“เป่าจิน! เกิดเื่แล้ว นายรีบตามฉันมาเร็วๆ” โจวเหมาทิ้งจักรยานแล้วไปดึงแขนจางเป่าจินที่กำลังยุ่งอยู่กับการเกี่ยวข้าวสาลีในทุ่ง
“เดี๋ยวๆ นายพูดให้ฉันเข้าใจก่อนว่าตกลงมันเื่อะไรนายถึงได้ดูร้อนรนอย่างนี้” จางเป่าจินดึงแขนกลับ
“ปิงปิงน่ะสิ ตอนนี้ปิงปิงเกิดเื่แล้ว เมื่อครู่ฉันเห็นปิงปิงถูกคนจับขึ้นรถไป แต่ฉันตามไปไม่ทัน ฉันก็เลยรีบมาบอกนาย”
“นายเจอปิงปิงที่ไหน?”
“ที่หน้าหมู่บ้านเรานี่เอง ฉันกลับจากไปซื้อของในตำบลก็มาเห็นเข้าพอดี นายจะมามัวถามให้มันวุ่นวายไปทำไม รีบไปช่วยปิงปิงเร็วเข้า”
“แล้วนายรู้หรือว่าเราจะไปตามปิงปิงที่ไหน”
“ไม่รู้ว่าจะไปตามที่ไหนแต่เราก็ไปแจ้งความได้นี่ ตำรวจจะได้ช่วยเราออกตามหา” โจวเหมามองจางเป่าจินอย่างสงสัย “แล้วทำไมนายถึงดูไม่เดือดร้อนเลยล่ะ นายไม่ห่วงคู่หมั้นของนายหรือ”
“อืม...เดี๋ยวฉันเล่าบางอย่างให้นายฟังก็แล้วกัน”
จางเป่าจินถือโอกาสไปลางานกับหัวหน้าหมู่บ้าน ก่อนที่จะพาโจวเหมาปั่นจักรยานเข้าไปในตัวตำบล ระหว่างทางเขาก็ได้เล่าแผนที่เขากับหลี่ปิงปิงวางเอาไว้ให้โจวเหมาฟัง
“ตกลงว่าคนที่มาจับตัวปิงปิงไปคือคนที่นายรู้จักอย่างนั้นหรือ แล้วนายเชื่อใจเขาได้ใช่ไหม” โจวเหมาถามขึ้น
“คนพวกนั้นเป็ลูกน้องของพี่ิ นายก็เคยได้ยินเื่ของพี่ิจากฉันมาบ้างแล้วไม่ใช่หรือ”
“เขาคือคุณซ่งิเ้าของตลาดมืดใช่ไหม แล้ว...เขาไว้ใจได้แน่นะ” โจวเหมาถามขึ้นอย่างกังวล ความจริงแล้วเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงรู้สึกถูกชะตากับหลี่ปิงปิงนัก ความห่วงใยที่เขามือให้เธอมันไม่ใช่ความรู้สึกเชิงชู้สาว เขาไม่เคยมีความคิดแบบนั้นกับเธอเลย หรือจะเป็ที่เธออยากให้เขาเป็พี่ชาย ต้องใช่แน่ๆ เพราะั้แ่ที่เขาบอกให้เธอคิดว่าเขาเป็พี่ชายคนหนึ่ง เขาก็รู้สึกว่าต้องปกป้องน้องสาวคนนี้ให้ดี
“ไว้ใจได้สิ”
“แล้วทำไมนายถึงวางแผนให้ปิงปิงถูกจับตัวไปด้วย”
“นายจำครอบครัวต่งได้ไหมล่ะ”
“ครอบครัวต่งหรือ? นั่นไม่ใช่ครอบครัวของน้องเขยนายหรือ ฉันต้องจำคนหน้าด้านพวกนั้นได้สิ ฉันยังต่อยไอ้เลวต่งหยางไปตั้งหลายครั้ง นายก็รู้ว่าซินซินก็เป็น้องสาวของฉันคนหนึ่งเหมือนกัน” ในอดีตโจวเหมากับจางเป่าจินร่างเดิมสนิทกันมาั้แ่เด็ก และจางซินก็ติดพี่สามของตัวเองมาก เมื่อพี่สามแอบอู้งานไปเล่นที่บ้านของโจวเหมา เธอก็จะตามพี่ชายไปด้วยเสมอ และโจวเหมาก็มักจะทำของอร่อยๆ ให้เธอกินอยู่ตลอด
