“ได้ยินค่า”
คนแอบฟังผ่านกำแพงห้องฝั่งตัวเองปิดปากหัวเราะคิกคักอย่างใส่จริต เมื่อนึกถึง ‘ยังมีกลิ่นของฉันติดอยู่เลย’ แล้วรู้สึกเหมือนเืกำเดาจะไหล
มันต้องทำยังไงถึงได้มีกลิ่นตัวของอีกคนติดตัวเราได้กันฮึ
จู่ ๆ ก็ได้พล็อตใหม่ ต้องรีบหาอะไรมาจดให้เร็วที่สุด ไม่ ๆ เปิดโน้ตบุ๊กมาเขียนให้เป็เื่เป็ราวไปเลยดีกว่า
โครก...
นักเขียนสาวเงยหน้าขึ้นมาจากจอเมื่อเวลาผ่านไปนานพอสมควร เมื่อหลุดภวังค์ท้องไส้ก็ประท้วงทันที รู้สึกแสบท้องนิด ๆ จนต้องใช้มือกดนวดไปมาหลายที
ให้ตายสิ เวลาเขียนงานทีไรหลงลืมเวลาทุกที ขืนเป็แบบนี้บ่อย ๆ โรคกระเพาะได้ถามหาแน่
ปิงปองนวดท้องจนรู้สึกดีขึ้นจึงกดเซฟงานอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ จากนั้นลุกไปเปิดตู้เย็นแล้วแจ็กเกตนมใส่แก้วดื่มรองท้องไว้ก่อนที่เนื้อเยื่อส่วนที่เรียกว่ากระเพาะอาหารจะทะลุ ถือโอกาสมองสำรวจตู้เย็นที่เต็มไปด้วยช็อกโกแลตและขนมมากมาย แต่ไร้วี่แววอาหารหลัก แม้แต่วัตถุดิบก็ไม่มี
“ไข่ก็ไม่มี...ออกไปซื้อของมาใส่ตู้ไว้หน่อยดีกว่า”
ปิงปองดูของในครัวอีกพักใหญ่ จะได้ซื้อมาตุนไว้ทีเดียว เธอี้เีออกไปข้างนอกบ่อย ๆ
โอ้โห! แม้แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็หมด ไม่ไปวันนี้ต้องอดตายแน่
ไหน ๆ แล้วเลยเข้าห้องนอนกับห้องน้ำไปดูของใช้ด้วยเลย อันไหนที่ใกล้หมดก็จดไว้กันลืม ไป ๆ มา ๆ รายการที่ต้องซื้อก็เต็มโพสต์อิทแผ่นใหญ่
อากาศตอนหกโมงเย็นในประเทศไทยยังร้อนระอุราวกับซ้อมตกนรก แสงแดดอ่อนลงจนใกล้หมดเต็มที แต่อากาศไม่ได้เย็นลงเลยสักนิดเดียว
ปิงปองกระชับเสื้อคลุมแขนยาวที่คนบ้านเราเรียกมันว่าเสื้อกันแดดเพราะมันใช้สำหรับปกป้องผิวจากแสงแดดอันแผดเผา ไม่ได้ใช้กันหนาวเหมือนบ้านเมืองอื่นเขา
ในหนึ่งปีมีโอกาสััความหนาวที่เรียกว่าหนาวจริง ๆ สักกี่วันกัน
ปีที่แล้วหนาวอยู่สามสี่วันตอน่สิ้นปีไปปีใหม่เองมั้ง
อีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในยุคนี้ นั่นก็คือแมสหรือหน้ากากอนามัย เมื่อก่อนใส่ป้องกันฝุ่นในเมืองกรุง ทว่าตอนนี้มันถูกใช้ป้องกันเชื้อโรคจากโรคระบาดด้วย
แค่ใช้ชีวิตก็ลำบากมากแล้ว ยังจะมีโรคระบาดบ้าบอนี่อีก
พ่อแม่ที่บ้านเองก็บอกให้กลับบ้านเราเถอะ ในเมื่องานเขียนที่ทำอยู่สามารถทำที่ไหนก็ได้ จะที่คอนโดหรือบ้านเราก็คงเหมือนกัน
ทว่าปิงปองกลับปฏิเสธแบบหัวชนฝา หากกลับบ้านไปแล้ว เธอก็คงไม่ได้ออกมาอีกนาน เพราะตัวเองเป็คนแบบนี้ เลยยังไม่มีความคิดที่จะกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัดเร็ว ๆ นี้
