บทที่ 28 เหยื่อรายที่เก้าเกิดเื่
เมื่อซูมู่มู่ได้ยินเสียงะโก็อุทานในใจว่าแย่แล้ว "ท่านพ่อ ต้องเป็เหยื่อรายที่เก้าเกิดเื่แน่ ๆ เ้าค่ะ"
"รีบตามตัวท่านผู้ว่าการศาลมาที่นี่เร็ว" แม่ทัพใหญ่จวง นึกไม่ถึงว่าคดีนี้จะเกี่ยวข้องกับบุตรสาวของตน
มีข่าวลือว่ารองศาลต้าหลี่ เมิ่งเฮ่อไขคดีได้โดยอาศัยความช่วยเหลือจากนักพรตน้อยท่านหนึ่ง ไม่นึกเลยว่านักพรตน้อยผู้นั้นจะเป็ซูมู่มู่
"ท่านราชครู ท่านก็อยู่ด้วย! ท่านแม่ทัพใหญ่ ข้าน้อยเสียมารยาทแล้ว ท่านใต้เท้าเมิ่ง ข้าทราบว่าท่านกำลังจะเดินทางกลับ แต่เื่นี้ต้องขอให้ท่านนักพรตน้อยช่วยเหลือด้วยเถิด! แม่นางอู๋ผู้เป็เหยื่อรายที่เก้าถูกโจรเด็ดบุปผาลักพาตัวไปอีกครั้ง จนตอนนี้ข้าไม่แน่ใจแล้วว่านักโทษปะาผู้นั้นเป็คนร้ายจริงหรือไม่" ผู้ว่าการศาลซุ่นเทียนไม่อยากทำให้พวกเขาหงุดหงิด
ทว่าสถานการณ์ในตอนนี้เป็เช่นนี้ หัวของเขาแทบจะะเิอยู่แล้ว
"คนร้ายก็คือคนที่พวกเราจับได้คราวก่อน ส่วนแม่นางตระกูลอู๋ ข้ากับศิษย์พี่ใหญ่จะไปตามหาเดี๋ยวนี้เ้าค่ะ" ซูมู่มู่คำนวณไว้ั้แ่แรกแล้วว่าแม่นางตระกูลอู๋จะมีเคราะห์ จึงได้ทิ้งของบางอย่างไว้ที่ตัวนาง
"ขอบคุณท่านนักพรตน้อย ไม่ทราบว่าศิษย์พี่ใหญ่ของท่านคือผู้ใดหรือ" ผู้ว่าการศาลซุ่นเทียนไม่กล้าเดา ได้แต่แอบชำเลืองมองท่านราชครู จะเป็อย่างที่เขาคาดไว้หรือไม่นะ?
"ท่านราชครูก็คือศิษย์พี่ใหญ่ของข้านี่แหละเ้าค่ะ น่าเสียดายเนื้อแกะชั้นเลิศนี่จริง ๆ กว่าจะกลับมาคงเย็นชืดหมดแล้ว" ซูมู่มู่จุ๊ปาก นางเพิ่งจะได้กินไปเพียงไม่กี่คำ
"ข้าจะส่งแกะให้ท่านนักพรตน้อยยี่สิบตัว ข้าจะให้คนรีบย่างไว้ให้สองตัวก่อนเมื่อท่านกลับมาจะได้ทานตอนที่ยังร้อน ๆ พอดีขอรับ" ผู้ว่าการศาลซุ่นเทียนรู้ความยิ่งนักว่าท่านนักพรตน้อยชอบทานเนื้อ จึงต้องจัดให้เต็มที่
การสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับนักพรตน้อยก็เท่ากับได้ใกล้ชิดกับท่านราชครูซึ่งถือเป็เื่ดีอย่างยิ่ง
"ไปกันเถอะ" ราชครูชิงอีเช็ดมือจนสะอาดแล้ว
รถม้าจอดรออยู่ด้านนอก เขาและศิษย์น้องเล็กขึ้นรถมุ่งหน้าไปยังที่ที่แม่นางตระกูลอู๋อยู่ทันที
ผู้ว่าการศาลซุ่นเทียนและเมิ่งเฮ่อนำกำลังคนตามไปด้านหลัง ส่วนแม่ทัพใหญ่จวง เมื่อเจอเื่นี้เข้าหลังจากคิดดูแล้วจึงตัดสินใจตามไปด้วย
แม้เมิ่งเฮ่อจะไม่ได้อยู่ที่ศาลต้าหลี่แล้ว แต่เขาก็ยังคงให้ความสนใจกับคดีนี้มาก
