บทที่ 8 อย่ารังแกโม่เตี๋ยว
“เกาลัดสองเม็ดอยู่ร่วมกัน! นี่คือรหัสลับ”
เสียงอุทานลั่นของชายสองคน ทำให้โม่เตี๋ยวหงุดหงิดจริง ๆ นี่คือของกำนัลจากท่านพ่อต่างหาก! รหัสลับอะไรนั่นฟังดูไม่น่าสนใจ
โม่เตี๋ยวฟึดฟัดกระพือแรงต่อต้าน จนแขนเ้าเนื้อหลุดจากควบคุม แล้วหดตัวลงไปหยิบเกาลัดคู่เชื่อมน้ำตาลอย่างถนอม จะว่าก็ว่าเถอะ! สิ่งนี้ทำให้โม่เตี๋ยวดูน่าค้นหามากในสายตาของคนทั้งสอง จากที่คราแรกแย่งกันคว้าตัวโม่เตี๋ยว ตอนนี้ชางเป่ากับเซี่ยฝานเปลี่ยนมาแย่งกันถามชื่อแซ่ของบิดามารดานางแทน
“นางหนูโม่เตี๋ยว บิดามารดาเ้าคือใครกันแน่”
เสียงหวานของบุรุษดังขึ้นพร้อมเพรียง
…
โม่เตี๋ยวนิ่งเงียบไม่มีคำตอบ ดวงตากลมโตเหลือกมองเพดานอย่างล่อกแล่ก แล้วแกะเกาลัดกินแก้เซ็งเผื่อจะนึกอะไรออก จากนั้นชูปลายนิ้วจิ้มแก้มตัวเองเล่น รออยู่ตั้งเฟินสองเฟิน ในลำคอของนาง ยังมีแค่คำว่า ‘งืม…’ ดังคลอเบา ๆ อยู่ตลอดเวลา
“โม่เตี๋ยวไม่รู้!”
คำตอบสั้นห้วนทำผู้ฟังแทบหงายท้อง ยิ้มที่ค้างเติ่งเก้อยู่บนแก้มจำต้องหุบลง หน็อยแน่! ใช้ไม้อ่อนไม่ได้ จำเป็ต้องใช้ไม่แข็งสินะ ประมุขน้อยพรรคจินไม่สนวิธีการ อาศัยที่เ้าชางเป่าอะไรนั่นเผลอ แล้วดึงร่างอ้วนของโม่เตี๋ยวมาอยู่ใต้วงแขน แล้วใช้ของมีคมบางอย่างที่มีลักษณะคล้ายอาวุธลับ จ่อตรงคอที่หนาเตอะเป็ชั้นของนางอย่างจงใจ
“อย่ามาทำไขสือ มีที่ไหนเด็กที่ไม่รู้จักพ่อแม่ตัวเอง การแต่งตัวของเ้าก็ใช่ว่าเหมือนขอทานน้อย”
ก็โม่เตี๋ยวไม่รู้จริง ๆ O_O’
งะ… แง้งงงงงงงง
T_T
ปากอันทรงพลังแผดเสียงร้องไห้จ้าดังไปถึงนอกตัวเรือ แล้วคนที่วรยุทธ์สูงส่งอย่างโหรวชิงอวิ๋นจะไม่ไวต่อเสียงของเ้าลูกหมูได้อย่างไร ทันทีที่มีเสียงแว่วไปตามลม แม้จะปะปนกับเสียงคลื่นที่ซัดสาด แล้วในควบคุมของเขายังมีตัวประกันอยู่คนหนึ่ง
แต่โหรวชิงอวิ๋นก็ไม่ลังเลที่จะวิ่งวุ่นไปตามทิศทางของเสียง เพียงไม่ถึงสามชั่วลมหายใจ มือเ้าปัญหาของจินเซี่ยฝานก็ถูกกระทบด้วยด้ามมีดสั้นที่ปามาจากทิศตรงข้าม แล้วเสียงที่ดังไล่หลังก็สั่นประสาทจินเซี่ยฝานได้เป็อย่างดี
“เ้าคนหน้าวอก ใครใช้ให้เ้าแตะต้องโม่เตี๋ยวของข้า!”
