อาวุธลับอาบยาพิษทั้งสามเล่มพุ่งตรงเข้าหาอุทัยดุจสายฟ้า ด้วยระยะใกล้เพียงนี้ยากยิ่งนักที่จะหลบพ้น สมิงเย้าลีทั้งกลอกกลิ้งทั้งชั่วช้าอาวุธเพิ่งซัดออกมันกลับพุ่งตัวเข้าตามหลังด้วยท่าร่างดุจภูตพราย
ปรากฏดาบเรียวยาวถืออยู่ในมือทั้งสองของมัน เป็ดาบคู่ประกายเย็นเยียบทั้งแผ่พลังคุกคามกดทับอุทัยมิให้เคลื่อนขยับตัว
สมิงเย้าลีกลัวว่าอุทัยไม่ตายสนิท หากแม้นอาวุธลับซัดเข้าเป้าจะตรงเข้าไปตัดหัวอุทัยเส้นความอัปยศ “จักให้เ้ารับรู้ความร้ายกาจของพวกเรา สมิงภูทมิฬ .. ฮี ฮี”
อุทัยจ้องมองวัตถุทั้งสามบินลอยเข้ามา ขบคิดภายในใจไฉนมันดูเชื่องช้ายิ่งนัก
นั่นเป็เพราะท่าร่าง ‘มายาอสูร’ ของมันรวดเร็วกว่านับร้อยนับพันเท่า เมื่อสิ่งที่รวดเร็วสุดยอดพบเจอสิ่งที่รวดเร็วน้อยกว่ากลับกลายเป็มองของสิ่งนั้นชักช้าไป ที่มันต้องรับมือคือสมิงเย้าลีที่กำลังพุ่งเข้ามาหา
อุทัยยื่นมือขวาบรรจงแผ่พลังปราณโดยใช้นิ้วชี้ดีดเข้าใส่ด้านข้างของอาวุธลับเบื้องหน้าสองอัน
.. กิ๊งงงงง
.. กิ๊งงงงง
เสียงดีดถูกโลหะสองครั้งทำลิ้มพิษเบี่ยงทิศทางผ่านข้างกายอุทัยไปเื้ั
สมิงเย้าลี “!!!”
สมิงจยอง “!!!”
ญานิน ญาดา “!!!”
แต่ในสายตาผู้อื่นที่จ้องมองแล้ว อุทัยเพียงยกมือขวามองไม่ทันเห็นด้วยสายตาว่ามันทำเยี่ยงไรกลับเปลี่ยนทิศทางของอาวุธลับสองเล่มไป ส่วนอีกเล่มหนึ่งเล่า
สมิงเย้าลี ‘นับว่ามีฝีมืออยู่บ้าง .. กลับสกัดไว้ได้สองเล่ม อีกเล่มหนึ่งต้องมิพลาดเป้า ฮึ ฮึ’ มันพุ่งกายเข้ามาห่างเพียงห้าก้าว สองดาบไขว้เป็กากบาทอยู่เบื้องหน้าหมายดีดสะบั้นคออุทัยให้ขาดกระเด็น
แต่ .. มันถึงกับผงะ !!! ที่เบื้องหน้าปรากฏแก่สายตาคืออาวุธลับเล่มที่สามแหวกอากาศสนองคืนกลับมา กำลังพุ่งเข้าหากลางหน้าผากมัน
สมิงเย้าลี “!!!”
อย่างไรเสียสมิงเย้าลีคือยอดฝีมือผู้รัดกุมผู้หนึ่ง มันผ่านการต่อสู้อาบเืมาโชกโชนท่าดาบที่แสดงออกสามารถปรับเปลี่ยนได้ทั้งรุกและรับ ท่าร่างยังไม่หยุดนิ่งมันพลันปรับเปลี่ยนกระบวนท่า ใช้ดาบในมือซ้ายปัดอาวุธลับที่ถูกส่งกลับคืนมาพ้นทาง
.. เคร้งงงง ! ... ดาบกับอาวุธลับปะทะกัน
ตัวสมิงเย้าลีสนองตอบด้วยการหมุนตัวรอบหนึ่ง ประกายดาบจากมือขวาหมุนวนมาดังกังหันพุ่งเฉียงลงหมายตัดลำคออุทัย
.. กังหันหั่นิญญา !
