หากเมื่อเงยหน้ามองขึ้นไปจากขุมนรกที่ต่างปกคลุมไปด้วยเสียงกรีดร้องทรมานและควันไฟที่กำลังคุกรุ่น“ท่านจ้าวขอรับ..ท่านจ้าว” เสียงหนึ่งร้องเอะอะดังขึ้นท่ามกลางโถงทางเดินของปราสาทใหญ่สีดำที่ต่างถูกปกคลุมไปด้วยก้อนควันทะมึนซึ่งตั้งตระหง่านอยู่เหนือยอดเขาเบื้องบนขึ้นไปจนได้ยินมาถึงยังผู้ที่อยู่เบื้องล่าง
ปึง !! โพลง
เ้าของเสียงเปิดประตูใหญ่บานหนักของห้องหนึ่งเข้ามาจนมันเหวี่ยงไปตามแรงและกระแทกเข้ากับผนังส่งเสียงดังปึง จนผู้ที่อยู่ในห้องแทบสะดุ้งด้วยความใแต่เพราะยังคงเขียนและจดรายการเกี่ยวกับบางสิ่งที่ยังคงจัดการไม่แล้วเสร็จจึงทำให้ไม่อาจเงยใบหน้าขึ้นมาสบกับผู้ที่เป็เ้าของเสียงนั้นได้
ผู้เป็เ้าของเสียงที่มีเส้นผมสีดำขลับรับกับใบหน้ามนกับดวงตาสีเขียวสดที่ดูดีเกินกว่าจะมาอยู่ยังณ สถานที่ในนรกภูมินั้นก็เดินปึงปังตรงมายังคนที่อยู่ในห้องเพียงลำพังทันทีผู้ที่ซึ่งมีตำแหน่งเป็ถึงมหาเทพปกครองดินแดนนรกภูมิ ท่านจ้าวเอสเปอลันโด แต่หลังจากที่ยังคงไม่ได้รับความสนใจจึงหยุดตัวเองให้ยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทรงงานตัวใหญ่สีดำทะมึน ที่ซึ่งตอนนี้บนโต๊ะต่างก็กำลังเต็มไปด้วยกองเอกสารและทอดมองชายหนุ่มผิวแทน ร่างกายกำยำ ดวงหน้าคมรับกับเส้นผมดำขลับที่ถูกปล่อยยาวจนถึง่กลางแผ่นหลังกับดวงตาสีแดงฉานที่ไม่ว่าจะมองเมื่อไหร่ก็ััได้ถึงกลิ่นอายของความตายที่ซึ่งตอนนี้กลับกำลังขีดเขียนอะไรบางอย่างลงบนกระดาษที่อยู่ต่อหน้าตน
“อะ..แฮ่ม ท่านจ้าวขอรับ”และเมื่อดูเหมือนว่าผู้ที่กำลังนั่งก้มๆเงยๆยุ่งอยู่กับกองเอกสารเบื้องหน้าจะไม่สนใจตนนักจึงต้องส่งเสียงให้คนผู้นั้นรู้สึกตัวอีกสักนิด “ท่านจ้าว...”
“เ้าดูว่างนะคาโล...”ในที่สุดเสียงตอบรับจากผู้ที่เป็ถึงจ้าวปกครองดินแดนนรกเบื้องหน้าก็พลันตอบกลับมา
“เปล่านะขอรับ ท่านก็รู้ว่าข้าน่ะงานยุ่งจะตาย”ชายหนุ่มผู้มีนามว่าคาโลรีบโบกมือทั้งสองข้างของตนปฏิเสธเป็พลันวัน
“อย่างนั้นรึ เห็นเ้าวิ่งเล่นไปทั่ว ข้าก็เลยนึกว่าเ้าว่างแล้วก็มีแต่ข้าผู้เดียวเสียอีกที่ยังคงยุ่ง”เมื่อผู้ที่อยู่เบื้องหน้าเอ่ยวาจาที่แสนเ็าและออกแนวเหน็บแนม ก็ทำให้คาโลไม่อาจทนอยู่เฉยต่อน้ำคำที่อาจกลายเป็การกล่าวหาได้
“เปล่านะขอรับ..ก็เพราะว่าข้าน่ะงานยุ่งมากจนลืมไปว่าเมื่อเดือนก่อนข้าได้รับการ์ดฉบับหนึ่งมาจากเทวดาผู้ส่งสารแต่ข้าดันลืมมันไปเสียสนิทเพราะมัวแต่ยุ่งอยู่กับงานที่ท่านเองก็รู้ดี” เจื้อยแจ้ว“แต่จะมาโทษข้าก็ไม่ได้นะขอรับที่ข้าลืม แต่ส่วนหนึ่งก็อาจเป็เพราะข้าลืมเองด้วยนั่นแหละก็เพราะว่าไหนจะต้องตรวจสอบรายชื่อดวงิญญาที่มาใหม่ทั้งหมดจากยมทูตไหนจะต้องตรวจสอบรายชื่อและบทลงโทษของดวงิญญาที่ก่อกรรมไว้ตอนมีชีวิตที่ฝ่ายนิรยบาลรายงานมาอีกและไหนจะต้องคอยตรวจเช็กบัญชีรายรับจากเครื่องเซ่นบรรณาการจากมนุษย์ ไหนจะเื่ที่ข้าต้องคอยตรวจเช็กรายชื่อของดวงิญญาที่ชดใช้กรรมเสร็จแล้วและเตรียมพร้อมที่จะถูกส่งตัวไปยังแดน์และรวมถึงเื่การจัดการภายในปราสาทอีกนะขอรับข้าน่ะงานยุ่งมากจริงๆนะขอรับ”
“ว่าจบแล้วใช่ไหม” เอสเปอลันโดเมื่อเห็นว่าคาโลชายหนุ่มที่พูดเจื้อยแจ้วอยู่เบื้องหน้าหยุดเสียงลงก็พลันเงยใบหน้าของตนขึ้นจากกองเอกสารและวางปากกาขนนกจากอีกาในมือลง
คาโลพยักใบหน้าพร้อมกับเม้มริมฝีปากล่างของตนแน่นตอบรับกับประโยคที่เพิ่งได้รับมาแต่ก็ดันนึกถึงสิ่งสำคัญที่ตัวเองตั้งใจเข้ามาหาผู้ที่อยู่เบื้องหน้าจนพลันให้ส่ายศีรษะปฏิเสธระรัวออกไปใหม่