“ทะ…ท่านพ๊อ ~”
โม่เตี๋ยวะโเมื่อเห็นบิดา นางรู้ว่าบิดาคนเก่งต้องไม่ปล่อยให้นางเป็อะไรไปแน่นอน อาศัยจังหวะที่คนผู้นี้เผลอไผล จึงเปลี่ยนจากอ้าปากร้องไห้ เป็อ้าปากงับแขนจินเซี่ยฝานจนจมเขี้ยว ทันทีที่หลุดจากควบคุมก็วิ่งตรงไปกอดขาบิดาอย่างรู้งาน
แล้วตอนนี้เอง ที่โหรวชิงอวิ๋นละมือจากตัวประกัน แล้วเปลี่ยนมาอ้าแขนรออุ้มโม่เตี๋ยแทน ชนิดที่ไร้ความลังเลในสายตา จะว่าไปต่อให้ตัวประกันที่พามาก็ดูไม่ค่อยเหมือนตัวประกันสักเท่าไหร่ เขาผู้นี้คือผู้าุโจิน จินฮั่วหร่าน
ที่แท้ผู้นำพรรคจิน บุกเรือสินค้าข้ามฟากลำนี้ หาใช่โจรโพ้นทะเลอย่างที่ถูกกล่าวหา แต่ที่ต้องลงมืออุกอาจสร้างสถานการณ์เหมือนบุกทำร้ายคน ก็เพื่อล่อให้เ้าลูกชายหัวแก่วหัวแหวนโทษตัวเองว่าเป็ต้นตอของปัญหา แล้วยอมโผล่หัวออกมาเป็ประมุขน้อยพรรคจินอย่างที่ควรเป็ต่างหาก
โหรวชิงอวิ๋นก่อนจะเป็ใหญ่เป็โต เคยท่องเที่ยวโลดโผนในยุทธภพเพื่อผดุงคุณธรรม เรียนรู้หาแก่นแท้ของสรรพชีวิต และหาประสบการณ์ของการเป็ปุถุชน ครั้งหนึ่งเคยช่วยชีวิตคุณชายจินเซี่ยฝานไว้ ั้แ่นั้นเป็ต้นมา พรรคจินก็ปฏิบัติกับชิงอวิ๋นเหมือนเป็คนในครอบครัว
ส่วนจินเซี่ยฝานก็สนิทกับโหรวชิงอวิ๋นมาก ถึงขั้นยอมสาบานเป็พี่น้องต่างสายเื ทว่าเื่ก็หลายปีผ่านมาแล้ว หลังโหรวชิงอวิ๋นเลิกท่องยุทธภพ แล้วลากลับเมืองหลวงเพื่อรับ่ต่อจากบิดา ไม่กี่ปีต่อมา ก็ได้ยินว่าเป็ใหญ่เป็โต อำนาจล้นมือ เป็ถึงผู้บัญชาการเหล่าทัพที่แม้แต่เ้าแคว้นยังต้องเกรงใจ
มาวันนี้ดันได้พบกันโดยบังเอิญ หากไม่ใช่วาสนาแล้วจะเรียกว่าอะไรได้อีกเล่า
เดิมทีถือวิสาสะล่วงเกินผู้ใหญ่ จับผู้าุโจินฮั่วหร่านก็เพื่ออยากบีบให้เ้าลาโง่ตัวนั้น ยอมสมานฉันท์กับบิดา แสดงฉากลูกกตัญญูสักครั้ง ใครจะไปคิดว่า! เป็เ้านั่นที่กำลังรังแกโม่เตี๋ยวของชิงอวิ๋นอยู่
นับว่าอกตัญญูต่อความหวังดีของพี่ใหญ่!
“เ้าลูกไม่รักดี มาให้ข้าตีสั่งสอนเดี๋ยวนี้”
จินฮั่วหร่านวิ่งสวนทางกับโม่เตี๋ยวเพื่อไปทุบหัว เ้าลูกชายจอมมะเรกเกเรอย่างจินเซี่ยฝาน หากไม่ใช่ว่ามีลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนเดียว อย่าได้ฝันว่าบิดาคนนี้จะมาคอยวิ่งไล่ให้กลับไปรับตำแหน่ง
เป็ประมุขก็ช่าง ปกครองคนในเกาะก็ดี ทั้งหมดนี้คือความรับผิดชอบ แต่เปิดร้านอาหารคืองานอดิเรก จะเอามาปนกันได้อย่างไร!
“ท่านพ่อ ข้าจินเซี่ยฝานบุตรของท่าน หนีออกจากเกาะพรรคจินก็เพื่อไม่อยากเป็ผู้สืบทอด แล้วการเป็พ่อครัวเปิดร้านอาหารสักหลัง ก็คือความฝันของข้า ความสุขของบุตรชายเหตุใดท่านไม่สนับสนุน ตอนนี้ลูกชายท่านกินนอนอยู่ในเรือสินค้า ลอบอยู่บนคานครัว ก็เพื่อขโมยสูตรอาหารของชางเป่า ท่านยังไม่เห็นความพยายามของข้าอีกหรือ”
จินเซี่ยฝานถูกบิดหูขณะพูด นั่นทำให้ประมุขน้อยดูสิ้นลายไปในบัดดล! ผิดกับเมื่อครู่ที่ออกแรงข่มขู่โม่เตี๋ยวไปตั้งมากมาย
อ้อ! จริงสินะ เมื่อครู่นี้นางหนูโม่เตี๋ยวเรียกพี่ใหญ่โหรวว่าท่านพ่องั้นหรือ?