ซึ่งโจวเหมาก็ชอบเล่นกับจางซินเหมือนกัน เพราะเขาเป็ลูกชายคนเดียว บางครั้งเขายังแอบอิจฉาจางเป่าจินด้วยซ้ำที่มีพี่น้องในครอบครัวหลายคน เขาจึงออกปากกับจางเป่าจินว่าขอให้จางซินเป็น้องสาวของเขาคนหนึ่งได้ไหม ตอนนั้นยังไม่ทันที่จางเป่าจินจะตอบ จางซินกลับเดินไปกอดขาโจวเหมาไว้แล้วเรียกเขาว่าพี่ชาย ั้แ่นั้นโจวเหมาก็คิดว่าจางซินเป็น้องสาวของเขาคนหนึ่งเหมือนกัน ดังนั้นตอนที่เขารู้ว่าครอบครัวต่งรังแกจางซิน โจวเหมาจึงตามไปสมทบกับคนบ้านจางด้วย เขาระบายความโมโหใส่ต่งหยางไม่ยั้ง
“ต่งหยางให้คนมาว่าจ้างให้ลูกน้องของพี่ิไปลักพาตัวปิงปิงน่ะ”
“หา! นี่...นี่มันบังเอิญเกินไปหรือเปล่า” โจวเหมาถอนหายใจโล่งในที่สุด “แต่ก็ดีเหมือนกัน เ้าโง่ต่งหยางจะได้ถูกพี่ิจัดการ นายกับปิงปิงจะได้ไม่ต้องมาปวดหัวกับคนพวกนี้อีก”
“ฉันก็คิดว่าอย่างนั้นล่ะ ไปเถอะ...เราไปดูคนพวกนั้นสักหน่อย ถึงเวลาต้องให้บทเรียนพวกเขาบ้างแล้ว” จางเป่าจินยิ้ม
“พวกแกมามัดฉันไว้ทำไม รีบปล่อยฉันนะโว้ย แกรู้ไหมว่าพ่อกับแม่ของฉันเป็ใคร” ต่งหยางถามขึ้นอย่างโมโห
“แล้วพ่อกับแม่ของแกเป็ใครล่ะ ช่วยบอกให้ฉันรู้หน่อยสิ” ซ่งิถามกลับ
“พ่อกับแม่ของฉันทำงานเป็ผู้บริหารในเทศบาลตำบล รู้อย่างนี้แล้วก็รีบปล่อยฉันสิ”
“แต่เท่าที่ฉันรู้มา...พ่อกับแม่ของแกถูกไล่ออกแล้วนะ ตอนนี้ไม่ใช่ว่าไปใช้แรงงานอยู่ในค่ายแรงงานหรอกหรือ”
“แก...แกรู้ได้ยังไง”
“ฉันเก่งไง ฉันรู้เื่ของแกทุกอย่างนั่นล่ะ ว่าแต่แกเถอะ...แกให้ฉันจับตัวหลี่ปิงปิงมาทำไม”
“ในเมื่อแกรู้ว่าฉันเป็คนจ้างงานแล้วทำไมแกไม่จับนังนั่นมา แกมาจับฉันไว้ทำไม”
“ก็นั่นมันน้องสาวของฉันนี่ ก่อนจะเล่นงานใครทำไมไม่ดูให้ดีก่อน แกนี่มันโง่จริงๆ”
“แกบอกว่าหลี่ปิงปิงเป็น้องสาวของแกหรือ เป็ไปไม่ได้”
“ทำไมจะเป็ไปไม่ได้ พี่ิคือพี่ชายของฉันเอง” หลี่ปิงปิงเดินเข้าห้องมาพร้อมกับก้มลงมองต่งหยางอย่างสะใจ “ไม่ต้องรีบคุกเข่าให้ฉันหรอก ถึงยังไงวันนี้ฉันก็ต้องจัดการกับแก น้องสาวของแก แล้วก็หลี่อันอันให้เรียบร้อย แกจะได้รู้สักทีว่าฉันก็ไม่ใช่คนที่พวกแกจะมาเล่นงานได้ง่ายๆ”
“เธอ...เธอตั้งใจจะทำอะไรฉัน ฉันไม่รู้เื่อะไรด้วย คนที่วางแผนไปจับตัวเธอมาวันนี้คือหลี่อันอัน ถ้าจะโทษ…เธอต้องโทษญาติของเธอต่างหาก” ต่งหยางรีบปัดความผิด