“ไม่ขอรับ..” คาโลปฏิเสธ “ข้ายังพูดไม่จบ”พร้อมกับท่าทางที่มุ่งมั่นมากจนเกินเหตุ พลันให้ผู้ที่เป็ถึงท่านจ้าวเอนตัวพิงเข้ากับพนักของเก้าอี้และยกมือข้างหนึ่งของตนขึ้นมาเกาศีรษะอย่างช่วยไม่ได้
“เฮ้อ..ยังมีอีกเหรอ” เมื่อน้ำเสียงที่แสนเ็าถูกเปล่งออกมา ทำให้คาโลผู้ที่มีความมุ่งมั่นไปเมื่อสักครู่เกิดความรู้สึกชาวาบขึ้นมาจนไม่อาจกล้าเอ่ยสิ่งที่ตนตั้งใจจะพูดไว้ออกไปได้“รีบพูดมา” และเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มผู้ที่อยู่เบื้องหน้านั่นไม่กล้าเอ่ยพูดสิ่งใดออกมาเสียทีก็ทำให้ผู้ที่มีตำแหน่งเป็ถึงท่านจ้าวต้องเป็คนเอ่ยถามเอาเสียเอง“วันนี้ข้างานรัดตัวมากเลยนะ เ้าก็เห็น ข้าไม่มีเวลามานั่งฟังเ้าทั้งวันหรอก”
“ขะ..ขออภัยขอรับ” คาโลเอ่ยกลับเสียงสั่น
“เฮ้อ..เ้าทำงานกับข้ามานานเท่าไหร่แล้วเนี่ยยังจะทำท่าทางอย่างนั้นอีกทั้งที่ก่อนหน้านี้เ้ายังเจื้อยแจ้วเป็นกแก้วเล่นลิ้นอยู่เลย”
“ถ้านับแบบมนุษย์ก็หนึ่งปีกับอีกสิบวันขอรับ” คาโลตอบ“แต่ว่าข้ามีเื่ที่จะต้องแจ้งให้ท่านทราบจริงๆนะขอรับและยอมรับโทษที่ข้าเลินเล่อจนลืมสิ่งนั้นไป”ยืนการ์ดสีขาวที่ประดับไปด้วยลวดลายสีทองในมือไปยังคนตรงหน้าด้วยความสั่นเทา
เอสเปอลันโดรับการ์ดมาจากมือของชายหนุ่มเบื้องหน้า ก้มลงมองการ์ดในมือพร้อมกับใบหน้าฉงนก่อนจะหันกลับไปมองชายผู้ยังคงยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าอีกครั้ง“จากซาวานี่ ได้รับมาั้แ่เมื่อไหร่”
คาโลก้มใบหน้างุดมือทั้งสองกำแน่นเมื่อได้รับคำถามจากบุคคลที่มีตำแหน่งและอำนาจยิ่งใหญ่เบื้องหน้าอย่างสั่นกลัว “ด..เดือนที่แล้วขอรับ”ว่าพลันทิ้งตัวทรุดลงกับพื้นพร้อมกับคำนับ “ได้โปรดให้อภัยข้าด้วยเถอะขอรับต่อไปข้าจะไม่เลินเล่อจนลืมสิ่งที่สำคัญขนาดนี้ไปอีกแล้วขอรับ ได้โปรดทรงอย่ากำจัดดวงจิติญญาของข้าจนสลายไปด้วยนะขอรับ”
ยังไม่ทันได้เปิดดูว่าหมายสารภายในการ์ดนั้นคือสิ่งใดเอสเปอลันโดที่ซึ่งเห็นว่าบริวารที่เพิ่งเข้ามาทำงานกับตนเพียงได้ไม่นานเกิดอาการสั่นหวาดกลัวถึงขนาดลงไปหมอบคำนับขออภัยอยู่ที่พื้นนั้นก็ทำให้เขาต้องมองบริวารหนุ่มเบื้องหน้าอย่างเป็งงก่อนจะยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาเกาท้ายทอยอย่างไม่รู้ว่าจะต้องทำสิ่งใดต่อไป
“พอเถอะ..ข้ายังไม่กำจัดดวงิญญาของเ้าในตอนนี้หรอก ลุกขึ้นได้”เมื่อได้รับอนุญาต คาโลก็ค่อยๆพยุงตนเองลุกขึ้นมายืนตรงพร้อมกับใบหน้าที่เตรียมพร้อมจะสะอื้นไห้ได้ทุกเมื่อ“เพราะถ้ามันเป็สิ่งสำคัญจริงป่านนี้ซาวาหรือเทพองค์อื่นคงส่งคนมาหาข้าแล้วหยุดทำหน้าแบบนั้นซะ เป็ถึงเลขาของมหาเทพผู้ปกครองแดนนรกเยี่ยงข้าดันมาทำตัวเป็กระต่ายน้อยไปเสียได้” ว่าจบก็เปิดนำเอาการ์ดใบเล็กที่ถูกยัดใส่ไว้ในซองกระดาษสีขาวประดับไปด้วยลวดลายสีทองออกมา
และพอเมื่อการ์ดใบเล็กถูกเปิดขึ้นวูบ...แสงสว่างจ้าก็พุ่งออกมาจากการ์ดพร้อมกับละอองสีทองระยิบระยับ พลันทำให้ทั้งห้องที่ปกคลุมไปด้วยสีดำทะมึนนั้นสว่างขึ้นในทันตา