หลังคิดออก คำด่าทอของบิดาก็ไม่มีความหมายอีกต่อไป เรียกได้ว่าเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา จินเซี่ยฝานจงใจมองไปยังเป้าหมายสองพ่อลูก เห็นท่าทีสนิทสนมก็ยิ่งอยากขยี้ตาแรง ๆ ตอนนี้พี่ใหญ่โหรวอุ้มโม่เตี๋ยวให้นั่งบนท่อนแขน แล้วนางเด็กนั่นก็ขี้ฟ้องไม่เบา
“แง ๆ ท่านพ่อเ้าขา พี่ชายหน้าขาวคนนั้นรังแกโม่เตี๋ยวของท่าน เขาตีข้า หยิกข้า แล้วก็บอกว่าจะลักพาตัวข้าไปจากท่าน โชคดีที่พี่ชายพ่อครัวอยู่เป็เพื่อน ไม่อย่างนั้นโม่เตี๋ยวคงโดนคนนิสัยไม่ดีผู้นั้นจับกินไปแล้ว”
ปากเล็ก ๆ ของนางพูดได้น่าเหลือเชื่อนัก
“ดีนี่! ใส่ร้ายคนก็เป็แล้ว”
จินเซี่ยฝานทักท้วงจนสุดเสียง หน้าสิวหน้าขวานแบบนี้จะปล่อยให้เด็กสามขวบใส่ความได้อย่างไร แล้วเสียงประท้วงของเซี่ยฝานก็ทำให้บิดาของตนได้สติขึ้นมา หยุดบ่นไปชั่วขณะ แล้วเบนความสนใจไปที่โหรวชิงอวิ๋นกับเด็กสาวตัวน้อยอย่างนึกสงสัย
“เสี่ยวอวิ๋น ไม่เจอกันแค่ไม่กี่ปี เ้าแอบไปมีลูกน้อยั้แ่เมื่อไหร่ ไม่ใช่ว่าเ้าปฏิเสธการแต่งงานมาตลอดมิใช่หรือ”
“เื่มันยาวขอรับท่านลุง เอาเป็ว่าพวกท่านสองพ่อลูกรีบปรับความเข้าใจกัน จะถือเป็เื่เร่งด่วนและสำคัญกว่านะขอรับ”
ชิงอวิ๋นตอบอย่างมีมารยาท แล้วท่านลุงจินก็ลากเ้าน้องชายร่วมสาบานจินเซี่ยฝาน ออกไปคุยกันด้านนอกตามประสาพ่อลูก อ้อ! แต่ก่อนจะพาตัวคนออกไป โหรวชิงอวิ๋นในฐานะที่ถูกเรียกพี่ใหญ่มาตั้งหลายปี ขอถืออภิสิทธิ์สั่งสอนน้องรองสักหน่อย
“นี่สำหรับที่เ้าทำให้ท่านลุงลำบาก แล้วนี่สำหรับที่เ้าทำอะไรตามอำเภอใจ ไม่ยอมสืบทอดอำนาจแต่โดยดี แล้วฝ่ามืออรหันครั้งสุดท้ายนี้ สำหรับที่เ้ารังแกโม่เตี๋ยวของข้า!”
ชิงอวิ๋นทุบจินเซี่ยฝานจนหลังแอ่น นับได้สามครั้งถ้วน ผู้เป็บิดาอย่างท่านลุงจิน ได้แต่อ้าปากค้าง จะตำหนิอะไรก็ตำหนิไม่ลง ก็เป็เ้าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนนี้ทำตัวเองทั้งนั้นมิใช่หรือ งั้นก็สมควรโดนแล้ว
“ท่านลุงขอรับ ถือว่าเสี่ยวอวิ๋นลงโทษแทนท่านแล้ว กลับไปก็อย่าได้ลงโทษเสี่ยวฝานเลยนะขอรับ แค่กักบริเวณให้ทบทวนตัวเองสักสองสามวันก็พอ”
เห็นสองพ่อลูกพากันเดินจากไป มองผ่านแผ่นหลังก็รู้สึกใจหายไปวูบหนึ่ง ท่าทางขึงขังของชิงอวิ๋นเหมือนคนเ้าคิดเ้าแค้น และส่อแววเอาเื่เซี่ยฝานจริง ๆ แต่ในทางกลับกันชิงอวิ๋นกำลังแสดงความรักในแบบของบุรุษต่างหาก
“เป็พี่ใหญ่ที่ดีต่อข้า และเข้าใจข้าที่สุด”
จินเซี่ยฝานถูกลากออกไปไกล แต่มิวายะโเสียงดังไล่หลัง ผิดกับโม่เตี๋ยวที่แลบลิ้นปลิ้นตาส่งให้พี่ชายตัวแสบอย่างหน้าชัง ปากเล็ก ๆ ของนางพูดเย้ยหยันแต่ไร้เสียงว่า ‘สมน้ำหน้า’
บัดนี้ในครัวที่รกทึบจะเหลือก็แค่ชิงอวิ๋น โม่เตี๋ยว แล้วก็ชางเป่า พ่อครัวหนุ่มผู้มีฝีไม้ลายมือไม่ธรรมดา แล้วดวงตาคมเฉี่ยวของโหรวชิงอวิ๋นก็เหลือบไปเห็นใบหน้าของหญิงงามในภาพวาด จึงกล่าวน้ำเสียงเยือกเย็นออกไปอย่างคาดหวัง
“กับคนในภาพ เ้ามีความสัมพันธ์ใดกับนาง?”