ตอนที่ ๗
ผ่านไปอยู่หลายวันการดูแลรักษาตัวของซิ่วเหอนั้นหายดีแล้วแต่ก่อนหน้านั้นเื่การทำอาหารเขามิเคยหยุดทำแม้ร่างกายจะเจ็บแต่ซิ่วเหอเองก็ฝืนร่างกายมาอยู่ดี
“องค์ชาย...ครั้งนี้อย่าออกไปเที่ยวไหนอีกเลยพะยะค่ะกระหม่อมเกรงว่าท่านแม่....”
“เ้ากลัวหลี่เฟยเย่ใช่หรือไม่หากเ้ากลัวเขา...เ้าก็ไปอยู่กับเขาไม่ใช่ข้า”
“ไม่พะยะค่ะองค์ชาย”
“ถ้าไม่ก็เลิกกลัวเสียตอนนี้”
มาอยู่ที่จวนหลี่...นี่ก็เข้าสู่เดือนที่สองแล้วที่ซิ่วเหอย้ายเข้ามาอยู่บ่าวไพร่ในจวนต่างเคารพนับถึงเขาเพราะตัวเขานั้นไม่เคยมองว่าผู้อื่นเป็บ่าวไพร่ชั้นต่ำหากแต่มองว่าคนพวกนั้นเป็เพื่อนของเขา
จัดได้ว่าซิ่วเหอนั้นเป็คนที่ดีคนหนึ่งเขาเคารพผู้อา วุธโสกว่าอ่อนน้อม ยิ่งเป็ท่านแม่หลี่ซูเขายิ่งให้ความเคารพเว้นเสียแต่หลี่เฟยเย่เพียงผู้เดียวที่เขาไม่นับถือหรือให้ความเคารพ แม้คนผู้นั้นจะอายุเยอะกว่าตนหลายเท่า
“ชูเฉียงวันนี้ข้าคิดว่าจะเข้าวังไปเข้าเฝ้าเสด็จแม่...เ้าว่าดีหรือไม่?”
“ดีพะยะค่ะกระหม่อมอยากไปหาท่านกงกงเช่นกัน”
ว่าจบก็พากันเก็บของเตรียมตัวเข้าวังก่อนออกจากจวนซิ่วเหอก็ไม่ลืมที่จะไปเอยบอกหลี่เฟยเย่ เพราะผู้ที่แต่งเข้ามาอยู่ในจวนของคนผู้นั้นถ้าจะกลับบ้านก็ต้องแจ้งผู้เป็เ้าของจวนเสียก่อน
“หลี่เฟยเย่.....”คนถูกเรียกหันไปมอง
“วันนี้ข้าเข้าวังไปเข้าเฝ้าเสด็จแม่ได้หรือไม่....”
สิ้นเสียงของซิ่วเหอหลี่เฟยเย่จึงหันขวับไปมองพร้อมกับขมวดคิ้วจักเข้าวังอย่างนั้นรึ...นี่เ้าองค์ชายน้อยคนนี้ลืมสิ่งใดไปเล่าถึงได้กล่าวเช่นนี้ออกมา
“กระหม่อมไม่อนุญาต...เชิญองค์ชายกลับเรือนไปเถิด”
“ทำไมข้าจักเข้าวังไปมิได้...นี่เ้าบังอาจห้ามข้าอย่างนั้นรึที่ผ่านมานั้นข้าทำตามเ้าทุกอย่างเหตุใดเ้าถึงห้ามข้าเข้าวัง!”
“ชูเฉียง....เ้ามิได้บอกนายของเ้าหรือว่า...ภรรยาสามารถกลับไปบ้านได้แค่ปีละครั้ง”
ซิ่วเหอหันไปมองชูเฉียงที่กำลังก้มหน้าก้มตาก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับหลี่เฟยเย่ กลับบ้านปีละครั้งอย่างนั้นหรือเป็เช่นนี้มันจักเกินไปเสียแล้ว
“จริงที่ข้ากลับไปได้แค่ปีละครั้งแต่ทำไมเ้าถึงเข้าวังได้คนเดียว อีกอย่างเข้าวังเดือนหนึ่งเป็ยี่สิบรอบทีข้ากลับกล่าวห้ามเข้าเช่นนี้มันไม่ยุติธรรมสำหรับข้า...”
“องค์ชาย...กลับไปอ่านเื่การเรือนของสตรีใหม่เถิดจักได้รู้ว่าสิ่งที่กระหม่อมพูดนั้นมีความยุติธรรมหรือไม่”
“ยังไงข้าก็จะเข้าวัง!!”
