไรกับฉันเล่า เธอน่ะรีบๆออกมาได้แล้ว " เด็กหนุ่มผู้ถือไม้กวาดพร้อมอุปกรณ์ขัดส้วมตอบกลับไปด้วยเสียงประชดและทำหน้าอึนๆใส่
" เหอะ นายนี่มันตัวขัดขวางชีวิตคนอื่นซะจริง เชอะ! " อี้เฟยอารมณ์หุนหวย หันหน้าหนียอมเดินออกจากห้องน้ำด้วยตัวเองด้วยสีหน้าท่าทางที่ไม่พอใจ
" ก็ถ้าเธอหัดทำตามกฎซะบ้าง ฉันก็ไม่ต้องคอยมาปะทะคารมกับเธอเป็ประจำหรอกนะ " เด็กหนุ่มภารโรงได้แต่หลับตาถอนหายใจยกใหญ่ มันั้แ่เมื่อไหร่กัน อุตส่าห์เลือกเป็ภารโรงเฉยๆยังจะมีเื่น่าปวดหัวอีกเหรอเนี่ย