“แกนี่มันหน้าด้านจริงๆ ตัวเองให้น้องสาวมาว่าจ้างแล้วยังเป็คนวางแผนการทั้งหมดเอง แต่พอถึงคราวต้องเผชิญหน้ากลับปัดความผิดไปให้ชู้รักของตัวเองเสียอย่างนั้น” จางเป่าจินเดินเข้ามาพร้อมกับโจวเหมา เมื่อเห็นว่าคู่หมั้นไม่ได้รับาเ็ ความกังวลใจก่อนหน้านี้ถึงได้หายไป
“ตกลงว่าพวกนายจะให้ฉันจัดการกับคนพวกนี้ยังไง รีบลงมือกันเถอะ เราอย่ามามัวเสียเวลากับคนเลวๆ พวกนี้เลย” ซ่งิเตือน
“ในเมื่อหลี่อันอันกับคุณหนูต่งยอมรับสารภาพเื่ทั้งหมดแล้ว เราก็จัดฉากแบบที่พวกเขาคิดจะทำกับฉันก็สิ้นเื่ ของแบบนี้มันต้องตาต่อตาฟันต่อฟันค่ะ” หลี่ปิงปิงตอบ
“เธอ...เธอตั้งใจจะให้คนอื่นรู้ความสัมพันธ์ของฉันกับหลี่อันอัน เธออยากให้เราถูกแห่ประจานใช่ไหม เธอไม่ห่วงชื่อเสียงของสกุลหลี่ของเธอแล้วหรือ” ต่งหยางถามขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ แต่สิ่งที่เขากังวลที่สุดคือการถูกแห่ประจานและถูกจับเข้าคุก ถ้าหลี่ปิงปิงทำอย่างที่พูดออกมาจริง นอกจากอนาคตของเขาจะไม่เหลือแล้ว ภรรยากับลูกชายของเขาก็คงไม่มีหน้าออกไปพบผู้คนแล้วเหมือนกัน
ต่งหยางอยากจะเข้าไปคุกเข่าขอร้องหลี่ปิงปิงให้ยกโทษให้เขา แต่ติดตรงที่เขาถูกจับมัดเอาไว้จึงทำอย่างที่ใจ้าไม่ได้
“ผมขอโทษคุณด้วยนะครับคุณหลี่ ผมสัญญาว่าต่อไปผมจะไม่มายุ่งกับคุณอีกแล้ว หรือไม่อย่างนั้นผมจะพาครอบครัวของผมย้ายไปอยู่ที่ไกลๆ เลยดีไหมครับ พวกเราจะไม่กลับมาให้คุณเห็นหน้าอีกแล้วในชาตินี้” ต่งหยางนึกเสียใจขึ้นมาแล้วจริงๆ เขาไม่น่าเชื่อคำยุยงของหลี่อันอันเลย อีกทั้งยังอยากจะด่ากับความเ้าชู้หลายใจของตัวเองที่คิดแต่จะได้ตัวหญิงสาวมาเล่นสนุก จนลืมนึกถึงผลที่ตามมาหากแผนการของตนเองไม่สำเร็จ
ความจริงแล้วหลี่ปิงปิงกับจางเป่าจินนำเื่นี้ไปปรึกษากับต่งเซ่อแล้ว ซึ่งต่งเซ่อบอกเพียงว่าเขาไม่ขอเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเื่นี้ ใครเป็คนก่อเื่คนนั้นก็ต้องรับผิดชอบ ต่งเซ่อยังบอกกับพี่เขยและพี่สะใภ้ด้วยว่า ต่อไปหากครอบครัวของเขามาสร้างความเดือดร้อนให้อีก ก็แล้วแต่พี่เขยและพี่สะใภ้จะตัดสินใจ เขาไม่ขอเข้าไปยุ่ง ถึงแม้ต่งเซ่อจะยืนยันอย่างหนักแน่น แต่หลี่ปิงปิงกับจางเป่าจินก็รู้ดีว่าน้องเขยของพวกเขานั้นคงทุกข์ใจอยู่ไม่น้อย เป็เพราะก่อนหน้านี่พ่อกับแม่ของต่งเซ่อถูกส่งตัวไปใช้แรงงานแล้ว น้องสาวยังถูกไล่ออกและถอนหมั้นไปอีก ชาตินี้คงหาสามีดีๆ แต่งด้วยไม่ได้แล้ว ตอนที่รู้ข่าวของครอบครัว ต่งเซ่อล้มป่วยไปตั้งหลายวัน
