ริโอะพ่นลมหายใจอย่างหมดแรงและด้วยความหิวจัดจึงทำให้เขารู้สึกหน้ามืด
ความทรงจำของเขาในชาติก่อนคือเื่จริงงั้นเหรอและหากถ้าเป็เื่จริง ทำไมเขาเพิ่งจะมานึกออกเอาป่านนี้กันล่ะคำถามเหล่านี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวริโอะ
แต่คิดเท่าไรก็หาคำตอบไม่ได้ริโอะจึงเปลี่ยนเื่คิดว่าทำอย่างไรจึงจะเอาตัวรอดไปจากที่แห่งนี้ได้
หากเป็ริโอะคนเดิมเขาคงจะวางแผนเื่อนาคตของตัวเองไม่ได้ั้แ่ที่ความทรงจำและอุปนิสัยของฮารุโตะได้ตื่นขึ้นมา เขาก็คิดอย่างใจเย็นรอบคอบมากขึ้นและถ้ายังคงเป็ริโอะคนเดิมอนาคตของเขาคงจะหนีไม่พ้นความตายเป็แน่
ริโอะมีเป้าหมายที่ต้องทำให้สำเร็จให้ได้เขายังตายที่นี่ไม่ได้
”ถ้าเราตายไปแล้ว ไอ้หมอนั่น...”
ริโอะกัดฟันแน่นเมื่อนึกถึงชายคนหนึ่งที่เขานึกแค้นอยู่ทุกวัน
ั้แ่ริโอะลืมตาดูโลกมา พ่อของเขาก็เสียชีวิตแล้วเมื่อจำความได้แม่ก็ถูกฆ่านับแต่นั้นเป็ต้นมาเขาก็อาศัยอยู่ในสลัมที่เต็มไปด้วยสิ่งสกปรกราวกับกองขยะแห่งนี้
พ่อและแม่ของริโอะเป็ผู้อพยพมาจากประเทศอันไกลโพ้นทั้งสองท่องเที่ยวไปยังเมืองต่างๆ และใช้ชีวิตอย่างนักผจญภัยอายาเมะแม่ของริโอะเมื่อรู้ตัวว่าตั้งท้องก็หยุดเดินทางพักหนึ่งจึงต้องอาศัยเงินของเซ็นซึ่งเป็พ่อริโอะแต่ทว่าให้กำเนิดริโอะได้ไม่นานเซ็นก็จากโลกนี้ไป
ถึงจะเหลือตัวคนเดียว อายาเมะก็ยังยืนหยัดเลี้ยงริโอะเพียงลำพังอายาเมะคิดว่าหากใช้เงินเก็บที่มีอยู่อย่างประหยัดถึงจะต้องเลี้ยงลูกไปด้วยก็คงจะใช้ชีวิตปกติได้
ทว่าชีวิตอันแสนสงบสุขสองแม่ลูก ก็ได้ปิดฉากลงเมื่อริโอะมีอายุได้ห้าขวบ
อายาเมะเป็คนสวย ซึ่งแตกต่างจากผู้หญิงคนอื่นในอาณาจักรเบลต์ลัม ถึงแม้จะมีริโอะแล้ว เธอก็ยังดูสาวและสวยจนพวกผู้ชายรอบข้างพากันจ้องมองด้วยสายตาโลมเลีย
อายาเมะซึ่งมีจุดอ่อนคือริโอะจึงตกเป็เหยื่อของพวกคนชั่วได้โดยง่ายจนกระทั่งถูกปลิดชีวิตต่อหน้าริโอะ
เด็กน้อยริโอะจำเหตุการณ์ในตอนนั้นได้อย่างชัดเจนั้แ่นั้นมาเขาก็หมกมุ่นคิดถึงแต่เื่แก้แค้นให้แม่ทุกลมหายใจ
แม้ในตอนนี้ริโอะจะมีบุคลิกและความคิดของฮารุโตะอยู่ในตัวด้วยก็ตามเขายังคงรู้สึกว่าการแก้แค้นให้แม่คือภารกิจที่เขาต้องทำให้สำเร็จแต่จิตสำนึกของฮารุโตะก็บอกเขาว่าการเคียดแค้นคือเื่น่ารังเกียจ
ทว่าความคิดของริโอะที่อยากจะแก้แค้นนั้นช่างรุนแรงเพราะเพียงแค่นึกถึงผู้ชายคนนั้นเขาก็สะอิดสะเอียนจนแทบทนไม่ไหว
(การแก้แค้นคือเื่น่ารังเกียจ? นายโลกสวยเกินไปแล้วฮารุโตะ...!)