อุทัยลอบชื่นชมท่าร่างนี้ของสมิงเย้าลี มันสามารถคลี่คลายอาวุธลับที่มันซัดเข้าใส่อย่างหมดจด ซ้ำยังปรับเปลี่ยนกระบวนท่าเป็รุกฆาตได้ในทันที
เห็นประกายดาบถูกสาดส่งมา อุทัยสำนึกได้ว่านี้คือดาบเล่มหนึ่งมันก็ยังมีแค่มือเปล่า และชีวิตก็มิได้เป็ะดังบิดาอสูร .. คิดได้เช่นนี้จึงเบี่ยงตัวหลบอย่างเฉียดฉิวสภาวะดาบกลับทำเสื้อที่มันสวมใส่ขาดวิ่น
สมิงเย้าลีไม่หยุดเพียงเท่านี้สภาวะรุกด้วยท่าร่างกังหันหั่นิญญายังดำเนินอย่างต่อเนื่อง ประกายดาบในมือซ้ายขวาผลัดกันหมุนฟันใส่อุทัยนับสิบดาบ
.. ฟับบบบ .. ฟับบบบ .. ฟับบบบ .. ฟับบบบ .. ฟับบบบ
อุทัยเร่งเร้าท่าเท้าหลบการรุกเร้าของประกายดาบอย่างทุลักทุเล ถึงดาบที่สิบเอ็ดอุทัยพบเห็นช่องว่าง่อกของสมิงเย้าลีเปิดโล่ง
‘โอกาสมาถึงแล้ว ..’ พลันถีบกายพุ่งผ่านช่องว่างของประกายดาบปล่อยออกด้วยหมัดตรงทื่อด้านใส่พลังปราณอัดไปห้าส่วน
.. อรุณโรจน์เปิดฟ้า !
อุทัยสายตาประกายวิบวับก่อเกิดยันต์อักขระสีทองเรืองรองทั่วท่อนแขน หมัดกำลังพุ่งตรงเข้าหน้าอกสมิงเย้าลี
สมิงเย้าลี “ชิ...”
สมิงเย้าลีรั้งมือซ้ายกลับมากำด้ามดาบเป็หมัดเข้าปะทะโดยตรง มันสิ้นเปลืองพลังปราณกับท่าดาบนับสิบดาบ พลังหมัดนี้ของมันเป็การแก้ไขโดยฉุกละหุกมีพลังแค่สองส่วนนับว่าอ่อนโทรมยิ่ง
.. เปรี้ยงงงงงง !!!
เสียงปะทะดังชัดหูพลังสีทองส่องประกายวาบ สมิงเย้าลีถูกพลังปราณอัดกระแทกง้ามนิ้วมือฉีกขาดดาบร่วงหล่นลงจากมือ คนถอยหลังซวนเซนับสิบก้าวเสียสภาพผู้เยี่ยมยุทธ์นัก
ญานินญาดา “!!!”
สมิงจยองร้องเรียก “น้องรอง !!!”