“โด โด...” เมื่อแสงสว่างที่พุ่งออกมาจากการ์ดค่อยๆเจือจางลงก็ปรากฏเสียงที่คุ้นหูเป็อย่างดีขึ้นพร้อมกับปรากฏภาพเคลื่อนไหวของชายหนุ่มรูปงามผู้ที่ซึ่งตอนนี้ใบหน้าต่างประดับตระเต็มไปด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจอันฉีกกว้างชายหนุ่มผู้ที่มีใบหน้าหล่อเหลาเหนือยิ่งกว่าเทพ์เส้นผมสีขาวผ่องถูกปล่อยยาวจนถึงสะโพกและมัดรวบมันไว้ครึ่งหนึ่งพร้อมกับผูกประดับด้วยริบบิ้นเขียวมรกตปักดิ้นทองกับดวงตาสีม่วงอันเปล่งประกายคนผู้นี้ก็คือมหาเทพซาวา ผู้ปกครองดินแดนแห่งสรวง์ “เ้าเหงาหรือเปล่า่นี้ข้าไม่ได้แวะไปเล่นกับเ้าเลย” ฉีกยิ้มกว้างขึ้นอีก “เพราะตอนนี้ข้ามัวแต่จัดงานปาร์ตี้วันเกิดอ๊ะ..นี่เป็ภาพที่ข้าบันทึกเอาไว้ล่วงหน้านะไม่ต้องพยายามพูดกับภาพที่ถูกบันทึกไว้ล่ะฮา ฮ่า ฮ่า ข้ากลัวว่าเ้าจะคิดว่าข้ากำลังเปิดม่านพลังคุยกับเ้าอยู่น่ะสิ โฮะ โฮะ ว่าแต่เ้าจะมาใช่หรือเปล่าเ้าต้องมานะ ข้าอุตส่าห์ส่งการ์ดเชิญไปให้เชียวนะ” ยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จอม่านพลังจนเห็นแต่เพียงลูกตา“เพราะว่าถ้าเ้าไม่มาละก็..” ถอยกลับไปฉีกยิ้มแป้นแล้นอีกครั้ง “ข้าจะเป็คนไปลากคอของเ้ามาเอง”พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแกมข่มขู่ที่ต่างออกไปจากเดิมและยังปล่อยพลังเวทศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดเป็กระแสไฟสีทองพุ่งออกมาจากตัวก่อนที่ภาพจากม่านพลังจะดับวูบไป
“อ่า..” หลังจากที่ข้อความภาพจากมหาเทพซาวาสิ้นสุดลง ท่านจ้าวอย่างเอสเปอลันโดและคาโลผู้ซึ่งเป็บริวารก็นิ่งเงียบกริบไม่ว่ากล่าวสิ่งใดจนเกือบหลายนาที
แต่ในที่สุดเอสเปอลันโดก็หันไปหาคาโลผู้ที่ยังคงยืนเงียบอยู่หน้าโต๊ะทรงงานของตน“งานมีเมื่อไหร่นะ” พลางเอ่ยถามขึ้น
คาโลเงยใบหน้าขึ้นสบตากับผู้เป็นายก่อนจะฉีกยิ้มแหยพร้อมกับยกมือข้างหนึ่งลูบใบหูของตน“แหะ แหะ วันนี้ ขะ..ขอรับ”
วาบ..เหมือนมีคลื่นพลังอันดำมืดพุ่งออกมาจากดวงตาอันแดงฉานคู่นั้นของเอสเปอลันโดทันทีที่ได้รับคำตอบกลับจากคาโลพลันทำให้ผู้ที่กำลังถูกจับจ้องต่างยืนเกร็งนิ่งจนคิดว่าตนนั้นจะได้ตายซ้ำในอีกรอบ
“วันนี้เนี่ยนะ..” พลางยกมือข้างหนึ่งของตนขึ้นกุมขมับอย่างช่วยไม่ได้
ณ โถงจันทรามณีแห่งปราสาทจันทราที่ตั้งเด่นสง่าท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้นานาพันธุ์ที่ซึ่งตอนนี้ทางเข้าสู่ตัวปราสาทจันทรานั้นต่างเต็มไปด้วยภูต นางฟ้า เทวดาที่ต่างกำลังพากันแห่แหนเข้ามาร่วมงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของมหาเทพซาวาผู้ดำรงตำแหน่งปกครองดินแดน์
เสียงอึกทึกครึกโครมดังออกมาจากห้องโถงจันทรามณีอย่างชัดเจนเมื่อเข้าสู่ภายในของปราสาทจันทราเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
เอสเปอลันโดพาตัวเองที่ถูกจับแต่งตัวและตัดแต่งเล็มผมมาเสียใหม่เดินตึกๆเข้าไปในงานท่ามกลางเหล่าบรรดาภูต์ เทวดา นางฟ้าที่พุ่งเป้าสายตามาที่ตนจนเป็จุดสนใจเดียว
“นั่น..มหาเทพเอสเปอลันโดนี่”เสียงจากนางฟ้าองค์หนึ่งเอ่ยขึ้น “ว้าว ทรงตัดแต่งเล็มผมเสียใหม่ซะด้วยปกติไม่ค่อยเห็นท่านเทพทำอะไรแบบนี้มาก่อนคงเพราะตั้งใจมาร่วมงานเลี้ยงของมหาเทพซาวาผู้เป็สหายสนิทมากเลยสิท่า แต่ว่า...”ดวงตายังคงจับจ้องเอสเปอลันโดอย่างเป็ประกาย “ถึงแม้ปกติจะไม่แต่งตัวอะไรมากมายก็ตามก็ยังคงดูหล่อเหลาแต่ว่านี่มัน..” เดินปรี่เข้าไปหาเอสเปอลันโด “ถวายความเคารพค่ะท่านเทพ”ก่อนจะย่อตัวถอนสายบัวลงและดีดตัวขึ้นพร้อมเงยใบหน้าละมุนของตนขึ้นสบกับเ้าของใบหน้าคมตรงหน้า“วันนี้ท่านช่างดูหล่อเหลากว่าแต่ก่อนมากเลยนะเ้าคะ”มือทั้งสองข้างยกขึ้นมากุมไว้เหนืออกแน่น