ระหว่างทางซูมู่มู่ได้ทราบจากปากของศิษย์พี่ใหญ่ว่า แม่นางตระกูลอู๋ถูกลักพาตัวไปในวันแต่งงาน แม้นางจะยังคงความบริสุทธิ์ไว้ได้แต่ก็ยังถูกถอนหมั้น
ตระกูลอู๋ต้องอับอายจนไม่สามารถเงยหน้าอ้าปากได้ ทั้งที่แม่นางตระกูลอู๋เป็ผู้เสียหายแต่กลับกลายเป็คนที่ถูกผู้คนรุมประณาม
"พวกเขาเป็คนเลว พี่สาวตระกูลอู๋เป็คนอ่อนโยนมากน่าเสียดายที่ชีวิตต้องมีเคราะห์ครั้งนี้ โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมต่อสตรีเอาเสียเลยท่านแม่ของข้า..." ซูมู่มู่อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดออกมา
เพราะไม่มีอะไรจะพูด ในเมื่อไม่เคยพบกันมาก่อน
ชิงอียื่นมือไปลูบศีรษะศิษย์น้องเล็กเพื่อปลอบโยน จากนั้นก็ตบเบา ๆ
"อย่าตบสิเ้าคะข้าไม่ใช่ลูกหมานะ!" ซูมู่มู่ปัดมือเขาออกแล้วเกาะขอบหน้าต่างรถม้ามองดูผู้คนที่เดินผ่านไปมาบนถนน
เวลาสามเค่อต่อมา พวกเขาก็พบตัวแม่นางตระกูลอู๋
แท้จริงแล้วไม่ใช่โจรเด็ดบุปผาที่ไหนแต่เป็ชายคู่หมั้นของนางนั่นเองที่จับนางมาขังไว้
เมื่อชายผู้นั้นเห็นพวกเขาตามมาก็รีบคว้าตัวหญิงสาวไว้แล้วจ่อกริชที่ลำคอของนาง "พวกเ้าอย่าเข้ามา ถ้าเข้ามาข้าจะตายไปพร้อมกับนาง"
"ข้ารอคอยมาสองปี ในที่สุดก็ถึงวันแต่งงานแต่นางกลับถูกโจรเด็ดบุปผาชั่วช้าลักพาตัวไป นางทำให้งานแต่งของเรากลายเป็เื่ตลกของคนทั้งเมืองหลวง"
ใบหน้าของแม่นางตระกูลอู๋เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ความเ็ปที่นางเผชิญใน่วันที่ผ่านมา ไม่ได้รับคำปลอบโยนแม้แต่คำเดียว
ทุกคนต่างรังเกียจนาง คิดว่านางทำให้ขายหน้า ทั้งที่นางเป็ผู้เสียหายและไม่ได้ทำอะไรผิดเลยสักอย่าง
"นี่ เ้าสมองมีปัญหาหรือเปล่า พี่สาวอู๋ถูกลักพาตัวไป ไม่ใช่ว่านางมีความประพฤติไม่ดีแต่เป็เพราะโชคร้ายต่างหาก คนกระจอกอย่างเ้ามีภรรยาได้ก็นับว่า์เมตตาแล้ว ยังจะมานั่งรังเกียจคนนั้นคนนี้อีก"
"ข้าจะดูดวงให้เ้าแบบไม่คิดค่าตอบแทนเลยแล้วกัน! บนหน้าเ้ามีเมฆดำบดบังชาตินี้จะไร้บุตรหลานคอยส่งศพ อายุไม่เกินสามสิบและวันนี้จะมีเคราะห์เืตกยางออกด้วย" ซูมู่มู่เกลียดผู้ชายประเภทนี้ที่สุด
ไร้ความสามารถสิ้นดี ดีแต่โทษฟ้าดินและผู้อื่นแต่ไม่เคยสำรวจตนเองเลย
ถ้าเขาแต่งงานกับพี่สาวอู๋โดยไม่มีใจอคติ นั่นถึงจะเรียกว่าลูกผู้ชายตัวจริง!