ร่างสมิงจยองไหววูบมายืนอยู่เบื้องหน้า มันจ้องมองอุทัยอย่างไม่วางตา
เด็กหนุ่มผู้นี้ไม่ธรรมดาเสียแล้ว เพียงมือปล่าวก็ทำร้ายยอดยุทธ์ระดับปราณยุทธ์ไปถึงสองคน .. สมิงจยองไม่ออมมือ ร่างแผ่พลังปราณกระเพื่อมไหว ก็เกิดเป็สายควันิญญามืดมิดแผ่ออกรอบกาย
ความกดดันของพลังระดับ ‘มหาปราณ’ ทำอุทัยหายใจไม่ทั่วท้อง เืในกายไหลเวียนไม่สะดวก ปราณพลังเริ่มอึดอัดขัดข้อง ร่างกายไม่สามารถขยับได้โดยปกติ
สมิงจยองกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
“.. ไม่เลว .. ไม่เลว .. อ้ายหนุ่ม"
“.. พลังชีวิตของเ้าน่ารับประทานยิ่ง .. ฮ่า ฮ่า”
มันยื่นมือซ้ายออก โลกหล้าเบื้องหน้าที่มืดมิดพลันมืดหม่นกว่าเดิม เสียงร้องโหยหวนของภูตผีร้ายระงมทำโสตประสาทของอุทัยแทบดับ
.. ฮือออออออออ .. ฮือออออออออ .. ช่วยยยยยยยยย .. ด้วยยยยยยยยย
.. ช่วยยยยยยยยย .. ข้าาาาาาาาาา .. ด้วยยยยยยยยย .. ฮือออออออออ
.. ฮือออออออออ .. ฮือออออออออ .. ช่วยยยยยยยยย .. ด้วยยยยยยยยย
ดังมีพลังไร้สภาพดึงดูด จากระยะสิบกว่าก้าวร่างกายอุทัยถูกพลังงานมืดดูดเข้ามา กำลังลอยเข้าหาผ่ามือซ้ายของสมิงจยองอย่างช้าๆ
.. ภูตพนาดูดชีวา !
วิชาก้นหีบของสมิงจยองเป็วิชาศาสตร์มืดทำการสะกดจิตและดูดพลังชีวิตของคู่ต่อสู้ หากคนผู้ใดถูกมันดูดพลังชีวิตจนหมดจะกลายเป็แค่ซากศพแห้งกรังศพหนึ่ง
“แย่แล้ว ..” อุทัย
เสียงภูตผียังร้องระงมต่อเนื่อง ขณะเหลือระยะห่างอีกก้าวเดียวสติของอุทัยกำลังใกล้จะดับ
.. มันฝืนกัดปลายลิ้นตัวเองเรียกสติ !!!
ความเ็ปที่ปลายลิ้นปลุกสติกลับคืนมาชั่วขณะ อุทัยรีบโคจรปราณอรุณโรจน์ะเิพลังปราณจากจักระ ‘มณีปุระ' ใต้แนวสะดือแผ่พลังร้อนแรงตามเส้นปราณทั่วร่าง
ในความมืดบังเกิดแสงสว่างเจิดจ้า อุทัยก่อเกิดลวดลายยันต์อักขระสีทองเรืองรองทั่วร่าง มันพับงอเข่าทั้งสองส่งพลังผ่านจากสะโพกผ่านสองขา และถีบเข้ายอดอดสมิงจยองอย่างรุนแรง
.. ผั๊วววววะะะะะ !!!
สมิงจยองปราณคุ้มกายสั่นกระเพื่อมร่างผงะถอยไปเพียงหนึ่งก้าว ส่วนอุทัยกลับดิ้นหลุดจากท่าดูดชีวิตอย่างเฉียดฉิว คนลอยพลิกตัวหนึ่งตลบกลับไปยืนห่างออกไปกว่าสิบก้าว
ร่างกายยังเปล่งประกายอักขระยันต์สีทองส่งพลังปราณรุนแรงร้อนลวกแผ่กระจายออกรอบกาย เพียงชั่วครู่จึงจางหายไป
ญานิน “มัน .. เป็ระดับปราณยุทธ์!!!”