จบมายังไม่ทันได้เที่ยวหรือใช้ชีวิตให้คุ้มเลย โรคระบาดบ้า ๆ นี่มันก็มาได้ถูกจังหวะซะจริง
ปิงปองตรวจเช็กของในกระเป๋าอีกครั้ง สเปรย์แอลกอฮอล์พร้อม หน้ากากพร้อม ถุงผ้าก็พร้อม ไปซื้อของได้
ปิงปองหลีกเลี่ยงสถานที่แออัด จึงเรียกแท็กซี่แทนที่จะไปรถเมล์หรือรถไฟฟ้า รวมถึงเลือกไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าเล็ก ๆ ที่มีของใช้ในชีวิตประจำวันและของสดพร้อม ซึ่งอยู่ใกล้กว่าที่จะไปห้างใหญ่
สำคัญที่สุดคือเธอไม่ชอบสถานที่ที่คนเยอะ ๆ
หูที่ไวต่อเสียงมันมีผลเสียมากกว่าผลดี หูดีเกินไป อะไรที่ไม่้าได้ยินก็ได้ยินหมด การรับรู้ที่มากเกินไปก็ทำให้วิงเวียน อ้วกแตกหรือหมดสติก็เคยมาแล้ว
ดังนั้นไอเท็มสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับเธอจึงไม่ใช่หน้ากากอนามัยหรือสเปรย์แอลกอฮอล์ แต่เป็หูฟังครอบแบบบลูทูธ ใส่ปิดหูในยามปกติ และใช้โหมดตัดเสียงรบกวนในยามที่เสียงรอบข้างดังเกินไป
สำหรับคนอื่นอาจจะอันตรายหากจะใช้โหมดนั้นในที่สาธารณะ แต่สำหรับเธอคือกำลังพอดี
ปิงปองใช้เวลาในการซื้อของเกือบหนึ่งชั่วโมง นอกจากรายการที่จดไว้แล้วยังมีอย่างอื่นงอกมาอีกหลายอย่าง แป้งทำขนมและพิมพ์ขนมจะเต็มห้องอยู่แล้ว
แต่มันอดไม่ได้จริง ๆ ของมันน่ารัก ของมันต้องมี
ก่อนกลับยังหยิบขนมปังมาอีกหลายอัน เผื่อเวลาหิว ๆ แล้วี้เีทำกับข้าวก็ยัดขนมปังเข้าไป อร่อยและกันตายได้ แถมยังหลอกตัวเองได้ด้วยว่าอย่างน้อยก็ดีกว่าเอาแต่กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
“ขอบคุณค่ะ” ปิงปองโค้งหัวขอบคุณลุงยามที่ช่วยถือถุงใบใหญ่สองใบเข้ามาวางไว้ให้ที่หน้าลิฟต์
ซื้อของเพลินไปหน่อย สุดท้ายถุงที่เอาไปไม่พอ เลยต้องเสียเงินซื้อถุงเพิ่มอีกใบรวมเป็สามใบ คราวนี้คงไม่ต้องออกจากห้องไปอีกนานพอดู
กริ๊ง กริ๊ง...
“ว่าไงแก” เธอกดรับสายแล้วคุยผ่านหูฟังบลูทูธที่ยังสวมคาหู
“อยู่ไหน”
เธออดยกมือถือขึ้นมาดูหน้าจอไม่ได้ ชื่อที่ปรากฏก็เป็ชื่อของเพื่อนสนิท ไม่ได้ดูผิดไป หัวคิ้วขมวดน้อย ๆ เมื่อถูกตอบกลับมาด้วยประโยคคำถาม
“อยู่หน้าลิฟต์ ออกไปซื้อของมา ทำไม มีอะไรเหรอ”
“ตอนนี้อยู่ห้องแก ไม่เห็นอยู่ในห้องเลยโทรหา ขึ้นมาเร็ว ๆ ฉันซื้อไก่ทอดมา เดี๋ยวเย็นแล้วไม่อร่อย”
หญิงสาวเผลอแลบลิ้นกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว “ได้ ๆ เออ ออกมารอที่หน้าลิฟต์หน่อยสิ มาช่วยถือของหน่อย พอดีซื้อของมาเยอะเกินไป”
“ได้ ๆ”
“ลิฟต์มาแล้วครับ” เสียงทุ้มห้าวเอ่ยขึ้นหลังวางสาย
