บทที่ 15
ฝ่าขอบเขตต่อเนื่อง
“ศิษย์พี่รู้หรือไม่ว่า แดนศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู่หนึ่งในสามแดนลับนั้น… แดนลับหวงเหยา จะเปิดให้เข้าไปในอีกหนึ่งเดือน”
ฉู่ซิวผู้ถือถ้วยชาส่ายหัว เขายุ่งอยู่กับการบำเพ็ญอย่างหนัก จึงไม่ได้ใส่ใจเื่อื่น อย่างไรก็ตามเขาเคยได้ยินเื่แดนลับหวงเหยามาบ้าง
ได้ยินว่าเป็โลกเล็ก ๆ ในร่างของตัวตนขอบเขตกึ่งจักรพรรดิมารตนหนึ่งที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นมา
เล่ากันว่าหมื่นปีก่อน ตัวตนขอบเขตกึ่งจักรพรรดิมารแห่งเผ่าปีศาจ ไม่รู้ว่าไปทำให้ขอบเขตจักรพรรดิไท่ซู่ไม่พอใจอย่างไร
วันนั้นขอบเขตจักรพรรดิไท่ซู่ประทับนั่งอยู่เหนือห้วงอวกาศแห่งยอดเขาไท่ซู่ พระองค์ยกพระหัตถ์อันงดงามขึ้น และปราบตัวตนขอบเขตกึ่งจักรพรรดิมารให้สิ้นพระชนม์ด้วยการโจมตีจากระยะไกลเพียงครั้งเดียว
ยังไม่พอขอบเขตจักรพรรดิไท่ซู่ผู้ทรงพลัง ยังทรงดึงเอาโลกเล็กในร่างของอีกฝ่ายมาอีกด้วย เมื่อขอบเขตกึ่งจักรพรรดิมารสิ้นชีพ โลกเล็ก ๆ เหล่าย่อมพังทลายไปด้วย
ตัวตนขอบเขตจักรพรรดิไท่ซู่จึงทรงใช้อันยิ่งใหญ่ ตั้งค่ายกลถึงเก้าหมื่นเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าชั้น เพื่อป้องกันไม่ให้โลกเล็กเ่าั้พังทลายลง และจึงกลายเป็แดนลับหวงเหยาของแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู่ในปัจจุบัน
และเนื่องจากค่ายกลเหล่านี้ ระดับของผู้ฝึกตนที่เข้าไปในเขตลับหวงเหยาจะถูกกดลง สูงสุดเพียงแค่ขอบเขตเสินเฉียวเท่านั้น
ต่อให้อยู่ในขอบเขตราชันศักดิ์สิทธิ์ พอเข้าไปก็จะถูกกดลงเช่นกัน
นี่คือความเกรียงไกรอันไร้เหตุผลของพลังสูงสุดแห่งขอบเขตจักรพรรดิ
“แดนลับหวงเหยา มีโอกาสมากมาย แต่จำนวนผู้ที่จะเข้าไปได้กลับมีจำกัด” ฉู่เซียวหรานกล่าวต่อ
“มีโอกาสทั้งหมดเพียงสองพันที่ กงล้อสมุทรสามร้อยที่ และขอบเขตเสินเฉียวหนึ่งพันเจ็ดร้อยที่”
“หาก้า… โอกาสที่จะเข้าไปก็ง่ายมาก นั่นก็คือการปีนหอเทพสถิต”
ขอบเขตกงล้อสมุทรสามร้อยคนแรกที่ปีนได้สูงที่สุด และขอบเขตเสินเฉียวหนึ่งพันเจ็ดร้อยคนแรกเท่านั้นที่จะได้รับสิทธิ์
“ศิษย์พี่ฉู่ซิวแข็งแกร่ง วิชากระบี่ขอบท่านก็มิน้อยหน้า ในขอบเขตเดียวกันหาคู่ต่อสู้ได้ยาก หากไปปีนหอเทพสถิต ต้องติดสามร้อยอันดับแรกแน่นอน!”
