เหยาหงซีที่ไม่รู้ว่าตระกูลเซี่ยวอยู่ที่ไหนก็คิดจะเข้าไปถามทาง แต่ด้วยการที่ปลอมตัวเป็ขอทาน เมื่อนางพยายามเข้าหาผู้อื่นก็มีแต่คนหลีกหนี คิดว่านางจะเข้าไปขอเงิน
“ สกปรกออกไปไกล ๆ ข้า ”
“ ออกไป ”
นอกจากนางจะไม่ได้คำตอบแล้วยังโดนพูดจาแย่ ๆ ใส่อีก เหยาหงซีจึงเลิกเดินเข้าหาผู้อื่น แล้วพูดเสียงดังขึ้นว่า“มีผู้ใดรู้บ้างว่าจวนตระกูลเซี่ยวอยู่ที่ใด ”
เมื่อหลายคนได้ยินคำถามของนางก็มีบางคนกำลังจะพูดขึ้น แต่เมื่อหันไปเจอผู้ที่ถาม เห็นเป็ขอทานก็ปิดปากตามเดิมแล้วรีบเดินจากไป เพราะกลัวถ้าบอกนางไปเกิดนางไปทำเื่ไม่ดีเขาจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย
ขอทานน้อยทั้งสองเมื่อเห็นแบบนั้นก็ได้แล้วเศร้าใจ
แต่ทันใดนั้นก็มีชายแก่คนหนึ่งวิ่งเข้ามาหาเหยาหงซี“นี่ ๆ เ้าอยากรู้รึว่าจวนตระกูลเซี่ยวอยู่ที่ใด ข้ารู้จะนำทางให้”
เหยาหงซีได้เห็นสีหน้าและท่าทางของชายแก่ก็ยกมือขึ้นมาปิดปากแล้วอมยิ้ม ‘ น่าสนใจดีเ้าแก่นี่คิดจะทำอะไร ’
นางมิใช่คนโง่เขลา และ ยังมีนิสัยชอบดูสีหน้าที่สิ้นหวังของผู้อื่นจึงชอบสังเกตสีหน้าและท่าทาง เพื่อจะได้รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามเป็อย่างไรมนุษย์นั้นชอบโกหกเป็นิสัยการจะรู้ความจริงได้ควรดูจากท่าทางที่พวกเขาแสดงออกมาโดยไม่ตั้งใจแล้วจะพบความจริง
ก่อนหน้านี้เหมือนมีใครตามนาง หรือ มองมาทางนางอยู่ตลอดแม้จะรู้สึกบางส่วนว่าคิดไปเอง แต่ก็มีอีกส่วนที่ยังสงสัยอยู่และนางก็มิชอบให้ใครแอบซ่อนคอยดูละคร นางต่างหากที่ต้องเป็ผู้ดู และผู้บงการเื้ั หากใครคิดจะมาทำตัวเื้ันาง คงมีแต่ต้องกำจัดทิ้งไป
แม้ไม่รู้ว่าปลาที่ติดกับตอนนี้จะใช่พวกเดียวกับที่มองนางไหมแต่ยังไงตอนนี้ก็ได้ปลามาแล้ว ดูสิว่ามันจะว่ายไปทางทิศใด ‘ช่างน่าตื่นเต้นเสียจริง หรือ วันนี้ข้าจะได้กินปลาแล้ว ’
“ ขอบคุณ เ้านำทางไปแล้วข้าจะมีของขวัญให้ ” เหยาหงซีพูดขึ้น
เซหยู่ที่ไม่ค่อยทันคนก็คิดว่ามีคนจิตใจดีช่วยคุณหนู ก็ยิ้มดีใจ
“ ขอรับ ”ชายแก่พูดขึ้น และ มีแว็บหนึ่งที่ปรากฏสีหน้าดูถูกขึ้นมาแล้วมันก็หายไปอย่างรวดเร็ว
แต่ถึงจะเป็แบบนั้นก็มิอาจรอดพ้นสายตาของเหยาหงซีไปได้