ริโอะรู้สึกขัดแย้งในตัวเองจึงนิ่วหน้าแล้วจิ๊ปาก
ในตอนนั้นเองประตูของกระท่อมก็ถูกกระชากให้เปิดออก
ริโอะฝืนตัวเองลุกขึ้นนั่งและมองไปยังประตูที่ถูกเปิดออก
ปรากฏร่างของหญิงสาวคนหนึ่งและกลุ่มชายฉกรรจ์
”หือ? ตื่นแล้วหรือไอ้ริโอะ”
ชายที่เดินเข้ามาในกระท่อมเป็คนแรกเห็นริโอะนั่งอยู่จึงเอ่ยปากถาม
ริโอะรู้จักชายคนนี้ดี
“ยังมีชีวิตอยู่อีกเหรอเนี่ยนึกว่าตายไปแล้วซะอีก ลูกพี่ครับ! เ้าริโอะมันยังมีชีวิตอยู่เห็นสภาพมันเมื่อวานข้าเลยคิดว่ามันตายไปแล้ว”
ชายหนุ่มเบิกตาโพลงด้วยความใ แล้วหันไปบอกชายร่างั์ด้านหลัง
“ฮึ ไอ้เด็กตายยากนี่เองเมื่อวานนี้มันยังเป็ไข้จับสั่นอยู่แท้ๆก่อนออกมาข้าคิดอยู่ว่าถ้ากลับมาแล้วมันยังไม่ลุกอีก ข้าจะเอามันไปโยนทิ้ง”
ชายร่างใหญ่ที่ถูกเรียกว่าลูกพี่เอ่ยขึ้น ราวกับประทับใจในตัวริโอะ
“...ก็...พอไหวอยู่ครับ”
ริโอะตอบแบบปั้นสีหน้าให้ดูปกติ
ชายฉกรรจ์เหล่านี้เป็กลุ่มผู้มีอิทธิพลในสลัมพวกมันรับจ้างทำงานสกปรกทุกอย่าง และชอบทำตัวนอกรีตหากมีใครจ้างวานให้ทำเื่ชั่วๆ พวกมันก็พร้อมจะทำพวกมันทำได้ทุกอย่างเพื่อเงินจริงๆ
ไม่ว่าจะเป็ค้ามนุษย์ ค้าของผิดกฎหมาย ลอบฆ่าลักขโมย ต้มตุ๋น ข่มขู่ รับซื้อของโจรหรือขนส่งของผิดกฎหมายงานสกปรกเหล่านี้พวกมันทำมาแล้วนับไม่ถ้วน
สำหรับคนพวกนี้แล้วเด็กกำพร้าในสลัมเป็เพียงแค่เครื่องมือที่ใช้แล้วทิ้งเท่านั้น
ริโอะก็เป็หนึ่งในพวกที่ถูกเก็บมาไว้ใช้งาน เขาถูกจับขังรวมกันกับคนอื่นๆในกระท่อมหลังนี้ เขาหวาดผวาคนเหล่านี้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะในยามหลับหรือยามตื่น
มีบางครั้งที่ริโอะถูกทำร้ายร่างกายเพื่อเป็ที่ระบายอารมณ์ให้พวกคนถ่อยบางครั้งก็โดนบังคับให้ขโมยของ หากถูกจับได้ก็ห้ามหนีเพราะต้องเป็แพะรับบาปแทนพวกมัน
เขาคือทาสดีๆ นี่เองแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะต้องอาศัยพวกมันเพื่อเอาชีวิตรอดโลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมเลยจริงๆ
ริโอะเอาตัวรอดมาได้ทุกวันนี้ ด้วยการทำตามคำสั่งของคนพวกนี้
