หลังจากน้ำขึ้น ผิวน้ำก็เริ่มสงบนิ่งไม่ปั่นป่วนอีกต่อไป นกทะเลที่บินวนเวียนอยู่เหนือศีรษะ บางครั้งก็พุ่งดิ่งลงน้ำ บางครั้งก็กระพือปีกบินสูง หลินอวี่สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วค่อย ๆ ก้าวลงไปในน้ำทะเลที่เงียบสงบ น้ำทะเลค่อย ๆ ท่วมขาของเขา จนกระทั่งหยุดอยู่ที่ระดับเอว
เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย กวาดสายตามองไปรอบ ๆ โดยอาศัยความคุ้นเคยในน่านน้ำแห่งนี้และสัญชาตญาณที่เฉียบคม เพื่อค้นหาจุดที่เหมาะสมที่สุดในการแทงปลา ไม่นานนัก เขาก็พบจุดแทงปลาที่เรียกได้ว่ายอดเยี่ยม
ที่นี่น้ำทะเลใสสะอาด แสงแดดส่องทะลุลงไปได้โดยตรง ทอดแสงระยิบระยับลงบนพื้นทรายใต้ทะเล สาหร่ายทะเลไม่กี่กอพลิ้วไหวอย่างสบายอารมณ์ตามกระแสน้ำ
ท่ามกลางนั้นมีโขดหินกระจายตัวอยู่เป็ระยะ ซึ่งมีรูปร่างแตกต่างกัน บางก้อนสูงเด่น บางก้อนเตี้ยมน พวกมันไม่ได้ถูกน้ำทะเลท่วมมิด ยอดของโขดหินยังคงโผล่พ้นผิวน้ำ ภายใต้แสงแดด พื้นผิวโขดหินที่เปียกชื้นสะท้อนแสงเรืองรองจาง ๆ บนนั้นมีเปลือกหอยและดอกไม้ทะเลเกาะอยู่ประปราย ยิ่งขับเน้นให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์และมีชีวิตชีวาของท้องทะเลบริเวณนี้
ที่นี่เป็จุดที่ปลาใช้หาอาหารและซ่อนตัวได้อย่างยอดเยี่ยม และเป็ไปตามที่หลินอวี่คาดไว้ ทันทีที่เขาเดินลุยน้ำมา เขาก็พบปลาขนาดเท่าฝ่ามือหลายตัวรีบว่ายหนีไปซ่อนตัวอย่างรวดเร็ว ความลึกของน้ำทะเลรอบ ๆ อยู่ประมาณระดับเอวของหลินอวี่ ซึ่งเอื้อให้เขาเคลื่อนไหวและควบคุมฉมวกได้อย่างอิสระทั้งยังไม่ลึกเกินไปจนเสี่ยงอันตราย หากเกิดอันตราย เขาก็สามารถปีนขึ้นไปบนโขดหินที่โผล่พ้นน้ำเพื่อหลบภัยได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อหลินอวี่ยืนอยู่ในน่านน้ำแห่งนี้ เขาสามารถััได้ถึงกระแสน้ำที่ไหลผ่านรอบกายอย่างช้า ๆ นำพาความเย็นเยือกและกลิ่นอายที่เป็เอกลักษณ์ของท้องทะเลมาให้
บางครั้งจะมีฝูงปลาตัวเล็ก ๆ ว่ายผ่านไปมาระหว่างสาหร่ายและโขดหิน เกล็ดบนตัวของพวกมันสะท้อนแสงแดดเป็ประกายหลากสี ส่วนปลาที่ตัวใหญ่กว่าจะว่ายวนเวียนอยู่ในจุดที่ไกลออกไปเล็กน้อย เห็นวูบวาบราวกับกำลังสำรวจความปลอดภัยของอาณาเขต ทั้งหมดนี้ทำให้ที่นี่กลายเป็สถานที่ในอุดมคติที่หาได้ยากในสายตาของหลินอวี่