จริงอยู่ว่าครั้งนี้ต่งหยางกับหลี่อันอันร่วมมือกันทำเื่ที่โหดร้ายจริงๆ แต่หลี่ปิงปิงยังนึกสงสารต่งเซ่ออยู่ รวมถึงสงสารภรรยาและลูกชายของต่งหยางด้วยที่ต้องมารับผิดชอบกับความผิดของต่งหยาง หลี่ปิงปิงคิดจะให้โอกาสต่งหยางสักครั้ง ยิ่งเห็นสภาพของเขาในตอนนี้เธอก็รู้แล้วว่าแผนข่มขู่ศัตรูของเธอคงได้ผลแล้ว
“ฉันเห็นว่าตอนนี้ครอบครัวของคุณล้มจนแทบจะลุกไม่ขึ้นอยู่แล้ว และฉันยังสงสารอาเซ่อ รวมถึงภรรยากับลูกชายที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่กับความผิดของคุณด้วย ครั้งนี้ฉันจะให้โอกาสคุณกลับตัวสักครั้ง แต่คุณอย่าคิดว่าจะมีครั้งหน้าอีก” หลี่ปิงปิงพูดขึ้น
“ขอบคุณครับขอบคุณ ผมสัญญาว่าผมจะไม่มาสร้างความเดือดร้อนให้พวกคุณอีก” ต่งหยางรีบบอกขอบคุณ
ซ่งิแอบขำกับท่าทางหวาดกลัวของต่งหยาง และคิดว่าครั้งนี้ต่งหยางคงจะเข็ดแล้วจริงๆ ดูจากรอยฉี่ที่เลอะเต็มพื้นก็พอจะรู้แล้ว แต่ไม่วายที่ซ่งิจะตีหน้าดุ “ครั้งนี้น้องสาวของฉันใจดีปล่อยแกไป แต่รับรองว่าไม่มีครั้งหน้าแน่นอน แล้วแกก็น่าจะรู้ว่าลูกน้องของฉันมันมีอยู่ทุกที่ คิดจะจัดการกับแกน่ะมันง่ายแค่นิดเดียว”
“ไม่แล้วครับ ผม...ผมไม่กล้าอีกแล้วครับ คุณ...คุณช่วยแก้มัดผมทีได้ไหม ผมจะรีบไปให้พ้นหน้าคุณหลี่ปิงปิงกับคุณจางเป่าจินเดี๋ยวนี้เลย”
เมื่อได้รับการปล่อยตัว ต่งหยางก็รีบวิ่งออกไปทันที พอเขาเห็นน้องสาวยืนรออยู่ระหว่างทาง เขาก็รีบฉุดน้องสาวให้วิ่งอย่างสุดชีวิตเพราะกลัวว่าหลี่ปิงปิงและจางเป่าจินจะเปลี่ยนใจ ซึ่งน้องสาวของต่งหยางก็วิ่งตามพี่ชายโดยไม่สนใจจะถามคำถามใดๆ เพราะก่อนหน้านี้ลูกน้องของซ่งิพาเธอไปดูการทำงานของผู้หญิงขายบริการ ทีแรกเธอไม่เข้าใจว่าอาชีพนั้นเขาทำงานกันยังไง เธอแค่ถูกหลี่อันอันใช้เงินอันน้อยนิดมาจ้างให้เธอไปหาคนมาลักพาตัวหลี่ปิงปิงเท่านั้น ถ้าเธอรู้ว่าอาชีพนี้จะทำลายชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งได้ เธอคงไม่ยอมร่วมมือกับหลี่อันอันแน่ เพราะเธอก็ไม่ใช่คนใจดำขนาดนั้น ต่งหยางกับน้องสาวแอบแช่งหลี่อันอันอยู่ในใจ และสาบานเอาไว้ว่าจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงใจร้ายคนนี้อีกแล้วตลอดชีวิต