“ส่วนสิ่งที่เซียวหรานอยากจะขอร้องก็คือ…”
-------------
ครึ่งชั่วยามต่อมา ฉู่ซิวยืนอยู่บนเรือบิน และบินจากยอดเขาคณาสมบัติ
-------------
ยอดเขาอวิ๋นเซี่ย ตำหนักเ้าขุนเขา ทางด้านนอกของห้องนอน
ศิษย์ฝ่ายในที่คอยรับใช้เ้าขุนเขาสองสามคน ถือถาดกระซิบกระซาบ
“ไม่รู้ว่า่นี้ เ้าขุนเขาเป็อะไรไปถึงได้ชอบทานอาหารมนุษย์ธรรมดา”
“อืม แถมยังชอบทานของเปรี้ยวด้วย…”
“พวกเ้าสังเกตไหม ่นี้ใบหน้าของเ้าขุนเขาดูดีมาก งดงามเหมือนดอกไม้เลย”
“อืม อืม หรือว่าอาหารมนุษย์ธรรมดาจะ…” เสียงค่อย ๆ จางหายไปในที่สุด
ภายในห้องนอนของตำหนัก ร่างงามที่เอนกายพิงเตียง ผิวขาวดั่งหิมะ มือเรียวจับลูกบ๊วยสีแดงสด เปลือกตากระตุกด้วยความไม่ชอบใจ ริมฝีปากแดงเรื่อขยับเบา ๆ ส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ
‘ดูเหมือนว่าปกติข้าจะใจดีกับพวกนี้มากเกินไป พวกนางไม่รู้จักเกรงใจเลยสักนิด ถึงกล้าล้อเลียนข้าได้’
นางวางลูกบ๊วยสีแดงฉ่ำลง คิ้วโค้งเรียวขมวดเข้าหากัน พอนึกถึงใบหน้าน่าชังของศิษย์ชั่วนั่น เฉียวเิเตี๋ยก็รู้สึกอึดอัดใจ นางไม่รู้ว่าวันคืนที่นางถูกบีบคั้นเช่นนี้จะมีวันสิ้นสุดลงหรือไม่?
“่นี้ร่างกายก็แปลกยิ่งขึ้นทุกที”
“ข้าป่วยหรือเปล่านะ?” เฉียวเิเตี๋ยรู้สึกกังวลใจยิ่งนัก ยันกายลุกขึ้นจากเตียง เท้าเปล่าสีแดงระเรื่อก้าวย่างมาถึงหน้าชั้นหนังสือ
ยกมือดึงช่องลับออก ก่อนจะหยิบตุ๊กตาที่ทำจากฟางออกมาจากช่องนั้นตุ๊กตาถูกทำให้มีหน้าตาคล้ายกับฉู่ซิวถึงแปดส่วน เฉียวิเตี๋ยกัดฟัน หยิบเข็มเงินขึ้นมาเล่มหนึ่ง แทงลงไปที่ส่วนล่างของตุ๊กตาอย่างแรง
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จ จิตใจที่แทบจะพังทลายของเ้าขุนเขาถึงได้สงบลงดวงตางามวาววับด้วยความภาคภูมิใจ จากนั้นก็วางตุ๊กตาฟางกลับเข้าไปในช่องลับดังเดิม
————---
ฉู่ซิวเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
“บ้าเอ๊ย ผู้หญิงอะไรกันเนี่ย!” ฉู่ซิวผู้นั่งขัดสมาธิอยู่ปรับจิตใจให้มั่นคงแล้วหลับตาลงอีกครั้ง
“ระบบ เปิดหน้าต่างสถานะของข้า”
[เ้าของระบบ]: ฉู่ซิว
[ขอบเขตพลัง]: กงล้อสมุทร ระดับสี่
[ลักษณะพิเศษ]: กายาศักดิ์สิทธิ์โบราณ
[พร์]:917 「ระดับฟ้า」 ความเร็วในการฝึกฝน 31 เท่า
[ เจตจำนงแห่งกระบี่ ]: เจตจำนงแห่งกระบี่สังหาร์
[เคล็ดวิชาที่ฝึกฝน]: คุมภีร์เต๋าจิง —บทพื้นฐาน
[คะแนนสะสม]:642
[ค่าโชคชะตา]:-18 "ดำ" หากนายท่านฆ่าใครสักคนด้วยโชคลาภ ท่านสามารถดูดซับโชคของพวกเขาไว้ใช้เองได้
[การประเมินพลังการต่อสู้โดยรวม]:พลังการต่อสู้สูงกว่าระดับเดียวกันทั่วไป 25 เท่า
“เริ่มแลกเปลี่ยนคะแนนสะสม!”