ปิงปองที่หันข้างมองไปเรื่อยตอนคุยเอี้ยวหน้ามอง เห็นประตูลิฟต์เปิดรออยู่ ด้านในมีผู้ชายสวมแจ็กเกตหนังสีดำ แขนซ้ายหนีบหมวกกันน็อกสีแดงดำ ขณะที่มือขวากำลังกดเปิดประตูลิฟต์ค้างไว้ และเหมือนจะรอเธอคุยสายอยู่สักพักแล้ว
โธ่! พ่อพลอยไก่ แสนดีขนาดนี้ช่างน่าสงสารที่มีแฟนเ้าชู้
“ค่ะ ๆ” เธอยกถุงใบใหญ่สองใบขึ้นมา “ช่วยเปิดรอหน่อยนะคะ ขอหยิบถุงแป๊บนึง”
“เดี๋ยวผมช่วย...” ชายหนุ่มเสียงขาดไปเมื่อผู้หญิงตรงหน้าก้มตัวลงไปใช้นิ้วสอดหูหิ้วของถุงใบสุดท้าย ที่ดูแล้วน่าจะหนักเอาการยกลอยขึ้นมาได้อย่างง่ายดายราวกับไร้น้ำหนัก
ชายหนุ่มอดที่จะรู้สึกทึ่งไม่ได้ ตัวเล็กนิดเดียวแต่กำลังแขนเยอะผิดจากที่เห็นมาก
ปิงปองวางถุงทั้งสามใบไว้ที่พื้น อีกฝ่ายกดที่ชั้นแปดโดยไม่ต้องหันมาถามว่าเธอจะไปชั้นไหน เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอกับเขาเจอกัน หญิงสาวอยู่คอนโดแห่งนี้มาจะสามปีแล้ว ทั้งคู่รู้ว่านี่คือคนที่อยู่ห้องข้าง ๆ
ระหว่างรอลิฟต์ขึ้นไปยังชั้นแปด เนื้อร้องแปลก ๆ ก็ดังขึ้นตามความเคยชิน
“เมียพี่มีชู้นะรู้ยัง...” ท่อนแรกยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ทว่าท่อนหลังที่มักจะเปลี่ยนไปเสมอกลับคราวนี้ถึงกับทำให้คนฟังสำลักไอ “...เอากันทุกวันจนหนูนอนไม่ได้เลย~”
แค่ก!
หญิงสาวไม่สนใจอาการไอของอีกฝ่าย ยังคงต่อเนื้อร้องที่เพิ่งคิดสด ๆ ต่อไป
“เมียพี่มีชู้นะรู้ยัง เอากันทุกวันจนหนูนอนไม่ได้เลย ใครเล่าจะเคย เธอมีทีก็มีตั้งสามคน วู้ฮู!”
รู้จักกันมาสามปี ปิงปองก็ร้องเพลงนี้มาจะสามปีแล้วเหมือนกัน ั้แ่ที่รู้ว่าผู้หญิงห้องข้าง ๆ แอบเอาชู้รักมาหลับนอนก็อยากบอกอีกฝ่ายมาโดยตลอด
แต่บอกแล้วยังไง
เกิดบอกไปแล้วเขาไม่เชื่อ หรือไปเคลียร์กันในภายหลัง เธอก็หมาน่ะสิ ใครจะไปรู้ว่าพ่อพลอยไก่คนนี้จะเป็ควายด้วยหรือเปล่า
ดังนั้นสิ่งที่เธอทำได้มากสุดก็มีแต่ร้องเพลงเตือนทุกครั้งที่เจอกันนี่แหละ
แต่ว่า...ร้องมาจะสามปีแล้วนะ จนจะออกซิงเกิลได้อยู่แล้วเนี่ย รู้ตัวสักทีสิพี่!
+++++++++++++++++++++++++
เมียพี่มีชู้นะรู้ยัง เอากันทุกวันจนหนูนอนไม่ได้เลย วู้ฮู~
เื่ของเขาเราก็ยุ่งมากไม่ได้
เกิดพี่คนนั้นเขาไม่ได้เป็แค่พลอยไก่แต่เป็ควายด้วย เราก็หมาน่ะสิ!
ขออภัย นางเอกเราสายถึก แบบว่าถังแก๊สก็ยกเองได้ (>0<)
ทุกคนแสดงความคิดเห็นกันได้เต็มที่เลยน้า พรายตามอ่านทุกคอมเม้นเลยจริง ๆ
เป็โรคจิตค่ะ 555 จะสติกเกอร์หรือกดหัวใจก็ดูหมด
ขออย่างเดียว กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพและมีเหตุผล
ติชมหรือแนะนำได้เต็มที่ ยกเว้นว่าอิน อันนั้นก็ใส่เต็มได้เลยค่า