ญาดา “เพียงแค่ปฐมปราณ มันต้องตายแน่แล้ว”
สมิงจยองปากเบ้คิ้วกระหมวดแน่น วิชา ‘ภูตพนาดูดชีวา’ ที่ฝึกมายี่สิบกว่าปี ถูกเด็กหนุ่มผู้นี้ทำลายอย่างง่ายดาย
สมิงเย้าลีย่างคุกคามเข้ามาถึง มันยังคงถือดาบยาวด้วยมือขวา ส่วนมือซ้ายของมันาเ็พิการชั่วคราว
สมิงเหยียนเพิ่งได้สติกระอักลิ่มเืคำโต ค่อยๆ ชันกายลุกขึ้นทำการปรับพลังปราณเพื่อรักษาอาการาเ็
สมิงเย้าลีก้าวมาถึงกล่าว “พี่ใหญ่ .. ท่าร่างมันรวดเร็วนัก”
สมิงจยองกล่าวด้วยความถือดี “ฮึ .. มันแค่ระดับปฐมปราณ ไม่คณามือข้าหร๊อก”
อุทัยเห็นเช่นนั้นจึงกล่าวว่า “เป็ผู้ใหญ่เยี่ยงไรกลับรังแกเด็กน้อยเช่นข้า เป็โจรก็ควรมีศักดิ์ศรีหนา ฮ่า ฮ่า”
สมิงจยองกล่าว “ฮ่า ฮ่า .. แล้วอย่างไร”
อุทัยลับฝีปากกล่าวต่อ
“จากฝีมือที่พวกเ้าแสดงออก คงเป็โจรมีชื่อเสียงเลื่องลือ หากอยู่ในยุทธจักร โดยปกติคงเป็ที่นับถือจากผู้คนแล้ว”
“แต่หากผู้ใดกลับทราบว่า พวกเ้ากลุ่มรุมเด็กน้อยฝีมืออ่อนด้อยผู้หนึ่ง”
“คงต้องกลายเป็ชาวยุทธ์ชั้นต่ำ รึโจรต่ำชั้นยังไม่คู่ควร .. ฮ่า ฮ่า”
สมิงจยองตวาดดังลั่น “สามหาว !!!”
สมิงจยองถูกเด็กน้อยด่าจนปากกระตุก คำ ‘ชาวยุทธ์ชั้นต่ำ’ และ ‘โจรต่ำชั้น’ ทิ่มแทงมันยิ่งนัก อย่างไรมันก็เป็ผู้ฝึกยุทธ์ผู้หนึ่ง กลับถูกสบประมาทเช่นนี้ทำท่าเป็โจรหน้าบางรับไม่ได้ขึ้นมา
ถึงแม้จะเป็โจรโฉดชั่วเช่นไร แต่ความหยิ่งทระนงและชื่อเสียงทางยุทธ์สภาพเป็สิ่งที่ฝึกยุทธ์หวงแหนนัก
อุทัยกล่าวต่อ “หากต่อไปภายภาคหน้า เ้าสามารถติดทำเนียบยอดยุทธ์ของสหพันธ์ ชื่อเสียงเชิงยุทธ์ของเ้าต้องด่างพร้อยแล้ว ฮ่า ...”
และเมื่อกล่าวถึงทำเนียบยอดยุทธ์ ทุกคนที่ได้ยินต่างตัวพองจะทำตัวเป็เยี่ยงวีระบุรุษ อุทัยเห็นสมิงจยองนิ่งเงียบจึงกล่าวต่อว่า
“เอาอย่างนี้เป็ไร หากเ้าสามารถรับหมัดข้าได้สามหมัด จะฆ่าแกงเยี่ยงไรข้าก็ยินยอม”
สมิงเย้าลีอุทานห้าม “พี่ใหญ่ !!!”
สมิงจยองยืนมือห้ามมิให้สมิงเย้าลีกล่าวอีก และกล่าวว่า “ปากดี !!! ดูท่าฝีปากเ้าจะเก่งกล้ากว่าวิชาหมัดมวยอีก ฮา”
สมิงเย้าลีกล่าว “พี่ใหญ่... อย่าหลงลมปากมัน” มันััได้ถึงความไม่ชอบมาพากล แต่นึกคิดไม่ออกว่าอุทัยจะเล่นลวดลายใดได้
สมิงจยองกล่าวต่อ “เพียงแค่สามหมัดจากทารกเช่นเ้า .. ฮ่า ฮ่า” ความมั่นใจของมันมีเต็มเปี่ยม
อุทัยกล่าวบ้าง “หากเ้าทำไม่ได้เล่า?”