“จะว่าไปแล้วก็หนาวจังเลยนะครับลูกพี่ เรามาดื่มเหล้าฉลองให้ร่างกายอบอุ่นกันดีกว่าครับ”
ลูกน้องคนหนึ่งเอ่ย แล้วนำสุราและเสบียงอาหารมาจัดวางบนโต๊ะไม้เก่าๆที่อยู่กลางห้อง
“เออ ก็ดีเหมือนกัน เฮ้ย!เอาไอ้นี่ไปวางไว้ตรงมุมห้องทีซิ มันหลับเพราะฤทธิ์ยาอยู่นะ อย่าปลุกมันเด็ดขาด”
คนที่ดูเหมือนเป็หัวหน้าสั่งลูกน้องคนหนึ่งขานรับ “ได้ครับ”แล้วนำกระสอบที่บรรจุของบางอย่างซึ่งเป็สมบัติของเชลยไปวางไว้ตรงมุมห้อง
พวกชายฉกรรจ์ทั้งหลายให้พวกผู้หญิงชงเหล้าให้และเริ่มลงมือกินอาหารกันอย่างอารมณ์ดี
“ทองสิบเหรียญเนี่ย หวานหมูเราเลยนะ ลูกพี่”
ลูกน้องคนหนึ่งพูดพลางหัวเราะร่า
“เฮอะ ก็เพราะเป็ของผิดกฎหมายน่ะสิแค่ขนของก็ได้ตั้งสิบเหรียญทองแล้ว คงจะไม่ใช่แค่ทาสธรรมดาแล้วล่ะข้าคิดว่ามันน่าจะเป็ลูกของพวกขุนนาง”
“หือ? พี่จะรับงานเสี่ยงอันตรายอีกแล้วเหรอ?”
หญิงสาวที่กำลังรินเหล้าอยู่ ถามด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“ก็ไม่เชิงหรอก...”
ชายผู้นำร่างใหญ่เอ่ยพร้อมโอบเอวหญิงคนนั้นไว้แล้วยิ้มอย่างมีเลศนัย
“จะว่าไปแล้ว ทำงานแค่นี้แล้วได้ทองตั้งสิบเหรียญถือว่าคุ้มค่ามากเลยนะครับ”
“อืม”
ริโอะมองหัวหน้าที่กระดกเหล้าและกัดเนื้อพลางน้ำลายสอ
เนื้อหาของบทสนทนาในวงเหล้าส่วนใหญ่เป็เื่การทำงานผิดกฎหมายแต่ในตอนนี้ริโอะสนใจแต่อาหารที่พวกมันกำลังกินอยู่ เห็นได้ชัดว่างานที่พวกมันทำเป็งานผิดกฎหมายแต่ถ้าช่วยพวกมันทำก็จะได้รับอานิสงส์เป็เศษอาหารจากพวกมันมากิน
ครั้งนี้ริโอะป่วย พวกมันคงไม่ยอมแบ่งอาหารให้เว้นแต่เ้าพวกนี้เกิดเปลี่ยนใจใจดีขึ้นมาเท่านั้นแหละ
ความสัมพันธ์ระหว่างริโอะกับพวกมันก็มีเท่านี้
คนที่เข้มแข็งและคนที่อ่อนแอ คนที่ได้เปรียบและคนที่ถูกเอาเปรียบ
เมื่อหมดประโยชน์ก็ไม่พ้นโดนเขี่ยทิ้งริโอะเคยเห็นพวกเด็กๆ ที่ถูกพวกมันทิ้งมานับไม่ถ้วนแล้ว
ริโอะก็ไม่เคยคิดว่าเขาจะต้องอยู่แบบนี้ไปตลอดแต่ตอนนี้ริโอะยังเป็เพียงเด็กเจ็ดขวบเท่านั้น จึงไม่มีทางเลือก
เพราะต่อให้เขาหนีไปก็คงเอาชีวิตไม่รอดอยู่ดี
กลิ่นอาหารลอยมาเตะจมูก ท้องก็เริ่มหิวขึ้นมา
(หิวจัง...)
