ณ เรือนมณีเมฆา
หนิงเฟิ่งวางหญิงสาวให้นอนราบไปกับเตียงนุ่ม และจัดแจงท่าทางให้นางอย่างเบามือ มือหนาล้วงเข้าไปในแขนเสื้อหยิบผ้าเช็ดหน้าของตนออกมา จากนั้นเช็ดคราบเืที่ริมฝีปากให้นาง ดวงตาเข้มมองใบหน้าที่ขาวซีดไร้เืฝาดของนาง จู่ๆ ก็ทำให้นึกถึงเหตุการณ์ในอดีตตอนที่ทั้งคู่พึ่งได้รู้จักกัน
.
เมื่อ 15 ปีที่แล้ว
"ท่านพี่หนิงเฟิ่ง รอฟางเหนียงด้วยเ้าค่ะ"
เสียงเล็กเอ่ยร้องพร้อมทั้งพยายามปีนโขดหินขนาดใหญ่ เพื่อไปให้ทันเด็กชายที่ตนเองเรียก
"ฟางเหนียงเ้าไม่ต้องตามข้ามา ข้าบอกเ้าแล้วว่ามิชอบคนโง่เง่าเช่นเ้า ไปให้พ้นหน้าข้าซะ"
เสียงของเด็กชายเอ่ยออกมาด้วยท่าทางไม่พอใจ เขาโกรธที่นางนำเื่ที่ตนทำผิดไปบอกเ้าสำนักบิดาของตน ทุกครั้งที่บิดาของนางมาหาบิดาของเขา นางก็จะมาด้วยเสมอและยังตามติดเขาเป็หมีหิวน้ำผึ้งเช่นนี้ คราใดที่นางอยู่ใกล้เขาก็มักจะทำให้เขาโชคไม่ดีครานั้น หากยิงนกก็จะยิงไม่โดน หากตกปลาก็จะไม่มีปลากินเบ็ด ตอนนั้นเขาถึงขนาดที่ตั้งฉายาให้นางคือตัวอับโชค
.
ปัจจุบัน
ดวงตาคมเก็บผ้าที่เช็ดเืนาง และมองใบหน้านางที่ยังคงไม่ได้สติ ตัวอับโชคในครานั้นกลับกลายมาเป็คนที่เขาเกลียดและไม่อยากที่จะอยู่ใกล้นางแม้เพียงก้าว แต่กลับต้องดูแลนางเหมือนอย่างคนในครอบครัวคนหนึ่ง
หนิงเฟิ่งนั่งลงที่ข้างเตียงหญิงสาวจากนั้นถ่ายทอดพลังิญญาของตนเอง โดยการวางมือไว้ที่หลังของนาง เกิดแสงสีขาวเข้าไปที่ตัวของฟางเหนียง ทางด้านหยงอี๋ตอนนี้เม็ดเหงื่อก่อตัวที่หน้าผากของเขา จนแทบจะไม่สามารถทนต่อไปได้ พลังของเขาไม่ใช่พลังิญญาที่แข็งแกร่งที่สุด ฉะนั้นเวลาถ่ายทอดพลังให้ผู้ที่มีพลังของสัตว์ิญญามากกว่าตนจะทำให้พลังของเขาลดลงอย่างรวดเร็ว
"เ้าพักเถอะ"
หนิงเฟิ่งหันมาเอ่ยกับหยงอี๋ ส่วนตนเองนั้นยังคงส่งพลังไปให้หญิงสาวต่อ เขาไม่ได้รู้สึกเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย ฟางเหนียงตอนนี้ใบหน้าที่ซีดเซียว ผ่านชั่วครู่เริ่มมีเืฝาดปรากฏให้เห็น เปลือกตาบางค่อยๆ ขยับอีกครั้งจึงทำให้ชายหนุ่มทั้งสองที่อยู่ในห้องมีสีหน้าที่ดีขึ้น
"เ้าสำนัก"
เสียงแหบเอ่ยเรียกชายหนุ่มทันทีที่ลืมตาขึ้น หนิงเฟิ่งไม่ได้เอ่ยอันใดเพียงแค่พยักหน้าให้นางเท่านั้น 'ทำไมเขามีท่าทางแปลกไป' หญิงสาวเอ่ยกับตนเองในใจ กลิ่นหอมสะอาดของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวรู้สึกอบอุ่นหัวใจ
