ตอนที่หนึ่งร้อยหนึ่ง ผู้ชายธรรมดา
หากถามผม ผมรู้สึกปานชิโร่แห่งจักรวาลFate ที่พึ่งมารู้ตัวที่หลังว่าเราคือคนธรรมดาหากเทียบกับสาวๆในเรื่องที่เป็นร่างทรงของเทพเจ้ากันทั้งหมด
นักเขียนแนวตะวันตก มักจะไม่ชอบแนวคิดของทางตะวันออกอย่าง
“ขีดจำกัดสายเลือด”
ที่ทำให้คนคนหนึ่งมีสายเลือดของบรรพบุรุษที่ยิ่งใหญ่แล้วจะยิ่งใหญ่ตาม
ถึงได้ล้อเลียนในเรื่อง
”สายเลือดของเจงกิสข่าน”
ในกรณีของเลโอนาร์ดว่าแม้แต่จะมีสายเลือดของนักรบที่ยิ่งใหญ่
ลูกหลานก็เป็นเพียงแค่เนิร์ดธรรมดา
ทั้งที่สเลเยอร์เองนั้นก็มาจาก“ขีดจำกัดสายเลือด”จากเอลเดอร์ก็อดทางผู้หญิงตั้งแต่ต้นแล้วแต่แกล้งทำเป็นลืมๆไปด้วยเหตุผลบางประการ
ผมอยากจะห้ามบอนนี่ไม่ให้หาเรื่องกับวิลโล่แต่ก็หยุดตนเองทัน เพราะบอนนี่อาจจะเป็นคนไม่กี่คนนอกจากแอนนาและเทเลอร์ที่สามารถหาเรื่องกับวิลโล่ได้เพราะเธอเป็นถึงร่างทรงของเทพเจ้าไอซิส
ผมอาจจะห้ามได้
แต่ผมไม่คิดว่าจะเอาตัวเป็นศูนย์กลางความขัดแย้งระหว่างแม่มดศาสตร์มืดที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งยุคกับร่างทรงเทพเจ้าไอซิสจะทำให้ผมรอดชีวิตไปได้ง่ายๆ
ครับ
ซี่รี่ย์ที่มีการดำเนินเรื่องยาวนาน
พอมองย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นมันก็ตลกอย่างนี้นี่ล่ะ
ว่าแต่ละคนมีเส้นทางของชีวิตตนเองที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต
แต่ในจุดเริ่มต้นของพวกคุณเธอคือสาวมัธยมอเมริกันไฮท์สคูลกันมาก่อน
ทำให้ผมที่มีเชื้อสายของท่านข่านเป็นแค่ตัวตลกตามท้องเรื่องหากเทียบกับพวกคุณเธอล่ะนะ
“เอ่อตามสัญญาผมจะไม่สู้กับผู้หญิงที่มาหาเรื่องนะ”
ผมพยายามปกป้องตนเองก่อน
ทั้งสองคนหันมามองตาเขียวใส่ผม
ผมยกมือห้าม
“ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่แข่งกันล่ะ?นัดเวลามากัน และกำหนดการแข่งขัน ต่างฝ่ายต่างใช้เวทย์แข่งกัน อย่างการหากุญแจหรือสิ่งของที่อยู่ในป่าด้วยเวทย์หรือการบังคับลุกบอลให้ลอยอยู่บนฟ้านานที่สุด หาวิธีที่แข่งกันอย่างตรงไปตรงมา”
ผมกล่าวงัดมุกแนวโชวเน็นขึ้นมาและภาวนาต่อเทพเจ้าแต่เสียงดังกึ๊งก่องที่ดังแว่วมาในหัวผมทำให้ผมเลิกภาวนาไป
“แข่งกันแบบยุติธรรมเถอะพวกเธอจะได้หายคาใจกันเสียทีว่าใครเก่งกว่า”
ผมกล่าวโดยภาวนาต่อจิตวิญญาณของแนวโชวเน็นแทนเทพเจ้า