หลินอวี่กำฉมวกแทงปลาในมือแน่น คมของฉมวกสะท้อนแสงแดดเป็ประกายเย็นเยียบ เขาโน้มตัวลง พยายามให้ร่างกายอยู่นิ่งที่สุด มีเพียงดวงตาที่จ้องเขม็งลงไปใต้ผิวน้ำ เวลาดูเหมือนจะหยุดนิ่งในขณะนี้ มีเพียงเสียงลมหายใจที่มั่นคงของเขาและเสียงคลื่นน้ำที่กระเพื่อมเบา ๆ ที่สอดประสานกัน
การแทงปลาเหมือนกับการตกปลา ที่ต้องใช้ความอดทนและสมาธิที่เพียงพอ รวมถึงความสามารถในการสังเกตรายละเอียด ต้องสามารถมองทะลุผิวน้ำที่เคลื่อนไหวและสะท้อนแสงแดดระยิบระยับ เพื่อจับการเคลื่อนไหวแม้เพียงเล็กน้อยที่สุดให้ได้
การที่ปลาตัวหนึ่งแอบว่ายเข้ามาใกล้อาจสังเกตได้จากเพียงแรงกระเพื่อมบางเบาบนผิวน้ำ หรือการเปลี่ยนแปลงจังหวะการพริ้วไหวของสาหร่ายทะเลเพียงเล็กน้อย หรืออาจเป็การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยของรูปร่างและความหนาแน่นของแสงเงาที่ทอดลงบนพื้นทะเล ซึ่งต้องใช้ความละเอียดรอบคอบในการแยกแยะ
ในตอนนี้ เขาโชคดีอย่างยิ่งที่ชาติก่อนเคยมีประสบการณ์การเอาชีวิตรอดในป่า และได้เรียนรู้เทคนิคการเอาชีวิตรอดมากมายจากแบร์ กริลส์ ซึ่งการแทงปลาก็เป็หนึ่งในนั้น อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้หลินอวี่กลับไม่มีความมั่นใจมากนัก
เพราะตอนที่เรียนแม้จะจำหลักการสำคัญได้แม่นยำ แต่กลับไม่ค่อยได้ลงมือปฏิบัติจริง อีกทั้งที่นี่คือในทะเล น้ำลึกมาก ต้องใช้แรงมหาศาลจึงจะสามารถแทงฉมวกให้จมลงไปในทะเลได้ ในกระบวนการทั้งหมด ความเร็ว พละกำลัง และความแม่นยำ เป็สิ่งที่ขาดไม่ได้แม้แต่อย่างเดียว
ในน้ำทะเล การหักเหของแสงและการกระเพื่อมของกระแสน้ำจะรบกวนการมองเห็น ทำให้ตำแหน่งจริงของปลาคลาดเคลื่อนไปจากที่ตาเห็น ดังนั้นจึงต้องมีประสบการณ์สูงมากถึงจะควบคุมได้ดี
"ฉันทำได้... ฉันทำได้... ฉันทำได้!" หลินอวี่คอยให้กำลังใจตัวเองไม่หยุด
ทันใดนั้น เงาสีดำสายหนึ่งวูบผ่านระหว่างสาหร่ายทะเล สายตาของหลินอวี่เฉียบคมขึ้นมาทันทีราวกับเหยี่ยว เขาค่อย ๆ ยกฉมวกแทงปลาขึ้น กล้ามเนื้อตึงเครียด ทุกการเคลื่อนไหวเป็ไปอย่างระมัดระวัง เพราะเกรงว่าจะทำให้เหยื่อที่กำลังจะตกเป็ของเขาตื่นใ
เงาสีดำปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่หลินอวี่ไม่ได้แทงฉมวกลงไปโดยตรง แม้ปลาตัวนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือ แต่ก็ยังเล็กเกินไป การจะแทงปลาตัวเล็กให้โดนนั้นไม่ใช่เื่ง่าย และหากแทงพลาดอาจเป็การแหวกหญ้าให้งูตื่น ทำให้ปลาชนิดอื่นระวังตัวและว่ายหนีไปจากบริเวณนี้ และกว่าจะทำให้ปลากลับมาลดความระวังตัวอีกครั้งก็ต้องใช้เวลาพอสมควร
เป้าหมายของหลินอวี่คือปลาตัวใหญ่ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจปล่อยตัวนี้ไปอย่างเด็ดขาด และเพราะหลินอวี่ไม่ได้วู่วาม ปลาตัวนี้จึงดูเหมือนจะไม่รู้สึกถึงอันตราย มันว่ายวนเวียนอยู่ในสาหร่ายใต้เท้าของหลินอวี่ และถึงขั้นว่ายผ่านระหว่างขาของเขาไปเลย หลินอวี่ไม่ได้สนใจมัน และกลับมาตั้งสมาธิอีกครั้ง เขายืนนิ่งอยู่ในน้ำทะเลที่ลึกระดับเอว ราวกับรูปปั้น มีเพียงดวงตาที่ฉายแววแห่งความมุ่งมั่น
เวลาค่อย ๆ ไหลผ่านไปในการรอคอยของเขา ทุกวินาทีดูเหมือนจะถูกยืดออก แสงแดดเต้นระบำบนผิวน้ำ เกิดเป็ระลอกคลื่นแสงที่ระยิบระยับ นานจนเกือบจะหมดความอดทน เงาสีดำขนาดใหญ่ก็ค่อย ๆ ว่ายมาจากสาหร่ายในระยะไกล เงาสีดำนั้นค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น ปรากฏว่าเป็ปลาที่มีขนาดตัวมหึมา
ดวงตาของหลินอวี่เป็ประกาย มันคือปลากะพงน้ำจืด ลำตัวสีเทาเงิน มีแถบสีดำที่ด้านข้าง ยาวถึงหกสิบเิเ เมื่อมันว่ายในน้ำ ท่าทางของมันคล่องแคล่ว สามารถว่ายผ่านระหว่างโขดหินและสาหร่ายได้อย่างรวดเร็วเพื่อหาเหยื่อ
แต่หลินอวี่ไม่ได้รีบร้อนลงมือ ปลากะพงน้ำจืดมีนิสัยดุร้าย เป็ปลากินเนื้อ และเพราะความดุร้ายนี้เอง ทำให้ความเร็วในการตอบสนองของมันจึงว่องไวมาก หากลงมือสุ่มสี่สุ่มห้า จะทำให้ความพยายามทั้งหมดสูญเปล่า หลินอวี่กำลังรอจังหวะ เขามีความอดทนเพียงพอ
ปลากะพงน้ำจืดตัวนี้สวยงามจริง ๆ ครีบของมันบางราวกับปีกจักจั่นแต่กลับแข็งแรงและทรงพลัง ครีบหลังและครีบก้นตั้งตรงเด่นชัด เส้นครีบแยกกันชัดเจน เกล็ดแต่ละชิ้นเหมือนกระจกที่ถูกขัดเกลาอย่างประณีต สะท้อนแสงที่ละเอียดและนุ่มนวลในน้ำ บางครั้งมันก็ว่ายเป็เส้นโค้งที่สง่างามในน้ำทะเล บางครั้งก็หยุดลอยนิ่ง ราวกับกำลังสำรวจอย่างละเอียดว่ารอบ ๆ มีอาหารที่น่ากินหรือไม่ ท่าทางนั้นดูราวกับว่ามันไม่เห็นสิ่งใดรอบตัวอยู่ในสายตา