พูดจบซิ่วเหอรีบหันหลังแล้วเดินออกไปส่วนหลี่เฟยเย่คงปล่อยให้ไปไม่ได้จึงเดินตามไปทันที
หมับ!!...เฟยเย่คว้าไปจับแขนของซิ่วเหอไว้แน่นก่อนจะลากตัวกลับไปยังเรือนของตนพร้อมกับปิดประตูล็อคด้วยแม่กุญแจขังซิ่วเหอไว้ด้านใน
“ต่อแต่นี้...ห้ามผู้ใดเปิดประตูให้กับซิ่วเหอหากข้าจับได้ว่าเป็ใครข้าจักจับมันผู้นั้นโบยจนตาย”
เป็คำสั่งที่แสดงถึงบทลงโทษเด็ดขาดก่อนที่เฟยเย่จะเดินจากไปชูเฉียงที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูนั้นก็ทำอะไรไม่ได้ถ้าช่วยองค์ชายออกมาเขาก็จะมีโทษถึงตาย แต่ถ้าเขาไม่ช่วยองค์ชายเขาก็จะกลายเป็คนทรยศทำไมชีวิตของเขาต้องมีแต่อุปสรรคเช่นนี้ด้วย
“ชูเฉียงเหตุใดท่านแม่ทัพหลี่ถึงได้กักขังองค์ชายไว้ด้านใน” สาวรับใช้เจียงลี่เอ่ยถามเพราะจู่ๆหลี่เฟยเย่ก็กระฉุดลากซิ่วเหอเข้าไปด้านในก่อนจะล็อคด้วยแม่กุญแจ การกระ ทำเช่นนี้ผู้คนในจวนหลี่ไม่เคยเห็นมาก่อน
“ข้ามิอาจรู้ได้เพราะเหตุใดจู่ๆท่านแม่ทัพหลี่ก็กระทำกับองค์ชายเช่นนี้ข้าจักทำอย่างไรดีเจียงลี่เ้าช่วยข้าหาทางออกได้หรือไม่”
“เ้าอยากตายอย่างนั้นรึไม่ได้ฟังที่ท่านแม่ทัพหลี่เอ่ยหรืออย่างไร ห้ามมิให้ผู้ใดเปิดประตู”
ปั๊ง!!!ๆๆ
เสียงทุบประตูของคนด้านในยังคงดังต่อเนื่องบ่าวรับใช้ที่อยู่บริเวณโดยรอบเรือนก็มิอาจช่วยได้
“หลี่เฟยเย่!!!เ้าปล่อยข้าเดี๋ยวนี้...ชูเฉียงเ้าช่วยข้าทีเถิด ข้าจักไปหาเสด็จแม่!!”
“อึก...องค์ชายพะยะค่ะ...หือ...กระหม่อมสมควรตายที่มิอาจช่วยเหลือองค์ชายได้อึก..หือๆ”
ทั้งเสียเรียกะโทั้งเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นดังไปทั่วทั้งเรือนทั้งผู้เป็นายและขันทีคนสนิทต่างพากันร้องไห้จนทำ ให้บ่าวรับใช้โดยรอบนั้นร้องไห้ตามไปด้วย...ด้วยความสงสารในโชคชะตา
“เฟยเย่...แม่ว่าเ้าทำกับองค์ชายเกินไปหรือไม่หากฮ่องเต้ทรงทราบจักทำเช่นไร”
เฟยเย่นั้นยังคงนิ่งเฉยแม้หลี่ซูผู้เป็มารดาเอ่ยทัก ท้วงแต่ก็มิอาจทำตามคำเอ่ยได้คนผู้นั้นต้องทำเช่นนี้ถึงจะหายดื้อเสียทีหากมัวแต่คอยเอาอกเอาใจแล้วก็จักกลายเป็คนเอาแต่ใจและคนผู้นั้นก็จะไม่ฟังคำกล่าวตักเตือนของผู้ใด
“เฟยเย่...แม่ขอร้องให้เ้าปล่อยองค์ชายเถิดที่เป็เช่นนั้นเพราะองค์ชายยังเด็กนัก จึงมิอาจรู้สิ่งใดควรหรือไม่หากขังอยู่แต่ในเรือนพอเ้าปล่อยมิวายต้องออกไปอีกสู้ให้เ้าปล่อยองค์ชายออกมาแล้วอบรมสั่งสอนใหม่ไม่ดีกว่ารึ”
ฟังผู้เป็มารดาจบแล้วเขาจึงนั่งครุ่นคิดไตร่ตรองคำกล่าวของมารดาหากเขานำตัวองค์ชายซิ่วเหอมาอบรมเสียใหม่ ความวุ่นวายน่าจะลดลงไปบ้างไม่มากก็น้อย
คิดได้ดังนั้นจึงรีบเดินออกไปยังเรือนของจินซิ่วเหอ
“พวกเ้าร้องไห้ด้วยเหตุอันใด...”