เมื่อเห็นว่านางไม่ได้เป็อะไรแล้ว เขาจึงลุกยืนออกห่างจากนางพอสมควรและตีสีหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม หยงอี๋ที่เห็นสถานการณ์เงียบไป จึงเดินเข้าไปหาหญิงสาวที่เตียงนอนของตน แต่ตอนนี้กลับมีหญิงสาวยึดครองไว้แล้ว
"เ้าเป็เช่นไรบ้าง ก่อนหน้านี้เ้าะเิพลังิญญาออกมามากจนเกินไปทำให้ร่างกายเ้าแบกรับมันไม่ไหว"
"ขอบคุณท่านทั้งสองที่ช่วยข้าไว้"
หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้งและโค้งตัวเล็กน้อย แต่ขณะนั้นเองกลับได้ยินเสียงของผู้มาใหม่เดินเข้ามาขัดจังหวะทุกคน
"มีอะไร"
หนิงเฟิ่งเอ่ยถามเสียงเข้ม เมื่อเห็นว่าลูกน้องของตนไม่ได้เอ่ยขออนุญาตก่อนที่จะเข้ามา
"ขออภัยเ้าสำนัก ข้ารีบจนลืมตัว"
อาเหยาเอ่ยอย่างรู้สึกผิดเล็กน้อย
"อืม"
"เรียนเ้าสำนัก แม่นางเหลียนฮวามาพบท่านที่ตำหนักหลิวรุ่ยขอรับ"
ทันทีที่ได้ยินหนิงเฟิ่งมีสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย และใช้หางตามองมาทางหญิงสาวก่อนทีจะสะบัดแขนเสื้อและเดินออกไปจากเรือน ฟางเหนียงเบ้ปากเล็กน้อยอย่างมั่นไส้ 'มองข้าด้วยสายตาเช่นนั้น กลัวว่าข้าจะไปทำร้ายนางอีกหรือไง ชิ!!' หญิงสาวได้แต่เอ่ยเหน็บแนมเขาตามหลังในใจ
"ข้ามีเื่อยากที่จะคุยกับท่านเ้าค่ะ"
ฟางเหนียงเอ่ยออกไปด้วยความประหม่าเล็กน้อย เมื่ออยู่ด้วยกันเพียงสองคน
"เื่เหรียญเงิน หรือคนรับใช้ล่ะเ้าพูดมาเถอะ"
หยงอี๋เอ่ยขึ้นพลางลุกขึ้นไปนั่งที่เก้าอี้ จากนั้นรินชาขึ้นดื่มเพราะเมื่อสักครู่เขาใช้พลังิญญาไปมากเช่นกัน ทุกครั้งที่นางเอ่ยปากเช่นนี้คงไม่พ้น 2 เื่นี้ทำให้เขาคาดเดาได้ไม่ยาก
"ไม่ใช่ทั้ง 2 เื่เ้าค่ะ"
"หื้อ?"
หยงอี๋รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่ได้ยิน
"ท่านก็รู้ว่าตอนนี้ข้ามีพลังิญญา อีกทั้งเป็สัตว์ิญญาที่แข็งแกร่งสูงสุด จากที่ข้าฟังพวกท่านพูดเกรงว่าคงจะมีเพียงไม่กี่คนบนแผ่นดิน ท่านจะยอมให้สัตว์ิญญาที่แข็งแกร่งเช่นนี้ไม่ได้รับการฝึกฝนหรือถูกเก็บงำเอาไว้หรือเ้าคะ"
ฟางเหนียงอธิบายอย่างหว่านล้อมให้รองเ้าสำนักหยงอี๋คิดตาม
"เช่นนั้นเ้าหมายถึง เ้าจะขอร่ำเรียนและฝึกฝนพลังิญญาหรือ"
"เ้าค่ะๆ จะมีทางเป็ไปได้หรือไม่เ้าคะ"
ฟางเหนียงเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็รีบตอบอย่างรวดเร็ว พร้อมทำตาโตอย่างเด็กน้อยที่เห็นของที่ชอบ
"เื่นี้ไม่ใช่เื่เล็กๆ ที่ข้าตัดสินใจได้"
"ท่านรองเ้าสำนัก...."