ทันใดนั้น มันเหมือนจะพบอะไรบางอย่าง สายตาของมันล็อกเป้าไปที่ปลาตัวเล็กที่หลินอวี่สังเกตเห็นก่อนหน้านี้ ปลาตัวเล็กนั้นดูเหมือนจะรู้สึกถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามา จึงรีบว่ายหนีเข้าไปในซอกโขดหินอย่างลนลาน และหายลับเข้าไปในซอกหินแคบ ๆ นั้นในชั่วพริบตา ปลากะพงน้ำจืดว่ายวนเวียนอยู่หน้าซอกโขดหินไม่ยอมจากไป ดวงตาของมันจ้องเขม็งเข้าไปในส่วนลึกของซอกมืด ๆ ลำตัวโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย ตั้งสมาธิรอคอยให้เหยื่อปรากฏตัวออกมาอีกครั้ง
นี่คือจังหวะที่ดีที่สุดอย่างแน่นอน แววตาของหลินอวี่ฉายความเด็ดเดี่ยว เขาค่อย ๆ ย่อตัวลง เท้าทั้งสองข้างยึดแน่นกับพื้นทรายใต้ทะเล จากนั้นเขาจึงส่งแรงจากเอวอย่างรุนแรงราวกับเครื่องจักรบดข้าวโพดที่ถูกไขลานจนตึงแล้วเริ่มทำงานทันที พละกำลังนี้ส่งผ่านจากเอวไปยังหน้าท้องอย่างรวดเร็ว และผ่านแขนไปรวมอยู่ที่มือทั้งสองข้าง เขากำฉมวกแทงปลาไว้แน่น ยกขึ้นสูง กล้ามเนื้อตึงเปรี๊ยะราวกับสายธนู เมื่อสบโอกาส เขาก็ซัดฉมวกแทงปลาออกไปอย่างแรง
ฉมวกนั้นราวกับลูกศรที่หลุดจากคันธนู แหวกผ่านน้ำทะเลที่สงบนิ่ง พุ่งเข้าหาเป้าหมายอย่างแม่นยำ ในชั่วพริบตา น้ำทะเลถูกกวนจนขุ่นมัว ปลายฉมวกปักลึกเข้าไปในตัวปลา ปลาตัวนั้นดิ้นรนอย่างสุดชีวิต หางปลาสะบัดอย่างรุนแรงจนน้ำกระเซ็นเป็วงกว้าง หลินอวี่รีบยื่นมือไปจับด้ามฉมวกแล้วยกปลาขึ้นมา ปลากะพงน้ำจืดตัวอ้วนท้วนสะท้อนแสงสีเงินภายใต้แสงแดด
"เหะ ๆ ตั๊กแตนตำข้าวล่าจักจั่น นกขมิ้นอยู่ด้านหลัง! [1]" หลินอวี่ฉีกยิ้มหัวเราะออกมา
ปลากะพงน้ำจืดตัวนี้ใหญ่มาก ความยาวตัวเกินหกสิบเิเ น้ำหนักอย่างน้อยแปดจิน โดยปกติแล้วที่ท่าเทียบเรือจะขายได้จินละหกเหมา แต่เนื่องจากปลาตัวนี้ถูกฉมวกแทง รูปลักษณ์จึงไม่ค่อยดีนัก ราคาจะลดลงไปมาก แต่นี่ก็เป็เื่ที่ช่วยไม่ได้ ต้องดูว่าวันนี้แทงปลาได้มากหรือน้อย ถ้าได้มาก ก็จะเข้าไปในเมืองอิงโข่วอีกรอบ ถ้าได้น้อย ก็จะขายที่ท่าเทียบเรือเลย แม้จะขายได้น้อยหน่อยก็ไม่เป็ไร แต่ก็ดีกว่าไม่มีเลย
