สองภพ

    บทที่ 52 บทส่งท้าย

    เมืองปักกิ่ง, ปี 2030

            พิพิธภัณฑ์ปักกิ่ง วันนี้คลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่ต่อแถวยาวเพื่อเข้าชมนิทรรศการเปิดใหม่ “Aurora of the White Dragon” หรือ “อรุณรุ่งแห่งมังกรขาว” ซึ่งจัดแสดงโบราณวัตถุหลายชิ้นที่พบในสุสานใหม่ที่นักโบราณคดีเพิ่งค้นพบ และศึกษาวิจัยประวัติศาสตร์ในช่วงเวลาของวัตถุเหล่านั้นมากว่าห้าปี 

            นิทรรศการเป็นเรื่องราวของฮ่องเต้พระองค์หนึ่งในราชวงศ์ไป๋ มีพระนามว่า ‘ไป๋หลงหลาน’ ซึ่งย้อนหลังไปประมาณพันกว่าปีก่อน ในบันทึกประวัติศาสตร์พูดถึงรัชสมัยของฮ่องเต้พระองค์นี้ว่าเป็นกษัตริย์ที่ปกครองด้วยคุณธรรมอันสูงส่ง ในรัชสมัยของพระองค์ บ้านเมืองสงบสุข เศรษฐกิจและการค้าเจริญรุ่งเรือง รวมถึงเป็นยุคที่มีนวัตกรรมในด้านต่างๆ ทั้งเทคโนโลยีและศิลปะวัฒนธรรมเจริญรุ่งเรือง ต่อเนื่องยาวมาอีกหลายแผ่นดิน รวมถึงเป็นยุคที่ขึ้นชื่อเรื่องความยุติธรรมในสังคม มีระบบการสืบสวนคดีที่เป็นธรรม มีการปราบปรามการฉ้อฉล และมีบทลงโทษขุนนางกังฉินที่รุนแรงและเด็ดขาด

            โบราณวัตถุชุดที่ค้นพบใหม่นี้ ช่วยยืนยันในสิ่งที่มีบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ และทำให้ได้เห็นและรับรู้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับฮ่องเต้ไป๋หลงหลานและพระราชประวัติ รวมถึงพระจริยวัตรที่เรียบง่าย จนแทบจะเหมือนสามัญชน

            ตัวนิทรรศการออกแบบให้ผู้ชมได้รู้จัก “มังกรขาว” ซึ่งก็คือสมญานามของฮ่องเต้ไป๋หลงหลานก่อน แล้วจึงค่อยๆ นำผู้ชมร่วมเรียนรู้ไปทีละด้านของแผ่นดินในรัชสมัยของพระองค์ เช่น ด้านการทหาร การปกครอง เศรษฐกิจ โดยที่ในแต่ละด้านก็จะมีเอกสาร และโบราณวัตถุที่ค้นพบ พร้อมคำอธิบายประวัติศาสตร์ในช่วงนั้นๆ ประกอบ 

            หากที่ทำให้นิทรรศการน่าสนใจและน่าสนุก ชวนติดตามก็คือการยกข้อความบางส่วนจากสมุดบันทึกส่วนพระองค์ขององค์ชายไป๋หลงหลิน ซึ่งเป็นพระอนุชาของฮ่องเต้ไป๋หลงหลาน ที่นักโบราณคดีค้นพบ พระองค์ทรงบันทึกประวัติศาสตร์เรื่องราวตั้งแต่ก่อนรัชศกไป๋หลงแห่งฮ่องเต้ไป๋หลงหลาน และฮองเฮาจ้าวรั่วซี ไว้ค่อนข้างละเอียด เป็นบันทึกส่วนพระองค์ที่มีมุมมอง และความรู้สึกที่มีต่อพี่น้อง และความเป็นไปของบ้านเมืองในยุคนั้นไว้ค่อนข้างชัดเจน จึงเป็นที่ถูกใจของนักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดียิ่งนัก

            

            “...วันนี้ไปหาพี่รองที่จวน พร้อมพี่ใหญ่และน้องสี่ เพราะรู้สึกเป็นห่วงในคดีที่พี่รองโดนกล่าวหา ข้าไม่เชื่อว่าพี่รองจะกระทำการชั่วร้ายนั้น อย่าว่าแต่สังหารท่านเสนาบดีหยวนเสี้ยวเลย แม้แค่เพียงคำกล่าวร้าย พี่รองยังมิมีวันทำ เพราะทรงเป็นพระอาจารย์ที่พี่รองเคารพและรักที่สุด 