“ใช่เลยเ้าค่ะ วันนี้ท่านช่าง..”นางฟ้าอีกองค์หนึ่งพุ่งตัวเข้ามาแทรก
“ทรงกร้าวใจมากเลยเ้าค่ะ”พร้อมกับนางฟ้าอีกองค์ที่พุ่งแทรกตัวเข้ามาเบียดอีกสองคนที่เหลืออยู่ก่อนหน้า
เอสเปอลันโดเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ไม่รู้ว่าตนควรจะเอ่ยสิ่งใดออกไปจึงทำได้เพียงก้มมองดวงหน้าทั้งสามที่ตอนนี้กำลังประดับไปด้วยความเปล่งประกายซึ่งออกมาจากดวงตาจนแผ่รัศมีพุ่งเข้ามาใส่ตน
มหาเทพซาวาที่เห็นบุคคลที่ตอนนี้กลายเป็จุดสนใจเพียงหนึ่งเดียวก็ปรี่พุ่งตรงมายังบุคคลนั้น ก่อนจะชิงเ้าตัวคนที่เป็จุดสนใจแยกออกมาจากฝูงชนก่อนที่จะได้เกิดเหตุจนทำให้เ้าคนที่กลายเป็จุดสนใจะเิพลังแห่งความตายออกมา
“ฮู่ว..” ซาวายกมือข้างหนึ่งขึ้นปาดเหงื่อพร้อมลอบถอนหายใจ“ข้าช่วยพวกนางเอาไว้นะเนี่ย เกือบไปแล้วเชียว”
“เกือบอะไร..” เอสเปอลันโดเอ่ยถามขึ้น
“ก็เื่ที่เ้าจะะเิพลังแห่งความตายออกมาน่ะสิ”ซาวาหันกลับมามองบุคคลที่ตัวสูงใหญ่กว่าจนพลันให้เขาต้องเงยใบหน้าขึ้น
“เ้ารู้ได้ยังไงว่าข้าจะะเิพลัง”
“ก็เห็นเ้าทำหน้าตายทะมึนจับจ้องไปที่พวกนางเสียซะขนาดนั้น”
“ข้าเปล่าสักหน่อยข้าแค่มองพวกนางที่ดวงตาระยิบระยับแปลกๆแต่ข้าไม่ได้คิดที่จะมาะเิพลังอะไรนั่นในงานเลี้ยงของคนอื่นหรอกนะ”
“หือ..ฮ่า ฮ่า ฮ่า”เมื่อเห็นว่าตนเข้าใจสหายสนิทไปผิดบวกกับที่คนตรงหน้าได้อธิบายความรู้สึกของตนออกมาเช่นั้นก็พลันให้ผู้เป็มหาเทพอย่างซาวาต้องะเิหัวเราะจนตัวโยนออกมาอย่างเลี่ยงไม่ได้“เ้าเนี่ย..ช่างไร้เดียงสากว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีกนะ” พลันยกมือข้างหนึ่งขึ้นหยิกแก้มของคนตรงหน้า“เพราะมัวแต่ขังตัวเองอยู่แต่ในดินแดนนรก จนไม่รู้สินะว่าพวกนางปลาบปลื้มเ้ากันมากแค่ไหน”พร้อมกับเขย่าเนื้อแก้มของบุคคลตรงหน้าไปมา จนตัวคนเ้าของเนื้อแก้มนั้นต้องรีบปัดมือของอีกคนออกทันที“ว่าแต่วันนี้เ้าดูดีเกินคาดมากเลยนะ นี่ถึงขนาดตัดแต่งเล็มผมมาเสียใหม่เชียวเหรอคงตั้งใจจัดเต็มมางานเลี้ยงปาร์ตี้วันเกิดของข้ามากเลยสิท่า” ถึงแม้คนตรงหน้าผู้มีั์ตาสีแดงฉานจะปัดมือของตนทิ้งไปครั้งหนึ่งแล้วแต่ว่านั่น ก็ไม่อาจห้ามให้มหาเทพอย่างซาวายกมือทั้งสองของตนขึ้นมาจับศีรษะของคนที่ตัวสูงกว่าได้ใหม่
“ปล่อยได้แล้วน่า”เอสเปอลันโดที่เห็นว่าสหายสนิทอย่างซาวาดูท่าจะไม่เลิกยุ่งกับร่างกายของตนสักทีจึงเอ่ยขึ้น “ข้าไม่ได้คิดที่จะแต่งเต็มยศมาสักหน่อยเป็เพราะเ้าคาโลต่างหากที่มันดันบังคับข้า” พลางอธิบายด้วยใบหน้าบุ้ยใบ้
“ฮ่า ฮ่า ฮ่าเ้าเด็กนั่นก็รู้งานดีเหมือนกันนะเนี่ยนี่ข้าก็คิดอยู่ว่าถ้ายังไม่เห็นเ้าในงานละก็ข้าจะยอมทิ้งงานเลี้ยงไปลากคอเ้าออกมาจากนรกเลยน่ะสิ”ลดมือทั้งสองลงจากศีรษะเอสเปอลันโดพลันไพร่มันไว้ที่ด้านหลังพร้อมกับชะเง้อใบหน้าของตนเพ่งมองเข้าไปใกล้คนตรงหน้ามากขึ้นไปอีก“ว่าแต่..โดโด” ดวงตาสีม่วงประกายสบเข้ากับดวงตาสีแดงฉานนิ่ง “ของขวัญล่ะนี่เ้าคงไม่ได้ลืมของขวัญของข้าใช่ไหมห๊ะ”
เอสเปอลันโดผละถอยออกจากซาวาทันทีด้วยใบหน้าฉงนสงสัย“ของขวัญอะไร..ในการ์ดไม่เห็นมีบอกตรงไหนว่าต้องมีของขวัญติดมาด้วย เห็นมีแต่สิ่งที่เ้าบังคับให้ข้าต้องมางานเลี้ยง”และอธิบายไปพร้อมกับมือทั้งสองที่สะบัดผล็อยๆ
เมื่อเห็นว่าผู้เป็ถึงมหาเทพจ้าวปกครองดินแดนนรกภูมิตรงหน้าทำตัวอย่างร้อนรนก็พลันให้รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคู่สนทนาอย่างชอบใจ