“บัดซบ !!!” สมิงจยองโมโหเกรี้ยวกราดขึ้นมา
สมิงเย้าลี ‘!!!’
อุทัยจงใจกล่าววาจายั่วโทสะ “ต่อไป .. ให้เรียกข้าว่า .. ท่านปู่ ก็ละกัน ฮา”
สมิงจยองยังอารมณ์ค้างตวาดว่า “ไอ้ลูกเต่า !!! รีบเข้ามา ก่อนข้าเปลี่ยนใจ”
สำหรับการทดสอบพลังของอุทัยไม่มีโอกาสใดเหมาะเท่าครั้งนี้อีกแล้ว มันยังมีวิชาก้นหีบนั่นคือท่าร่าง ‘มายาอสูร’ หากสามหมัดยังไม่สามารถทำอะไรโจรโฉดผู้นี้ได้คงต้องเปลี่ยนเป็ 'ท่าเท้าสุนัข’ ใช้วิ่งหลบหนีหางจุกตูดแล้ว
สมิงจยองเร่งเร้าพลังปราณคุ้มครองกายถึงขีดสุด ทั่วร่างปรกคลุมด้วยิญญาร้ายสีดำทะมึน เสียงกรีดร้องของภูตผีระงมอีกครั้ง
.. ฮือออออออออ .. ฮือออออออออ .. ช่วยยยยยยยยย .. ด้วยยยยยยยยย
.. ช่วยยยยยยยยย .. ข้าาาาาาาาาา .. ด้วยยยยยยยยย .. ฮือออออออออ
.. ฮือออออออออ .. ฮือออออออออ .. ช่วยยยยยยยยย .. ด้วยยยยยยยยย
พลังปราณคุ้มครองกายของผู้มีระดับมหาปราณแข็งแกร่งอย่างยิ่ง สมิงจยองไม่ออมมือใช้พลังปราณทั้งหมดสิบส่วนเพื่อตั้งรับอย่างเดียว
อุทัยครุ่นคิด เมื่อครู่มันใช้ท่าเท้าคู่ถีบออกด้วยพลังทั้งสิบส่วนในฉับพลัน ยังทำได้เพียงกระแทกถอยเ้าโจรโฉดได้แค่หนึ่งก้าว นั่นคือพลังปกป้องโดยปกติที่อาจมีไม่ถึงหนึ่งส่วนด้วยซ้ำ แต่คราวนี้เ้าโจรโฉดกลับเร่งเร้าพลังปราณทั้งหมดเพื่อเป็ปราการป้องกัน
.. หรือพลังยุทธ์จะห่างชั้นกันเกินไป !!!
สมิงจยองกล่าว “เป็ไร .. ไอ้ลูกเต้า .. จักเปลี่ยนใจรึไร .. ฮ่า ฮ่า” เห็นอุทัยยืนอึ้งมันจึงเร่งรัด
อุทัยเร่งเร้าพลังปราณอรุณโรจน์ถึงขีดสุดร่างกายก่อเกิดอักขระยันต์เรืองแสงสีทองดูแปลกตา เพียงพริบตามันะโลอยอยู่เบื้องหน้าสมิงจยองแล้ว
.. สะบัดดาบตัดขุนเขา !
ปลดปล่อยหนึ่งสันมือฟาดเข้าปะทะปราณคุ้มครองกายสีดำ
.. เปรี้ยงงงงงงง !