            แต่เมื่อไปถึงก็ค่อนข้างเบาใจ เพราะดูเหมือนพี่รองจะพอมีทางหนีทีไล่ พิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ หากไม่ยอมเปิดเผยให้พวกเราได้รู้ ข้าคิดว่าพี่รองน่าจะไม่ไว้ใจพี่ใหญ่ เพราะแม้แต่ข้าเองก็ยังสงสัยว่าเป็นฝีมือพี่ใหญ่เช่นกัน 

            แต่ที่น่าสนใจมากไปกว่าคดีก็คือ พี่รองผู้เคร่งขรึมของข้า บัดนี้ยอมรับพระสนมเข้าจวนแล้ว หลังจากที่ข้ากับน้องสี่เคยนินทาว่า เห็นทีเขาจะออกบวชในที่สุด เพราะมุ่งแต่ทำงานสนองราชโองการเสด็จพ่อ ...ที่มอบราชกิจให้พี่รองเยอะแยะจนข้าสงสาร อาจเพราะด้วยเหตุนี้ด้วยกระมัง จึงทำให้พี่รองไม่มีเวลาจะหันมองสาวๆ ที่ไหนเลย 

            แต่เมื่อได้พูดคุยกับพระสนมจ้าว ข้าก็ไม่แปลกใจว่าทำไมนางถึงทำให้พี่รองที่จริงจัง เคร่งขรึม กลับมีสายตาที่อ่อนโยนเช่นนั้นได้ (แต่มีให้นางคนเดียว กับน้องๆ ก็ยังดุเหมือนเดิม) นางเป็นหญิงที่ไม่ใช่แค่สวยเพียงอย่างเดียว หากฉลาด และมีไหวพริบดี ดูมีความมั่นใจในตัวเอง แล้วก็ใส่ใจดูแลพี่รองเป็นอย่างดี...ข้ารู้สึกดีใจแทนพี่รองจริงๆ”


            ประวัติศาสตร์ในนิทรรศการเริ่มต้นตั้งแต่ ฮ่องเต้ไป๋อี้เฉินสละราชสมบัติและก้าวสู่ตำแหน่ง ไท่ช่างหวง และสถาปนาองค์รัชทายาทไป๋หลงหลานให้ขึ้นครองราชย์ และสถาปนาพระชายาจ้าวรั่วซี ให้เป็นฮองเฮา ท่ามกลางความยินดีของขุนนางและข้าราชบริพาร รวมถึงประชาชน เพราะองค์รัชทายาททรงเป็นที่รักของผสกนิกร เนื่องจากทรงเป็นผู้ที่มีคุณธรรม มีเมตตา และมีความเที่ยงธรรม

            

            “...วันนี้แผ่นดินเราได้ฮ่องเต้พระองค์ใหม่แล้ว พี่รองของข้า ผู้ซึ่งเป็น ‘มังกรขาว’ ของแผ่นดิน ได้ขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้ โดยที่เสด็จพ่อทรงถอยออกมาเป็นไท่ช่างหวง ข้าคิดว่าเสด็จพ่อทำถูกแล้ว เพราะพี่รองแม้จะเก่งกาจสารพัด หากในการปกครองแผ่นดินทั้งหมด พี่รองน่าจะต้องการคำชี้แนะจากเสด็จพ่ออยู่บ้าง

            จากเหตุการณ์ที่พี่ใหญ่และน้องสี่ ให้ร้ายพี่รอง เพื่อหวังตำแหน่งรัชทายาท และแย่งชิงบัลลังก์ ข้าคิดว่าหลายๆ คนคงจะระแวงว่าสักวันหนึ่ง ข้าอาจจะคิดล้มล้างอำนาจพี่รองเช่นกัน ฟ้าดินเป็นพยาน ข้าไม่เคยแม้แต่จะคิด พี่รองดีต่อข้าเสมือนเป็นน้องร่วมอุทร ในวันที่เสด็จพ่อต้องทรงราชกิจมากมาย ก็มีพี่รองที่คอยเป็นให้ทั้งพี่ชายและเกือบจะเป็นพ่อในคราเดียวกัน เพราะสั่งสอนน้องคนนี้ทุกอย่างด้วยความหวังดี...และความดุ แต่ข้ารู้ว่าบางทีพี่รองก็แกล้งดุ ด้วยเกรงว่าข้าจะไม่เชื่อเขา เพราะเราอายุห่างกันแค่สองปีเท่านั้น พี่รองไม่เคยรู้ว่าข้ารู้ แล้วข้าก็ ‘แกล้งกลัว’ พี่รองเหมือนกัน คิดถึงทีไรก็ขำทุกที