“โอเค โอเค ข้าแค่ล้อเล่นน่าไม่เห็นเ้าทำตัวร้อนรนแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ อืม..”พลันครุ่นคิดถึงเื่เก่า “ั้แ่ได้ขึ้นปกครองแดนนรกไหมนะแต่ว่าช่างเถอะแค่เ้ามาร่วมงานข้าก็ดีใจที่สุดแล้วล่ะ เอาเป็ว่ามาที่นี่กับข้าสิ”ก่อนจะคว้ามือของคนตัวสูงกว่าให้ตามตัวเองไป
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ข้าเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่รู้ได้เพราะว่ามันดูนานสำหรับข้ามากเลยทีเดียวหลังจากที่โดนลากไปโน่นไปนี่จนทั่วงานเลี้ยงที่เ้าซาวาเรียกมันว่าปาร์ตี้วันเกิดจนสุดท้ายข้าก็ต้องปลีกตัวมานั่งจุ้มปุ๊กอยู่ในมุมหนึ่งของงานคาโลและเปอร์ปอนซ์ที่เป็องครักษ์ประจำตัวของข้าเองก็ติดตามมาด้วยหลังจากที่ข้าเข้างานเลี้ยงมาก่อนหน้าได้เพียงไม่นานส่วนซาวาที่ก่อนหน้านี้ลากข้าไปทั่ว ตอนนี้กลับเมาปลิ้นลุกขึ้นเต้นโยกตัวทั้งที่แขนข้างหนึ่งยังคงหนีบขวดสุราแนบไว้ข้างกายอย่างสนุกสนานกับเหล่าข้าราชบริพารของตนจนลืมไปแล้วว่าตัวเองนั้นอยู่ในตำแหน่งอะไรแต่ว่าถ้างานเลี้ยงดูกร่อยก็คงจะไม่ใช่คนอย่างซาวาน่ะสินะ
เอาเป็ว่าเห็นเ้านั่นใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานข้าเองก็ดีใจแล้วล่ะตอนนี้ข้าคงต้องขอตัวกลับไปสะสางงานที่เหลือต่อให้แล้วเสร็จแล้วล่ะ
แต่ในขณะที่ข้ากำลังจะปลีกตัวแยกออกจากงาน ซาวาที่ไม่รู้ว่ายังมีสติหลงเหลืออยู่ได้ยังไงก็พุ่งตัวมาที่ข้าแก้มทั้งสองข้างของเ้านั่นนั้นแดงก่ำ ดวงตาก็หยาดเยิ้มอย่างแทบสิ้นสติแถมยังมีหน้ามีส่งรอยยิ้มให้ข้าอีก
“โด..โด จ้าวจะปายไหนนน”
“ข้าก็จะกลับแล้วน่ะสิ ข้ายังมีงานที่ต้องสะสางอยู่อีกมากนะซาวา”ว่าพลางพยายามแกะแขนทั้งสองของคนตรงหน้าที่โถมตัวเข้ามากอดรัดตัวเองไว้แน่น“เ้ากลับไปสนุกต่อเถอะ”
“ม่ายอาววว ข้าม่ายห้ายจ้าวปายหนายท้างน้าน”ซาวาว่าพลางทำใบหน้าเหมือนกับจะสะอื้นไห้ “จ้าวจะทิ้งข้าอย่างน้านเหรอเ้าเทพจายร้าย”
เอสเปอลันโดเมื่อได้ยินเช่นนั้นต่างก็ถอนหายใจเพราะอย่างไรเสียั้แ่ไหนแต่ไรมาเขาก็ไม่อาจปฏิเสธสหายตรงหน้าได้เลย
“โอเค ก็ได้ ข้าจะอยู่กับเ้า แล้วระหว่างที่ต้องรอเ้ากำลังสนุกสนานอยู่ระหว่างนั้นข้าควรจะทำอย่างไรดีล่ะ หือ” และพยายามแกะแขนทั้งสองข้างที่ยังไม่มีทีท่าจะปล่อยไปจากตน
“ถ้าอย่างนั้น”ซาวาว่าพลางยกมือข้างหนึ่งของตนขึ้นแตะเรียวคางอย่างครุ่นคิดก่อนจะลดแขนข้างนั้นกลับมาโอบรัดร่างกำยำของบุคคลตรงหน้าไว้แน่นเช่นเดิม“เราไปต่อกันที่สถานที่สุดสำคัญของข้ากันเถอะ” ว่าจบก็พลันผล็อยยิ้มยิงฟันออกมา
ว่าแล้วเชียว สถานที่ที่สำคัญอย่างนั้นเหรอ เฮ้อ..เ้าซาวาคิดไว้แล้วเชียวว่าจะมีที่ไหนไปได้อีกกันถ้าไม่ใช่บ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนสวยขนาดมหึมาที่ซึ่งตรงกลางของบ่อน้ำพุนั้นถูกตบแต่งไว้ด้วยรูปปั้นของมหาเทพผู้ปกครองดินแดน์(รูปปั้นของซาวานั่นเอง)
ซาวาพาข้ามาที่นี่เป็ครั้งที่ร้อยแล้วเห็นจะได้ เพราะเ้านี่ให้ความสำคัญกับสถานที่นี้เป็อย่างมากเพราะเมื่อนานมาแล้วมีหลายครั้งที่ข้าถามหาเหตุผลในการให้ความสำคัญกับสถานที่แห่งนี้ซึ่งซาวาต่างก็บอกกับข้าว่าเป็เพราะมันเป็สถานที่ที่ให้ถึงความสำคัญในการให้กำเนิดต่อสิ่งมีชีวิตทั้งหลายแหล่ได้เกิดขึ้นและลงไปใช้ชีวิตบนโลกและคนที่มีหน้าที่นำส่งผู้ที่จะไปเกิดใหม่เ่าั้ก็คือคนอย่างเขาแต่เพียงผู้เดียวนั่นจึงทำให้ซาวารู้สึกว่าตนนั้นเป็บุคคลอันสำคัญยิ่งต่อการมีตัวตนของทุกสรรพสิ่งบนโลก