“......”
“ข้าถาม!!”
เสียงตะวาดดังลั่นเหล่าบ่าวรับใช้ต่างกลัวจนตัวสั่น
“พวกบ่าวสงสารองค์ชาย...ได้ยินเสียงขององค์ชายร้องไห้ดังมาจากด้านในเรือนชูเฉียงก็นั่งร้องไห้อยู่หน้าประตู บ่าวเองสงสารจึงร้องไห้ตาม”
เ้าช่างมีอิทธิพลต่อคนของข้ายิ่งนักจินซิ่วเหอไม่ใช่แค่ติดใจในรสชาติอาหารที่เ้าทำ ขนาดเ้าร้องไห้ก็ทำให้ผู้อื่นนั้นร้องไห้ตามเ้าไปด้วยแท้จริงแล้วเ้าเป็คนแบบไหนกันแน่
“ชูเฉียง...”
“อึก...ท่านแม่ทัพ”
คนถูกเรียกรีบกลืนก้อนสะอึกทันควันก่อนจะรีบลุกขึ้นแล้วปาดน้ำตาที่เปรอะเปื้อนตามใบหน้าออกก่อนที่หลี่เฟยเย่จะเห็นว่าเขากำลังร้องไห้....
“เอ่อ...ท่านแม่ทัพหลี่มีเื่อันใดขอรับ”
“ซิ่วเหอเป็อย่างไรบ้าง...เห็นพวกบ่าวบอกว่านายของเ้าร้องไห้”
“มิทราบได้ขอรับแต่ข้าเห็นว่าองค์ชายเงียบไปได้สักครู่แล้ว เกือบหนึ่งเค่อขอรับ”
ไม่ได้การหากเป็ไปอย่างที่เฟยเย่คิดครั้งนี้เขาต้องไม่ให้อภัยตัวเขาเองเป็แน่ เขาไม่ได้เอ่ยอะไรให้มากความรีบไขกุญแจทันที
ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปร่างของจินซิ่วเหอก็นอนอยู่ตรงทางเข้าพอดีเป็เช่นนี้แล้วเฟยเย่ยิ่งใจึงรีบพยุงซิ่วเหอขึ้นก่อนจะค่อยๆวางร่างบางบนเตียงครั้งแรกที่เห็นเฟยเย่นั้นตก ใจจริงๆ แต่พอตรวจสอบแล้วว่าไม่ได้เป็อะไรมากนักแค่เหนื่อยจากการร้องไห้จึงหลับไปเฟยเย่ถึงโล่งใจ
องค์ชายน้อย....เ้าทำให้ข้าต้องเป็ห่วงอีกแล้ว...รู้หรือไม่
หลายเดือนต่อมา....
สายลมพัดผ่านพร้อมกับแสงอาทิตย์เรืองรอง่เพลานี้คือฤดูหนาวแต่ก็ยังไม่ถึงขั้นว่าหนาวเพราะเป็่เริ่มต้นหากหิมะตกคราวใดนั่นถือว่าหนาวแล้ว
“องค์ชายท่านแม่ทัพหลี่ฝากสารนี้มาให้พะยะค่ะ”
ซิ่วรับสารจากขันทีคนสนิททันทีพร้อมกับเปิดอ่านข้อความที่อยู่ด้านใน
ซิ่วเหอเอ๋ย....สิ่งที่พ่อมอบหมายให้เ้าทำข้ายังมิเห็นว่าจะมีความคืบหน้าแต่อย่างใด หากเป็เช่นนี้แล้วข้าคงต้องเรียกตัวเ้ากลับเข้าวังเสียพ่อต้องของโทษเ้าด้วย...ที่เ้าทำ งานนี้ไม่สำเร็จอาจเป็พ่อเองที่บังคับให้เ้าไปแต่งงานกับบุรุษทั้งที่เ้าก็เป็บุตรเช่นกันหลังจากครบหนึ่งปีแล้วพ่อจะเรียกตัวเ้ากลับเข้าวังหลวงทันทีส่วนเื่งานที่เ้าทำไม่สำเร็จนั้นพ่อไม่ถือโทษโกรธเ้า
เพราะฉะนั้นอีกหนึ่งเดือนพ่อจะส่งพระราชทานสมรสใหม่ไปให้กับหลี่เฟยเย่แทนเ้า....