ชายแก่เดินนำทางไปได้สักพักสภาพแวดล้อมรอบ ๆ จากที่อยู่ภายในเมืองคึกคัก ตอนนี้ก็เริ่มไกลจากผู้คนมากขึ้นเรื่อยๆ ข้างทางเริ่มเป็บ้านเรือนที่ผุพัง มีคนอยู่เพียงน้อยนิดอาจเพราะตอนนี้ยังไม่มืด หลายคนจึงออกไปหากิน
เมื่อได้จังหวะชายแก่จึงแอบหยิบมีดที่ซ่อนไว้ออกมาแล้วพุ่งเข้าแทงไปยังเหยาหงซี
เหยาหงซีใ จนผ้าที่คลุมใบหน้าของนางหลุดออกทำให้เห็นสีหน้าที่เ็ปของนาง นางอยากส่งเสียงเ็ปออกมาแต่กลับพบว่าไม่มีเสียง
เซหยู่เห็นเหยาหงซีได้รับาเ็ก็ใจนร้องออกมา “ คุณหนูเ้าคะ ”
ทันใดนั้นก็มีคนสวมหน้ากากรีบพุ่งเข้ามาพยุงนาง
เหยาหงซีได้เห็นแบบนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จากสีหน้าที่เ็ปจากการถูกแทงกลับเปลี่ยนเป็รอยยิ้มที่น่าสยดสยอง เหยาหงซีที่ตัวสั่นนิด ๆ เพราะความตื่นเต้นรีบคุมสติตัวเอง และ ใช้เข็มเงินแทงไปยังจุดต่าง ๆ บนร่างกายของชายสวมหน้ากาก
“ ดูเหมือนจะตกได้อีกตัวแล้ว ” นางพึมพำขึ้น
ชายสวมหน้ากากที่ได้แต่ใแล้วรีบวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
เหยาหงซีที่เห็นแบบนั้นก็ไม่ได้มีท่าทีจะวิ่งตามไปนางเพียงมองไปทางที่ชายสวมหน้ากากวิ่งหนี ไปแล้วยิ้มขึ้นมา ‘ตอนนี้เ้าหนีไป ถ้าเ้าไม่อยากตายเราคงจะได้พบกันอีก ’
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้จะดูเหมือนนานแต่ความจริงผ่านไปเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น
เซหยู่รีบไปหาเหยาหงซีแล้วดูบริเวณที่นางถูกแทง ก็พบว่ามีรอยเืเต็มไปหมด “คุณหนูท่านถูกแทงที่ไหนกันเ้าคะ เรารีบไปหาหมอกันเถอะเ้าค่ะ ” เซหยู่ที่เป็ห่วงว่าเหยาหงซีอาจจะเป็ล้มจากการถูกแทง ก็ได้พยุงตัวนาง
เหยาหงซีได้เห็นแบบนี้ก็ยิ่งรู้สึกเอ็นดูสาวน้อยน่ารักคนนี้เพิ่มไปอีก “ ข้าไม่เป็ไรเ้าดูสิ เห็นไหมมันมีเพียงรอยเื ข้าไม่ได้ถูกแทง ”
เซหยู่ได้ยินแบบนั้นก็มองไปยังบริเวณรอยเืใหม่อีกรอบก็พบว่ามีเพียงรอยเื แต่ไม่มีรอยถูกแทงแต่อย่างใด นางถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจว่าคุณหนูไม่ได้ถูกแทง