แต่ว่าไอที่ข้าเคยมาเป็ไม่รู้กี่ร้อยครั้งนั้นทุกครั้งข้าดันไม่เคยมาตอนที่เ้าซาวาจะเมาเละถึงขนาดนี้เลยเนี่ยสินี่ไม่ใช่ว่าเ้าเทพขี้เมานี่คิดจะผลักข้าลงไปในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์นั่นหรอกใช่ไหม
แต่ก่อนที่ข้าและซาวาจะเข้าไปยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เช่นนั้นคาโลและเปอร์ปอนซ์ก็ขอรอข้าอยู่ที่ด้านนอก ซึ่งข้าเองก็ไม่ได้กล่าวว่าอะไร
เมื่อเข้ามาถึงด้านในทุกอย่างก็ช่างดูงดงามสมกับเป็สถานที่ศักดิ์สิทธิ์บนแดน์ดั่งเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลงและแน่นอนซาวาที่เมาจนแทบสิ้นสตินั้นก็จูงมือข้าตรงไปยังบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่ว่านั่นทันทีพร้อมกับเล่าเื่เกี่ยวกับการทำงานของตนในแต่ล่ะวัน ทั้งการวางแผนกำหนดชะตาชีวิตฐานะและอื่นๆอีกมากมายของแต่ละดวงิญญาให้ข้าฟังซึ่งข้าเองก็ต้องทำหน้าที่เป็ผู้รับฟังที่ดีแต่ถึงอย่างนั้นข้าก็ดันเกิดหวาดระแวงในความเมาของคนตรงหน้าขึ้นมา
“เ้าพาข้ามาที่นี่หลายครั้งแล้วก็จริง”ข้าหันไปมองหน้ามหาเทพที่ยืนอยู่ข้างๆ ที่ตอนนี้แทบจะยืนอยู่ด้วยขาทั้งสองข้างของตนเองเอาไว้แทบไม่ได้จนข้าต้องเสียสละแขนข้างหนึ่งให้เ้าเทพขี้เมานี่ยืนเกาะ“แต่ครั้งนี้คงไม่คิดจะผลักข้าลงไปในบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์หรอกใช่ไหม”ซึ่งเมื่อจบในสิ่งที่ข้าเอ่ยถาม คนข้างๆก็หันใบหน้าอันเลื่อนลอยขึ้นมาสบกับตาข้า
“อะ..เอิ๊ก หา..เ้าจะบ้าเหรอ” ซาวาสะอึกออกมาพร้อมกับกลิ่นสุราคละคลุ้ง“ถ้าข้าคิดผลักเ้าละก็ ข้าคงทำไปั้แ่ครั้งแรกที่พาเ้าเข้ามาแล้วแต่เ้าก็รู้นี่ว่าถ้าเ้าเกิดหายตัวไปละก็..เมื่อนั้นมีหวังทั้งนรกและ์ได้ถึงคราวบรรลัยแน่”ยกมือข้างหนึ่งของตนขึ้นหยิกแก้มของคนตรงหน้าเป็ครั้งที่สองของวัน“เ้าก็รู้ดีกว่าใครนี่โดโดว่าเ้าน่ะมีพลังและอำนาจมากกว่าใครในทั่วทุกทั้งดินแดน ไม่ว่าเทพองค์ใดก็ไม่อาจมีอำนาจและพลังมากเกินไปกว่าเ้าได้รวมถึงข้าที่ถึงแม้จะดำรงตำแหน่งผู้ปกครองแดน์เองด้วยก็ตาม อะ..เอิ๊ก”
ว่าจบก็พลันฉีกยิ้มกว้างพร้อมกับนึกย้อนกลับไปถึงเื่เก่ากาลเมื่อตนและบุคคลตรงหน้านั้นยังคงเป็เพียงแค่เทพฝึกหัดตัวน้อยที่รอคอยการได้เข้ารับการคัดเลือกเป็ผู้ปกครองดินแดน์และนรกจากอัญมณีศักดิ์สิทธิ์แห่งเขาโธโลญโน
ซึ่งเมื่อคิดย้อนกลับไปในตอนนั้น เอสเปอลันโดผู้ที่มีบุคลิกนิ่งเงียบจนไม่อาจล่วงรู้ว่ากำลังคิดเห็นถึงสิ่งใดตรงกันข้ามกับซาวาเด็กน้อยผมสีขาวผ่องผู้มีบุคลิกสดใสและกล้าคิดกล้าทำกล้าเอ่ยในสิ่งที่ตนนั้น้าออกมา
“โด โด” เด็กน้อยผมขาวกล่าวเรียกเด็กน้อยผมดำขลับกับนันย์ตาสีแดงฉานที่ตอนนี้กำลังยืนอยู่ด้านข้างในระหว่างที่กำลังรอเข้าพิธีให้อัญมณีศักดิ์สิทธิ์เป็ผู้เลือกว่าผู้ใดจะได้ดินแดนใดจนเด็กน้อยผู้มีสีผมดำขลับกับนันย์ตาสีแดงฉานนั้นต้องเบือนหน้าเข้ามาสบ“เ้าอยากปกครองที่ใดเหรอ” และเด็กน้อยผู้มีเรือนผมสีขาวกับั์ตาสีม่วงประกายก็เอ่ยถามคนข้างตัวขึ้นอย่างใสซื่อ“ข้าน่ะอยากปกครองดินแดน์ล่ะ” พร้อมกับเปล่งรอยยิ้มสดใสส่งให้กับคนข้างตัว
แต่เด็กน้อยผู้มีเรือนผมสีดำขลับกับั์ตาอันแดงฉานกลับทำได้เพียงแค่มองเ้าของคำถามนิ่งและไม่อาจเอ่ยตอบสิ่งใดกลับไป