“ไม่ได้!!!”
เสียงะโดังลั่นของซิ่วเหอทำเอาชูเฉียงที่ยืนอยู่นั้นสะดุ้งไปตามๆกัน
“มีอะไรหรือพะยะค่ะ”ชูเฉียงเอ่ยถาม
“ข้าจักไปหาหลี่เฟยเย่...!”
แน่นอนว่าจินซิ่วเหอไม่พอใจกับสิ่งที่ตัวเขาได้อ่านไปเมื่อสักครู่แต่จะเป็เพราะเหตุใดนั้นเขาก็ยังมิทราบเช่นกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“อ้าว...องค์ชายมีอันใดหรือพะยะค่ะถึงหอบสังขารมาหากระหม่อมถึงเรือน”
เฟยเย่เอ่ยถามหน้าตายเหมือนกับคนไม่รู้ว่าเกิดเื่อะไรขึ้น ต่างจากคนที่มานั้นโกรธจนกำหมัดแน่นการพูดจาเช่นนี้มันแปลกเกินไปแล้วหรือว่าเฟยเย่เห็นชอบเื่พระราช ทานสมรสครั้งนี้
“เ้า...เอ่ยความเช่นนี้กระนั้นแสดงว่าเ้าเห็นชอบกับฮ่องเต้อย่างนั้นรึอึก...เ้ามันก็แค่ผู้ชายหลายใจอยากแต่งงานกับผู้ใดก็แต่ง พระราชทานสม อึก...รสเ้าก็ไม่เคยคิดจะค้านสักครั้ง หือๆ สุภาพบุรุษอย่างนั้นรึ อึก หลี่เฟยเย่! ไม่ว่าเ้าจักแต่งงานกับผู้ใดแต่งสักกี่ครั้งมีเมียหลายสิบคนข้านั้นไม่สนใจเ้า...หือๆ...อึก..”
“องค์ชายว่าเช่นนั้นรึได้...กระหม่อมจะแต่งเมียเข้าจวนอีกสิบคน มีลูกสักยี่สิบดีหรือไม่”
“...อึก...แล้วแต่เ้า!!”
ปลั๊ก!! สารที่กำแน่นอยู่ในมือของซิ่วเหอนั้นถูกขว้างออกไปแรงขว้างนั้นอยู่ในระยะใกล้จึงลอยไปตกกระทบที่ศรีษะของเฟยเย่
ซิ่วเหอนั้นโกรธที่หลี่เฟยเย่เอ่ยออกมาเช่นนั้นจึงรีบวิ่งออกไปทันทีเหลือเพียงเฟยเย่เพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยังคงยืนอยู่กลิ่นคาวเืเริ่มฟุ้งกระจาย น้ำสีแดงกำลังไหลอาบลงมาตามใบหน้าคมเข้มของเขา
แผลแค่นี้ไม่ได้ทำให้เขาเจ็บแต่อย่างใดแต่เขาไม่เข้า ใจว่าทำไมองค์ชายต้องกระทำกริยาเช่นนี้ใส่เขา ทั้งๆที่เขาก็ไม่ ได้ว่าอะไรให้
หน้าจวนหลี่กำลังมีการต้อนรับหญิงสาวผู้หนึ่งนางจะมาที่จวนหลี่สามวันครั้ง บางทีสามครั้งหลังอาหารเสียด้วย
“อร๊ายยย!!!พี่เฟยเย่..นั่นๆ...เื...”
ไม่ได้เพียงแค่กรีดร้องโหวกเหวกโวยวายหากมือยังชี้ไปที่ตรงที่มีเืไหลออกมา
“องค์หญิง...”