เพราะถ้าคุณหนูถูกแทงนางคงต้องเศร้าเสียใจไปทั้งชีวิตแน่ตัวนางที่มีเพียงคุณหนูเท่านั้น ส่วนคนตระกูลเหยาถึงรู้ว่าคุณหนูถูกแทงก็คงไม่ให้เงินมารักษาถึงนางจะพาคุณหนูไปหาหมอก็ยากจะรู้ว่า คุณหนูจะถูกช่วยไว้ไหม
ส่วนเหยาหงซีตอนนี้ก็เอาเท้าเขี่ยไปที่ชายแก่ที่นอนแน่นิ่งไปแล้ว
จากการที่ชายแก่คนนั้นพุ่งมาแทงนาง เพราะร่างนี้ไม่มีแรงมากนักนางจึงต้องฝังเข็มอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ชายแก่หมดแรง แล้วนางจึงพลิกข้อมือชายแก่ให้แทงไปที่ตัวเองแทนจนตอนนี้ชายแก่อยู่ในสภาพแทงตัวเองจนตาย ดูเหมือนการฆ่าตัวตายไม่มีผิด
เหยาหงซีที่แน่ใจว่าชายแก่ได้ตายไปแล้วก็เริ่มค้นตัวเผื่อว่าจะเจอหลักฐานอะไรให้นำไปสืบได้ว่าใครกันที่จ้างให้มาทำร้ายนาง และดูเหมือนว่าผู้จ้างก็จะคอยจับตาดูนางั้แ่ในจวน
ไม่งั้นคงไม่มีทางรู้ว่าขอทานทั้งสองเป็นางกับคนรับใช้และ ขอทานคนไหนคือนาง นี่นับว่าคนที่ว่าจ้างมีความอดทนสูงมากจริง ๆเพราะเ้าของร่างเดิมเคยออกมานอกจวนไม่ถึง 2 ครั้งด้วยซ้ำ
หลังจากค้นไปจนหมดสุดท้ายก็ไม่พบหลักฐานอะไรมีเพียงเงินที่ชายแก่พกไว้
หลังจากนั้นนางก็หยิบเงินมาเก็บ และไม่สนใจชายแก่นี้อีก ที่นางไม่คิดจะทำลายหลักฐาน เพราะว่าเป็ตัวชายแก่เองที่วางแผนจะฆ่านางที่นี่เป็สถานที่ไร้ผู้คน หรือ ถึงใครจะเห็นเหตุการณ์ ผู้นั้นก็จะจากไปอย่างรวดเร็วไม่กล้ามอง กลัวว่าตนจะถูกทำร้ายแทน และ ทางการเองก็ไม่สนใจคนพวกนี้ที่วันหนึ่งตายกันไปไม่รู้เท่าไหร่ เหมือนคนพวกนี้ไร้ค่า เป็เพียงมดในสายตาทางการ
และ สภาพของชายแก่คนสิ้นลมหายใจไปแล้วยังดูเหมือนทำตัวเอง ก็ยิ่งไม่มีใครสนใจ
แต่เซหยู่ที่เห็นคนตายแบบนั้นก็ได้แต่ตัวสั่นจนเหยาหงซีรีบเข้าไปปลอบ “ เซหยู่เ้าจงจำไว้ถ้าเราไม่ฆ่ามัน เราก็จะเป็ฝ่ายที่ถูกฆ่าเสียเอง ”
“ ข้าเข้าใจเ้าค่ะคุณหนู ” เซหยู่มองไปที่เหยาหงซีด้วยแววตาที่เศร้าสร้อยเป็เพราะนางที่อ่อนแอเกินไป จนไม่สามารถปกป้องคุณหนูได้ ทำให้คุณหนูต้องทำแบบนี้
คุณหนูคงกังวลใจมากแต่เพื่อข้าคนรับใช้ที่ต่ำต้อยแล้ว กลับแสดงท่าทีที่เข้มแข็งออกมาเซหยู่แม้ตอนนี้จะรู้สึกกลัว แต่เมื่อมีเหยาหงซีมาปลอบก็รู้สึกอุ่นใจขึ้น และตั้งมั่นในใจ ‘ ข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อปกป้องคุณหนูให้ได้’