เมื่อครั้นถึงเวลาพิธี เอสเปอลันโดเป็คนแรกที่ท่านมหาเทพผู้สร้างโลกเป็ผู้เลือกให้เข้ามายืนยังลานวงแหวนเวทเพื่อที่จะให้อัญมณีศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองแห่งเขาโธโลญโนนั้นตัดสินว่าเขาจะได้ปกครองดินแดนใด
ซึ่งอัญมณีทั้งสองนั้น อันหนึ่งสีดำมืดสนิทส่วนอีกหนึ่งสีขาวใสเจิดจรัส และเมื่อครั้นเอสเปอลันโดก้าวเท้าเข้าสู่ลานวงแหวนเวทอัญมณีทั้งสองที่ซึ่งถูกจัดวางไว้บนแท่นตรงหน้ากลับลอยตัวขึ้นเหนือแท่นที่วางและเปล่งแสงออกมาอย่างเจิดจ้ามากกว่าที่ควรจะเป็ท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่กำลังจับจ้องเอสเปอลันโดอยู่ภายในงานปะรำพิธี
เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นหลังจากที่อัญมณีทั้งสองต่างก็เปล่งแสงออกมาด้วยกันทั้งคู่ราวกับแข่งขัน่ชิงเพื่อเลือกเอสเปอลันโดให้มาเป็จ้าวผู้ปกครองดินแดนของตน
เมื่อเห็นเช่นนั้นมหาเทพผู้สร้างโลกต่างก็เผยอริมฝีปากผล็อยยิ้มออกมาก่อนจะเอ่ยวาจาจนเสียงซุบซิบที่ดังหึ่งเหมือนปีกแมลงต้องพลันเงียบสงัดลง
“ดูเหมือนอัญมณีจะไม่ได้เป็ฝ่ายเลือกเ้า”เอสเปอลันโดหันไปตามเสียงของผู้ที่เอ่ยขึ้น ก่อนจะเหลือบสายตาขึ้นสบกับดวงตาสีเหลืองอำพัน“แต่เ้า จะเป็ฝ่ายเลือกอัญมณีแทน”ผู้เป็เ้าของเสียงว่าก่อนจะผายมือไปยังอัญมณีทั้งสองที่ยังคงเปล่งแสง
เอสเปอลันโดหันกลับไปทอดมองอัญมณีตรงหน้านิ่ง ก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้าพาตัวเองมุ่งตรงไปด้านหน้าซึ่งในระยะเวลานั้นต่างก็ทำหัวใจของเหล่าผู้คนที่อยู่ร่วมภายในปะรำพิธีต่างก็ตื่นเต้นโครมครามและก็ต่างลุ้นว่าเทพฝึกหัดตัวน้อยด้านหน้านั่นกำลังตัดสินใจเลือกที่จะปกครองดินแดนใด
ซึ่งไม่รวมแม้แต่หัวใจของซาวาเทพฝึกหัดตัวน้อยที่จะต้องเป็ผู้เข้าไปยืนอยู่ยังจุดนั้นเองด้วยเช่นกัน
และเมื่อเอสเปอลันโดยิ่งเข้าใกล้อัญมณีทั้งสองไปมากขึ้นเท่าไหร่นั้นแสงที่เปล่งออกมาก็ยิ่งมากขึ้น มากขึ้นจนในที่สุดฝ่ามือน้อยๆที่กำลังยื่นไปด้านหน้านั่น ก็พลันให้แสงจากอัญมณีนั้นสว่างเจิดจ้าจนไม่อาจมองเห็นสิ่งใดได้อีกต่อไป
วาบบบบบบบ
ในที่สุดเมื่อแสงสว่างจากอัญมณีริบหรี่ลงผู้คนที่ต่างพร้อมใจกันเบือนหน้าและหลับตาเพื่อหลบแสงก็เริ่มหันกลับมามองยังจุดที่เคยเป็เป้าสนใจที่ซึ่งในตอนนี้เด็กน้อยผู้ที่เคยเป็เพียงเทพฝึกหัดกำลังถืออัญมณีสีดำสนิทเอาไว้ในมือ
แต่พอเมื่อนึกถึงเหตุการณ์นั้นขึ้นมาเมื่อใด ก็พลันทำให้หัวใจของซาวารู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาทันทีอาจเป็เพราะในตอนนั้นที่ตนได้เคยกล่าวบอกความ้ากับเอสเปอลันโดตัวน้อยและเ้าตัวก็คงตัดสินใจเลือกอัญมณีสีดำแทนที่จะเลือกสีขาวเพราะ้าให้ตนได้ขึ้นเป็จ้าวปกครองดินแดน์ด้วยเช่นกัน
เพราะอย่างนั้น..ซาวาที่กำลังยืนโงนเงนอยู่ด้านข้างเอสเปอลันโดในตอนนี้นั้นจึงหันใบหน้าอันเลื่อนลอยของตนขึ้นสบกับคนที่ตัวสูงกว่าก่อนจะโถมตัวเข้ากอดผู้ที่อยู่เบื้องหน้าในทันที
“โด โด..ข้ารักเ้าที่สุดเลย”ว่าพลางมุดหน้าซุกเข้ากับแผงอกหนาในอ้อมกอด
ซึ่งการกระทำนั้นก็ทำให้เอสเปอลันโดต่างก็ลอบถอนหายใจในรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ในหนึ่งวันก่อนจะพยายามแงะมือของคนที่ตัวเล็กกว่าตรงหน้านั้นออกจากเอวตนให้ได้สักที
“ปล่อยข้านะซาวา..ตอนนี้เ้าเหมือนหมาขึ้นไปทุกทีแล้วนะ”เอสเปอลันโดเอ็ด