“ท่านพี่เฟยเย่...ผู้ใดบังอาจทำร้ายท่านเช่นนี้ให้ข้าส่งทหารไปตามตัวมันมาลงโทษดีหรือไม่ถ้าส่งคนไปเพลานี้ข้าว่าคงจับคนร้ายได้ทัน”
“ทูลองค์หญิงไม่มีผู้ใดมาทำร้ายกระหม่อม...แค่เดินชนประตูเท่านั้น”
“ท่านพี่เฟยเย่มานั่งตรงนี้ก่อนประเดี๋ยวข้าจะทำแผลให้ท่านเอง”
เว่ยหลินนางสั่งคนของนางไปนำยารักษามาก่อนที่นางจะทำแผลให้กับหลี่เฟยเย่
ปกติแล้วองค์หญิงเว่ยหลินนั้นจะมาหาเฟยเย่บ่อยๆเพราะว่านางชอบพอกับหลี่เฟยเย่...นางได้กล่าวขอกับฮ่องเต้ช้าไปก่อนที่ราชโองการนั้นได้ประกาศออกมา เช่นนั้นจึงเป็ ซิ่วเหอที่ได้แต่งแทน
เพียงแค่นั้นไม่ได้ทำให้ความพยายามขององค์หญิงเว่ยหลินคนนี้ถึงขั้นยอมแพ้แม้โชคชะตาจะเล่นตลกกับชีวิตของนาง หากนางหมั่นมาคอยปรนนิบัติเอาใจหลี่เฟยเย่ หน ทางที่นางจะได้แต่งเข้ามาก็มีโอกาสเป็ไปได้สูง
การแต่งงานระหว่างบุรุษกับบุรุษนั้นเป็เพียงแค่สิ่งจอมปลอมที่ซิ่วเหอแต่งเข้ามานั้นหาใช่เป็ฮูหยินตำแหน่งสูงสุดก็เป็ได้เพียงอนุภรรยาเท่านั้นหากนางจักแต่งเข้ามาก็ย่อมได้เพราะนางเป็สตรีย่อมได้ตำแหน่งฮูหยิน
“ขอบพระทัยองค์หญิงกระหม่อมมิระวังตัวลำบากองค์หญิงแล้ว”
“ลำบากงั้นรึ...มิได้ลำบากอะไรข้าเต็มใจทำแผลให้ท่าน”
“ครั้งหน้ากระหม่อมจักระวังตัวเองมิให้เกิดเหตุการเช่นนี้อีก”ซิ่วเหอ...หากเป็เ้ามาทำแผลให้กับข้า ข้าจักดีใจมากกว่านี้หลายสิบเท่า
สำหรับองค์หญิงเว่ยหลินนั้นเฟยเย่คิดกับนางมากสุดก็แค่น้องสาวเขาไม่เคยคิดไปไกลถึงขั้นต้องแต่งงาน เฟยเย่ชอบนางเพราะความน่าเอ็นดูของนางเขาจึงรักนางจึงอย่างที่จะปกป้องนาง
“ท่านพี่เฟยเย่...วันนี้ข้านำขนมจากในวังมาฝากท่านด้วยเด็กๆไปเอาขนมที่ข้าเตรียมมาให้ข้า”
บ่าวรับใช้รับคำสั่งทันทีจึงเร่งรีบไปนำขนมที่องค์หญิงเว่ยหลินเตรียมมา
“ท่านพี่เฟยเย่ท่านลองชิมดู”
มิได้เพียงเอ่ยถามเท่านั้นนางใช้ไม้จิ้มขนมในจานยื่นมาให้กับเฟยเย่ เพราะนางตั้งใจจะป้อนอยู่แล้วเฟยเย่รู้เช่นนั้นจึงอ้าปากรับสิ่งที่ยื่นมาให้พอขนมแตะถูกลิ้นก็พลันละลายหายไปในปาก จนไม่รู้ว่าตัวเองกลืนไปั้แ่เมื่อใด
“เป็เช่นไรบ้างท่านพี่เฟยเย่”
“รสชาติดีมากพะยะค่ะ”
“ถ้าเช่นนั้นข้าจักเอาขนมนี้มาให้ท่านทุกวันได้หรือไม่”
“ได้พะยะค่ะ...ถ้าองค์หญิงเว่ยหลิน้าเช่นนั้น”
ครั้งนี้เว่ยหลินกำชัยชนะไว้เกินครึ่งนางหวังว่าคงได้คำตอบในเร็ววันก็เป็ได้หากเอาใจหลี่เฟยเย่ต่อไปเรื่อยๆอย่างไรเสียหลี่เฟยเย่ต้องมาขอนางแต่งงานเข้าจวน
หากได้ขนมจากวังหลวงเช่นทุกวันหลี่เฟยเย่นั้นคิดจะเอาขนมนี้ไปให้ซิ่วเหอได้กินบ้างถ้าซิ่วเหอได้ลิ้มลองรสชาตินี้เขาต้องพอใจไม่มากก็น้อย อาจจะหายโกรธเขาก็เป็ได้