            และข้าก็รู้ว่าเสด็จพ่อต้องการให้ข้า ‘ตระหนัก’ ว่า ทรงให้ความไว้วางพระทัยกับข้าไม่ต่างจากพี่รอง ถึงได้แต่งตั้งให้ข้าเป็นรัชทายาทลำดับที่สอง อย่างไม่เกรงคำคัดค้านใดๆ ของขุนนางที่กลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย

            เช่นนั้น วันนี้ ในพระราชพิธี ข้าจึงให้สัตย์สาบานต่อหน้าฟ้าดิน ต่อหน้าพี่รองและเสด็จพ่อว่า ข้าจะไม่มีวันแย่งชิงบัลลังก์ของพี่รองโดยเด็ดขาด พี่รองเดินเข้ามากอด และกระซิบกับข้าเพียงสองคนว่า ‘แผ่นดินนี้เป็นของประชาชน พี่กับเจ้า เรามาช่วยกันทำให้แผ่นดินนี้ของราษฎรให้เป็นสุข และเจริญรุ่งเรืองด้วยกัน’ สุดท้าย พี่รองก็คือพี่รอง ทรงให้ความสำคัญกับความรู้สึกของน้องคนนี้เสมอ...”


            วัตถุโบราณหลายชิ้น นำเสนอเรื่องราวขององค์ฮองเฮาจ้าวรั่วซี ที่ปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์หลายๆ ด้าน ทรงเป็นฮองเฮาที่ได้รับสมญานามจากประชาชนว่าเป็น ‘ฮองเฮานักพัฒนา’ เพราะนอกจากเป็นที่ปรึกษาของฮ่องเต้ในด้านการปรับปรุงหน่วยงานต้าหลี่ซื่อให้ดูแลงานด้านการสืบสวน การชันสูตร พิสูจน์คดีให้กระบวนการยุติธรรมทำงานได้แม่นยำมีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว ยังทรงงานด้านสาธารณสุขและการแพทย์ เพื่อสร้างและดูแลสุขภาวะทั้งทางกายและจิตใจของประชาชน 

            นอกจากนี้ ยังทรงส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องสมุนไพรจีน และริเริ่มงานใหม่ๆ มากมาย บันทึกขององค์ชายไป๋หลงหลินก็ยืนยันประวัติศาสตร์เรื่องนี้ 

            

            “...ในโลกหล้าคงมิมีผู้ใดเหมาะสมจะเคียงข้างบัลลังก์มังกรเท่าพี่สะใภ้อีกแล้ว เพราะนอกจากจะเป็นภรรยาที่เอาใจใส่ ดูแลสามีเป็นอย่างดี ยังเป็นคู่คิด เป็นที่ปรึกษาให้กับพี่รองเป็นอย่างดียิ่ง เป็นผู้หญิงที่เก่งฉกาจจริงๆ นางคิดค้นวิธีการ และสร้างระบบงานให้กับหน่วยต้าหลี่ซื่อให้ทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้กระบวนการยุติธรรมเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

            นอกจากนี้ พี่สะใภ้ยังมีความรู้เยอะมากในด้านสมุนไพรและการแพทย์ อาการป่วยบางอย่าง นางสามารถสั่งยารักษาเองได้เลย ยาบางสำรับของนางได้ผลดีกว่าของหมอหลวงด้วยซ้ำไป

            วันนี้ พี่รองเล่าให้ฟังว่าเพิ่งทดลองสร้างหน่วยอะไรสักอย่าง ยังไม่มีชื่อเรียกเป็นทางการ ที่พี่สะใภ้เสนอให้ชาวบ้านคัดเลือกคนที่อ่านออก เขียนได้ อาจเป็นผู้ที่กำลังเล่าเรียน หรือผู้ที่พอมีความรู้ แต่สอบเคอจวี่ย์ไม่ผ่านให้มาเรียนรู้ตำรับยาพื้นบ้าน และการรักษาพยาบาลโรคพื้นฐาน เพื่อให้แต่ละหมู่บ้านมีหน่วยแพทย์ฝึกหัดแบบนี้ และรับคำสั่งตรงจากสำนักแพทย์หลวง เช่นนี้เวลามีโรคระบาด หรือการเจ็บป่วยรุนแรงในหมู่บ้าน ทางการจะรับรู้ และช่วยเหลือได้ทัน รวมทั้งเป็นผู้ดูแล และคอยรายงานสภาวะทางสุขภาพของชาวบ้านให้สำนักแพทย์หลวงได้รู้ การให้การสนับสนุนพวกยาพื้นบ้าน ก็ส่งตรงจากสำนักแพทย์หลวงอย่างเป็นระบบ ทำให้การเจ็บป่วยเล็กน้อยสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องรอหมอจนอาการรุนแรง ข้านับถือนางจริงๆ แม้เป็นเพียงสตรี แต่ก็คิดทำทุกอย่างเพื่อราษฎรโดยแท้ เป็นถึงฮองเฮา แต่เดินย่ำดินไปหา ไปใกล้ชิดชาวบ้าน มากกว่าอยู่ในวังเสียอีก...”


            ในบันทึกยังมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่แสดงให้เห็นถึงความสนิทสนมระหว่างพี่น้องของทั้งฮ่องเต้และพระอนุชา เพราะทรงมีเรื่องน่ารักๆ เกี่ยวกับฮ่องเต้และฮองเฮาบันทึกอยู่เป็นระยะๆ

            

            “วันนี้ไปทานข้าวกับพี่รองและพี่สะใภ้ ได้เห็นอะไรสนุกๆ น่ารักของคู่นี้อีกแล้ว พี่รองมีอาการเคร่งขรึมผิดปกติ แล้วข้าก็เห็นพี่สะใภ้คอยเอาใจ ตักกับข้าวให้ จนข้าอดสงสัยไม่ได้เลยถามไปตรงๆ ว่าพี่รองเป็นอะไร ทรงตอบมาว่า ‘พี่มันไม่ใช่ราษฎร เลยไม่ได้รับความใส่ใจ...’พี่สะใภ้จึงอธิบายว่านางออกไปตรวจหน่วยเป่าเชิงฟาง หน่วยที่พี่รองบอกว่าจะทำให้แต่ละหมู่บ้านมีหมอฝึกหัดประจำหมู่บ้านนั่นแหละ จนลืมเวลา วันนี้พี่รองไม่ได้เสวยน้ำส้มคั้น เลยไม่พอใจ...ข้างงอยู่สักครู่จึงเข้าใจว่าที่แท้ฮ่องเต้ของเรา...’น้อยพระทัย’ ที่ฮองเฮา ใส่ใจประชาชนมากกว่าพระองค์ แต่ดูก็รู้ว่าแกล้ง ทรงทำเป็นเคร่งขรึม เพื่อให้พี่สะใภ้คอยเอาใจต่างหาก...พี่ชายข้า เห็นขรึมๆ ก็..มารยาไม่เบาเหมือนกัน...”

            

            นอกจากนี้ยังมีโบราณวัตถุที่เป็น ‘นวัตกรรม’ ของฮองเฮาที่ทรงคิดค้นขึ้นมาเอง ชิ้นที่ผู้เข้าชมส่วนใหญ่ให้ความสนใจเป็นพิเศษก็คือ ‘พู่กันไม้ไผ่’ ที่มีลักษณะเหมือนกับปากกาคอแร้งในปัจจุบันไม่มีผิด ในบันทึกของไป๋หลงหลิน ก็มีเขียนเอาไว้ถึงความทึ่งในสิ่งประดิษฐ์นี้

            “...พระสนมจ้าวให้ความสนใจกับหมึกดอกชงโคของน้องสี่มาก นางขอสูตรการทำไป เพื่อทดลองกับดอกไม้อื่นๆ นางถึงกับไปหยิบสมุดมาจด แต่สิ่งที่ทำให้ข้าและน้องสี่ทึ่งมากๆ ก็คือสิ่งประดิษฐ์ชิ้นหนึ่งที่นางทำขึ้นมาเอง ใช้สำหรับเขียนหนังสือแทนพู่กัน มันทำจากปล้องไม้ไผ่ขนาดเล็กมาก เหลาปลายให้แหลม มีรอยผ่าตรงปลายแหลม นางบอกว่า เวลาใช้ก็เหมือนพู่กัน จุ่มหมึกแล้วก็เขียน เพียงแต่มันสามารถใช้เขียนตัวอักษรเล็กๆ ได้ถนัดมือมากกว่าพู่กันใหญ่ๆ นางลองเขียนให้ดู ก็เป็นตามนั้นจริงๆ เขียนตัวหนังสือตัวเล็กๆ ได้สวยงามทีเดียว น้องสี่เองก็ชอบมากๆ ถึงกับเอ่ยปากขอนาง ข้าเองแต่แรกก็อยากได้อยู่ แต่ก็เกรงใจ เพิ่งรู้จักกัน แต่นางก็ไปหยิบมาให้อีกสองอัน ให้น้องสี่หนึ่งอัน ให้ข้าหนึ่งอัน ข้าเลยโชคดีได้สิ่งประดิษฐ์นี้มาเล่นด้วย ผู้หญิงคนนี้ช่างน่าทึ่งจริงๆ...”