ตอนนี้ริโอะนึกอะไรไม่ออกนอกจากคำว่าหิวข้าว
ริโอะพิงหัวกับผนังห้องเหม่อฟังบทสนทนาของพวกนั้นทันใดนั้น
“เฮ้ย ริโอะ ไอ้ริโอะ”
ลูกกระจ๊อกคนหนึ่งส่งเสียงเรียกริโอะ
“ครับ”
“ตัวเหม็นเน่าแบบนี้ไปอาบน้ำอาบท่าซะได้กลิ่นแล้วเสียรสชาติอาหารหมด”
“...ครับ”
ริโอะแอบคาดหวังว่าพวกมันจะแบ่งอาหารให้แต่มันคงเป็เพียงความหวังลมๆ แล้งๆ
ลูกกระจ๊อกคนนั้นเอามืออุดจมูกแล้วโบกมือไล่ริโอะเด็กชายไม่คิดว่าตัวเองจะตัวเหม็นขนาดนั้น
“ขอโทษครับ”
ริโอะก้มหัวเล็กน้อย แล้วลุกขึ้นอย่างโงนเงนความรู้สึกนี้มันประหลาดมากที่ฮารุโตะไม่เคยรู้จักชายคนนี้แม้แต่น้อย แต่ริโอะกลับรู้จักเขาเป็อย่างดี
ริโอะเดินโซเซไปทางประตู
“ริโอะถ้าเ้าไม่ยอมหายป่วย พวกข้าจะขายเ้าไปเป็ทาส อย่างเ้าน่ะดวงก็แข็ง หน้าตาก็ดีคงจะแพงน่าดู”
เ้าหัวโจกล้อเลียนริโอะอย่างขบขันท่าทางเขาคงจะเมาเหล้าเรียบร้อยแล้ว
ไม่รู้ตลกอะไรหนักหนา พวกลูกน้องทั้งหลายก็พากันหัวเราะครืน
”พวกพี่ละก็...พูดกับเด็กมันดีๆหน่อยสิ”
ผู้หญิงที่เทเหล้าอยู่บ่นอย่างเอือมระอาแต่ริโอะก็เดินออกนอกกระท่อมไปโดยไม่ได้เหลียวกลับมามอง
เมื่อริโอะปิดประตู
“ริโอะ”
ประตูก็เปิดตามทันที ปรากฏให้เห็นหญิงสาวคนหนึ่งริโอะถูกเรียกชื่อจึงหันกลับมามอง
“เอาเงินนี้ไปซื้ออาหารเช้ากินซะเงินเท่านี้คงพอจะซื้อขนมปังแข็งๆ กับซุปถูกๆ ได้ใช่ไหม”
พูดจบแล้วหญิงคนนั้นก็ยื่นเหรียญทองแดงสามเหรียญให้แก่ริโอะ
หญิงคนนี้เป็โสเภณีที่ผู้นำกลุ่มถูกใจและมีสัมพันธ์ด้วยมากที่สุดหญิงคนนี้จำริโอะได้ และเคยช่วยเหลือริโอะมาหลายครั้ง
“...ขอบคุณครับ จะดีหรือครับคุณจีจี้”
หญิงสาวนามว่าจีจี้หัวเราะอย่างอ่อนโยน เมื่อริโอะกล่าวขอบคุณ
“ไว้ตอนเ้าโตแล้วหาเงินเองได้ ค่อยเอาเงินนั้นมาซื้อบริการข้าก็แล้วกัน”
“ฮะๆ...”
ริโอะหัวเราะแห้งๆ