"เด็กเมื่อวานซืนอย่างเ้าจะไปรู้อะไร! ข้าไม่ได้รังเกียจนางเลย แต่ทั้งพ่อแม่ญาติพี่น้องและสหายต่างบอกว่าข้าถูกสวมเขา ข้าพานางออกมาเพราะหวังจะหาที่ที่ไม่มีใครรู้จักเรา แต่นางกลับไม่ยอม!"
"์เท่านั้นที่รู้ว่าข้าต้องตัดสินใจเด็ดขาดเพียงใด แต่นางกลับไม่ยินยอม นางเป็ผู้หญิงที่เสียชื่อเสียงแล้ว ข้ายอมรับนางได้แต่นางกลับไม่ยอม" ชายผู้นั้นยิ่งพูดก็ยิ่งตื่นเต้น มือที่ถือกริชเริ่มกวัดแกว่งไปมา
พริบตานั้นซูมู่มู่และศิษย์พี่ใหญ่ต่างซัดพลังภายในกลายเป็คมดาบโจมตีออกไปคนละสาย
แขนของชายผู้นั้นถูกโจมตีสองครั้งซ้อนจนกระอักเื ล้มลงไปร้องโหยหวนกับพื้น
ซูมู่มู่รีบดึงตัวแม่นางตระกูลอู๋มาไว้ด้านหลัง "พี่สาวไม่ต้องกลัว ข้ามาช่วยท่านแล้วเ้าค่ะ!"
เมื่อเห็นนักพรตน้อยที่ปรากฏตัวราวกับร่วงหล่นมาจากสรวง์อีกครั้ง แม่นางตระกูลอู๋ก็ไม่อาจกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไป "ท่านนักพรตน้อย ขอบคุณท่านนะเ้าคะ"
"ข้าคำนวณเคราะห์ครั้งนี้ของท่านไว้แล้ว แต่ไม่นึกเลยว่าจะเป็เขา" ซูมู่มู่ถอนหายใจราวกับผู้ผ่านโลกมามาก
"ต่งซุ่น เ้าฟังให้ดี ข้าไม่อยากหนีตามเ้าไป ข้าดูถูกเ้า ข้าไม่มีความผิด ไม่ได้ทำอะไรผิด ชีวิตข้า ข้ากำหนดเอง ไม่ใช่ฟ้าลิขิต ข้าอู๋ชิงชิงจะขอมีชีวิตอยู่ให้พวกเ้าทุกคนได้เห็น!" อู๋ชิงชิงในที่สุดก็ะโสิ่งที่อยู่ในใจออกมา
คำพูดนี้ทำให้ผู้ว่าการศาลซุ่นเทียน เมิ่งเฮ่อ และแม่ทัพใหญ่จวงที่ตามมาถึงทีหลังต่างแสดงสีหน้าชื่นชม
"พูดได้ดี ข้าขอปรบมือให้ พี่สาวอู๋ วันหน้าหากท่านมีปัญหาสามารถมาขอความช่วยเหลือจากข้าได้นะเ้าคะ" ซูมู่มู่ปรบมือให้ทันที
ชิงอีไม่ได้ทำตัวไร้เดียงสาตามศิษย์น้องเล็ก แต่เขาก็ไม่ได้คัดค้าน
ผู้ว่าการศาลซุ่นเทียนถอนหายใจอย่างโล่งอก รีบสั่งให้คนจับตัวต่งซุ่นไป ใครจะไปคิดว่าเขาคือโจรเด็ดบุปผาชั่วช้าในปากของคนตระกูลอู๋
ถ้าชอบก็ควรจะแต่งงานเข้าบ้านอย่างสง่าผ่าเผยแต่แรก เช่นนี้หน้าตาของทั้งสองตระกูลก็จะได้รับการรักษาไว้
"ใต้เท้า หลังจากพี่สาวอู๋ให้การเสร็จแล้วโปรดส่งนางไปที่..." ซูมู่มู่มองไปยังผู้คนที่อยู่ไม่ไกล ซึ่งทุกคนต่างพยักหน้าให้นาง