ท่านี้ทุ่มเทพลังทั้งหมดที่มีทั้งสิบส่วน ปราณสีทองกระจายทั่วทั้งแนวป่า แต่ปราณคุ้มกันสึดำของสมิงจยองไม่กระเพื่อมแม้แต่น้อย ร่างของอุทัยกลับถูกกระแทกกลับ .. คนลอยละลิ่วหมุนตัวสองสามตลบกลับไปยืนหยัดอยู่ที่เดิม
สมิงจยองแสยะยิ้มกล่าวดังๆ “หนึ่งหมัด ..”
สมิงเย้าลีกล่าวเยาะเย้ย “ทารกน้อยกลับมีดีเพียงแค่นี้ .. ฮ่า ฮ่า”
ญานินญาดาทอดถอนใจ “เฮ้ออออ .. พี่ใหญ่ช่างอ่อนด๋อยนัก เ้าโจรนั้นก็แข็งแกร่งเกินไป”
อุทัยยืนนิ่งหลับตาลง มันสงบจิตใจก่อเกิดสมาธิกระจ่างใสดังน้ำในบ่อไม่ถูกสิ่งใดรบกวน จิติญญาจดจ่อกับลมปราณภายใน ค่อยๆ โคจรปราณอรุณโรจน์อีกครั้งจากเชื่องช้าเนิบนาบค่อยปรับระดับเร็วขึ้นและเร็วขึ้น
มันออกก้าวเดินช้าๆ หนึ่งก้าว ...
สองก้าว ...
สามก้าว ...
…
จนก้าวที่แปดก็มาถึงหน้าสมิงจยอง อุทัยโคจรปราณอรุณโรจน์ตามพื้นฐาน ‘ปฐมอัฏฐะจักรา’ ครบหนึ่งรอบพอดี ร่างกายเกิดอักขระยันต์เื่แสงสีทองอร่ามเจิดจ้า ในความมืดเช่นนี้กลับให้ความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์ลึกลับ
อุทัยค่อยๆ ปล่อยหมัดขวาออกไปเบื้องหน้า เป้าหมายคือหน้าอกของสมิงจยอง
.. หมัดเคลื่อนที่อย่างเชื่องช้า .. เชื่องช้ายิ่งกว่าเชื่องช้า .. เชื่องช้าจนแทบหยุดเวลาของทุกผู้คนที่รับชมอยู่
อุทัยสะสมพลังปราณทั้งหมดที่ปลายหมัด เมื่อหมัดัักับปราณมืดคุ้มครองกายของสมิงจยอง ก็กระเพื่อมเป็วงดุจวงน้ำ
หมัดที่เชื่องช้าค่อยๆ ชำแรกผ่านปราณมืดคุ้มครองกายชั้นแล้วชั้นเล่า สิ่งปาฏิหาริย์ตรงหน้าทำทุกผู้ที่รับชมไม่กล้าผ่อนลมหายใจออกแม้แต่น้อย
ญานิน “...”
ญาดา “...”
สมิงเหยียน “...”
สมิงเย้าลี “พี่ใหญ่ !!!”
หมัดของอุทัยััถูกหน้าอกโดยแ่เบา เหงื่อเม็ดโตตกย้อมอาบหน้าสมิงจยอง หมัดของเด็กหนุ่มผ่านปราณคุ้มครองกายของมันอย่างแยบยล
อุทัยแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย “เ้าต้องเรียกข้าว่า .. ปู่ทวดแล้ว”
สมิงจยอง “!!!”
เสียงยังไม่ทันขาดหาย อุทัยเร่งเร้าพลังปราณอรุณโรจน์ถึงขีดสุด แผ่พุ่งพลังเข้าใส่สมิงจยองอย่างไม่ปรานี
.. อรุณโรจน์เปิดฟ้า !!!
สีทองประกายเจิดจ้าอาบย้อมทั้งแนวป่า ยันต์อักขระสีทองบนกายอุทัยะเิประกายเฉิดฉายโดยฉับพลัน .. เปรี้ยงงงงงงงง !!!