หลังจากนั้นเหยาหงซีและเซหยู่จึงรีบเดินกลับไปทางเดิม
พวกนางทั้งสองเดินไปได้สักพักก็มีเด็กวิ่งมาชน
“ เ้าระวังหน่อย ” เซหยู่ะโไล่หลังเด็กคนนั้นไป
เซหยู่หันไปทางเหยาหงซีก็รีบถามขึ้นด้วยความเป็ห่วง“คุณหนูไม่เป็ไรนะเ้าคะ ”
“ ข้าไม่เป็ไรแต่เ้าเด็กนั้นขโมยเงินข้าไป ”พอพูดจบเหยาหงซีก็รีบจับมือเซหยู่ และ พากันวิ่งตามเด็กน้อยคนนั้นไป
“ ทำไมเด็กขาสั้นแบบนั้นถึงได้วิ่งเร็วนัก”
เหยาหงซีที่จากเดิมเป็คนยากจนไม่มีเงินสักนิดตอนนี้อุตส่าห์ได้เงินมาแล้ว จะปล่อยให้ถูกขโมยไปแบบนี้ได้ไงนางวิ่งตามเด็กน้อยคนนั้นอย่างไม่ลดละ แม้ร่างกายนี้จะไม่ค่อยแข็งแรง และ ทำให้นางเหนื่อยมากขึ้นก็ตาม
เหยาหงซีที่กำลังโกรธจัดจนอยากจะแทงเข็มเงินใส่เ้าเด็กนั้นหลายๆ รอบ แต่ก็ได้แค่คิดแล้ววิ่งตามไป “ ฮ่า ๆๆ ” เหยาหงซีที่เห็นเด็กนั้นหกล้ม ก็หัวเราะขึ้นมา และได้โอกาสเพิ่มความเร็วในการวิ่ง จะได้ไล่ตามจับเด็กนั้นให้ทัน
เซหยู่ที่เหนื่อยหอบจนล้มลง “คุณหนูเ้าคะ บ่าวขอโทษเ้าค่ะ ”
“ ไม่เป็ไรเ้ารอข้าอยู่ที่นี่ข้าจะรีบวิ่งไปเอาเงินคืนมา แล้วจะกลับมาหา ” เหยาหงซีไม่ได้มีท่าทีโกรธเซหยู่แต่อย่างใดเมื่อพูดจบนางก็รีบวิ่งตามเด็กนั้นต่อ
“ เ้าเด็กนั้นขนาดเมื่อกี้หกล้มแล้วทำไมถึงวิ่งเร็วนัก ”เหยาหงซีเริ่มบ่นในใจขณะที่วิ่งตาม
“ นั้นเงินข้า ”เหยาหงซีพูดขึ้น เมื่อเด็กน้อยทำเงินที่ขโมยนางไปตกลงพื้น ขณะที่เด็กนั้นกำลังจะก้มเก็บเงินก็เห็นเหยาหงซีเข้ามาใกล้จึงรีบวิ่งหนีไป
เหยาหงซีที่เห็นแบบนั้นก็รีบวิ่งไปแล้วเก็บเงินอย่างดีกว่าเดิม‘ถ้าครั้งนี้ใครจะมาขโมยก็คงต้องดึงตัวข้าไปด้วยแล้ว ’เหยาหงซีเหนื่อยหอบ จึงยืนพักก่อน แม้จะโกรธเด็กนั้นมาก แต่นางก็เหนื่อยเกินกว่าจะวิ่งตามไปอีกถึงแม้ใจจะอยากวิ่งตามไปตีก้นเพื่อลงโทษมาก แต่ก็ฝืนร่างกายไม่ไหว
หลังจากพักเหนื่อยได้สักพักนางก็เริ่มดีขึ้นกำลังจะกลับไปหาเซหยู่นางก็เหลือบขึ้นไปเห็นป้าย “ ตระกูลเซี่ยว ” อยู่ข้างหน้า ‘ ที่นั้นคือจวนตระกูลเซี่ยวงั้นรึ ดูเหมือน์จะเมตตาข้าจริง ๆ ’
“ ฮ่า ๆ ๆ ”เหยาหงซีหัวเราะออกมาเสียงดัง จนคนรอบข้างคิดว่านางเป็บ้า