            ในตอนท้ายของนิทรรศการเป็นเรื่องราวช่วงปลายของรัชสมัยของฮ่องเต้ไป๋หลงหลาน ทรงครองราชย์ยาวนานถึงสามสิบห้าปี ก่อนจะทำเช่นเดียวกับพระราชบิดาคือสละราชสมบัติให้กับพระโอรสเพียงพระองค์เดียว และดำรงตำแหน่งไท่ช่างหวง เพื่อคอยเป็นพี่เลี้ยงให้ฮ่องเต้มือใหม่ จวบจนสวรรคตเมื่อพระชนมพรรษาได้เก้าสิบปี และองค์ไทเฮาจ้าวรั่วซีสิ้นพระชนม์หลังจากนั้นเพียงหนึ่งปี เมื่อพระชนมายุได้แปดสิบเก้าปี ในรัชสมัยของพระองค์ บ้านเมืองสงบสุข ประชาชนมีความสุขกันถ้วนหน้า 


            นิทรรศการออกแบบการเล่าเรื่องผ่านโบราณวัตถุมากมายเป็นลำดับไป จนถึงจุดสุดท้าย ปิดจบด้วยภาพวาดหญิงสาวที่มีความงดงาม มีดวงตาโตหวานเป็นจุดเด่นที่สุดของใบหน้า ในชุดโบราณ ดูเรียบง่ายไม่หรูหรา หากแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนและสง่างาม นักโบราณคดีเชื่อว่าเป็นภาพของฮองเฮาจ้าวรั่วซี ที่เป็นฝีพระหัตถ์ขององค์ฮ่องเต้ไป๋หลงหลาน เพราะมีลายเซ็นกำกับเอาไว้ พร้อมตราประทับที่มีรอยตำหนิอยู่บนรูปดอกไม้กับเส้นกรอบ ตามกาลเวลา 

            และเป็นภาพที่แสดงความรักที่พระองค์ทรงมีต่อฮองเฮาเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น ด้วยลายเส้นที่อ่อนหวาน และประโยคที่เขียนไว้ด้านข้างของภาพ: 

            “白龙之若曦…อรุณรุ่งแห่งมังกรขาว” 

            ... แสงอรุณรุ่ง (รั่วซี) ที่ให้ความอบอุ่นในใจแห่งมังกรขาว (ไป๋หลงหลาน)...

    ***


    จบบริบูรณ์



    -------------------------------------------------

    ขอบคุณทุกคนที่ติดตาม #สองภพ มาจนถึงตอนนี้นะคะ ????

    ได้เขียนเรื่องนี้แล้วมีความสุขมากเลย โดยเฉพาะตอนที่รู้ว่ามีคนอ่านอยู่ด้วยกันตลอดสองเดือนกว่าที่ผ่านมา ขอบคุณทุกการติดตาม ทุกcomment ทุก like ทุก view ที่ให้กำลังใจมาตลอด มันมีค่าสำหรับผู้เขียนมากจริงๆ ค่ะ อย่างไรขอฝากผลงาน e-book ไว้เผื่อสนใจรับน้องกลับไปเข้า collection ด้วยนะคะ ใน e-book สองภพ มี 3 ตอนพิเศษ Exclusive ที่ไม่มีที่ไหนเลยนอกจากใน e-book อ่านเพิ่มเติมน้ำตาลในอารมณ์นำเสนอโดยองค์รัชทายาทและพระชายา ...และ องค์ชายสามด้วยนะเออ... 555 

    หากสนใจ ไปได้ที่นี่เลยนะคะ: ???? meb: https://bit.ly/สองภพ

    ขอบคุณอีกครั้งนะคะ แล้วเจอกันเรื่องหน้า ซึ่งขอเวลาบ่มเพาะสักนิดนะคะ แล้ว ณ จันทร์หวานจะกลับมาให้ฟินกันใหม่อีกครั้ง เร็วๆ นี้ ติดตามกันต่อไปนะคะ 
    ฝากติดตามด้วยน้า

    คล้ายกับเรื่องสองภพ ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730