สิ่งที่หลินอวี่ไม่คาดคิดเลยก็คือ เมื่อใกล้ค่ำ เขากลับแทงปลาได้ถึงหกตัว และแต่ละตัวก็ไม่เล็กเลย มีน้ำหนักประมาณเจ็ดแปดจิน แต่ปลาเหล่านี้เป็คนละสายพันธุ์กัน มีทั้งปลากะพงน้ำจืด ปลาอินทรี ปลากะพงดำ และหลินอวี่ยังจับหมึกสายได้อีกหนึ่งตัว ผลลัพธ์ครั้งนี้ไม่น้อยเลย คำนวณคร่าว ๆ แล้วน่าจะได้สี่สิบกว่าจิน แม้ว่าปลาแต่ละชนิดจะมีราคาต่างกัน แต่น่าจะขายได้สักยี่สิบสามสิบหยวน
เื่นี้ทำให้หลินอวี่ตื่นเต้นมาก ถ้าสามารถแทงปลาได้มากขนาดนี้ทุกวัน สักห้าหกวัน ก็เพียงพอที่จะซ่อมเรือแล้ว
แสงสุดท้ายของยามเย็นสาดส่องลงบนชายหาด หลินอวี่ก้าวเดินด้วยท่าทางที่เหนื่อยล้าเล็กน้อย ค่อย ๆ เดินจากทะเลตื้นมุ่งหน้าสู่ฝั่ง ด้านหลังของเขา ลากปลาที่อุตส่าห์แทงมาได้ในวันนี้ ตอนที่ปลาอยู่ในน้ำ ด้วยแรงพยุงของน้ำทะเล การลากจึงดูเหมือนไม่เหนื่อยมากนัก แต่เมื่อพ้นจากน้ำ น้ำหนักที่หนักอึ้งก็กดทับจนแขนของเขาเริ่มล้า
หลินอวี่เพิ่งจัดลอบดักปลาให้เรียบร้อย ตั้งใจจะแบกขึ้นหลังเพื่อเดินทางกลับบ้าน ในตอนนั้น หลี่ซิ่วฉินหิ้วไส้เดือนทะเลที่ขุดมาได้กลับมาพอดี
เมื่อเห็นหลินอวี่ เธอก็รีบเดินเข้ามาด้วยความอยากรู้อยากเห็น "เสี่ยวอวี่ อย่าบอกนะว่าเธอลงทะเลไปแทงปลาจริง ๆ น่ะ?"
"ใช่ครับ ป้าซิ่วฉิน" หลินอวี่ตอบพร้อมรอยยิ้ม
"คงแทงปลาไม่ได้ล่ะสิ?" หลี่ซิ่วฉินถามปนหัวเราะ
หลินอวี่ยิ้มบาง ๆ "จะแทงไม่ได้ได้ยังไง? แทงได้ตั้งหลายตัวเลยครับ แต่ละตัวทั้งอ้วนทั้งใหญ่เลย"
"อะไรนะ? แทงได้เหรอ?" หลี่ซิ่วฉินทำหน้าไม่เชื่อ แต่หลังจากเดินเข้ามาใกล้ สายตาของเธอก็ถูกดึงดูดด้วยปลาที่อยู่ข้างกายหลินอวี่ ดวงตาของเธอเบิกกว้างทันที เต็มไปด้วยความประหลาดใจและไม่อยากจะเชื่อ
ในความคิดของเธอการแทงปลาไม่ใช่เื่ง่าย ถ้ามันง่าย ใครจะออกทะเลไปจับปลากันล่ะ! แต่ในลอบดักปลาของหลินอวี่ นั่นคือปลาตัวเป็ ๆ ของจริง ไม่สามารถทำปลอมได้
"คุณพระช่วย! หลินอวี่... ทั้งหมดนี้นายแทงมาได้เหรอ? นายเก่งจริง ๆ ! แทงปลาได้เยอะขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย" เสียงของหลี่ซิ่วฉินเต็มไปด้วยคำชมและความชื่นชมอย่างไม่ปิดบัง ในแววตายังคงมีความไม่อยากจะเชื่ออย่างแรงกล้า
[1] ตั๊กแตนตำข้าวล่าจักจั่น นกขมิ้นอยู่ด้านหลัง เป็สำนวนจีน แปลว่า มุ่งแต่จะทำร้ายผู้อื่นหรือสนใจแต่ผลประโยชน์ตรงหน้า โดยไม่ทันระวังภัยอันตรายที่กำลังคุกคามอยู่ด้านหลัง