พวกเขาทุกคนยินดีที่จะรับดูแลแม่นางตระกูลอู๋ แน่นอนว่าซูมู่มู่ต้องติดตามไปด้วย มิฉะนั้นชื่อเสียงของนางจะเสียหายเกินไป
"จวนแม่ทัพใหญ่จวงเ้าค่ะ" ซูมู่มู่คิดว่าไปบ้านท่านพ่อคนที่สองน่าจะดีกว่า
เมื่อแม่ทัพใหญ่จวงได้ยินดังนั้นก็ยืดอกภูมิใจราวกับไก่ตัวผู้ที่ชนะการตีกัน ใบหน้าเบิกบานจนแทบจะะโโลดเต้นอยู่กับที่
เมิ่งเฮ่อเข้าใจความลำบากใจของบุตรสาว เพราะเขากำลังจะออกจากเมืองหลวงในเร็ว ๆ นี้ ที่บ้านจึงไม่สามารถรับคนไว้ได้จริง ๆ
ส่วนราชครูชิงอีนั้นอายุยังน้อย หากรับไว้คงเกิดข่าวลือที่ไม่เหมาะสมกับแม่นางตระกูลอู๋ได้ง่าย
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วจวนแม่ทัพใหญ่จวงจึงเหมาะสมที่สุด ส่วนท่าทางหลงตัวเองของใครบางคนนั้นเขาหาได้ใส่ใจไม่
"ดี ๆ ๆ ขอบคุณท่านราชครูและท่านนักพรตน้อยที่ช่วยเหลือ และขอบคุณท่านแม่ทัพใหญ่กับท่านใต้เท้าเมิ่งด้วย" ผู้ว่าการศาลซุ่นเทียนเป็คนคุยง่าย ขอเพียงไขคดีได้ทางเขาก็ไม่มีปัญหา
อู๋ชิงชิงคุกเข่าลงต่อหน้าซูมู่มู่ "ท่านนักพรตน้อย ผู้น้อยตั้งใจจะครองตัวเป็โสดตลอดชีวิตเพื่อขอเป็สาวใช้ของท่าน ยอมทำงานหนักเพื่อท่านเ้าค่ะ"
"ไม่ต้อง ๆ พี่สาวอู๋ วาสนาคู่ครองของท่านยังอยู่ข้างหน้า ต้องผ่านคนเลว ๆ ก่อนถึงจะเจอคนดีเ้าค่ะ" ซูมู่มู่รีบโบกมือปฏิเสธ นางไม่้าให้ใครมาปรนนิบัติ
"พวกเรากลับกันก่อนเถอะ ให้ใต้เท้าได้จัดการเื่ต่อ" นางแทบจะวิ่งหนีออกมาเพราะกลัวความยุ่งยากที่สุด
เมื่อกลับถึงจวนแม่ทัพ แกะย่างทั้งตัวที่ผู้ว่าการศาลซุ่นเทียนส่งมาก็มาถึงพอดี
ฮูหยินจวงและบุตรชายอีกหลายคนยังไม่ได้ทาน และเฝ้ารอการกลับมาของพวกเขา
ครั้งนี้บนโต๊ะอาหารมีคนเพิ่มมาอีกหนึ่งคน นั่นคือบุตรชายคนที่สาม 'จวงหยวนเหลย'
เมื่อครู่ น้องชายทั้งสองคนได้แสดงท่าทางประกอบอย่างออกรสให้เขาดู โดยถ่ายทอดเื่ที่ซูมู่มู่ลงโทษพี่ชายคนโตออกมาได้อย่างครบถ้วน
จวงหยวนเหลยลูบขาที่ขยับไม่ได้ของตน ในรอบสองปีที่ผ่านมาความหวังเริ่มผุดขึ้นมาเป็ครั้งแรก