หญิงสาวเอ่ยพร้อมทำท่าทางออดอ้อน
"เฮ้อ~~~ เช่นนั้นข้าจะลองหารือกับเ้าสำนักให้เ้าก็แล้วกัน"
"ขอบคุณรองเ้าสำนักเ้าค่ะ"
"เอาเถอะ เ้าพักผ่อนที่นี่ก่อน หากเรือนเ้าซ่อมเสร็จเรียบร้อยแล้วค่อยย้ายไป"
"ขอบคุณท่านอีกครั้งเ้าค่ะ"
หยงอี๋เพียงพยักหน้าและเดินออกไป
.
ณ ตำหนักหลิวรุ่ย
จร๊อก~~~
เสียงน้ำชาจากกาไหลกระทบกับถ้วยชากระเบื้อง กลิ่นหอมอ่อนๆ จากใบชาลอยออกมาอย่างรู้ได้ทันทีว่านี่คือชาชั้นดี
"ข้ามารบกวนท่านอยู่ไม่เ้าคะ"
เสียงหวานเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าแห่งความกังวล หนิงเฟิ่งยกชาขึ้นดื่มอย่างใจเย็น จากนั้นวางลงและส่งยิ้มไปให้นางพร้อมส่ายหน้าปฏิเสธ
"ว่าแต่เ้ามาวันนี้มีเื่อันใดหรือ"
ชายหนุ่มเอ่ยเข้าเื่อย่างไม่อ้อมค้อม
"ต้องมีเื่เช่นนั้นหรือเ้าคะถึงมาได้..."
หญิงสาวเอ่ยอย่างคนสนิทกัน แต่กลับพบว่าชายหนุ่มนั้นไม่มีปฏิกิริยาก็ได้แต่ใช้เล็บจิกนิ้วตัวเองอย่างเก็บอาการ
"ข้าเพียงล้อท่านเล่นเ้าค่ะ ที่ข้ามาวันนี้เป็เพราะเมื่อหลายวันก่อนท่านพ่อได้ใบชามาจากทางเหนือ ข้าลองดื่มดูแล้วคิดว่ารสชาติใช้ได้ และคิดว่าท่านคงชอบเป็แน่"
หญิงสาวเอ่ยขึ้นพลางหันไปหาคนรับใช้ของตนให้ส่งของให้อาเหยาที่ยืนอยู่ข้างหลังด้วยเช่นไร
"รบกวนเ้าแล้วที่อุตส่าห์นำมาให้ข้าด้วยตัวเองเช่นนี้"
หนิงเฟิ่งเอ่ยพร้อมล้วงไปที่แขนเสื้อของตน นำกำไลหยกสีขาวออกมา พร้อมยื่นมืออีกข้างไปทางหญิงสาว มือเรียวสวยรีบยื่นมาให้ชายหนุ่มอย่างรู้หน้าที่ ที่นิ้วของนางมีรอยเล็กที่ตนเองหยิกไปเมื่อสักครู่จนเกิดแผลเล็กน้อย ชายหนุ่มสวมให้นางอย่างเบามือ เหลียนฮวายิ้มและมองหน้าชายหนุ่ม ใบหน้าของนางแดงก่ำจนปิดไม่มิด
"หญิงงามมิควรมีาแ"
เสียงทุ้มเอ่ยออกมาพลางชักมือของตนเองกลับ
"อาเหยานำยาชั้นดีมาให้คุณหนูเหลียนฮวาที"
"ขอรับ"
อาเหยาที่ยืนอยู่ข้างหลังรีบวิ่งออกไปหยิบยามาส่งให้คนรับใช้ทันที
"รบกวนคุณชายอีกแล้ว"
เสียงหวานเอ่ยขึ้นพลางส่งยิ้มให้หนิงเฟิ่งรวมถึงอาเหยาด้วย เพื่อแสดงให้รู้ว่าไม่ว่าจะคนรับใช้หรือคนระดับไหน นางก็จิตใจดีและไม่เคยรังเกียจ ปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างเท่าเทียมกันไม่แบ่งแยก
"ได้เช่นไร เ้าอุตส่าห์นำชาชั้นดีมาให้ข้า สิ่งของเล็กน้อยเช่นนี้ย่อมสมควรแล้ว"
หนิงเฟิ่งเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มและมองไปที่กำไล แต่ทันใดนั้นสายตาเขากลับมองเห็นผู้มาใหม่ นั้นก็คือหยงอี๋จึงพยักหน้าให้เขาเข้ามาได้ เหลียนฮวาที่เห็นเช่นนั้น นางก็รู้หน้าที่ของตนเองจึงรีบลุกขึ้น และย่อกายเล็กน้อยหยงอี๋เองก็ทำท่าคารวะตอบเช่นกัน
"ดูเหมือนว่าท่านจะมีแขกแล้ว เช่นนั้นเหลียนฮวาขอตัวก่อนนะเ้าคะ"
"เช่นนั้น..."
"ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ท่านมิต้องไปส่งเดี๋ยวข้าไปเองเ้าค่ะ"
"เสียมารยาทแล้ว"
หนิงเฟิ่งเอ่ยสั้นๆ และยิ้มให้นาง เหลียนฮวาที่ได้ยินเช่นนั้นก็ย่อกายให้เขาและเดินออกไป หลังพ้นตำหนักหลิวรุ่ย เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดหญิงสาวถึงกลับสะบัดผ้าเช็ดหน้าในมือทิ้ง
"คุณหนูทำเช่นนี้ไม่งามนะเ้าคะ หากมีใครมาเห็นเข้าจะไม่ดี"
เสียงบ่าวรับใช้เอ่ยเตือนคุณหนูขอตน
"แล้วอย่างไร เขามิเคยแตะต้องผู้หญิงคนไหนนอกจากข้า แต่วันนี้เขาถึงขั้นอุ้มนางนั่น เ้าคิดว่าข้าทนมาได้ถึงขนาดนี้มันง่ายหรืออย่างไร"
"นั่นสิเ้าคะ ปกติเ้าสำนักหนิงเฟิ่งเกลียดแม่นั่นขนาดที่แค่เดินผ่านกันยังไม่เหลียวมอง ไม่รู้ว่านางใช้มารยาอันใด ครานี้คุณชายถึงได้ทำเช่นนั้น"
"จะใช้มารยาอะไรก็ช่าง นางไม่มีทางเอาชนะข้าได้"
เหลียนฮวาเอ่ยจบก็เดินออกไปทันที
.
ทางด้านหนิงเฟิ่ง
ชายหนุ่มยืนล้างมือด้วยความตั้งใจ โดยมีหยงอี๋ยื่นผ้าไปให้เขา จากนั้นเดินไปนั่งที่โต๊ะ
"หากท่านมิชอบนางถึงเพียงนั้นเหตุใดยังต้องแสร้งทำอยู่อีก"
หยงอี๋เอ่ยออกมาด้วยความสงสัย หากเพราะแต่ก่อนเขาต้องทำดีกับเหลียนฮวาเป็เพราะนางเป็บุตรสาวของโม่เฟยเทียนท่านเ้าเมืองหนานซาง ซึ่งเป็เมืองที่ตั้งของสำนักแห่งนี้ หนิงเฟิ่งคิดว่าโม่เฟยเทียนผู้นี้มีส่วนในสาเหตุที่ทำให้เ้าสำนักคนก่อนหรือบิดาของหนิงเฟิ่งต้องตาย
"รอให้ทางนั้นได้ใจไปก่อน คนโลภมากมักคิดว่าสิ่งที่ตนคิดถูกเสมอ"
หนิงเฟิ่งเอ่ยเสียงทุ้ม พร้อมรินชาให้ตนเองและหยงอี๋
"ตกลงเ้ามาหาข้ามีเื่อันใด"
"เื่แม่นางฟางเหนียง"
"เช่นนั้นก็ไม่จำเป็"
ชายหนุ่มปฏิเสธทันทีโดยที่ไม่ได้ฟังอะไร
"แต่ครานี้เกรงว่าท่านต้องฟังขอรับ"
---------
1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร 2 ลี้ เท่ากับ 1 กิโลเมตร
ยามจื่อ คือ 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว คือ 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
วสันต์ = ฤดูใบไม้ผลิ คิมหันต์= ฤดูร้อน สารท= ฤดูใบไม้ร่วง เหมันต์= ฤดูหนาว