[ติ๊ง !โอสถบำรุงิญญาระดับสอง จำนวนสองแสนเม็ด ได้รับคะแนนสะสม 10,000,000 แต้ม]
[ติ๊ง ! ใช้ยาบำรุงิญญาแท้จริงระดับสี่ จำนวนหนึ่งหมื่นเม็ด ได้รับคะแนนสะสม 5,000,000 แต้ม]
[ฮ่าฮ่า...ขอเชิญนายท่านเลือกหนึ่งในตัวเลือกด้านล่างนี้เพื่อฝ่าขีดจำกัด]
[เคล็ดวิชา] [เจตจำนงแห่งกระบี่] [คัมภีร์กระบี่「ระดับสูงสุดแล้ว」] [วิชาตัวเบา「ระดับสูงสุดแล้ว」]
“เคล็ดวิชา~” ฉู่ซิวตัดสินใจเพิ่มระดับการบำเพ็ญก่อน ระดับการบำเพ็ญคือรากฐานของทุกสิ่ง
[ตรวจพบว่านายท่านเป็กายาศักดิ์สิทธิ์โบราณ บำเพ็ญเพียรคัมภีร์เต๋าจิง อยู่ในระดับพื้นฐานระดับสิบขั้นปลาย ความยากในการข้ามชอบเขตเพิ่มขึ้นอย่างมาก จำเป็ต้องเร่งความเร็วหนึ่งปีต่อหนึ่งรอบเล็ก คาดว่าจะใช้คะแนนสะสมหนึ่งพันแต้มต่อปี]
[ปีแรก ท่านเข้าไปบำเพ็ญในถ้ำที่ยอดเขาอวิ๋นเซี่ย พยายามก้าวข้ามขอบเขตเนื่องจากเ้าได้ x กับอาจารย์ ทำให้พร์เพิ่มขึ้นอย่างมาก เ้าก้าวข้ามขอบเขตถึงขอบเขตกงล้อสมุทรระดับห้าได้อย่างง่ายดาย]
[ปีที่สอง ท่านเข้าไปบำเพ็ญในถ้ำที่ยอดเขาอวิ๋นเซี่ย พยายามก้าวข้ามขอบเขตเนื่องจากเ้าได้ x กับอาจารย์ ทำให้พร์เพิ่มขึ้นอย่างมาก เ้าก้าวข้ามขอบเขตถึงขอบเขตกงล้อสมุทรระดับหกได้อย่างง่ายดาย]
[ปีที่สาม ท่านเข้าไปบำเพ็ญในถ้ำที่ยอดเขาอวิ๋นเซี่ย พยายามก้าวข้ามขอบเขตเนื่องจากเ้าได้ x กับอาจารย์ ทำให้พร์เพิ่มขึ้นอย่างมาก เ้าก้าวข้ามขอบเขตถึงขอบเขตกงล้อสมุทรระดับเจ็ดได้อย่างง่ายดาย]
[ปีที่ห้า ท่านเข้าไปบำเพ็ญในถ้ำที่ยอดเขาอวิ๋นเซี่ย พยายามก้าวข้ามขอบเขตเนื่องจากเ้าได้ x กับอาจารย์ ทำให้พร์เพิ่มขึ้นอย่างมาก เ้าก้าวข้ามขอบเขตถึงขอบเขตกงล้อสมุทรระดับเก้าได้อย่างง่ายดาย]
[ปีที่หก เ้ายังคงพยายามข้ามขอบเขตต่อไป รู้สึกได้ถึงขีดจำกัดของขอบเขตกงล้อสมุทร เ้าจึงหยุดบำเพ็ญและตัดสินใจพยายามทะลวงขีดสุดของขอบเขตกงล้อสมุทร]
[การฝ่าขีดจำกัดครั้งนี้ ใช้แต้มสะสมไปทั้งหมดหกพันแต้ม]
[คะแนนสะสมเหลือ : 14.994ล้านแต้ม]
ฟ้าร้องกึกก้อง~
