ร่างเล็กสะบัดหน้าเบาๆ...
เมื่อเดินตามหลังเข้ามายังด้านในของบ้านไม้เรือนไทย กลิ่นธูปเทียนที่เด็กหนุ่มไม่ค่อยชอบก็โหมกระหน่ำเข้าจมูก ชายวัยกลางคนเดินเข้าไปนั่งบนเก้าอี้ที่ประจำของตัวเอง ก่อนจะผายมือให้ร่างเล็กนั่งลงฝั่งตรงข้าม ดวงตากลมโตเอาแต่ก้มลงมองด้านล่าง คำถามที่เตรียมมาถูกมัดกล้ามเนื้อหนาแกร่งที่เห็นเมื่อสักครู่รบกวนจนเสียสมาธิ
“อะไรของเอ็งวะ มีเื่อะไรก็รีบๆถามมาสิ”
“ค…คือ…”
“….”
“ผมได้ยินมาว่า…พ่อหมอที่นี่มีวิธีช่วย…”
“เอ็งเป็พวกดาราหรือเปล่า”
“อ้อ…พ…พ่อหมอรู้จักผมด้วยหรอครับ”
“เปล่า ่นี้ลูกค้าส่วนใหญ่มีแต่พวกดารา ข้าก็เดาไปงั้น”
ริมฝีปากอวบอิ่มเบ้เล็กน้อย ปริญนึกว่าชายตรงหน้าจะเคยเห็นเขาบนหน้าจอทีวีแล้วเสียอีก เมื่อไม่เป็ไปตามที่คิด ร่างเล็กจึงเข้าประเด็นต่อ
“่นี้งานผมไม่ค่อยดี พ่อหมอพอจะมีวิธีช่วยได้บ้างมั้ยครับ”
“….”
ใบหน้าคมเข้มของชายร่างสูงจ้องเขม่งไปยังใบหน้าจิ้มลิ้ม จากนั้นความเงียบงันภายในตำหนักก็สงบไปชั่วครู่ มือหนาลูบเคราสีดำบนคางเบาๆ ั้แ่หัวจรดเท้าของเด็กหนุ่มตรงหน้าก็ไม่ถือว่าขี้ริ้วขี้เหล่อะไร แต่ทำไมดวงสเน่ห์ถึงไม่หลงเหลือติดตัวแม้แต่นิดเดียวก็ไม่รู้
“เอ็งก็หน้าตาดีนะ แต่ทำไมถึงไม่มีอะไรดึงดูดเลย”
“ค…ครับ ผม…ก็ว่างั้น”
“อยากให้ข้าเสริมดวงสเน่ห์ให้หรอ”
“ประมาณนั้นครับ แค่…มีงานดีๆมากขึ้น มีคนรู้จักมากขึ้นก็พอ”
“เออ พวกดาราส่วนใหญ่ก็มาเพราะสาเหตุนี้แหละ”
“ถ้าอย่างนั้น พ่อหมอทำให้ผมได้เลยใช่มั้ยครับ”
“จ่ายหนักหน่อยนะ ข้ามีของที่ต้องเตรียมให้เอ็งเยอะเชียวล่ะ”
“ไม่มีปัญหาครับ”
รอยยิ้มของนักแสดงหนุ่มฉีกกว้าง อยู่ๆก็รู้สึกมีความหวังขึ้นมาเล็กน้อยกับสิ่งที่พึ่งจะได้ยิน แต่ด้วยความที่ปริญเข้ามาในตำหนักโดยไม่ได้นัดหมายหรือจองคิวเอาไว้ ทำให้พ่อหมอพยัคฆ์สั่งให้เด็กหนุ่มไปรอใต้ถุนเสียก่อน เพราะลูกศิษย์ที่จองคิวสักลายคนใหม่ได้มาถึงพอดี เด็กหนุ่มไม่โต้เถียง เขาสามารถรอได้...
เพียงแต่ไม่คิดว่าจะต้องรอนานขนาดนั้น
ตกเย็น...
“ไอ้หนู”
“….”
“ไอ้หนู!”
“อ๊ะ!?”
“ถึงคิวเองแล้ว”
ปริญลืมตาตื่นตามแรงเขย่า
ชายตรงหน้าคือคุณลุงที่พยายามไล่เขาออกไปใน่เช้าสาย ร่างเล็กไม่รู้ตัวว่าเขานั้นเผลอหลับไปตอนไหน มารู้ตัวอีกทีเขาก็นอนอยู่บนแคร่ั้แ่บ่ายจนถึง่เย็น เมื่อรู้ตัวว่าตอนนี้ถึงเวลาของตัวเองแล้ว เด็กหนุ่มจึงเดินขึ้นไปบนบ้านไม้เรือนไทยอีกรอบ
“เข้ามา”
“….”
“ล็อคประตูซะ”
“ค…ครับ”
ปริญประหลาดใจแต่ก็ทำตามคำสั่ง มือเรียวล็อคกลอนประตูไม้ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ ภายในมืดมิดแต่เต็มไปด้วยแสงสลัวจากแสงเทียน หน้าต่างทุกบานถูกปิดสนิทไม่ต่างกัน กลิ่นธูปเทียนที่เด็กหนุ่มเคยได้กลิ่นในตอนแรกนั้นถูกแทนที่ด้วยกลิ่นเครื่องหอมประหลาดที่เขาเองก็ไม่เคยสูดดมมาก่อน
“เอ็งเป็ดารามานานหรือยัง”
“ก็…ห้าปีแล้วครับ”
“ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเอ็งไปทำอะไรถึงไม่มีดวงสเน่ห์เหมือนคนอื่นเขา”
“…..”
“แต่เอาเถอะ รีบๆถอดเสื้อผ้าออกซะ”
“…..?”