“ถ้าอยากให้ข้าปล่อยก็อย่าทำหน้าบึ้งตึงแบบนี้สิ” เงยหน้ากลับขึ้นมามองคนตัวสูงกว่า“งานปาร์ตี้ของข้าทั้งที ดันมาทำหน้าหงิกอยู่ได้ เอาเป็ว่าถ้าเกิดว่าเ้าอารมณ์ไม่ดีแล้วละก็ วันนี้ข้าอนุญาตให้เ้าเสพสังวาทกับเหล่าเทพธิดานางฟ้าองค์ใดองค์หนึ่งก็ได้ตามที่เ้า้าเลยเอ้าหรือเ้าจะจัดฮาเร็มไปเลยก็ได้ แต่เ้าห้ามมาทำหน้าเยี่ยงนี้ในวันเกิดของข้านะเข้าใจไหม”
“จะบ้าหรือไง ปล่อยข้าสักที..นี่เ้าคิดว่าข้ามักมากเหมือนเ้าหรือไง”เอสเปอลันโดว่าพลางพยายามดันร่างของเทพขี้เมาที่ยังคงกอดรัดร่างกายของตนแน่นก่อนจะตัดสินใจใช้แรงเพิ่มขึ้นเมื่อดูแล้วเทพขี้เมาตรงหน้าคงไม่คิดที่จะปล่อยตนไปง่ายๆ
ในที่สุดเอสเปอลันโดก็แกะปลาหมึกซาวาออกจากตัวสำเร็จก่อนจะพาปลาหมึกตัวที่ว่าตรงหน้าออกมาให้ห่างจากบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์เล็กน้อยพลันร้องเรียกคาโลและเปอร์ปอนซ์ให้เข้ามาช่วยพยุง
แต่ในระหว่างที่เอสเปอลันโดผละออกจากซาวาและกำลังจะเดินออกไปรออยู่ที่ด้านนอกระหว่างที่ให้คาโลและเปอร์ปอนซ์เข้ามาช่วยพยุงซาวาที่เผลอได้สติขึ้นมาอีกทีก็พลันคว้าชายชุดคลุมของเอสเปอลันโดจนเ้าของชายผ้านั้นเซถลาไปด้านข้างก่อนที่เท้าอีกข้างจะตกลงไปในร่องแผ่นหินที่ปูอยู่บนพื้นพลันให้ร่างของชายผิวแทนผู้มีตำแหน่งเป็ถึงท่านจ้าวปกครองดินแดนนรกภูมิพลาดท่าตกลงไปในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ทันที
ตูมมมมมม
“ท่านจ้าว...” เสียงของคาโลดังขึ้นเมื่อเห็นว่าผู้เป็นายเหนือหัวพลาดท่าตกลงไปในบ่อน้ำพุขณะที่ตนและองครักษ์อย่างเปอร์ปอนซ์กำลังเดินเข้ามาในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ตามคำสั่ง
เมื่อเห็นเช่นนั้นคาโลแทบจะวาบตัวเองมายังจุดที่เคยมีท่านจ้าวอยู่ในทันทีเขาก้มลงมองไปในบ่อน้ำพุอย่างสิ้นหวังก่อนจะเหลือบไปเห็นคนอีกผู้หนึ่งที่ซึ่งตอนนี้กำลังนั่งเบิกตาด้วยความใ
“มันเกิดอะไรขึ้นกันขอรับ ท่านซาวาท่านเป็คนผลักท่านจ้าวลงไปในบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ใช่ไหม” คาโลทรุดตัวนั่งลงคว้ามือกระชากคอเสื้อของมหาเทพผู้ปกครองดินแดน์อย่างลืมตัว“ตอบมาสิขอรับ” ก่อนเขย่าเรียกสติผู้ที่ถูกกระชากคอเสื้อให้สร่างจากอาการเมาสุรา
ซาวาที่กำลังตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไปต่อหน้าค่อยๆเบือนสายตาเข้าสบกับดวงตาสีเขียวสดของคาโลทันทีเมื่อได้สติ“อ๊ากกกกกกก”
ณ ปราสาทโกลเด้นมูน แห่งจักรวรรดิโอลันทันองค์จักรพรรดินีได้ให้กำเนิดทายาทลำดับที่สองซึ่งเด็กที่เกิดมานั้นประสูติขึ้นพร้อมกับแสงดาวสีแดงฉานที่พุ่งขึ้นฟ้าจากพื้นดิน
เสียงร้องไห้โยเยดังขึ้น เรียกให้องค์จักรพรรดิและใครอีกสามคนที่ไม่มีผู้ใดสามารถมองเห็นต่างพากันวิ่งแตกตื่นกรูเข้าไปในห้องพร้อมกับจ้องมองเด็กทารกน้อยผู้มีสีผมดำขลับกับดวงตากลมโตสีแดงฉานซึ่งในตอนนี้ทั้งตัวถูกห่อด้วยผ้าขนหนูสีขาว
“ยินดีด้วยเพคะฝ่าา ท่านได้องค์หญิงเพคะ”หญิงวัยกลางคนผู้ที่กำลังอุ้มองค์หญิงแห่งโอลันทันกล่าวขึ้น
ซึ่งหลังจากที่ได้รู้ว่าทายาทลำดับที่สองของตนนั้นเป็บุตรสาวก็ทำให้องค์จักรพรรดิต่างดีใจอย่างปลื้มปีติเป็ปลิดทิ้ง
ต่างกับอีกสามคนที่ไม่อาจมีใครมองเห็น ซึ่งในตอนนี้ต่างพากันยืนอ้าปากค้างด้วยความใ
“อ..องค์หญิงอย่างนั้นเหรอ อ๊อก”
“เอ๊ะ..ท่านซาวา อย่าเพิ่งตายนะขอรับ”