ความรู้แจ้งมากมายจากคัมภีร์เต๋าจิงไหลบ่าเข้ามาในจิตสำนึก ปราณฟ้าดินรอบๆถ้ำ ราวกับน้ำที่ทะลักออกมาจากเขื่อนที่พังทลาย ในที่สุดก็พบทางระบายออก ปราณเ่าั้พุ่งเข้าสู่ร่างกายของฉู่ซิวอย่างบ้าคลั่ง หมุนเวียนครบหนึ่งรอบใหญ่ ก่อนจะหลอมรวมเข้ากับขอบเขตกงล้อสมุทรสีทอง
ผมดำหนาปลิวสยายโดยไร้ลม พลังปราณรอบกายพุ่งทะยานขึ้นเรื่อยๆ เมื่อระดับการบำเพ็ญถึงขอบเขตกงล้อสมุทรระดับเก้า
ขอบเขตกงล้อสมุทรของฉู่ซิวก็ขยายตัวอย่างบ้าคลั่ง จากขอบเขตกงล้อสมุทรระดับเก้าปกติ 45 เท่า
50 เท่า…
55 เท่า…
70 เท่า…
80 เท่า…
99 เท่า...
เมื่อขยายถึง 99 เท่า ก็หยุดลงทันที ราวกับถูกกฎเกณฑ์บางอย่างที่มองไม่เห็นบังคับให้หยุดนิ่ง ไม่ยอมให้ขอบเขตกงล้อสมุทรของเขาขยายอีกต่อไป
ฉู่ซิวมองเข้าไปข้างใน กงล้อสมุทรในตอนนี้เปลี่ยนไปมาก ทะเลสาบสีทองกว้างใหญ่ไพศาล ราวกับมหาสมุทร...
เพียงแต่น้ำทะเลสีทองในมหาสมุทร ลดลงไปเล็กน้อย ฉู่ซิวลืมตาขึ้นรับรู้ได้ว่าไม่สามารถดูดซับปราณจากฟ้าดินได้อีกแล้ว
แท้จริงแล้ว การเลื่อนขั้นห้าครั้งติดต่อกันก่อนหน้านี้ของเขา แทบจะดูดซับปราณจากฟ้าดินในรัศมีสิบกว่าลี้ให้หมดสิ้นในพริบตา ก่อให้เกิดพื้นที่สุญญากาศของปราณ ภาพอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ หากถูกผู้อื่นเห็นเข้า ย่อมต้องตกตะลึงจนพูดไม่ออก เพราะที่นี่คือแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู่ ปราณฟ้าดินมีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์อยู่แล้ว
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงถ้ำฝึกตนของศิษย์สายตรงของยอดเขาอวิ๋นเซี่ย ความเข้มข้นของปราณฟ้าดินยิ่งหนาแน่นกว่าถ้ำฝึกตนของศิษย์สืบทอดหนึ่งถึงสองเท่า ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่เพียงพอให้ฉู่ซิวดูดซับ จะเห็นได้ว่าขอบเขตกงล้อสมุทร ของเขากักเก็บพลังได้มากเพียงใด
ฉู่ซิวหยิบหินิญญาหลายแสนก้อนออกมาจากถุงเก็บของ วางกองไว้ข้างกาย จากนั้นก็ใช้คัมภีร์เต๋าจิงดูดซับปราณจำนวนมากที่แฝงอยู่ในนั้น เติมเต็มพลังในขอบเขตกงล้อสมุทร
“ระบบ ก้าวข้ามขีดจำกัดของขอบเขตกงล้อสมุทร!”